หลังจากที่หลี่ซูเม่ยกับหยวนจางกลับมาถึงโรงเตี๊ยม เถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมได้มาเจรจากับทั้งสองว่า
"ท่านแขกผู้มีเกียรติทั้งสอง พอดีว่าทางโรงเตี๊ยมของเรามีแขกผู้สูงศักดิ์จากต่างแคว้นมาจะขอเข้าพักในห้องพิเศษ และตอนนี้ห้องพิเศษของพวกเราเต็มแล้ว ดังนั้นไม่ทราบว่าท่านทั้งสองสะดวกที่จะอยู่ห้องเดียวกันได้หรือไม่ ทางเราจะไม่คิดค่าห้องของพวกท่านถือเป็นการขออภัย ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองคิดเช่นไรขอรับ"
"ข้าไม่มีปัญหาอะไร แล้วเจ้าละเม่ยเอ๋อร์ เจ้าว่าอย่างไร"
"อืม... ก็ได้"
"ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้ เถ้าแก่พวกเราขอห้องริมสุดแล้วกัน ส่วนอีกห้องที่อยู่ติดกัน ท่านก็ให้แขกผู้นั้นของท่านเถอะ"
"ได้ๆ ขอบคุณท่านทั้งสองมาก ข้าไม่รบกวนพวกท่านแล้ว"
หลังจากเข้ามาในห้องพัก
"หยวนจาง ท่านจะนอนตรงไหน บนเตียง บนตั่ง หรือบนพื้น"
"เจ้านอนตรงไหนข้าก็นอนตรงนั้นนั่นแหละ"
"ไม่ได้นะ วันนี้ศิษย์พี่รองจะมาหาพวกเรา ถ้านางเห็นว่าพวกเรานอนด้วยกัน นางจะต้องตกหนิข้าแน่ๆ "
"แต่พวกเราหมั้นกันแล้วนะ และอีกอย่างข้าเห็นว่าเม่ยเอ๋อร์นั้นหลับสนิททุกครั้งที่ข้าโอบกอดเจ้าไว้ หรือว่าไม่จริง" หยวนจางพูดยิ้มๆ
"ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริง แต่นั่นไม่มีคนอื่นนอกจากเราสองคน ส่วนวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้นนี่นา"
"จะแบบไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ ศิษย์พี่รองของเจ้าต้องเข้าใจพวกเราเป็นแน่ เอาละเรื่องนี้ไว้ค่อยว่ากัน ตอนนี้ก็เย็นแล้ว เจ้าอยากกินอะไร สั่งมาเถอะ"
"ก็ได้ อืม...ข้าขอลองเมนูขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ทั้งหมดแล้วกัน ไหนๆ พวกเราก็ได้พักโดยไม่ต้องเสียเงิน พวกเราต้องใช้ให้คุ้ม อิอิ"
"ได้ เดี๋ยวข้าไปบอกเสี่ยวเอ้อร์ให้"
หลังจากที่ทั้งสองรับประทานอาหารมื้อเย็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสองจึงมานั่งพูดคุยกันรอเวลาที่ลู่อันเฉินจะมา
หยวนจางเดินไปนั่งลงบนเตียงก่อนจะเรียกหลี่ซูเม่ยให้ตามไแ "เม่ยเอ๋อร์ มานี่มา"
"อืม"
หลี่ซูเม่ยเดินไปนั่งอยู่ข้างๆ หยวนจางก่อนจะกล่าวว่า
"นี่หยวนจาง ท่านคิดว่าดินแดนเสียงสวรรค์จะเหมือนดินแดนต้าชิงของเราหรือไม่"
"ข้าคิดว่าต้องแตกต่างกันเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นคงมีผู้คนจากดินแดนเสียงสวรรค์เข้ามายังดินแดนของเราอย่างเปิดเผย มิใช่เข้ามาแบบลับๆ เช่นนี้ และอีกอย่าง จากที่พวกเราเห็นสภาพบ้านเมืองในดินแดนเสียงสวรรค์จากแผนที่ ดินแดนนั้นดูเจริญกว่าดินแดนของเรามากนัก"
"นั่นก็จริง พวกนั้นคงต้องการทรัพยากรจากดินแดนของพวกเราเป็นแน่ ข้าหวังว่าพวกเราจะโชคดี และได้อยู่อย่างสงบสุขดังเช่นตอนนี้"
หยวนจางย้ายไปนั่งพิงเสาเตียง ก่อนที่จะดึงหลี่ซูเม่ยเข้าไปในอ้อมกอด "เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก มีข้าอยู่ทั้งคน แล้วก็ยังมีศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่สี่ และพวกหน่วยมดของเจ้าอีก"
หลี่ซูเม่ยกอดตอบหยวนจาง แล้วจึงเงยหน้าขึ้นไปมองหยวนจาง "ข้ากลัวนี่นา ตอนนี่ข้ามีความสุขมาก มากจนทำให้ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าทุกข์นั้นเป็นเช่นไร"
หยวนจางลูบศีรษะของหลี่ซูเม่ยอย่างเบามือ "เจ้านอนพักก่อนเถอะ อย่าคิดให้เหนื่อยใจเลย เดี๋ยวถ้าศิษย์น้องรองมาเมื่อไหร่ ข้าจะปลุกเจ้า"
"อืม ขอบคุณท่านมาก"
"ระหว่างเรามีอะไรต้องขอบคุณกัน" หยวนจางก้มลงไปจุมพิตบนศรีษะของหลี่ซูเม่ย พร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ก่อนที่จะปิดตาลง
กลางดึกเสียงเคาะประตูห้องของหลี่ซูเม่ยได้ดังขึ้น
'ก็อก ก็อก ก็อก'
"เม่ยเอ๋อร์ เจ้าตื่นเถอะ" หยวนจางกระซิบบอกหลี่ซูเม่ยที่หลับอยู่ในอ้อมกอดของตน
"อือ ศิษย์พี่รองมาแล้วหรือ" หลี่ซูเม่ยถามกลับพร้อมบิดขี้เกียจ
"น่าจะใช่ เจ้าลองไปถามดูเถิด"
"อืม"
หลี่ซูเม่ยรีบเดินไปที่ประตูโดยทันที ก่อนจะพูดออกไปว่า
"จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง"
คนที่อยู่อีกฝั่งของประตูก็กล่าวกลับมาว่า
"ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า"
หลี่ซูเม่ยได้ยินดังนั้นจึงรีบเปิดประตูในทันที เพราะนี่คือสิ่งที่ทั้งสามได้ตกลงกันไว้ว่าเมื่อมาถึงให้เคาะประตู 3 ครั้งก่อนที่จะเอ่ยบทกลอนที่หลี่ซูเม่ยบอก
"ศิษย์พี่รอง ในที่สุดท่านก็มาแล้ว ข้ากังวลอยู่ตั้งนานว่าท่านจะออกมาจากวังอ๋องสามได้หรือไม่"
"เจ้าก็ เจ้าก็รู้ว่าระดับพลังของข้าในตอนนี้คือสีทอง อีกทั้งข้ายังคงฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นจะมีซักกี่คนกันที่สามารถสู้ข้าได้"
"จริงสินะ อิอิ ศิษย์พี่รองท่านเข้ามาในห้องข้าก่อนเถอะ"
เมื่อลู่อันเฉินเดินเข้ามาให้ห้องก็พบกับหยวนจางนั่งอยู่ที่โต๊ะรับแขกกลางห้อง
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านอยู่ห้องเดียวกับศิษย์น้องเล็กหรือ"
"ใช่..."
"เหตุใดท่านถึงไม่ให้เกียรติศิษย์น้องเล็กถึงเพียงนี้ ศิษย์น้องเล็กพวกเราไปเปิดห้องใหม่กันเถอะ ห้องนี้ก็ให้ศิษย์พี่ใหญ่อยู่คนเดียวไป"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะศิษย์พี่รอง ท่านเข้าใจผิดแล้ว ที่จริงแล้ว...."
หลี่ซูเม่ยได้ทำการเล่าถึงเหตุผลที่ทำให้หยวนจางกับนาง จำต้องมาอยู่ห้องเดียวกันเช่นนี้ให้ลู่อันเฉินฟัง หลังจากที่ได้ฟัง ลู่อันเฉินจึงกล่าวว่า
"ขออภัยศิษย์พี่ใหญ่ที่เข้าใจท่านผิด ระยะนี้ข้าคงจะเป็นเช่นนี้บ่อยๆ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ หวังว่าพวกเจ้าจะไม่เก็บไปใส่ใจนะ"
"ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสาอะไร"
"ใช่แล้วศิษย์พี่รอง ข้าก็ไม่เช่นกัน พวกเราคงทำให้ท่านคิดถึงพี่เขยใช่หรือไม่ อิอิ"
"เจ้าอย่าไปพูดถึงเขาเลย วันนี้ก็ดึกแล้ว พวกเราเข้านอนกันเถอะ"
"ก็ได้ๆ งั้นข้าจะนอนบนเตียงกับศิษย์พี่รอง ส่วนท่านนอนที่ตั่งได้หรือไม่"
"ได้" หยวนจางปฏิเสธไม่ได้ จึงทำได้เพียงแค่คิดในใจว่า 'ข้าจะเก็บไว้คิดบัญชีกับเจ้าคราเดียวเลยแล้วกัน เจ้าเด็กแสบ หึ' หลี่ซูเม่ยยังคงยิ้มอย่างมีความสุขโดยที่ไม่รู้เลยว่าตนถูกใครบ้างคนคิดเอาคืนเสียแล้ว
เช้าวันต่อมา ทั้งสามออกเดินทางไปยังท่าเรือที่ชายแดนแคว้นไป๋หู่ การเดินทางในครั้งนี้ยังคงใช้รถม้าและอาชาวายุของหยวนจาง ซึ่งทำให้ทั้งสามเดินทางไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงท่าเรือ สิ่งแรกที่ทั้งสามเห็นคือชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ที่มีสีผมสีขาวเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นยืนอยู่ที่ท่าเรือ ข้างกายชายหนุ่มยังมีหญิงสาวที่ทั้งสามคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดียืนอยู่ หลี่ซูเม่ยเห็นดังนั้นจึงตะโกนเรียกหญิงสาวคนนั้น
"ศิษย์พี่สี่"
"ศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่ฟใหญ่ ในที่สุดพวกเจ้าก็มาถึงเสียที เอ๊ะ นั่นศิษย์พี่รองนี่ ท่านก็มาด้วยอีกคนสินะ"
"ที่บอกว่ามาด้วยอีกคน อย่าบอกนะว่าศิษย์น้องสามก็มาด้วย" ลู่อันเฉินถามชิงหลงเยว่เลอด้วยความตื่นเต้น
"ใช่แล้วละ นางมากับสามีของนางนะ ตอนนี้ทั้งสองคนรออยู่บนเรือเรียบร้อยแล้ว และยังมีพวกกลุ่มมดอีกสองคนที่อยู่บนเรือเช่นเดียวกัน พวกเราเองก็ขึ้นเรือกันเถอะ"
ณ ห้องโถงภายในเรือ
"ศิษย์พี่สาม พี่เขยสาม พวกเราเพิ่งพบกันเมื่อสองวันที่แล้ว ไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกครั้งเร็วขนาดนี้ ท่านอาจารย์พูดไว้ไม่ผิดจริงๆ ทั้งศิษย์พี่รอง ทั้งศิษย์พี่สามล้วนมากันหมด" หลี่ซูเม่ยกล่าว
จางจิวซือได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยว่า "ศิษย์น้องเล็ก เจ้าก็น่าจะรู้ว่าพวกเราศิษย์อาจารย์ทุกคนล้วนชื่นชอบการผจญภัย ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่ท้าทายที่สุดนับตั้งแต่ที่ข้าเริ่มรับภารกิจมาทำ มีข้าไปด้วยพวกเจ้าก็วางใจเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้ เพราะข้าจะไปช่วยพวกเจ้าเรื่องการค้าเอง"
"ใช่แล้วศิษย์น้องสามพูดถูก ตัวข้าเองก็จะไปช่วยพวกเจ้าเรื่องการฝึกกองกำลัง การวางแผนเอง" อันลู่เฉินกล่าวสมทบ
"ใช่แล้ว ทางพวกเราก็จะช่วยเรื่องการวางสายข่าว สืบความเอง น้องเล็กไว้ใจพี่ชายพี่สาวทั้งสองได้เลย" คำเรียกขานที่คุ้นเคยทำให้หลี่ซูเม่ยต้องหันหน้ามองไปยังต้นเสียง
"พี่รอง พี่สี่ ข้าคิดถึงพวกท่านมากๆ เลย ข้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นพวกท่านที่มา"
"พวกเราก็คิดถึงเจ้าเช่นกันน้องเล็ก ที่ข้ามาก็เพราะไป๋อัน พอนางได้ข่าวว่าเจ้าจะไปดินแดนอื่น นางก็รีบไปขอร้องอาจารย์ของเจ้า ให้อาจารย์ของเจ้าส่งนางไปเป็นตัวแทนกลุ่มมด ข้าเองก็เป็นห่วงควา" สือปากล่าวกับหลี่ซูเม่ย
"เอาละตอนนี้ทุกคนก็มากันครบแล้ว ข้าขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักอันอู๋เหิน เขาเป็นประมุขพรรคมาร เขาจะร่วมเดินทางไปกับพวกเราด้วย ข้าเห็นในนิมิตว่าเขาจะมีส่วนช่วยอย่างมากกับพวกเรา อีกทั้งเขายังเป็นฝ่ายมาขอร่วมเดินทางไปกับพวกเราพอดี"
-------------------------------------------------
* ช่วงหลังจากนี้ไรท์วางแผนไว้ว่าจะทำการรีไรท์นิยายบางส่วน ไรท์จะทำการแก้ไขเรื่องการใช้คำ ความกระชับของเนื้อเรื่อง โดยที่โครงเรื่องยังคงเป็นแบบเดิม เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ารีดเห็นการแจ้งเตือน แล้วคำขึ้นต้นของตอนเขียนว่า REWRITE ก็ขอให้รีดทุกคนเข้าใจว่าตอนนั้นเป็นตอนที่ไรท์ทำการแก้ไข+ตรวจทานเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ
** ขอบคุณทุกความคิดเห็นและกำลังใจนะค่ะ ยังไงก็ฝากให้กำลังใจและติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️