โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 81 มนุษย์ผู้เปราะบาง

    บทที่ 81 มนุษย์ผู้เปราะบาง

     

     

     

    สามวันเต็มแล้วที่ผมถูกพาตัวมาอยู่คฤหาสน์ของเวอร์โก้ตลอดเวลาที่ผ่านมามันทำตามที่พูดไว้โดยส่งทหารมาซ้อมผมทุกวัน

     

    โดยมีตั้งแต่คนแรกเลเวล 40ไปจนถึงคนที่เลเวลสูงขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่าผลลัพธ์จบลงที่ผมโดนอัดสะบักสะบอมเพื่อเป็นความบันเทิงฆ่าเวลาเท่านั้น

     

    ทว่าสำหรับผมมันไม่ได้สูญเปล่าเพราะผมได้เรียนรู้ทักษะอาวุธพื้นฐาน และพัฒนาการลอบเก็บซ่อนมานาได้อย่างก้าวกระโดด

     

    ผมเริ่มจับทางได้ว่าการซ่อนมานาคือการทำให้ร่างกายเป็นเหมือนฉนวนไฟฟ้าหากกักเก็บพลังงานไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอกได้ ก็ยากที่จะมีใครสังเกตเห็น

     

    ผมทดสอบทฤษฎีนี้ด้วยการควบแน่นกระสุนมานาไว้ในช่องปากพลางกลบกลิ่นอายผลปรากฏว่าทั้งเวอร์โก้ และทหารสนิทอาชีพ นักรบเกราะมนตรา เลเวลเครื่องหมายคำถาม ต่างไม่รู้ตัวเลยสักนิด

     

    ติดอยู่เพียงคนเดียวคือทหารสนิทอีกคนที่มีอาชีพผู้ตรวจการมานา หมอนี่ตรวจพบการกระทำของผมได้ทุกครั้ง และจะคอยเดินมาขวางระหว่างผมกับเจ้านายมันเสมอ

     

    ซึ่งผมรู้ดีว่าตราบใดที่ไอ้คนตาไวนี่ยังอยู่แผนลอบกัดย่อมไม่มีทางสำเร็จ ผมจึงทำได้แค่รอโอกาสที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น

     

    หลังจากผ่านพ้นสามวันแรกผมก็ไม่ถูกเรียกไปที่ลานฝึกอีก พวกมันขังลืมผมไว้ในห้องพักมืดๆ เพียงลำพัง แต่ก็ยังดีที่มีอาหารส่งให้วันละสองมื้อผมจึงไม่อดตาย

     

    ผมใช้เวลาทั้งหมดไปกับการซุ่มฝึกซ่อนและควบคุมมานาเงียบๆจนกระทั่งเข้าสู่วันที่ห้า เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

     

    ผมถูกทหารลากตัวกลับมาที่ลานฝึกอีกครั้ง

     

    คราวนี้เวอร์โก้ไม่ได้นั่งกินมื้อเช้าดูอยู่ข้างสนามแต่เขากำลังถือดาบไม้ไล่บุกจู่โจมคู่ซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตายคู่มือของเขาคือทหารร่างยักษ์อาชีพนักรบเกราะมนตรา

     

    ชายคนนี้ไม่ได้รวดเร็วแต่เน้นการตั้งรับที่หนักแน่นมั่นคงไม่ว่าเวอร์โก้จะโถมบุกเข้าใส่จากทิศทางไหนนักรบเกราะมนตราก็ใช้โล่ไม้บล็อกการโจมตีไว้ได้หมดจด

     

    ผมเหลือบเห็นสีหน้าของเวอร์โก้ที่เริ่มฉายแววหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆสวนทางกับสีหน้าลำบากใจของนักรบเกราะมนตราที่ออมมือลำบาก

     

    “พอแค่นี้!”

     

    เวอร์โก้ตะโกนสั่งเสียงฉุน หลังจากพยายามฝ่าการป้องกันไม่สำเร็จ

     

    “ครับ นายท่าน”

     

    นักรบมนตราชะงักกึกก่อนจะถอยฉากออกไปแต่โดยดี

     

    หลังจากนั้นเวอร์โก้ก็หันมาทางผม

     

    “เป็นไงไอ้ผู้พลัดถิ่นนอนอืดมาสองวันคงเบื่อแย่ล่ะสิ ไหนลองใช้พรสวรรค์ล้ำค่าของแกตอบโต้ข้าหน่อยซิ”

     

    ยังไม่ทันที่ผมจะได้หยิบดาบไม้เวอร์โก้ก็พุ่งเข้ามา มันระเบิดมานาออกมาพร้อมกับฟาดดาบไม้ใส่ร่างผมไม่ยั้งโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว

     

    เมื่อผมล้มลงมันก็เตะซ้ำจนกระเด็นออกไป

     

    “กระจอกสิ้นดี เสียเวลาชะมัด”

     

    เวอร์โก้โยนดาบไม้ทิ้ง แล้วชักมีดสั้นข้างเอวออกมาแววตาฉายเจตนาฆ่าเด่นชัด

     

    ผมขยับตัวเล็กน้อยแล้วเปิดใช้สมาธิคู่ขนานทันทีสติส่วนแรกวิเคราะห์ท่าทางเพื่อหาทางรับมือส่วนสติที่สองควบคุมมานาในร่างเพื่อเค้นทุกทักษะออกมา

     

    แม้รู้ดีว่าสู้ไม่ได้ และอาจไม่รอดแต่ผมก็ตั้งใจจะใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อที่จะได้ฝากรอยแผลไว้บนตัวมันให้ได้มากที่สุด

     

    ทว่าก่อนที่เวอร์โก้จะก้าวเข้ามาข้ารับใช้คนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

     

    "ท่านเวอร์โก้!ท่านไรเนอร์พี่ชายของท่านเรียกพบด่วนที่สุดครับ!"

     

    ชื่อของไรเนอร์ทำให้เท้าของเวอร์โก้ชะงักกึกแววตาฉายความหวาดกลัวออกมาระลอกหนึ่ง มันทิ้งมีดสั้นลงพื้นทันทีก่อนจะหันไปตวาดเสียงสั่น

     

    "ใครเป็นคนบอกข่าว!"

     

    "หญิงรับใช้ของท่านไรเนอร์ครับนางยังบอกอีกว่า..."

     

    คนรับใช้ก้มหน้าตัวสั่น ไม่กล้าพูดต่อ

     

    "พูดมา!"

     

    เวอร์โก้ตะคอกลั่นแต่มือของมันกลับสั่นเทา

     

    "หากท่านยังกล้าสั่งเฆี่ยนนางอีกท่านไรเนอร์จะจับท่านแก้ผ้าแล้วลากประจานไปตามถนนครับ"

     

    "นางเพศยาเอ๊ย!"

     

    เวอร์โก้คำรามลั่นเส้นเลือดปูดโปนเต็มใบหน้า ร่างกายสั่นระริกด้วยความโกรธปนหวาดกลัว

     

    ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนผมเห็นช่องว่างจึงรีบเปิดใช้การเร้นมานา แล้วค่อยๆคลานไปเก็บมีดสั้นบนพื้นมาซ่อนในแขนเสื้ออย่างเงียบเชียบ

     

    เวอร์โก้ที่สติหลุดไปแล้วไม่รู้ตัวเลยสักนิด...

     

    ถ้าผมลงมือปาดคอมันตอนนี้ อาจจะสำเร็จก็ได้

     

    ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวสายตาเย็นชาของไอ้ทหารผู้ตรวจการมานา ก็ตวัดมาจ้องที่ผม ผมชะงักกึกรู้ดีว่าถ้าบุ่มบ่ามคงโดนมันเด็ดหัวก่อนแน่สุดท้ายจึงต้องยอมปล่อยมือจากมีดสั้นแล้วถอยกลับไปที่เดิม

     

    เวอร์โก้กำหมัดแน่นก่อนจะรีบเดินออกไปจากลานฝึกโดยมีทหารทั้งสองนายเดินตามปิดท้าย

     

    ตลอดทั้งวันนั้นผมถูกปล่อยทิ้งไว้กลางลานฝึกโดยไม่มีใครเหลียวแลผมเริ่มทบทวนตัวเองเงียบๆ ในสภาพแบบนี้การจะหาของมีคมมาเป็นอาวุธแทบเป็นไปไม่ได้และผมไม่มีทางซ่อนมันพ้นสายตาพวกทหารแน่

     

    ดังนั้นผมจึงต้องการอาวุธลับชนิดอื่น

     

    ทักษะลอบเร้นในตอนนี้ทำได้เพียงแอบควบแน่นลูกปัดมานาไว้ในปากเท่านั้น หากพยายามสร้างอาวุธมานาชนิดอื่นกระแสพลังจะหลุดรอดจนถูกจับได้ทันที ดังนั้นลูกปัดมานาจึงเป็นอาวุธลับเพียงหนึ่งเดียวที่ผมพอจะพัฒนาได้

     

    ผมนั่งลงกับพื้นหยิบถุงน้ำดื่มที่เวอร์โก้ทิ้งไว้ขึ้นมาจิบแล้วเริ่มซุ่มฝึกฝนเทคนิคนี้อย่างจริงจัง

     

    เวลาร่วงเลยจนดึกสงัด ผมยังคงนั่งนิ่งอยู่กลางลานกว้างไม่กล้าเดินเพ่นพ่านเพราะไม่อยากมีปัญหา

     

    ทว่าในระหว่างที่กำลังฝึกฝนสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของคนสามคนควบม้ากลับเข้ามาทหารคนสนิทของเวอร์โก้รีบวิ่งนำเข้ามาที่ทางเข้า แล้วสั่งไล่ทหารยามที่ยืนเฝ้าอยู่ออกไปทันที

     

    ตอนแรกผมยังนึกสงสัยว่าทำไมต้องไล่คนออกไปแต่พอเห็นใบหน้าที่บวมปูด และตาขวาเขียวช้ำจนปิดสนิทของเวอร์โก้ผมก็เข้าใจได้ทันที

     

    สภาพของมันน่าอับอายจนแม้แต่ทหารสนิททั้งสองนายยังไม่กล้าชายตามองเลย

     

    "ไอ้สารเลว สักวันข้าจะฆ่ามันแน่!ข้าจะฆ่าพวกมันทิ้งทั้งตระกูล ทั้งไอ้แก่นั่น และลูกๆ ของมัน!มันคิดว่าข้าไม่มีค่าหรือไง!"

     

    ก่อนที่เวอร์โก้จะระบายโทสะจบสายตาของมันก็ตวัดมาเห็นผมพอดีสีหน้าของมันฉายแววตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมกระหายเลือด

     

    "ไอ้ผู้พลัดถิ่นสวะ!แกมาอยู่นี่ได้ยังไง... แกแอบฟังข้าใช่ไหม!"

     

    ทหารสนิทสองคนทำท่าจะขยับเข้ามาจัดการผมแต่เวอร์โก้กลับยกมือสั่งเสียงกร้าว

     

    "ถอยไป!"

     

    สิ้นคำมานาในร่างของเวอร์โก้ก็ระเบิดพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งไร้การควบคุมมันพุ่งเข้ามาฉุดกระชากคอเสื้อลากตัวผมขึ้นไปบนชั้นสองของอาคารทันที

     

    "นายท่าน ให้พวกเราช่วย..."

     

    "ไสหัวไป!!"

     

    เวอร์โก้หันควับไปตวาดลั่นทันทีที่มันเห็นทหารคนนั้นเผลอจ้องรอยแผลบวมปูดบนหน้า มันก็ยิ่งสติขาด

     

    "พวกสารเลวเลี้ยงเสียข้าวสุก!เมื่อกี้แกแอบมองหน้าข้า แกกำลังสมเพชข้าอยู่ใช่ไหม!"

     

    เวอร์โก้ชักมีดสั้นออกมาเสริมพลังมานาแล้วปาใส่ทหารทั้งสอง!

     

    เคร้ง!

     

    นักรบเกราะมนตราสร้างโล่มานาขึ้นกั้นได้ทันท่วงทีจนมีดกระเด็นตกพื้น

     

    “นายท่าน พวกเราขอโทษครับ”

     

    เขาเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ

     

    "บอกให้ไสหัวออกไป!และห้ามใครเข้ามายุ่งเด็ดขาด!"

     

    เวอร์โก้แผดเสียงลั่นก่อนจะหันกลับมาฉุดกระชากลากคอผมเดินต่อไปในคฤหาสน์

     

    ผมถูกลากขึ้นมาบนชั้นสองก่อนที่เวอร์โก้จะเหวี่ยงร่างของผมลงไปกองกับพื้นห้องรับรองอันหรูหราที่มีเพียงแสงสลัวจากเชิงเทียน

     

    หลังจากเหวี่ยงผมลงพื้นมันก็เดินตรงไปคว้าเหยือกไวน์บนโต๊ะขึ้นมาซดอึกใหญ่ราวกับคนบ้า

     

    "ไอ้พวกตระกูลฮอว์ธอร์น...ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด!"

     

    มันตะโกนลั่นพลางกรอกไวน์เข้าปากอีกอึกใหญ่จากนั้นมันก็ตวัดสายตากระหายเลือดมาจับจ้องที่ผม

     

    "แกเอง...ก็เห็นข้าเป็นแค่ลูกนอกสมรสไร้พรสวรรค์เหมือนกันใช่ไหม!"

     

    ผมประเมินสถานการณ์เงียบๆ ตอนนี้มันเสียสติไปแล้วและถ้าขืนผมสู้ตรงๆ มีแต่ตายกับตายเท่านั้นผมจึงเลือกแสดงท่าทีนอบน้อมเพื่อหลอกให้มันตายใจ

     

    "ไม่เลยครับนายท่าน...ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย"

     

    “โกหก! ไอ้สารเลว!”

     

    เวอร์โก้สบถลั่นพลางสาวเท้าเข้ามาหาด้วยโทสะมานาในร่างของมันปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่เปิดโอกาสให้ผมได้หายใจ หมัด และเท้าหนักๆประเคนเข้าใส่ร่างของผมอย่างระห่ำแบบไม่ยอมหยุดมือ

     

    แม้ผมจะพยายามฝืนโคจรกระแสมานาขึ้นมาตั้งรับสุดกำลังแต่ด้วยช่องว่างของเลเวลที่ห่างกันเกินไปพลังป้องกันอันน้อยนิดจึงถูกทำลายลงในพริบตา

     

    แรงกระแทกซ้ำๆส่งผลให้ร่างกายปวดระบมจนกระดูกแทบแหลก เลือดสดๆไหลทะลักอาบเต็มใบหน้าจนทัศนวิสัยเริ่มพร่าเลือน

     

    ทว่าในวินาทีที่สติของผมกำลังจะดับวูบและคิดว่าคงต้องถูกซ้อมจนตายอยู่ตรงนี้...จู่ๆ พายุหมัดที่โหมกระหน่ำก็หยุดชะงักลงดื้อๆ

     

    "ข้าไม่ยอมให้ขยะอย่างแกตายง่ายๆหรอก... แกต้องทรมานจนต้องร้องขอความตาย!"

     

    มันเดินกลับไปซดไวน์จนหมดเหยือกตอนนี้ใบหน้าของมันแดงก่ำ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้กระแสมานาที่เคยรุนแรงเริ่มอ่อนลง และปั่นป่วนอย่างหนักหลังจากนั้นมันก็เดินโซเซกลับมาลงมือซ้อมผมอีกระลอก

     

    เมื่อเห็นสภาพสติหลุดของมันผมก็รู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร ผมจัดการซ่อนกระแสมานาของตัวเองจนมิดชิดแกล้งทำเป็นหมดสภาพ และยอมใช้ร่างกายเปล่าๆ รองรับหมัดเท้าทั้งหมด

     

    แม้การโดนอัดตรงๆจะทำให้ผมบอบช้ำจนสำลักเลือด แต่ลึกๆ แล้วผมรู้ดีว่ามันคุ้มค่า

     

    เพราะความเมาบวกกับความประมาทที่คิดว่าผมไร้ทางสู้กำลังทำให้เวอร์โก้ย่ามใจ จนตอนนี้มันเลิกใช้มานาเสริมพลังป้องกันร่างกายไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

     

    เมื่อเห็นผมหมดสภาพ เจ้าเวอร์โก้ก็สะใจจนกลับไปซดไวน์เหยือกที่สองรวดเดียวหมดมันโยนเหยือกทิ้งแล้วเดินโงนเงนเข้ามาหา

     

    "เอาแบบนี้ดีกว่า...ข้าจะหักแขนแกทิ้งซะ แล้วควักลูกตาคู่นั้นออก ดูซิว่ายังจะนิ่งได้อีกไหม!"

     

    มันทิ้งตัวลงมาประชิดแล้วบีบเข้าที่ท่อนแขนข้างเดียวที่เหลืออยู่ของผมอย่างแรง

     

    กร๊อบ!

     

    กระดูกแขนหักสะบั้นทว่าด้วยทักษะสมาธิขั้นสูงความเจ็บปวดเจียนตายจึงถูกกรองเป็นเพียงสถานะที่รายงานเข้าสมอง

     

    ในตอนนี้ผมยังสามารถควบคุมสติได้สมบูรณ์แต่ผมกลับเลือกที่จะกรีดร้องโหยหวน ดิ้นพล่านแสดงละครตบตาออกมาแทน

     

    "ฮ่าๆๆ!"

     

    เวอร์โก้หัวเราะสะใจ

     

    "คราวนี้ก็ถึงคราวสายตาอวดดีของแกบ้างแล้ว!"

     

    "ได้โปรด..."

     

    ผมกระซิบแผ่วเบาด้วยท่าทางสิ้นหวัง แต่มันกลับยิ่งได้ใจมันเข้ามาจับหน้าผมไว้แน่น พยายามจะใช้นิ้วเจาะทะลวงดวงตาในระยะประชิด

     

    และวินาทีนั้นเอง... ผมก็อ้าปากออกแล้วพ่นลูกปัดมานาที่ขัดเกลาจนคมกริบคล้ายหัวกระสุนออกไปทันที!

     

    ฟุ่บ!

     

    กระสุนมานาพุ่งเจาะทะลวงเข้าดวงตาข้างซ้ายของเวอร์โก้อย่างแม่นยำ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา มันผงะออกไป และกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

     

    เมื่อโอกาสทองเปิดออกมานาที่เคยพรางไว้ก็ระเบิดออกทันที

     

    ผมเปิดใช้งานมานาปะทุ ส่งพลังมานาให้ไหลทะลักมารวมที่ปลายลิ้นก่อนจะควบแน่นจนก่อตัวเป็นลิ่มแหลมคมขนาดเท่านิ้วมือยื่นยาวออกมา

     

    และไม่เพียงเท่านั้นผมยังเคลือบการสั่นพ้องเข้าไปซ้ำ จนมันสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงในเสี้ยววินาที!

     

    ผมใช้แรงส่งจากการปะทุของมานาพุ่งทะยานตัวไปข้างหน้าและใช้ลิ่มมานาที่ปลายลิ้นต่างอาวุธ แทงเข้ากลางหน้าผากของเวอร์โก้อย่างจัง!

     

    ฉึก!

     

    ลิ่มมานาความถี่สูงพุ่งทะลวงกะโหลกศีรษะที่ไร้การเสริมพลังมานาป้องกันได้อย่างง่ายดายราวกับมีดร้อนที่กรีดทะลุก้อนเนย มันปักลึกเข้าทำลายสมองส่วนกลางในพริบตา

     

    เลือดสดๆพุ่งกระฉูดออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่เงียบลงร่างของขุนนางหนุ่มล้มตึงแน่นิ่งไปทันที

     

    ท่ามกลางความเงียบสงัดเสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว

     

    [คุณสังหาร นักดาบวายุ เลเวล ???สำเร็จ]

     

    [เลเวล 24 >เลเวล 27]

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน