บทที่ 23 ยามเด็กดื้อว่านอนสอนง่ายช่างน่ารักนัก
ตอนบ่าย ถังซูอี๋ไม่มีกิจธุระใด นางจึงได้พักผ่อยคุยเล่นกับชุ่ยจู้และชุ่ยอวิ๋นอยู่ครึ่งวัน จนกระทั่งเด็กดื้อทั้งสามคนส่งตี้จื่อกุยที่ถูกลงให้โทษคัดลอกมา
ถังซูอี๋นั่งอยู่บนตั่งไหม นางหยิบของเซียวอวี้จูมาดูก่อน เห็นได้ชัดว่าในตี้จื่อกุยทั้งห้ารอบมีลายมือด้วยกันสามแบบ ทว่าถังซูอี้ไม่ได้ดุ ได้แต่มองเซียวอวี้จูแล้วกล่าวขึ้น “ข้ายังยืนยันคำพูดเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็เื่ที่ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พี่ชายทั้งสองของเ้าเป็ห่วงและรักเ้า เ้าก็ต้องดีต่อพวกเขาด้วย เข้าใจหรือไม่?”
เซียวอวี้จูพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย “ลูกเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
ถังซูอี๋ส่งเสียงตอบรับในลำคอ แล้ววางตี้จื่อกุยที่เซียวอวี้จูเขียนไว้ข้าง ๆ ก่อนหยิบของเซียวอวี้ิมาดู มีคนกล่าวไว้ว่าลายมือคือตัวแทนของคน เห็นทีจะเป็ดั่งคำกล่าว เซียวอวี้ิเป็คนใจร้อน ลายมือของเขาก็เลยดูร่าเริงไม่ค่อยจริงจัง
ทว่าด้วยนิสัยที่ไม่อยู่นิ่งของเซียวอวี้ิ การที่เขาสามารถคัดลอกตี้จื่อกุยได้ครบห้ารอบอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ดังนั้นถังซูอี๋จึงไม่ได้ตำหนิว่าลายมือเขาไม่ดี “ลายมือของอวี้
ิดีขึ้นมาก ต้องพยายามต่อไปนะ”
แม้ถังซูอี๋ไม่เคยเลี้ยงลูก ทว่านางเคยดูแลลูกน้อง นางรู้ดีว่าการวิจารณ์อย่างเดียวจะทำให้ลูกน้องขาดความมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ การสั่งสอนเด็กก็คงไม่ต่างกัน
ั้แ่เด็กจนโตเซียวอวี้ิไม่เคยได้รับคำชมเลย จู่ ๆ ถังซูอี๋ก็เอ่ยปากชม ทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชิน จึงยกมือขึ้นเกาหัวด้วยท่าทีเก้อเขิน ถังซูอี๋เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มจนตาหยี
หลังจากวางของเซียวอวี้ิลง ถังซูอี๋ก็หยิบตี้จื่อกุยที่เซียวอวี้เฉินคัดลอกขึ้นมา ลายมือแข็งแรงทรงพลัง ลื่นไหลราวสายน้ำ สวยงามนัก เห็นได้ชัดว่าฝึกฝนมาดี
ถังซูอี๋เปิดดูทีละแผ่นด้วยความตั้งใจ “ดีมาก ในฐานะบุตรชายคนโต เ้าควรเป็แบบอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ ให้พวกเขาเอาเ้าเป็แบบอย่าง ขณะเดียวกันก็ต้องรักและสั่งสอนน้อง ๆ ด้วย คราวนี้เ้าทำได้ดีมาก”
เซียวอวี้เฉินยืดตัวตรง ก่อนจะกล่าวกับมารดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ลูกเข้าใจแล้ว ต่อแต่นี้ไปลูกจะเป็แบบอย่างที่ดีให้น้องชายน้องสาวให้จงได้”
ท่าทางที่เขาทำเป็ผู้ใหญ่แบบนี้ ทำให้ถังซูอี๋อดหัวเราะไม่ได้ นางเรียงตี้จื่อกุยทั้งสามชุดซ้อนกัน แล้วมองพวกเขา “ท่องสิ สิบรอบ”
สามพี่น้องรู้สึกอึดอัด แม้พวกเขาจะเคยถูกอาจารย์ลงโทษให้เขียนตัวอักษรใหญ่ ทว่าไม่เคยถูกลงโทษให้ท่องหนังสือ เซียวอวี้เฉิน กระแอมเบา ๆ ก่อนจะถามขึ้นอย่างเก้อเขิน “ท่องตรงนี้เลยหรือขอรับ?”
ถังซูอี๋พยักหน้า “ใช่ ตรงนี้แหละ พวกเ้าสามคนท่องพร้อมกัน เริ่มได้”
สามพี่น้องมองหน้ากันชั่วครู่ รู้สึกอึดอัดนัก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเช่นไรดี ทว่าถังซูอี๋กลับรู้สึกสนุกขึ้นมา จึงเริ่มเอ่ยขึ้น “ตี้จื่อกุย คำสอนของนักปราชญ์ เริ่มด้วยความกตัญญูและเคารพ เตรียมพร้อม… เริ่ม…”
สามพี่น้องชะงักไปอีกครั้ง จากนั้นเซียวอวี้เฉินก็เริ่มท่องก่อน เซียวอวี้ิและเซียวอวี้จูก็รีบท่องตามให้ทัน
“ข้าเข้าใจแล้ว” สามพี่น้องยืนตรงเหมือนไม้เสียบ พร้อมท่องตี้จื่อ กุยเป็เสียงเดียวกัน ไม่นานก็เริ่มส่ายหัว แม้แต่ทิศทางการส่ายก็ยังเหมือนกัน ถังซูอี๋มองแล้วอยากหัวเราะ เดิมทีนางพยายามกลั้นขำไว้ ทว่าภายหลังนั้นกลั้นไม่ไหวจริง ๆ จึงต้องลุกขึ้นโบกมือให้พวกเขาท่องต่อ ส่วนตัวนางเข้าไปหัวเราะในห้องชั้นใน
ยามเด็กดื้อว่านอนสอนง่ายช่างน่ารักนัก
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม สามพี่น้องท่องตี้จื่อกุยจบสิบรอบ ต่างก็ปากคอแห้งไปตาม ๆ กัน ชุ่ยจู้และชุ้ยอวิ๋นเตรียมน้ำชาไว้ให้พวกเขาแล้ว ยามนี้สามพี่น้องไม่คำนึงถึงมารยาทใด ๆ ยกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ถังซูอี๋ยืนมองอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะอีกครั้ง
รอจนสามพี่น้องดื่มน้ำชาหมด ถังซูอี๋มองพวกเขาแล้วกล่าว
“ความปรารถนาของข้าไม่ใช่การลงโทษพวกเ้า แต่อยากให้พวกเ้ารู้ว่าเป็พี่น้องต้องรักใคร่กลมเกลียว ไม่ว่าดีร้ายต้องร่วมกันเผชิญ”
“ลูกเข้าใจแล้วขอรับ/เ้าค่ะ” สามพี่น้องกล่าวพร้อมกันอีกครั้ง
ถังซูอี๋มองท่าทางว่านอนสอนง่ายของสามพี่น้อง แล้วรู้สึกว่ามีบุตรสามคนก็เป็เื่ที่ดีเช่นกัน
ทั้งสี่คนทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันอย่างสงบสุข หลังทานเสร็จ ถังซูอี๋เรียกเซียวอวี้เฉินเข้าไปคุยด้วยกันในห้องหนังสือ แล้วเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในการเข้าเฝ้าเมื่อเช้านี้ให้ฟัง เซียวอวี้เฉินฟังแล้วหน้าซีดเผือด เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเื่จะร้ายแรงได้ถึงเพียงนี้
“ทุกสิ่งที่ข้ากล่าวกับเ้าที่ศาลบรรพบุรุษเ้าก่อนหน้านี้ ไม่ใช่การขู่ให้กลัวเกินจริง” ถังซูอี๋กล่าวขณะจ้องมองเซียวอวี้เฉิน
“ลูก… ลูกเข้าใจแล้วขอรับ/เ้าค่ะ” เซียวอวี้เฉินใจนมือสั่นอีกครั้ง
ถังซูอี๋วางมือบนไหล่ของเขาแล้วบีบเบา ๆ “ภายภาคหน้าหากเ้าจะกระทำสิ่งใด จำต้องระมัดระวังคำพูดและการกระทำ คิดไว้ก่อนสามก้าวหรือสิบก้าว ในยามที่ท่านพ่อของเ้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านมีอำนาจอยู่ในมือ ควบคุมผู้คนบางกลุ่มได้ แต่ตอนนี้บ้านเรามีเพียงบรรดาศักดิ์โดยไร้ซึ่งอำนาจ เรียกได้ว่ากำลังจะล่มสลายแล้ว
พวกเราพึ่งพาท่านตาของเ้าได้อีกเพียงวันสองวัน ปีสองปี หรือคิดจะพึ่งพาท่านไปตลอดชีวิตหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น อำนาจอยู่ในมือคนผู้ จะวางใจได้เหมือนอยู่ในมือตัวเองได้เช่นไร”
“ท่านแม่…” ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังจนไม่อาจควบคุมได้ แม้อยากจะกล่าวบางสิ่ง ก็กล่าวไม่ได้สักคำ
ถังซูยี่ตบไหล่เขาอีกครั้ง พูดอย่างจริงจังว่า "ตราบใดที่ยังเป็มนุษย์ก็ต้องเคยทำผิดกันทั้งนั้น ประเด็นสำคัญคือเมื่อทำผิดแล้วจะเรียนรู้บทเรียนและแก้ไขได้หรือไม่ อวี้เฉิน เ้าเป็ลูกชายคนโต มีหน้าที่รับผิดชอบให้จวนโหวหย่งหนิงเจริญรุ่งเรืองสืบไป อย่างไรก็ตาม เ้าไม่ต้องรู้สึกกดดันมาก ข้ากับน้องชายน้องสาวของเ้าจะช่วยเ้าพยายามด้วยกัน"
เซียวอวี้เฉินปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะอดทนกลั้นมันไว้อีก สองวันที่ผ่านมา ความรู้สึกผิด ละอายใจ ใกลัว และหมดหนทาง ปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย จนเขาแทบจะปฏิเสธตัวเองไปแล้ว อีกทั้งความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงในฐานะบุตรชายคนโตของจวนโหวที่แบกรับอยู่ ยิ่งทำให้เขารู้สึกราวกับจะหายใจไม่ออก
ชั่วอายุสิบเจ็ดปี เซียวอวี้เฉินไม่เคยผ่าน่เวลาที่ยากลำบากเช่นสองวันนี้มาก่อน บัดนี้มารดาบอกกับเขาว่า นางและน้องชายน้องสาวจะร่วมมือกับเขา ทำให้รู้สึกซาบซึ้ง ร่างกายพลันมีพลังขึ้นมาทันใด
“ท่านแม่ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่” เซียวอวี้เฉินกล่าวอย่างจริงจัง ด้วยใบหน้านองน้ำตา
ถังซูอี๋ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้บุตรชาย พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดีมาก พวกเราจะร่วมมือกัน”
เซียวอวี้เฉินพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
ถังซูอี๋รินชาแล้ววางไว้ข้างมือบุตรชาย ก่อนจะกล่าวขึ้น “วันนี้จวนโหวของเราได้รับหนังสือขอเข้าพบจากตระกูลเหลียง เหลียงเจี้ยนอัน แม่เฒ่าเหลียง และฮูหยินรองเหลียง พวกเขาจะมาเยี่ยมในวันพรุ่งนี้”
“พวกเขา… พวกเขามาด้วยเหตุอันใด?” ความคิดของเซียวอวี้เฉินยังไม่หลุดพ้นจากอารมณ์เมื่อครู่
“เ้าคิดว่าพวกเขามาด้วยเหตุอันใด ลองตรองดูให้ดี ๆ”
เซียวอวี้เฉินถอนหายใจเบา ๆ พยายามสะกดอารมณ์ให้นิ่งสงบ จากนั้นก้มหน้าขมวดคิ้วครุ่นคิด ครู่หนึ่งจึงกล่าวขึ้น “พวกเขามาเพื่อขอสงบศึก”
ถังซูอี๋มองบุตรชายด้วยสายตาชื่นชม “ข้าก็คิดเช่นนั้น พรุ่งนี้เ้าต้อนรับเหลียงเจี้ยนอันที่เรือนหน้า ส่วนข้าจะต้อนรับแม่เฒ่าเหลียงและฮูหยินรองเหลียง เ้ากลับไปไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ว่าพรุ่งนี้ควรรับมือกับเหลียงเจี้ยนอันเช่นไร”
เซียวอวี้เฉินพยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าจะคิดอย่างจริงจัง”
ถังซูอี๋ยิ้มอย่างปลาบปลื้ม “ดี เ้ากลับไปคิดให้ดี”
กล่าวจบ แม่ลูกทั้งสองเดินออกจากห้องหนังสือพร้อมกัน ยามนี้เซียวอวี้ ิไม่อยู่แล้ว ส่วนเซียวอวี้จูกำลังนั่งดูชุ่ยจู้ถักผ้าอยู่ข้าง ๆ เซียวอวี้เฉิน กล่าวลาจากไป
เซียวอวี้จูวิ่งเข้าหามารดาทันทีที่เห็น “ท่านแม่ ข้าอยากนอนกับท่านอีก”
ถังซูอี๋ลูบศีรษะของธิดาตัวน้อย “ย่อมได้”