จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 103 ออกรายการวาไรตี้กับการซื้อลิขสิทธิ์ Re

            วันต่อมา

            ไป่ฉีต้องไปออกรายการวาไรตี้ทอล์คโชว์  เพื่อโปรโมตละครที่กำลังถ่ายทำอยู่  ซึ่ง 2-3 วันที่ผ่านมามีความคืบหน้าไป 3 ใน 10 ส่วนแล้ว  ซึ่งถือว่าเร็วมาก ๆ  ไป่ฉีถามเฉินเฟิงว่าทำไมการถ่ายทำถึงเร็วขนาดนี้  คำตอบที่ได้จากเฉินเฟิงคือ  เพราะตัวไป่ฉีทำให้นักแสดงหลายคนหาตัวตนของบทที่พวกเขาแสดงเจอ  การถ่ายทำจึงเป็นแบบเทคเดียวผ่าน  ซึ่งไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน  ตั้งแต่เขาถ่ายละครมา


            ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงมาถึงสตูดิโอรายการประมาณ 8 โมงครึ่ง  ซึ่งมาถึงก่อนเวลาที่นัดกับทางทีมงานครึ่งชั่วโมง  ไป่ฉีไม่ลืมหิ้วของกินมาฝากทีมงานเช่นเคย


            “ไม่เห็นต้องเอามาเยอะแยะเลย” หานชิงที่เดินตามไป่ฉีเข้ามาติด ๆ เขาเองก็ซื้อของติดมือมาฝากทีมงานนิดหน่อย  ตอนนี้ไป่ฉีพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมทีมงานที่เขาเจอส่วนใหญ่ถึงอ้วนกันนัก


            “เลี้ยงคนต้องเลี้ยงให้อิ่มสิครับ” ไป่ฉียิ้ม


            “นี่ยัยปิงเยว่คงสายอีกตามเคยสินะ” หานชิงกล่าว


            “ฉันมันงานรัดตัว  ไม่ได้ว่างเหมือนคุณนี่คะ” ปิงเยว่อยู่ ๆ ก็โผล่มา  เธอปรากฎตัวด้านหลังหานชิง  ทำให้หานชิงกระโดดตัวลอยด้วยความตกใจ


            “มะ...มาแล้วเหรอ” หานชิงยิ้มแหยง ๆ


            “ค่ะ  มาทันได้ยินคนกำลังนินทาฉันอยู่เลย” ปิงเยว่กล่าว


            “ถ้าได้ยินก็ไม่ใช่การนินทาหรอกครับ  เขาเรียกว่าด่ากันซึ่ง ๆ หน้ามากกว่า” ไป่ฉีจัดการราดน้ำมันลงบนกองไฟทันที


            “เฮ้ย ๆ ไป่ฉี  อย่าเอาน้ำมันราดซ้ำสิ  เดี๋ยวฉันก็โดนไฟเผาตายกันพอดี” หานชิงหันมาห้ามไป่ฉี


            บรรยากาศของนักแสดงหลักที่ดูจะไม่ค่อยเครียด  ทำให้ทีมงานเองก็ทำตัวสบาย ๆ ไปด้วย  ตามปกติพวกนักแสดงหลักส่วนใหญ่มักจะเจ้ายศเจ้าอย่าง  ใครทำอะไรขวางหูขวางตาก็จะตินั่นนี่จนน่ารำคาญ


            ทางพิธีกรรายการเดินเข้ามาทักทายเฉินเฟิงกับผู้กำกับ  ส่วนไป่ฉี  หานชิง และปิงเยว่ก็เช่นกัน  โดยพิธีกรได้นัดแนะสคริปรายการอีกครั้ง  ว่าเขาจะถามคำถามอะไรบ้าง


            ทันทีที่รายการเริ่มต้นขึ้น  พิธีกรกล่าวเปิดรายการ  พร้อมกับเกริ่นนำถึงละครที่กำลังเป็นที่จับตามองอยู่ในขณะนี้  ซึ่งตอนนี้การถ่ายทำคืบหน้าไปรวดเร็วมาก  แถมยังเป็นกระแสร้อนแรงเกี่ยวกับฝีมือการแสดงของดาราหน้าใหม่ที่รับบทเป็นพระเอกของเรื่อง  จากนั้นเขาก็เชิญแขกรับเชิญของรายการในวันนี้  ประกอบด้วยเฉินเฟิง  ผู้กำกับ รวมถึงนักแสดงหลักอย่างไป่ฉี  หานชิง และปิงเยว่


            “วันนี้เรามาอยู่กับผู้จัดละคร  ผู้กำกับ และนักแสดงนำของเรื่อง  ก่อนอื่นเรามาถามความคืบหน้าของละครก่อนดีกว่า” พิธีกรถาม


            “สำหรับความคืบหน้าตอนนี้เราถ่ายทำเสร็จไปแล้ว 3 ใน 10 ส่วน ครับ  เพราะนักแสดงทุกคนตอนนี้จับความรู้สึกของตัวละครได้แล้ว  ทำให้การถ่ายทำแต่ละฉาก  ถ่ายเพียงเทคเดียวก็ได้งานออกมาดีแล้วครับ” ผู้กำกับกล่าว


            “โอ้ ผมได้ข่าววงในมาว่าที่เป็นแบบนี้เพราะไป่ฉีที่รับบทเป็นพระเอกของเรื่องใช่ไหมครับ” พิธีกรหันมาหาไป่ฉี


            “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ  ทุกคนต่างก็เป็นมืออาชีพ  แต่ละคนเองก็มีความสามารถมาก  ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพวกเขามากกว่าครับ” ไป่ฉีพูดถ่อมตัวตามมารยาท


            “งั้น ปิงเยว่ล่ะ  ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของคุณเหมือนกันนี่ครับ” พิธีกรถาม


            “ค่ะ ตอนแรกต้องคอยรบกวนไป่ฉีให้ช่วยปรับอารมณ์อยู่ประจำเลยค่ะ” ปิงเยว่กล่าว  แต่ใบหน้าบ่งบอกว่าไป่ฉีคงใช้วิธีไม่ธรรมดาแน่ ๆ เพราะดูใบหน้าของปิงเยว่ออกแนวสยดสยองมากกว่า


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วหานชิงล่ะ  ในฐานะรุ่นพี่  ได้สอนอะไรรุ่นน้องทั้ง 2 คนบ้างไหมครับ” พิธีกรหันมาถามหานชิงบ้าง


            “ผมยังเรียนคลาสการแสดงขั้นสูงอยู่เลยครับ  ส่วนไป่ฉีเขาจบคลาสไปแล้ว  ดังนั้นด้านการแสดงผมคงไม่มีอะไรจะสอนเขาหรอกครับ  จะมีก็แค่ธรรมเนียมกับการวางตัวกับนักแสดงรุ่นพี่น่ะครับ  ส่วนปิงเยว่ในด้านการแสดงยังต้องฝึกอีกมากครับ” หานชิงตอบ


            “งั้นเหรอครับ  อย่างกับไป่ฉีตอนนี้เป็นศูนย์กลางของกองถ่ายละครเลยนะครับ  ไป่ฉี  บทช่วงไหนที่คุณว่ายากครับ” พิธีกรถาม


            “ก็เป็นช่วงที่ต้องแสดงโดยใช้สายตาสื่ออารมณ์ร่วมกับภาษากายครับ  มันยากมาก  เพราะต้องดึงให้อีกฝ่ายที่ร่วมแสดงเข้าถึงอารมณ์ให้ได้ด้วย” ไป่ฉีตอบ


            “นั่นมันยากมากเลยนะ  เท่าที่ผมทราบนักแสดงอาชีพบางคนยังทำไม่ได้เลย” พิธีกรกล่าว


            หลังจากนั้นการสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปราว 10 นาที  ก่อนที่พิธีกรจะเริ่มถามถึงงานที่แต่ละคนทำอยู่ และให้ฝากผลงาน  หานชิงนั้นฝากละครเรื่องนี้รวมถึงละครอีกเรื่องที่เขากำลังแสดงอยู่  ส่วนปิงเยว่นั้นฝากผลงานเพลงของเธอที่กำลังฮิตติดชาร์ตเพลงอยู่ในขณะนี้


            “ฝากติดตามงานละครครั้งแรกของผมด้วยนะครับ  นอกจากนี้ยังมีนิยายที่ผมเขียนจากสำนักพิมพ์ซานหลงด้วย” ไป่ฉีหยิบนิยายที่เขาแต่งขึ้นมา


            “เอ๋ ไป่ฉี  คุณเขียนนิยายเรื่องนี้เหรอ” พิธีกรถามขึ้น  เขาเองก็ซื้อมาอ่าน  ตอนแรกที่ซื้อมาเพราะสงสัยว่าทำไมคนถึงอ่านกันเยอะนัก  หลังจากนั้นเขาก็ติดงอมแงม  อ่านหลายสิบเที่ยวจนสภาพหนังสือตอนนี้เรียกได้ว่าเยินเลยทีเดียว


            “ครับ  ผมจะแจกเล่ม 2 ที่ยังไม่วางจำหน่ายทั้งหมด 5 รางวัล  โดยหลังจบรายการเพียงแค่ร่วมสนุกด้วยการแชร์ลิ้งค์ข้อมูลของผมจากในเว็บของ LSA โดยผมจะสุ่มเลือกมาและติดต่อกลับ  ผู้โชคดีจะได้รับหนังสือพร้อมลายเซ็นด้วยพู่กันจากมือของผมเองครับ” หลังไป่ฉีพูดจบ  เขาสังเกตเห็นสายตาวาวโรจจากทีมงานหลายคน  รวมถึงจากพิธีกรด้วย


            “ขอบคุณมากครับ  สำหรับรายการวันนี้ก็หมดเวลาลงแล้ว  แล้วพบกันใหม่กับรายการ เล่าเรื่องละคร  สวัสดีครับ” พิธีกรกล่าวปิดรายการ  ทุกอย่างจบลงเรียบร้อย  ไป่ฉีและคนอื่น ๆ กำลังลุกขึ้น  แต่แล้วเขาก็พบว่าตัวเองถูกล้อมด้วยพิธีกร  ทีมงาน และผู้กำกับรายการ


            “ละ....เล่ม 2 จะออกเมื่อไหร่” พิธีกรถามขึ้น


            “เอ๋ เอ่อ อีก 2 สัปดาห์ครับ” ไป่ฉีตอบ


            “คุณคือนักเขียน เรื่อง เทพกระบี่  เหรอคะ  ช่วยเซ็นหนังสือนิยายให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ” ทีมงานหญิงคนหนึ่งยื่นหนังสือมาให้ไป่ฉีเซ็น  ไป่ฉีหยิบพู่กันกับหมึกมาเซ็นให้อย่างเต็มใจ  ท่ามกลางสายตาเป็นประกายของคนในสตูดิโอ


            “อักษรงามจริง ๆ” เฉินเฟิงกล่าวชม


            “ฝีพู่กันยอดเยี่ยมนัก” ผู้กำกับละครกล่าว


            “พี่ชิงชิง  ผมขอปริ้นท์เตอร์หน่อยได้ไหมครับ” ไป่ฉีตะโกนให้เมิ่งชิงชิงนำปริ้นท์เตอร์ตัวเล็กพร้อมกระดาษโฟโต้มาตรงจุดที่เขายืนอยู่


            เขาถ่ายรูปกับแฟนคลับนิยายของเขา  พร้อมกับปริ้นท์ภาพที่ถ่ายคู่กับแฟนคลับนิยายอย่างเป็นกันเอง  ซึ่งผู้กำกับยังงงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า  รวมถึงหานชิงและปิงเยว่ด้วย


            “นี่เขาเขียนนิยายด้วยเหรอเนี่ย” หานชิงกล่าว


            “ฉันก็พอรู้มาบ้าง  แต่ไม่คิดว่านิยายของเขาจะดังขนาดนี้” ปิงเยว่รู้สึกเสียหน้านิดหน่อย  ไป่ฉีรู้จักผลงานของเธอชนิดที่เรียกได้ว่าแฟนคลับของเธอยังอาย  แต่เธอกลับไม่รู้จักผลงานของอีกฝ่ายดีพอ  มันทำให้เธอเหมือนเป็นคนไม่ดียังไงไม่รู้


            “เฉินเฟิง  คุณดูไม่ตกใจเลยนะ” ผู้กำกับหันมาหาเฉินเฟิง


            “ก็สมาคมคนรักษ์ภาพอักษรที่ฉันเป็นสมาชิก  ทุกคนอ่านเล่ม 1 กันมาหมดแล้ว  ยกเว้นผู้เฒ่าเฉียนม่อ จากสมาคมนักเขียนแห่งชาติเท่านั้นที่ได้อ่านจนถึงเล่มจบ” เมื่อได้ยินที่เฉินเฟิงพูด  เหล่าแฟนคลับผู้กระหายอยากอ่านนิยายจนแทบจะลงแดงตายก็หันขวับมาทันที


            [[[เอ๋]]]


            “แต่งจบแล้วเหรอ”


            “อ๊าก  ทำไมหนังสือนิยายออกช้าแบบนี้”


            “ฉันจะไปถล่มเว็บสำนักพิมพ์”


            “นิยายแบบนี้ ควรออกมาให้ยลโฉมไว ๆ แท้ ๆ”


            “คุณไป่ฉี  สปอยให้นิดนึงได้ไหมคะ”


            ความวุ่นวายเกิดขึ้นในสตูดิโอสักพัก  ระหว่างนั้นผู้กำกับละคร  ได้ขอยืมหนังสือนิยายจากแฟนคลับของไป่ฉีมาอ่าน  ไม่นานเขาก็นั่งนิ่ง  ดวงตาจับจ้องไปยังทุกตัวอักษรบนหนังสือราวกับได้พบโลกใบใหม่


            “นี่มัน  ถ้าทำเป็นละครพีเรียดแนวกำลังภายใน  มันต้องดังระเบิดแน่ ๆ” ผู้กำกับพึมพำออกมา


            “นายเองก็คิดเหมือนกันใช่ไหมล่ะ” เฉินเฟินเดินมาตบไหล่ของผู้กำกับ


            “นี่มันยอดมาก  เป็นวรรณกรรมชั้นยอดจริง ๆ” ผู้กำกับกล่าว


            “หึหึ ฉบับที่ตีพิมพ์ตอนนี้เป็นตัวหนังสือที่ใช้ฟอร์มจากโปรแกรม  แต่เห็นว่าทางซานหลงกำลังจะออกหนังสือในรูปแบบลายมือของไป่ฉีด้วยล่ะนะ” เฉินเฟิงพูดด้วยเสียงดังในระดับที่ทุกคนได้ยิน


            “ว่าไงนะ  ฉบับลายมือของไป่ฉีเหรอ  คุณเฉินเฟิงขอข้อมูลหน่อยได้ไหมครับ” พิธีกรรายการกล่าว  เมื่อกี้ที่เขาเห็นฝีมือพู่กันของไป่ฉี  เขาก็ประทับใจมากแล้ว  ถ้าหากจะมีฉบับลายมือของไป่ฉีออกมา  เขาจะพลาดได้ยังไง


            ความวุ่นวายในห้องส่งยังคงมีต่อ  ไป่ฉีเห็นว่าแบบนี้คงไม่จบแน่ ๆ เขาจึงขอตัวกลับก่อน  ท่ามกลางความเสียดายของเหล่าแฟนคลับนิยายหลายคน


            บนรถ

            เมิ่งชิงชิงดูมีความสุข  เพราะรายการวันนี้น่าจะทำให้ไป่ฉีมีชื่อเสียงขึ้นมาอีกด้าน  นั่นคือความสามารถด้านการแต่งนิยายแนวกำลังภายในของเขานั่นเอง  ขณะที่เธอกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ สมาร์ทโฟนของไป่ฉีก็ดังขึ้น


            “หือ  ประธานอู๋โทรมาทำไมกันนะ” ไป่ฉีกดรับสายทันที


            [ไป่ฉี นี่มันอะไรกัน  เธอไปทำอะไรมา  ตอนนี้โทรศัพท์ที่สำนักพิมพ์สายแทบไหม้แล้ว  ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับนิยายของเธอโทรมากดดันให้วางจำหน่ายเล่ม 2 ให้เร็วขึ้น  นอกจากนี้ยังมีการร้องขอให้เปิดพรีออเดอร์นิยายฉบับลายมือของเธอด้วย  ตอบฉันหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย] ประธานอู๋ถาม


            “เรื่องนี้ผมไม่เกี่ยวนะครับ  คุณเฉินเฟิงเผลอหลุดปากพูดออกไปน่ะครับ  ผมเองก็ชิ่งออกมาเหมือนกัน” ไป่ฉีกล่าว


            [ฮึ่ย  หมอนั่นเป็นต้นเหตุเหรอเนี่ย] ประธานอู๋บ่น


            “ลำบากหน่อยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [มันงานของพวกฉันอยู่แล้ว  เฮ้ย พวกแกรับโทรศัพท์สิวะ  ดังนานแล้วนะ  ฉันจ้างพวกแกมาทำงานนะโว้ย  ไม่ใช่จ้างมานั่งเป็นเทวรูปแบบนี้  ฟาร์มเลี้ยงไก่แกมีปัญหารึไง] เสียงของประธานอู๋ที่ด่าลูกน้องดังมาตามสาย


            “งั้นถ้าไม่มีอะไรผมวางสายก่อนนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            [เดี๋ยว ๆ คือเมื่อกี้มีการติดต่อมาจากทาง LSA บอกว่าอยากจะติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์นิยายไปทำเป็นละครพีเรียดน่ะ  แต่ทางฉันบอกว่าเธอขายเฉพาะลิขสิทธิ์นิยายให้  สุดท้ายก็เลยให้เบอร์ติดต่อเธอไป  คิดว่าอีกเดี๋ยวทางนั้นคงโทรหาเธอแน่] ประธานอู๋กล่าว


            “ขอบคุณที่บอกครับ  งั้นผมวางสายนะครับ  ท่าทางคุณคงยุ่งอยู่” ไป่ฉีกล่าว


            [ได้ ๆ แค่นี้นะ  อ้าวเฮ้ยรับสายสิโว้ย  แขนพิการรึไงหา  แล้วไอ้เรือดำน้ำน่ะเอาไปเก็บที่บ้าน  ไม่ต้องเอามา  มันไม่มีประโยชน์  รกโต๊ะทำงานเข้าใจไหม…] ประธานอู๋ จากสำนักพิมพ์ซานหลงวางสายไป  แต่ก็มีสายใหม่เข้ามา


            “สวัสดีครับ ไป่ฉีพูดสายอยู่ครับ” ไป่ฉีกดรับสาย


            [สวัสดีครับ  ผมเป็นตัวแทนจากฝ่าย.......] ปลายสายเป็นทีมงานของทาง LSA ที่โทรติดต่อไป่ฉีเรื่องจะขอซื้อลิขสิทธิ์นิยายไปทำเป็นละครพีเรียด  ไป่ฉีกับตัวแทนของ LSA เกี่ยวกับรายละเอียดคร่าว ๆ ก่อนที่ทางนั้นจะนัดให้ไป่ฉีเข้ามาคุยรายละเอียดเชิงลึกที่ตึกสำนักงานใหญ่ของ LSA อีกที


            “ครับ  ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะเข้าไปที่ตึกสำนักงานใหญ่นะครับ” ไป่ฉีวางสายลง  พร้อมกับถอนหายใจ


            “นิยายนายจะได้ทำเป็นละครเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ครับ  วันนี้เรายังไม่กลับบ้านกัน  ผมต้องไปคุยรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์ของนิยายที่ผมแต่งกับทาง LSA ก่อน” ไป่ฉีตอบ


            “ตกลง  ไปที่ตึกสำนักงานใหญ่สินะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            “ครับ” ไป่ฉีตอบ  ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะเปลี่ยนเส้นทางไปยังถนนเส้นที่จะไปยังที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท LSA แทน

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458