“ปึ้งงง..” เสียงประตูเปิดไปกระแทกผนังทั้งสองข้างดังขึ้น“ท่านพ่อ...ข้ามีเรื่องด่วนมาแจ้งท่านทราบ”ดาเมียนพูดเสียงดังลั่นกลางห้องทรงงาน“เสียมารยาท!!!...”“ข้าเคยเตือนเจ้าหลายครั้ง...ถึงเรื่องคำพูดในห้องทรงงานแห่งนี้!!!” กษัตริย์วิลเลมว่ากล่าวตักเตือนาเจ้าชาย ต่อหน้าทุกคนในที่ประชุมที่กำลังเคร่งเครียดกันอยู่ขณะนั้น“ขอประทานอภัย องค์กษัตริย์...กระหม่อมมีเรื่องสำคัญมาทูลให้ท่านทราบ”เจ้าชายดาเมียนสงบอาการลง ก่อนปฏิบัติตามกฎในห้องทรงงานที่ว่างไว้“เชิญองค์รัชทายาทมานั่งลงฟังก่อน...” กษัตริย์วิลเลมพูด“แต่ว่า!!!...” เจ้าชายดาเมียนพูดขัด“หืมมม!!!….” กษัตริย์วิลเลมทำท่าทีขึงขัง และทำหนักดุดันใส่เจ้าชาย“รับทราบ...พะยะค่ะ”เจ้าชายดาเมียนพูด พร้อมกับเดินมานั่ง ณ ที่นั่งข้างกษัตริย์กษัตริย์วิลเลม ได้เริ่มกล่าววาระในที่ประชุม“ครบองค์ประชุมพอดี...เราจะมาเริ่มกันที่”“วันนี้...เราเรียกพวกท่านมาประชุมที่ห้องนี้...เพราะข้าต้องการให้เรื่องต่างๆที่กำลังจะคุยต่อจากนี้ไปเป็นความลับที่สุด...ตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องฝูงโกลิธที่เข้ามาบุกทำลายพืชผลผลิตของหมู่บ้านแถบชาลเมืองของอูตอร์”“เราจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงภารกิจเดิมที่จะส่งให้องค์รัชทายาทและกองกำลัง 1 หน่วยไปอารักษ์ขาที่เหมืองหินตามที่ได้สภาได้นำเสนอครั้งก่อน...เป็นการส่งเจ้าชายดาเมียนไปสอดส่องดูแลรักษาการณ์ที่เมืองอูตอร์แทน”“ทั้งนี้...ข้าจะขอเรียกกำลังจากอิลูตันไปเสริมทัพด้วย หากว่ามีเรื่องร้ายแรงเกินกำลังเกิดขึ้น”“แต่ที่ต้องแจ้งให้ทุกท่านทราบเป็นความลับ...เพราะว่าไม่ต้องการให้สภาสูงล่วงรู้เรื่องนี้...อาจจะเกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้”“ตามบัญชา...องค์กษัตริย์ ครั้งนี้ข้าจะขอส่งลูกชายข้า...ไอดันและกองทัพอานเหล็กไปเสริมกำลังในภารกิจนี้ด้วย”ไอออนแม่ทัพแห่งอีลูตันรับคำสั่งจากกษัตริย์ และแนะนำลูกชายนามว่า ไอดัน“องค์รัชทายาท...ทำไมเจ้าไม่ตอบรับคำ...หรือเจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าสั่ง”กษัตริย์วิลเลมหันไปถามดาเมียน“แค่อารักษ์ขาเมืองหรือ...องค์กษัตริย์ แค่นั้นเองหรือ...” ดาเมียนพูดสวนขึ้นมา เนื่องจากเห็นต่างในคำสั่งที่ได้รับ
จากนั้น ดาเมียนหยิบสิ่งหนึ่งนำออกจะกระเป๋า มาวางไว้ที่โต๊ะห้องประชุม ก่อนจะอธิบายให้ทุกคนในที่ประชุมว่า
“ทุกท่านดูนี้...นี้คือหลักฐาน...ตราสัญลักษณ์แห่งอาณาจักรโลดอร์”ดาเมียนพูดสวนไปอีกครั้ง“นิทานที่พวกท่านเคยฟังกันยังไงล่ะ ”“และเพื่อยืนยันคำพูดของข้า...นี้คือส่วนของหน้าในหนังสือจากหนังสือต้องห้ามเล่มหนึ่งในหอหนังสือ...ดูซิมันเหมือนกันทุกประการเลย...”“อีกทั้งว่าในกระดาษแผ่นนี้...ยังบอกถึงเรื่องเล่าถึง...เจ้าชายผีดิบ นามว่า เลอจาดีน อีกด้วย”ดาเมียนพยายามพูดให้ทั้งในที่ประชุมเชื่อ
หลังจากที่เจ้าชายได้เล่าเรื่อง เสียงซุบซิบกันของเหล่าทหารคนสนิทในห้องประชุมลับก็เรื่องดังขึ้น
“เรื่องจริงหรือเนี่ย…”นายทหารคนหนึ่งกล่าวขึ้น“ใช่...” กษัตริย์วิลเลมกล่าวขึ้น ทำให้เสียงซุบซิบกันในที่ประชุมเงียบลง และพร้อมจะตั้งใจฟัง“และจอมเวทย์ที่ผนึกจอมปีศาจในวันนั้นไว้...ก็อยู่ด้วยกับเราในที่นี้แล้วด้วย”กษัตริย์วิลเลมพูดเสริมอีก“หรือว่า...องค์ลูเทียร์”นายทหารอีกคนพูดขึ้น“ใช่แล้วหล่ะ...ข้าอยู่ที่นั้นเมื่อ 500ปีก่อน”ลูเทียร์ตอบต่อที่ประชุม ทำให้ทุกคนในที่ประชุม รวมทั้งดาเมียนตกใจเป็นอย่างยิ่ง“เมื่อวานนี้เองข้าก็ตกใจเช่นเดียวกับพวกเจ้าทุกคน...หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด” กษัตริย์วิลเลมพูดขึ้นเสียงซุบซิบในที่ประชุมดังขึ้นอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ทุกคนกังวลใจ เพราะกลัวในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต“แต่…เจ้าชายนั้นตายไปแล้วจริงๆ…ใช่ไหมองค์ลูเทียร์”นายทหารคนหนึ่งพูดขึ้น เพื่อถามองค์ลูเทียร์“ตอนนี้...ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน...หลังจากที่ผลึกนั้นระเบิดแล้วแยกส่วนออกจากกัน..”“ข้าก็ไม่ได้พบเจอเขาอีกเลย”ลูเทียร์ตอบกลับ ด้วยท่าทีที่กังวลใจ“หากเป็นเช่นนี้แล้ว...ทีนี้เราจะทำอย่างไรต่อกันดี...”“นี่มันนิทานนะ...พวกท่านตั้งใจแต่งเรื่องขึ้นมาอีกใช่ไหม” ที่ปรึกษาคนหนึ่งพูดขึ้นมา“ท่านไม่เห็นในกระดาษแผ่นนั้นหรือ...”“ใครจะแต่งเรื่องเสริมอีกก็ได้”“แล้วเรื่องมันจริง แค่ไหนเนี่ย”“ถ้าเป็นเรื่องจริง เราต้องวางแผนป้องกันอาณาจักร”เหล่าทุกคนในที่ประชุมต่างพูดโวยวายโต้เถียงกัน
เสียงซุบซิบดังขึ้นกว่าเดิม จนเป็นการโวยวาย และทะเลาะกัน
“เงียบ!!!…”“นี่ไง...ข้าถึงต้องมาประชุมลับกันที่นี่...พวกท่านคิดไหมหากว่าถ้าเรื่องนี้ไปถึงสภามันจะวุ่นวายแค่ไหน”“เพราะหอหนังสือในส่วนหมวดหนังสือต้องห้ามนั้น...สงวนไว้แค่เฉพาะเหล่าผู้อาวุโสที่มีสิทธิ์ใช้งานเท่านั้น”กษัตริย์วิลเลมพูดตะคอกให้ทุกคนสงบ และเตือนสติในที่ประชุม“แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อ...” ที่ปรึกษาคนสนิทหนึ่งกล่าวขึ้น“ข้าขอเสนอตัวข้าเอง...เพื่อไปสืบหาข้อมูลเรื่องนี้เอง...เมื่อคืนข้าได้ให้บาร์คเตรียมเรื่องนี้แล้ว” เจ้าชายดาเมียนพูดขึ้นเสนอตัว“เรื่องเมืองอูตอร์...ใครจะเป็นคนอารักษ์ขาเมือง...เจ้าชาย”นายทหารคนหนึ่งถามเจ้าชาย“ข้าเอง...ข้าจะเสริมทัพอีกทัพไว้ป้องกันเมือง...หากท่านรู้สึกหวาดกลัวนัก...ข้าจะปกป้องเมืองเอง”“ส่วนลูกข้า...ไอดันจะไปกับท่าน...เจ้าชาย”ไอออนพูดขึ้น เพื่อเสนอตัวกลางที่ประชุม“รับทราบท่านพ่อ…”ไอดันลูกชายไอออนตบปากรับคำ“ขอบคุณท่านมาก...ท่านลุง”เจ้าชายดาเมียนพูดขึ้น“ข้าไม่เคยเลย...ที่จะสงสัยความภักดีในตัวของพวกท่าน...ไอออนแห่งบัลล๊อค”กษัตริย์วิลเลมพูดชื่นชม
เมื่อได้ข้อสรุปในที่ประชุมแล้ว กษัตริย์วิลเลมยืนขึ้นพร้อม ที่จะสรุปหน้าที่ของแต่ละคนที่เสนอตัวในภารกิจแรกของรัชทายาท กลางที่ประชุมลับแห่งนั้น
“สรุปเป็นไปตามนี้...ทัพแรกข้าให้แม่ทัพเอรอนด์นำกองทัพพาวเดรอนด์ไปพร้อมกับเจ้าชายดาเมียนรวมทั้งไอดันและผู้ติดตาม...นำทัพไปทางตะวันตกก่อน ถือเป็นทัพใหญ่”“ส่วนทัพหลังให้ไอออนกลับไปที่ อีลูตันทาวน์เพื่อนำทัพอานเหล็ก...ไปสมทบกันที่เมืองอูตอร์ในอีก 10 วัน”“หลังจากที่ถึงเมืองอูตอร์แล้วนั้น...หน่วยแรกนำโดยเอรอนด์ คอยอารักษ์ขาเมืองชั้นในไว้ ส่วนอีกหน่วยไอออนนำกองทัพอานเหล็ก เฝ้าป้อมปราการทางเหนือคอยแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของฝูงโกลิธและอื่นๆ”“และสุดท้ายภารกิจลับ...ให้รัชทายาทรวมทั้งไอดันและผู้ติดตาม...แยกตัวออกให้เงียบที่สุดอย่าให้ใครจับได้...ความหวังของอาณาจักรอยู่ที่พวกเจ้า”“หากเป็นจริงตามเรื่องที่ได้ยินนั้น...ให้รีบกลับมาแจ้งข่าวโดยเร็ว...ห้ามลงมือโดยภาระการณ์เด็ดขาด”“นี้ถือเป็นคำสั่ง...มีใครกล้าโต้เถียงอำนาจสิทธิของข้า...ผู้เป็นกษัตริย์ของเจ้าหรือไม่” กษัตริย์วิลเลมสรุปสุดท้าย ก่อนเอยวลีประจำราชวงค์ขึ้นมา“รับทราบ...พะยะค่ะ” ทุกคนในที่ประชุมตอบรับคำสั่ง ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายออกจากห้องกันหมด“แล้วเรื่องที่เปลี่ยนแปลงคำสั่งภารกิจแรกล่ะ...ท่านจะแจ้งสภาสูงอย่างไร” ที่ปรึกษาคนสนิทถาม“เรื่องนี้...ข้าจะจัดการเอง...” กษัตริย์วิลเลมพูดขึ้น
ดาเมียนเดินออกจากที่ประชุมลับ แล้วรีบเดินไปเพื่อที่จะถามไถ่บาร์ค ถึงผู้ติดตามที่ให้เกณฑ์มา
“ข้านึกว่าเจ้า...ขึ้นตะแลงแกงไปแล้ว” ดาเมียนหยอกบาร์ค“เจ้าก็นะ…เรื่องแซวเป็นที่หนึ่ง”บาร์คตอบกลับ“เรื่องที่ให้เจ้าไปจัดการ...เรียบร้อยไหม”ดาเมียนถามเรื่องการเตรียมกำลังพล“เราได้หัวกะทิมา 5 คนรวมข้า...ตอนนี้พร้อมรับใช้แล้ว...พอข้าพูดถึงท่านเท่านั้นแหละ”“เจ้าเนี่ยนะ..หัวกระทิ ฮาๆๆ” ดาเมียนแซวอีกรอบ“เจ้าช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม...ตอนนี้รออยู่ที่นัดลับของเราแล้ว” บาร์คว่ากล่าวก่อนจะแจ้งถึงการเดินทางของมาของคณะผู้ติดตามที่ถูกเกณฑ์มา“ดี...ข้าต้องการแค่ไม่กี่คน...งั้นเราไปกันเลย”ดาเมียนเร่งให้บาร์ครีบพาไปพบ
จากนั้นดาเมียนและบาร์ค เร่งเดินไปที่ลับนั้นเพื่อที่จะเห็นคณะผู้ติดตามที่บาร์คว่า ณ ที่สถานที่พักลับแห่งหนึ่งในเมืองวาลเลออน
“นี่ไง...ทั้ง 5 คนรวมข้า”“เริ่มคนแรก….”“นี่ลูเทิร์น...คนนี้เป็นคนชำนาญป่า...ข้าไปเจอที่ป่าแถวตอนเหนือ...เจ้าเนี่ยคอยนำทางให้กับพวกพ่อค้าไปค้าขายยังดินแดนต่างๆ...ฝีมือการแกะรอยใช้ได้”“สุดท้ายโดนพวกชาวเออร์จับได้ว่าบุกรุกป่า...เพราะพาพวกพ่อค้าเศรษฐีไปล่าสัตว์...พวกพ่อค้านั้นถูกนำไปขักที่คุกมืดกลางป่าลิเดีย...ส่วนเจ้านี้หนีมาได้...มาเจอข้าช่วยไว้พอดี”บาร์คพูดโม้กับดาเมียน“ช่วยข้าอะไรกันล่ะ...เจ้านั่งร้องไห้กลางป่า...กลัวจะโดนสัตว์ป่าจับกิน”“พอดีข้าหนีมาเจอ...เลยช่วยพาออกจากป่า”“และฝีมือแกะรอยข้าไม่ใช่แค่ใช้ได้...แต่เยี่ยมยอดเลยต่างหาก” ลูเทิร์นพูดความจริงสวนออกไป แต่ดูแล้วก็โม้นิดๆ“ข้าเห็นด้วย...เรื่องนั่งร้องไห้”ดาเมียนพูดตอกย้ำความจริง“ช่างเถอะ...ถือว่าข้าก็ช่วยก็แล้วกัน”บาร์คพูดสวน“พอเถอะ...คนต่อไป” ดาเมียนพูดให้ทั้งสองเงียบ หยุดต่อปากต่อคำ“คะคะคนที่สอง…ตาแก่นี้เป็นทหารเกษียณจากซินเทีย”“ชื่อ...ไกตัน...ตาแก่นี้เมื่อก่อนเป็นนักแม่นอุปกรณ์สปริง...อะไรนะ” บาร์คพูดแนะนำแต่ลืมชื่ออาวุธอะไรสักอย่าง“เครื่องยิงกระสุนเพลิงไฟ ระบบพลังงานสปริงรอกทดแรงอัตโนมัติ”ไกตันบอกชื่อเต็มของอาวุธประจำกาย แก่ทุกคนได้ฟัง“ห่ะ!!!...” ดาเมียนและทุกคนอุทานขึ้นพร้อมกัน“นี่ไง...เรียกสั้นๆว่า...ปืนรอกทด...” ไกตันยกสิ่งนั้นขึ้นมาโชว์“ดูเหมือน...ปืน...จะเรียกง่ายกว่านะ”ดาเมียนพูด“ตาแก่นี้...ฝีมือแม่นเหมือนจับวาง...แต่แก่และเบื่อชีวิต...เลยเอาแต่กินเบียร์จนอ้วนลงพุ่งเป็นแบบนี้”บาร์คพูด“ข้าเบื่อเมืองหลวงข้าเกลียดมันอยากไปผจญภัย...ข้าเลยสมัครเข้ามาเพราะข้าอยากไปรบ...ตอนนี้ข้าคึกอย่างกะม้า”ตาแก่ไกตันโม้ขึ้น“จะไหวหรอ...แค่อีกเครื่องยิงรอกๆ...อะไรนะ”ลูเทิร์นพูดขึ้น“เครื่องยิงกระสุนเพลิงไฟ...ระบบพลังงานสปริงรอกทดแรงอัตโนมัติ...เจ้าหัวขโมย”ไกตันบอกชื่อเต็มอีกครั้ง และแขวะลูเทิร์น“เจ้าว่าไงน่ะตาแก่อ้วน...เดี๋ยวปะโดนลูกธนูข้าเสียบเข้าที่อกหรอก”ลูเทิร์นพูดด้วยความโมโห“พอๆๆ..ได้แล้ว”“ยังไม่ทันได้เดินทาง...ก็ทะเลาะกันแล้วหรอ”“จะไหวไหมเนี่ย..บาร์ค”ดาเมียนพูดตำหนิทั้งสองที่ทะเลาะกัน พร้อมถอนหายใจก่อนหันมาพูดกับบาร์ค
ในจังหวะที่ชุลมุนอยู่นั้น ตาแก่ไกตันก้มไปที่พื้น รวบกองหินได้ 3 ชิ้น แล้วจากนั้นโยนขึ้นฟ้า
“ตาแก่จะทำอะไร...” ลูเทิร์นตกใจพูดขึ้นพร้อมชักธนูขึ้นอีกครั้ง
ไกตัน ชักอาวุธของตนเองขึ้น แล้วยิงหินกลางอากาศ โดนทั้ง 3 ชิ้น ทำให้ทั้งหมด ถึงกับอึ้ง
“เป็นไงเจ้าชาย...ข้าพอร่วมเดินทางไปกับท่านได้ไหม...” ไกตันพูดสวน ถามดาเมียน“ท่านลุง...ท่านของจริง...ไม่โม้เหมือนเจ้าบาร์ค”ดาเมียนพูดชื่นชม“ขัดข้าตลอด...อะคนต่อไป” บาร์คพูด“เดี๋ยวก่อน...”
จากนั้นมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามารูปร่างสูงและเต็มไปด้วยเกาะหนาเตอะ
“นี่คน ไอดันแห่งบูลล๊อค...จะร่วมเดินทางไปกับเราด้วย” ดาเมียนพูดแนะนำขึ้น“ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่าน”ไอดันทักท่าน“คนต่อไป ที่ 3 ไม่ใช่ 4 แล้วสิ”บาร์คพูด“นางคือ นารานี นางตาบอดตั้งแต่เด็ก แต่ว่านางไม่ธรรมดา...”“นางอยู่ในคณะคาราวานของละครสัตว์นางฝึกใช้มีด...คนที่แนะนำข้าบอกว่านางไม่เคยพลาด”“แถมนางยังมีเซ็น...มองเห็นอนาคตล่วงหน้า...ช่วงสั้นได้ด้วย”“คนนี้ข้ามั่นใจนำเสนอ...” บาร์คพูด“เจ้าตาบอดจริงหรือ...” ลูเทิร์นถาม และนำมือไปเช็คดู“อย่าหาว่าข้าไม่เตือน…ดูที่ไอ้นั้นของเจ้าซิ”บาร์คตอบ ขณะที่มีดเล่มนึงจ่อที่ขอสงวนของลูเทิร์น“นางไม่ค่อยจะพูดหน่ะ”บาร์คพูดกับลูเทิร์น“แล้วอีกคนละ...” ดาเมียนถามพร้อมเงยหน้าขึ้นพร้อมบาร์ค“คนสุดท้าย… ฮาห์ม หมอนี้เป็นทหารรับจ้างที่ดินแดนทางใต้ดินทะเลทรายใกล้ป้อมเก่า...มีขวานยักษ์เป็นอาวุธ”“ข้ารู้ไม่มาก...เพราะเจ้านี่ไม่พูด”“พละกำลัง...ไว้ใจได้”บาร์คพูดแนะนำ“หืมมมม!!!...” ฮาห์มเหมือนคำรามในลำคอ“ถือว่าเจ้าตอบรับละกัน...” บาร์คพูด“ท่าน...พวกนี้จะไหวไหมเนี่ย...” ไอดันเดินมากระซิบถามดาเมียน
ดาเมียนถอยหายใจ เพราะพะวงเรื่องคนที่บาร์คเกณฑ์มา แต่ในใจก็เข้าใจว่าจะเป็นต้องยอมรับ ก่อนพูดขึ้นพร้อมกล่าว
“เรามีเวลา 9 วันหลังจากนี้...”“พวกเจ้าจะต้องปลอมตัวเป็นคนในกองทัพเข้าแฝงตัวไป...นี่เป็นภารกิจลับ เพื่อไปสำรวจป่าโอลไทม์”“มันจะลุล่วงหรือไม่...ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน...เจอกันวันเดินทาง”“ชุดเกาะ...จะให้บาร์คเตรียมไว้ก่อนเดินทาง”ดาเมียนพูดขึ้นสั่งการทุกคน“แล้วเจ้านั้นหล่ะ….” บาร์คพูดขึ้นเพื่อถามขึ้นอีกคนหนึ่ง“เจ้านั้นคงจะอยู่ที่นั้นแหละ...ข้าหวังว่าน่ะ”ดาเมียนพูดหวังว่าจะเจอคนๆนั้น
ขณะเดียวกัน ขบวนคณะเดินทางแห่งลิเดียกำลังจะกลับ
“ข้าว่าให้เจ้ากลับไปก่อน...” ลูเทียร์กล่าวถึงลูกสาว“ข้ารอกลับพร้อมท่าน...ข้าอยากเดินดูเมืองมนุษย์ดูบ้าง ถึงตอนนี้ข้าจะคิดถึงเจ้าไลล่ากับไนล่ามากขนาดไหนก็เถอะ”เอลเลน่าพูดตอบกลับ“แล้วเป็นอย่างไรบ้าง...” ลูเทียร์ถามอย่างเอ็นดู“ก็ดีน่ะท่านพ่อ...ผู้คนช่วยเหลือกัน...พึ่งพาอาศัยกัน”เอลเลน่าตอบอย่างนุ่มนวล“หึๆๆ…..” ลูเทียร์หัวเราะในลำคอเบาๆ
ขณะอยู่ในรถม้าเดินทางออกจากเมือง ท้องฟ้าที่สดใสแห่งความหวังของมนุษย์ ช่างมีความหวังขึ้นมา แต่ก็ยังคงกังวลเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต สองข้างทางเต็มไปด้วยเด็กๆมนุษย์ที่วิ่งไล่ตาม และชาวเมืองที่ต้อนรับกลับ กษัตริย์ลูเทียร์ทรงยิ้มขึ้นมาในรถม้าขณะที่ออกจากเมืองวาลเลออน ทำให้เอลเลน่า สังเกตเห็นเลยทักขึ้นว่า
“ท่านพ่อ...ท่านยิ้มอะไร”เอลเลน่าถามอย่างสงสัย“ความหวัง...หน่ะ” ลูเทียร์พูดออกไป ยิ่งทำให้เอลเลน่างงยิ่งกว่าเดิม“ท่านพ่อ…นี่ข้ายังหงุดหงิดกับเจ้าบ้านั้นที่ว่าข้า...ยายแก่คิ้วเยอะ”“นี้ดีน่ะ...ถ้าเจ้านั้นมาอีกคนข้าคงหัวเสียเพิ่มไปอีก”เอลเลน่าพูดถึงคนคนหนึ่ง พร้อมหงุดหงิด“ใช่สิน่ะอีกคน...เดมัส”ลูเทียร์พูดขึ้น พร้อมยิ้มที่เต็มไปด้วยความปิติยิ่งดีเพิ่มขึ้น“นั้นแหละ เจ้าเดมัส พอๆ กับพี่ชายเขาแหละ….แต่ว่าท่านยิ้มอะไรอีกท่านพ่อ แล้วท่านไม่บอกข้า”เอลเลน่างอแงไปอีก
เมื่อจบบทสนทนา ขบวนก็ได้เดินทางออกจากประตูเมือง มุ่งสู่ดินแดนลิเดีย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของดินแดนที่จะเกิดขึ้น
ดาเมียน วิลเดอร์เมียร์ ...…….ตอนต่อไป...เจ้าชายนักผจญภัยและการปรากฎตัวของผู้พิทักษ์ป่า……...