“แม่ครับผมไปตกปลาได้เยอะแยะเลย เย็นนี้เรากินเมนูปลากันอีกนะครับ”เ้าของร่างเด็กน้อยพูดขึ้นพลางถือถังปลาไปให้แม่ของเขาดู
“เสียใจด้วย วันแม่ของเอ็งจัดการไก่ไว้แล้วฮ่าๆๆ” พ่อเทียนนั่งดูทีวีอยู่อีกฝั่งก็พลันะโมาซะแรง
“เอาไปขังไว้เถอะลูก เดี๋ยวเราค่อยทำกินพรุ่งนี้ก็ได้จ้ะ” แม่มองดูปลาแล้วก็ยิ้ม เธอคงดีใจมากเพราะไม่ใช่ทุกครอบครัวหรอกที่มีอาหารกินดีๆ เหมือนพวกเขา บางครอบครัวในหมู่บ้านไม่มีแม้กระทั่งเนื้อกินในบางวัน...
“ครับ”เอกตอบตกลงอย่างว่าง่าย เพราะการต่อสู้ที่แท้จริงมันพึ่งเริ่มต่างหาก
“พ่อ โกนหนวดแล้วดูหล่อขึ้นเหมือนกันนะเนี่ย!” เอกเดินตรงมาที่พ่อของเขาพลางพูดขึ้นพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงอย่างกวนๆ
“ตาถึงนี่..”
“แต่ก็ไม่หล่อเท่าผมหรอกฮ่าๆๆ”
“คิกๆๆๆ”x2
แม่กับพี่น้ำที่มองดูการต่อสู้ของลูกผู้ชายอยู่ตรงหน้าต่างพากันกลั้นขำ ทั้งสองคนถ้าไม่ได้เถียงกัน ดูท่าจะนอนไม่หลับอย่างแน่นอน
“หน็อย..เอางี้มาเล่นหมากฮอสกัน แข่งกันไปเลยว่าใครจะชนะ” แน่นอนว่าพ่อไม่ยอมแพ้เสมอไปหรอก แกเป็เ้าคิดเ้าแค้นจะตาย
และนี่เป็แผนที่แกตั้งใจจะแก้แค้นในแบบทั่วไปที่แกพอคิดได้
“ไม่เอาด้วยหรอก กินข้าวกันดีกว่า”
แต่ทว่าแผนนั้นล้มเหลวไม่เป็ท่า เพราะว่าเอกอ่านออกก่อน ทำเอาเทียนหน้าหงอยไปเลย
ในเวลาต่อมาทุกคนก็แสดงความสุขผ่านทางสีหน้า เพราะว่าอาหารที่แม่ทำนั้นอร่อยเหาะราวกับทำให้บินได้
โดยเฉพาะเอกที่แสดงสีหน้าที่มีความสุขมากกว่าคนอื่น เพราะไม่ได้ลิ้มรสฝีมือการทำอาหารของแม่มานาน เขาคิดถึงรสชาติที่คุ้นเคยนี้จริงๆ
หลังจากทานอาหารเสร็จเอกก็ถามขึ้น
“แม่ครับ เกี่ยวข้าวนี่อีกกี่วันถึงจะเสร็จเหรอครับ”
“เก็บเกี่ยวข้าวน่ะเสร็จแล้ว เหลือก็แค่มัดแล้วก็สี น่าจะอีกประมาณสามถึงสี่วัน”
“แม่คิดว่าปีนี้เราจะได้ข้าวกี่กระสอบครับ จะมากกว่าปีที่แล้วหรือเปล่า”
“น่าจะได้มากกว่าปีที่แล้วแหละ เพราะปีนี้น้ำเยอะกว่าปีที่แล้ว..”
ถือว่านั่นเป็ข่าวดี ครอบครัวเราจะมีรายได้มากกว่าปีที่แล้ว! ส่งผลให้ปีนี้จะมีอาหารการกินที่ดีกว่าเดิม!
การสนทนาของครอบครัวเรียบง่ายและลึกซึ้งเสมอ หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้าย เอกกับพี่น้ำมีหน้าที่ล้างจานส่วนพ่อและแม่มีหน้าที่เก็บกวาด
“พี่น้ำ! ่หลังมานี้มีใครมาเกาะแกะพี่หรือเปล่า?” เอกถามพี่สาวอย่างห้าวหาญขณะที่กำลังล้างจาน
“ก็เอ็งเล่นไปต่อยเขาแบบนั้นใครเขาจะกล้ามาแกล้งพี่หะ!” พี่น้ำตอบเสียงสูงสมวัย
“งั้นก็แล้วไป ถ้ามีใครมาวุ่นวายกับพี่บอกผมมาได้เลยนะ! ผมจะไปจัดการมันให้! จะให้มันรู้ซึ้งว่าหมัดลูกผู้ชายมีรสชาติเป็อย่างไร”
“ต่อจากนี้คงไม่มีใครกล้าแล้วแหละ ขนาดไอตั้มลูกยายแหม่มอายุมากกว่าตั้งสองปีเอ็งก็ชนะมันได้”
“ฮี่ๆ แน่นอน ขอบคุณที่ชม”
“ไม่ได้ชมโว้ย!”
“เสร็จแล้วผมไปนอนก่อนละ”
“ช่วยกันเก็บก่อน...ไอ้น้องคนนี้นี่..”
พูดไม่ทันไรเอกก็วิ่งไปเสียแล้ว น้ำคว้าแขนเขาไว้ไม่ทัน
...
ยามค่ำคืนภายในห้องนอนของพ่อและแม่..
“แม่จ๋า ลูกชายเราดูเปลี่ยนไปนะแม่จ๋าได้สังเกตไหม”พอเทียนอยู่กับแม่กุสองต่อสองก็พูดออเซาะอย่างกับลูกเจี๊ยบได้อ้อนแม่ไก่
“อืมม์ ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่เขาโตขึ้น ถึงจะชอบต่อยตี แต่ที่เขาทำไปก็เพื่อปกป้องพี่สาว อีกอย่างเื่ปลูกอ้อยที่ลูกพูดขึ้นมันก็น่าคิดนะ” แม่กุลยกมือเรียวจับคางเพื่อครุ่นคิด
“แม่จ๋าคิดว่าอย่างไร”
‘เื่พวกนี้คิดไปก็ปวดหัวแม่จ๋าว่ายังไงเราก็เอาตามนั้นแหละ’เทียนคิดในใจ
“ความคิดของฉัน...”
..
ขณะเดียวกันที่ห้องของเอก ตอนนี้เขามองดวงจันทร์ผ่านทางหน้าต่าง ใบหน้าอ่อนเยาว์ของขอเขาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
บางครั้งครุ่นคิด บางครั้งก็ยิ้มแย้ม ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่...การแสดงออกราวกับคนเสียสติ หลังเสพยาเสพติดอย่างหนัก
เช้าตรู่วันถัดมาอากาศถือว่าเย็นเล็กน้อยเพราะเริ่มจะเข้าฤดูหนาว
เวลานี้เอกได้ตื่นขึ้นแล้วก็ออกไปวิ่งออกกำลังกาย...
ซึ่งเหตุการณ์นี้เองทำเอาพ่อกับแม่นี่ถึงกับยืนงงเป็ไก่ตาแตก เพราะว่าลูกของพวกเขาเป็คนขี้เซามาก อากาศเย็นๆ แบบนี้ปกติจะนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม
แต่นี่กลับ..ออกไปวิ่ง บ้าไปแล้ว!!
อย่างไรก็ตามตอนนี้เอกให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของเขาก่อน ถึงรูปร่างของเขาจะตัวโตกว่าคนอายุเท่าๆ กัน แต่นั่นเป็เพราะกรรมพันธุ์ ไม่มีกล้ามเนื้อเลย
ดังนั้นเขาจึงออกกำลังกายเพื่อดูแลร่างกายตัวเองให้ดูดี ตอนโตขึ้นเขาจะมีความมั่นใจติดตัว
แต่ทว่า..มันช่างเหนื่อยสุดๆ เลยโว้ย!!
เพื่อร่างกายที่ดูดีดั่งใจหวัง เอกต้องกล้ำกลืนฝืนทนความเหนื่อยล้าเอาไว้
เขาวิ่งจนพระอาทิตย์ขึ้นแล้วค่อยกลับบ้าน ระยะทางที่เขาวิ่งไปกี่กิโลเมตร อันนี้เขาก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเขากำลังจะหมดแรงข้าวต้มแล้ว...
หลังจากนั้นเอกก็อาบน้ำอาบท่าเพื่อขจัดเหงื่อและให้ร่างกายสดชื่น แล้วก็เข้าห้องมานอนซมอยู่บนที่นอนอีกเป็ชั่วโมง
ตอนนี้ในบ้านเงียบเหงามากเพราะทุกคนออกไปที่นากันหมด รวมถึงวัวทั้งสี่ตัวนั่นด้วย เหลือเอกแค่คนเดียวที่อยู่ภายในบ้าน
บางทีพ่อแม่อาจมองว่าเขาเป็เด็กช่วยอะไรไม่ได้มาก เลยไม่เรียกเขาไปช่วยอีกแรง ยิ่งกว่านั้นที่นาก็ใกล้เสร็จแล้วด้วย พวกท่านจึงมองว่าเขาไม่จำเป็เท่าไร
ค่ำคืนที่ผ่านมาเอกคิดแผนเส้นทางคนรวย เอ๊ย!ไม่ใช่!! เส้นทางชีวิตที่ดีไว้เสร็จแล้ว ดังนั้นวันนี้เป็วันที่เขาจะเริ่มก้าวแรกของแผน...
กิจการแรกของเขาคือการเลี่ยงจิ้งหรีดไว้ขายนั่นเอง! เอาล่ะเริ่มเลยดีกว่า...
การเลี้ยวจิ้งหรีดเป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากที่เขามีเงินเป็ของตัวเอง แล้วค่อยเริ่มแผนการขั้นถัดไป
ทำไมเขาถึงเลือกเลี้ยงจิ้งหรีดนะเหรอ? เป็เพราะการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นมันง่ายมากไงล่ะ ใครๆ ก็สามารถทำได้ เพราะไม่ต้องใช้ต้นทุนอะไรมากมาย แถมยังขายได้ราคาแพงอีกต่างหาก
เพื่อการนั้นเอกต้องเตรียมสถานที่ ที่เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด
หลังจากที่เขาพักให้หายเหนื่อยแล้วเขาก็ออกสำรวจบ้านต่อ
ผ่านไปสิบนาทีเอกก็สำรวจบ้านเสร็จ ซึ่งที่บ้านของเขามีโอ่งขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้อยู่ สิ่งนั้นน่าจะใช้ในการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดได้ เหลือก็แค่ที่อยู่อาศัยและอาหารของจิ้งหรีดเท่านั้นเอง..
เอ๊ยลืมไป ตอนนี้เราไม่มีจิ้งหรีดสักตัวเลยนี่หว่า!!