ตอนที่ 5 เกิดเื่
ทางด้านคาลอส
“รอนานไหมครับคุณมากี้” และแล้วคนที่มาแทนคุณไมก้า ก็คือมากี้อย่างที่คาลอสคิดไว้จริงๆด้วย
“อ๋อไม่เลยค่ะกี้สั่งอาหารและเครื่องดื่มรอคุณแล้ว เชิญทานได้เลยค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานให้คาลอสแสดงความเป็กันเองสุดๆ มากี้พยายามจะจับคาลอสนักธุรกิจที่รวยและเก่งมาเป็พวก เพื่อที่จะทำให้ธุรกิจของเธอไปต่อได้อย่างราบลื่นแต่คาลอสก็ปฏิเสธเธอทุกครั้งไปเพราะว่าเขารู้ทันว่าเธอ้าจะใช้ชื่อเสียงและความสามารถของเขาผลักดันธุรกิจของเธอที่กำลังลงทุนอยู่ในขณะนี้นั่นเอง
ส่วนเื่ที่คาลอสมีครอบครัวแล้วมากี้ไม่ได้สนใจ เพราะเธอแค่อยากได้เขามาต่อยอดธุรกิจเท่านั้นไม่ได้คิดที่จะไปเป็เมียน้อยของใคร เพราะคนอย่างเธอสวยเลือกได้ เธอคิดแบบนั้น
“ครับทานไปคุยไปก็ได้เนอะ ว่าแต่วันนี้คุณพ่อของคุณไม่มาด้วยเหรอครับ” คาลอสเอ่ยถามอย่างสุภาพ เขามักจะให้เกียรติผู้หญิงเสมอถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะดูน่ากลัวสำหรับเขาก็ตาม
“ท่านติดธุระค่ะเลยให้กี้มาแทน หวังว่าคุณคาลอสคงไม่ว่าอะไรนะคะ ถ้าจะคุยเื่งานกับกี้แทน”
“ครับเื่โครงการหน้า หมื่นล้าน ทางคุณไมก้า้าอะไรเป็พิเศษก็เสนอมาได้เลยนะครับทางผมจะได้ไปจัดการเื่รายละเอียดเอาเข้าที่ประชุมกันอีกครั้ง”
“ไม่มีปัญหาค่ะทางคุณพ่อได้ฝากเอกสารนี้มาให้คุณ มีรายละเอียดที่้าอยู่ในนี้ค่ะแต่ถ้ามีข้อไหนที่คุณเห็นว่ามันไม่สมควรก็มาคุยกันและปรับเปลี่ยนกันได้ใหม่นะคะ”
“เื่ปรับเปลี่ยนคงต้องมีอยู่แล้วครับแต่ผมจะพยายามใช้เวลาให้น้อยที่สุดนะครับ”
“เื่นั้นไม่สำคัญเลยค่ะขอให้บอกกี้ยินดีมาพบคุณเสมอค่ะ”
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยและทานอาหารกันอยู่สักพักนั้นคาลอสรู้สึกอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเองและอาการของเขามันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเขารู้สึกว่ามันผิดปกติจะต้องรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด เขาเริ่มร้อนและเริ่มถอดเสื้อสูทออก
“คุณเป็อะไรคะ” มากี้ที่เห็นการกระทำของคาลอสจึงเอ่ยถามขึ้นเพราะเธอคงรู้อยู่แล้วว่าคาลอสเป็อะไร แล้วสำหรับคาลอสเองเขาก็ไม่ได้โง่แล้วเขาก็รู้ด้วยว่าอาการที่เขาเป็อยู่นั้นเขาเป็อะไร
“ผมแค่รู้สึกร้อนนิดหน่อยครับ” เขาพยายามเก็บอารมณ์ของตัวเองเต็มที่
“แอร์ที่นี่ก็เย็นดีนะคะทานต่อสิคะ อาหารพวกนี้กี้สั่งมาให้คุณโดยเฉพาะเลยนะคะ” สายตาของหญิงสาวดูมีพิรุธ ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็ใคร
“ครับ” และเมื่ออาการที่เขาเป็อยู่ตอนนี้มันกำลังเริ่มหนักขึ้น ไหนจะคำพูดและแววตาของเธอที่ดูมีพิรุธไปหมด
“เอ่อคุณมากี้ครับผมคงต้องเสียมารยาทขอตัวกลับก่อนนะครับ พอดีมีธุระที่ต้องไปทำต่อ” พูดจบเขาก็ยืนขึ้นแล้วเดินออกไปทันทีก่อนที่เขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้มากไปกว่านี้
“เอ่อเดี๋ยวสิคะ คุณคาลอส...” ยังไม่ทันที่มากี้จะได้เอ่ยอะไร คาลอสก็รีบเดินออกไปเพราะร่างกายเริ่มรู้สึกหนักขึ้นและชัดเจนขึ้น อาการที่มันกำลังร้อนผ่าวและอาการนี้มีหรือผู้ชายอย่างเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออาการของคนโดยยาปลุกเซ็ก
“เอารถออกด่วน! กลับบ้าน”คาลอสรีบเข้ามานั่งในรถ และเอ่ยบอกลูกน้องเสียงหนักทันทีตอนนี้เขาพยายามเก็บกลั้นอาการเอาไว้
“นายจะรีบไปไหนเหรอครับ” เจสที่กำลังทำหน้าที่ขับรถ เอ่ยถามเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องด่วนเพราะถนนเมืองไทยรถติดอย่างกับอะไรดี จะให้ด่วนได้ยังไงปกติกว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกเกือบทุกวัน
“ไอ้ดราฟ! เร่งแอร์ให้สุด”ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะตอบคำถามใครทั้งนั้น ภาวนาขอให้ถึงบ้านเร็วๆแต่รถก็ดันมาติดแบบนี้ ก็คงได้แค่ภาวนาเท่านั้นต่อให้เจสเหยียบมิดขนาดไหนก็คงต้องใช้เวลาอยู่ดี
“อาหารที่ร้านเผ็ดเหรอครับเหงื่อนายออกเต็มเลย” เจสเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองใบหน้าของเ้านายผ่านกระจกมองหลัง ในใจก็เริ่มนึกสงสัยแต่ก็ไม่แน่ใจ ก็เลยถามขำๆออกมา
“ไอ้เจส เหยียบให้สุด...เร็ว!” คาลอสกัดฟันเสียงดังกอด
“ครับนาย” และดูเหมือนว่าเจสที่ทำหน้าที่ขับรถจะรู้แล้วว่าเ้านายเป็อะไร เพราะอาการที่เป็อยู่มันบ่งบอกและจะเป็อย่างอื่นไปไม่ได้
ในขณะที่เจสกำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่นั้นเขาก็แอบมองเ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลังผ่านกระจกไปตลอดทางดูจากสภาพแล้วน่าจะกินเข้าไปเยอะพอสมควร ที่จริงเื่นี้เ้านายเขาไม่น่าพลาดแล้วสิ่งที่เจสจะช่วยได้ตอนนี้ก็คือรีบขับรถกลับบ้านให้เร็วที่สุด
“นายเป็อะไรวะ” ในขณะที่ฤทธิ์ยาที่คาลอสกินเข้าไปมันกำลังทำงานอย่างหนักจนเขาเหงื่อแตกและรู้สึกร้อนไปหมดทั่วทั้งร่างกายดราฟที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็ยังคงสงสัยไม่เลิก
“กูว่ามันแปลกๆว่ะ” เจสตอบแค่นี้ยังไม่อยากพูดอะไรมากเพราะเกรงใจเ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลัง ด้วยความทรมาน แต่เจสก็พยายามขับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ตามคำสั่ง
“แปลกยังไงวะ” เจสถึงกลับมองดราฟด้วยหางตาที่มันยังคงสงสัยไม่ยอมเลิก แถมยังพูดคุยกันในระยะเผาขนอีกด้วย
“มึงน่าจะเกิดมาเป็ควายนะไม่น่าจะเกิดมาเป็คนเลย ขนาดนี้ยังดูไม่ออกอีก” เจสบ่นแต่ก็ยังไม่ยอมตอบคำถามของดราฟอยู่ดี
“อย่ามัวแต่คุยกัน ขับไป!” อารมณ์ขึ้นปี๊ดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนตอนนี้คาลอสเริ่มขยับเน็คไทที่คอเสื้อ แถมยังปลดกระดุมออกสามเม็ดเพราะทนความร้อนของร่างกายที่มันกำลังแผดเผาไม่ไหว
“จอดทำไมวะ” คนที่กำลังจะคลั่งเพราะไอ้สิ่งที่กินเข้าไปถามออกมาอย่างหงุดหงิดอีกนิดเดี๋ยวก็จะถึงบ้านแล้ว แต่ตอนนี้เขากำลังจะหมดความอดทน
“รถติดไฟแดงครับนาย” คาลอสกัดฟันกอดอีกครั้งพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แต่ตอนนี้เขากำลังจะไม่ไหวอยู่แล้ว
“อ้า...ร้อนโว้ย”คาลอสนั่งกดเป้ากางเกงตัวเองเอาไว้ เพราะตอนนี้มันปวดไปหมดพลางจะเอามันออกมาก็เกรงว่าเขาจะต้องทำอย่างอื่นกับมันด้วยเพราะฉะนั้นให้มันอยู่แบบนั้นต่อไป ปวดมากขนาดไหนก็ต้องทน
“นี่ผมก็เปิดแอร์สุดแล้วนะครับ” เสียงดราฟดังขึ้นมา จากนั้นภายในรถก็เงียบกริบอีกครั้งเพราะเจสต้องใช้สมาธิขับรถ ไม่นานมากนักจากที่ติดไฟแดงรถก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์หลังงาม
“ถึงแล้วครับนาย” คาลอสเปิดประตูรถได้ก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยที่เขาเองก็ลืมไปสนิทเลยว่า ภายในห้องนอนของเขานั้นมีหญิงสาวที่เขาช่วยไว้เมื่อวานอยู่ในห้องนั้นด้วย
“ไอ้เจสตกลงนายเป็อะไรวะ” มันยังไม่หยุด เจสถึงกลับทำหน้าเอื้อมๆให้เพื่อน แล้วก็ยอมตอบมันจะได้เลิกสงสัยสักที
“นายต้องโดนแม่นั่นวางยาปลุกเซ็กแน่ๆ”
“ห๊ะ!ตายแล้ว” ดราฟที่ได้ยินถึงกับตาลุกวาว เขาอุทานออกมาเสียงดังจนเจสถึงกลับต้องว่า...
“ร้องอย่างกับตุ๊ด” แต่ที่ดราฟร้องออกมาเสียงดังแบบนี้นั้นเป็เพราะ...
“แล้วมึงจะไม่ให้กูร้องได้ยังไงในเมื่อบนห้องของเ้านายมีผู้หญิงอยู่” เจสถึงกลับตาโตทันทีที่นึกขึ้นได้เพราะเจสก็ลืมไปสนิทเลยเหมือนกัน
“ตายห่าแล้ว แล้วทำไมมึงเพิ่งจะมาพูดวะ”ครั้นจะวิ่งตามไปก็เกรงว่าจะไม่ทันแล้วและเขาทั้งสองคนก็เชื่อว่าเ้านายคงจะจัดการตัวเองได้
“กูก็ถามอยู่นี่ไง ว่านายเป็อะไรลีลาอยู่ได้จะพูดก็ไม่พูด” ที่จริงดราฟก็สงสัยอยู่เหมือนกันแต่ไม่แน่ใจพยายามให้อีกฝ่ายตอบ แต่มันก็ไม่ยอมตอบสักที เ้านายก็มาเอ็ดใส่อีกดราฟก็เลยปล่อย...
“เอาเถอะ หวังว่านายจะไม่ทำอะไรเธอ” เจสรู้ดีว่าเ้านายของพวกเขาไม่ใช่คนแบบนั้นแต่พวกเขาจะช่วยภาวนาให้เ้านายกับหญิงสาวคนนั้นผ่านมันไปได้ก็แล้วกัน
“อือไป แยกย้ายโว้ยทำไม่ทำเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้” ดราฟพูดขึ้นแล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันไปพัก