เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 27 เรือนจำเมืองซันชาย

    เทียนรีบคำนับ ผบ. เรือนจำทันที “ท่านผบ. เรือนจำ”

    “หมอฮิม แจ้งผมมาว่า หมอเทียนรักษาคนเจ็บใกล้ตาย กลับฟื้นมาปกติได้ เลยรีบมา ต้องขอบคุณ มากจริงจริง ตามปกติ ไม่ค่อยมีหมอ ที่มีฝีมือ อยากจะมารักษาคนในเรือนจำ ซักเท่าไหร่ “ ฟังผบ.เรือนจำกล่าวดังนั้นเทียนเลยเอ่ยกลับ ว่า

    “ ถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้า ผมจะจัดเวลามารักษาที่นี่ ด้วย ท่านผบ. จะว่าอย่างไร"

    “ จริงหรึอ “ ผบ. เรือนจำตกใจคาดไม่ถึงว่าหมอเทียนจะมีน้ำใจขนาดนี้

    “ จริงครับ แต่คงต้องปรึกษากับ ท่านผอ. เตียงก่อนว่าจะมาได้วันไหน" เทียนต้องคุยกับผอ.ก่อน

    “ คนส่วนใหญ่ต่างก็รังเกียจคนในเรือนจำ ที่ผ่านมาหมอ พยาบาลที่รับเข้า ก็มาอยู่ไม่นาน และก็ออก ไป แต่หมอเทียนกลับเอ่ยปากช่วย โอ เป็นบุญของคนในเรือนจำนี้จริง จริง “ ผบ. พูดชมเชยไม่หยุด

    “ พรุ่งนี้ ผมจะดูคนเจ็บ รายนี้อีกครั้ง แล้วพรุ่งนี้เจอกันอีกนะครับ “ เทียนรีบเอ่ยลา

    หลังจากนั้นรีบขึ้นรถ บอกกับ อาจง อย่าเพิ่งขับออกไป รอซักครู่ เทียนปล่อยจิตวิญญาณเข้าไปถามเจ้าที่ ของเรือนจำ “ สวัสดี หมอเทียน มีอะไรให้ข้าช่วยหรือ ตัวข้าได้ยินเรื่องของท่าน จากเจ้าที่ ศาลนาคราช มาแล้ว รู้สึกยินดีที่ได้พบ”ท่านเจ้าที่ กล่าวด้วยความยินดี

    “ท่านเจ้าที่ ผมเห็นวิญญาณเป็นจำนวนมากเหล่านี้ ล่องลอยไปรอบรอบเรือนจำ เป็นจำนวนมาก นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ “ เทียนรีบถามเข้าประเด็น

    “อ้อ พรุ่งนี้เรือนจำจะมีการประหารชีวิตนักโทษ 10 คน เป็นเรื่องปกติ ที่วิญญานพวกนี้จะออกมากันมากมาย เพราะมันได้กลิ่นความตาย มันจึงออกมาหาอาหารของมันแต่เอ มันก็เยอะจริงนะ" ท่านเจ้าที่กล่าวจบ เทียนถามทันที

    “ อะไรคืออาหารของมัน “ ท่านเจ้าที่กล่าวว่า

    “ อาหารของพวกมันคือ ดวงจิตของคนที่เพิ่งตายใหม่ใหม่ นั่นไง “ เทียนรู้สึกงง เพิ่งจะรู้ ดวงจิตคนที่ตายไป เป็นอาหารของวิญญานเหล่านี้ได้ด้วย ท่านเจ้าที่อธิบายต่อว่า

    “มนุษย์ นั้นแบ่ง ออกเป็น ร่างกาย วิญญาน และดวงจิต หลังจากตายไป ก็จะเหลือเพียง วิญญาน และดวงจิต ซึ่งวิญญานนั้นยังคงอยู่ตลอดไป ไม่มีวันดับสลาย ไป ยกเว้น จะถูกทำลายลงไปโดยผู้ที่มีพลังเหนือกว่าหรือ จะสูญสลายไป ตามอายุขัยของวิญญาน นั่นก็คือ 200 ปีแต่วิญญานบางดวงก็ถูกกักขัง ถูกสาป บังคับให้เป็นทาส โดยผู้ที่มีอำนาจที่เหนือกว่า สามารถจะทำอะไรกับวิญญานก็ได้ ส่วนจิตนั้น ทั่วไป มีอายุ ขัยไม่เกิน 30 วัน ก็ดับสลายไปเอง แต่ถ้ามนุษย์มีฝึกพลังวิญญานที่เข็มแข็ง แล้ว ก็จะมีจิตและวิญญานอยู่รวมกันไม่สลาย แต่ก็ยังมีอายุขัย เพียง 500 ปี แต่ถ้าฝึกตนได้ถึงพลังจิตวิญญาน ก็จะมีอายุนานนับพันปี อย่างข้าที่เป็นนี่ไง “ ท่านเจ้าที่อธิบาย

    “แล้ววิญญานพวกนี้ไม่ไปผุดไปเกิดหรอกหรึอ”เทียนสงสัย

    “หมอเทียน ท่านคิดว่าคนตาย ต้องไปเกิดทุกคนหรือ เปล่าเลย คนที่ไปเกิดใหม่นั้นมีเพียง ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับบุญ และกรรมที่ทำมาพวกที่ไม่ได้ไปเกิดก็มาเป็นวิญญานอย่างที่ท่านเห็น นั่นแหละ มีแต่วิญญาน ไม่มีจิต ไม่มีความรู้สึกดี ชั่วใดใดทั้งสิ้น รู้แต่จะกินดวงจิต เป็นอาหารเท่านั้น"เจ้าที่กล่าว

    "แล้วทำดีไปสวรรค์ และทำชั่วตกนรกล่ะ" ท่านเจ้าที่หัวเราะแล้วบอกว่า

    " หมอเทียน ลองนึกภาพตามความเป็นจริง นะ พอมนุษย์ตายลง วิญญานที่มาเกิดใหม่ อย่างท่าน เป็นอย่างไร ท่านจะไม่รู้ตัวหรอก มันจะมีพลังที่ควบคุมจักรวาลนี้อยู่ ดึงท่านมาเกิดเลยทันที ส่วนคนอื่นที่เป็นคนธรรมดา วิญญานก็ล่องลอยไปมา ก็เป็นอย่างที่กล่าวมา แล้วท่านจะตามหาสวรรค์ และนรก ที่ตรงไหนกัน" ท่านเจ้าที่ถามกลับ

    เทียนนั่งนึก อยู่ เห็นจะจริง เมื่อเราตายก็มาเกิดเลย พวกของม่านฟ้าตายไปวิญญานและจิตก็ยังคงอยู่ จนสามารถสร้างกายหยาบได้ หลวงปู่สิ้นสังขาร ก็เข้าสู่แดนเทพ หรือว่านั่นคือสวรรค์

    และพวกวิญญานที่เราปลดปล่อยหลายพันดวง ทำชั่วมาก็ตั้งเยอะ พอปลดปล่อยก็สูญสลายหายไป ไม่ได้ไปทั้งสวรรค์ และนรกหรึอ เอ หรือว่าจะไม่มีอยู่จริงเทียนเข้าใจแล้ว ขณะจะกล่าวลา แต่นึกบางอย่างขึ้นได้เลยถามอีกว่า

    “เมื่อตอนที่ผมเจอท่านผบ. เรือนจำ ผมเห็นวิญญานดวงหนึ่งจ้องมองท่านผบ.ด้วยสายตาเคียดแค้น ท่านเจ้าที่รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร "

    “ไม่รู้หรอก เขาคงทำเวรทำกรรมด้วยกันมาก่อน แต่ท่านไม่ต้องห่วงหรอกเพราะวิญญานไม่สามารถติดต่อ หรือทำร้ายมนุษย์ กันได้ง่ายหรอกมันมีกฏของธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้าหมอเทียนอยากจะช่วยละก็ ก็สามารถติดต่อเขาได้เลยเพราะตัวข้าไม่สามารถยุ่งเรื่องนี้ เว้นแต่ว่าเมื่อใดเขาทำร้ายมนุษย์ในเขตดูแลของข้า ข้าถึงยุ่งเกี่ยวได้“ หลังจากฟังท่านเจ้าที่กล่าวจบ เทียนได้กล่าวลา แล้วลืมตาขึ้นทันที

    “อาจง กลับบ้าน”

    เช้าวันใหม่หน้าเรือนจำ เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งผู้สื่อข่าว ทั้งหัวหน้าผู้พากษา อัยการ อธิบดีกรมตำรวจ ผอ.โรงพยาบาล และอีกหลายคนโดยมีคุ้มกันนับร้อยคน

    ผอ. เตียงมองเห็นเทียนเลยกวักมือเรียก เทียนต้องเดินเข้าไป ทักทายผู้นำทั้งหลายที่มาเป็นสักขีพยานในการประหารครั้งใหญ่ในครั้งนี้ แล้วพูดกึ่งบังคับให้เทียนเข้าไปเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย แต่ยังไม่ถึงเวลาเทียนเลยขอตัวไปเยี่ยมคนไข้ก่อน พอเห็น เทียนเดินเข้า นักโทษเปียง รีบลุกขึ้น ทำท่าจะคุกเข่าขอบคุณ แต่เทียนจับไว้ก่อน แล้วบอกว่า

    "ดูแข็งแรงแล้วนี่"

    “ต้องขอบคุณท่านหมอเทียนมาก ที่มอบชีวิตให้ผมในครั้งนี้ “ นักโทษเปียงพูดด้วยความสำนึกในบุญคุณ

    " ไม่ต้องหรอกคนที่คุณควรขอบคุณคืออาห่าว ถ้าเขาไม่แจ้งข่าวแบบนั้น ผมก็ไม่รู้ และคงมาไม่ทันแล้ว” ฟังคำพูดเทียนจบน้ำตานักโทษเปียงก็ไหล

    “เอาล่ะ ผมจะถามคุณบอกมาตามตรงใครทำคุณขนาดนี้ นี่ไม่ใช่ตีต่อยกันธรรมดา คนตีนี่มืออาชีพมาก เขาทำเช่นนี้เจตนาทรมานคุณให้ตายอย่างช้าช้า โหดเหี้ยมจริงจริง” ฟังคำหมอเทียนจบ เปียงค่อยพูดกับเทียนว่า

    " เมื่อก่อนผมกับอาห่าวอยู่แก๊ง หมาบ้า หลังจากหมอเทียนตีเจ้าแมค พิการไปแล้ว แก็งหมาบ้าก็ล่มสลายแยกย้ายกันไปตามแก็ง ต่าง ๆ ตอนนี้ผมอยู่ แก็งมังกร เป็นคู่แค้น กับแก๊งเสือดำ เมื่อ เดือนก่อนผมได้รับคำยืนยันจากเพื่อนคนหนึ่งที่เคยอยู่ที่แก๊งหมาบ้ามาด้วยกัน ว่า แก๊งเสือดำกำลังร่วมมือกับ แก็งนักฆ่าจากนานาชาติ กำลังซ่องสุมกำลังทำงานใหญ่ อาจเป็นได้ว่าจะวางแผนลอบสังหารผู้นำแก๊ง อีก 3 แก๊ง แล้วยึดมาเป็น ของตนเองทั้งหมด โดยผู้มีอำนาจจากรัฐบาลกลาง หนุนหลัง และยังจะวางแผนลอบสังหารผู้นำบางคน ในครั้งนี้พร้อมกันด้วย" เทียนฟังจบก็ตื่นเต้น

    “แล้วรู้ไหมว่าพวกมันจะเริ่มกันเมื่อไร” เทียนถามต่อทันที

    "พอดีผมกำลังจะได้ข่าวจากเพื่อนคนนี้ แต่ก็โดนจับติดคุกเสียก่อน พวกมันจับผม ถามว่ารู้อะไรบ้าง แล้วค่อยตีทำร้ายข้อต่อกระดูก จนหมด ผมก็ยังยืนยันว่ายังไม่รู้อะไรจริงจริง ผมสงสัยว่าเพื่อนผมอาจถูกเก็บไปแล้ว“ เทียนคิดว่าต้องมีการเตรียมกันมานานแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะลงมือกันตอนไหน และ กับใครเท่านั้น

    เทียนให้ นักโทษเปียงพักผ่อน ส่วนตัวเขารีบเดินเข้าไปในเรือนจำ เพื่อไปเป็นสักขีพยาน พอเข้าไป ข้างในห้อง ก็เห็นท่านผู้นำมากมาย และท่านฑูตต่างประเทศอีกหลายประเทศนั่งกันเต็มไปหมด จนเห็นท่านอธิบดีกรมตำรวจ

    กับผอ.หน่วยลับกวักมือให้ไปนั่งข้างๆ เทียนรีบเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้ทั้งสองฟังทันที และต่างก็ตกใจ

    “ดูท่านอินทรีย์ เงียบไปนะ” ท่านอธิบดีถาม

    "นักโทษประหารทั้ง 10 คนนี้ คือนักฆ่า ที่นานาชาติตามตัว แต่ทำไมมาโดนจับได้ที่ ซันชายของเราที่เดียวหมดเลยล่ะ" เทียนสงสัย พอได้ยินคำพูดนี้ ท่านอธิบดี และ ท่านอินทรีย์ หยิบมือถือ โทรร้องขอกำลังเพิ่มทันที แต่ว่า

    เปรี้ยง ! บึม บึม บึม เปรี้ยง หวีด บึ้ม ! เสียงอาวุธนานาชนิด ดังเข้ามาในเรือนจำ ดังสนั่นหวั่นไหวมีทหารคุ้มกัน วิ่งเข้ามารายงาน

    “ มีทหารไม่ทราบสัญชาติประมาณ 300 คน ล้อมเรือนจำทางเข้าไว้แล้ว พยายามจะเข้ามาแต่ตอนนี้พวกเรา 100 คน ยิงสกัดไว้อยู่ครับท่าน แต่ฝ่ายตรงข้ามล้วนมีอาวุธหนัก คาดว่าพวกเราคงต้านได้ไม่เกิน 15 นาที พวกมันคงบุกเข้ามาได้ “

    “ผมส่งสัญญาน sos ไปที่หน่วยป้องกันแล้ว ไม่เกิน 15 นาทีก็คงมาถึง ไปสกัดไว้ก่อน” ท่านอธิบดีกรมตำรวจสั่งการ

    ท่านผบ. เรือนจำรีบเดินเข้ามา แล้วบอกให้ทุกคนตามเขาไปหลบที่ห้องหลบภัย ทันที ทั้งคณะทูต ผู้สื่อข่าว และเจ้าหน้าระดับสูง เกือบร้อยคน รวมทั้งหมอเทียนต่างก็เข้ามาในห้องหลบภัยทั้งหมด

    “ทุกคนไม่ต้องห่วง ห้องนี้ได้สร้างขึ้นด้วยเหล็กกล้าหนา 20 นิ้ว 2 ชั้น ยากที่จะมีอาวุธ ยิง หรือ ระเบิด ทำลาย เข้ามาได้ ที่นี่มีอุปกรณ์สื่อสาร และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สำหรับบรรจุ คน ได้ ถึง 150 คน ทุกคนสบายใจได้ “ ผบ.เรือนจำพูดอย่างมั่นใจว่าปลอดภัย

    ทุกคนต่างก็จ้องไปที่กล้องวงจรปิด เห็นนักโทษทั้ง 10 คนต่างก็แย่งอาวุธ และดำเนินการจู่โจม กองกำลังฝ่ายรัฐ โจมตีจากด้านใน ร่วมประสานจากกองกำลังจากด้านนอก ไม่ถึง 10 นาที ฝ่ายก่อการร้ายก็ควบคุมเรือนจำได้ทั้งหมด

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน