แสงทองเจิดจ้าปกคลุมทุกสิ่ง องค์ชายสามและนาฟทะลวงผ่านออกมาจากโลกมิติทั้งสองร่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าลอยตัวลงมายังพื้นเบื้องล่างอย่างงดงาม ทันทีที่เท้าทั้งสองแตะพื้นทั้งคู่พร้อมใจกันมุ่งหน้าไปยังอาชูร่า
“อาชูร่า...!” องค์ชายสามเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
อาชูร่าหันกลับมามองคนทั้งสองดาบสีทองในมือขององค์ชายสามส่องแสงเจิดจ้า ขณะที่ดาบใหญ่ในมือนาฟฉายแสงเรืองรองทั้งสองฟาดดาบลงมาพร้อมกัน
พลังจากดาบทั้งสองสร้างคลื่นพลังอันมหาศาลแหวกอากาศคลื่นพลังนั้นพุ่งตรงไปที่อาชูร่า
“เปรี้ยงงง!”
พื้นดินรอบๆสั่นสะเทือนจากแรงพลังมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาคลื่นพลังจากดาบทั้งสองฟาดลงมาอย่างรุนแรงปะทะเข้ากับร่างของอาชูร่า
แต่อาชูร่า ยืนอยู่ด้วยสายตาแข็งกร้าว มือทั้งสองข้างบีบจับดาบทั้งสองเล่มของนาฟและองค์ชายไว้ดาบที่ทรงพลังขนาดตัดได้ทุกสิ่ง กลับถูกหยุดอยู่กลางอากาศเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ทำให้ทุกคนรอบๆ หยุดนิ่งด้วยความตกใจ
"พวกเจ้ายังไม่ถึงขั้นที่จะสยบข้าได้!"
อาชูร่าคำรามอย่างบ้าคลั่ง พร้อมปลดปล่อยพลังจากร่างกายออกมาคลื่นพลังรุนแรงทะลักออกจากร่างกายในชั่วพริบตา เปล่งประกายแสงเรืองรองส่องแสงสีม่วงที่ทรงพลังในระดับ7
“ครืนนน!”
คลื่นพลังไร้รูปร่างแผ่ขยายออกมาและสร้างแรงกดดันอย่างรุนแรงจนนาฟแทบจะสิ้นสติองค์ชายสามเหลียวมองนาฟด้วยความกังวล สุดท้ายตัดสินใจ สลายร่างเป็นหมอกควันสีทองในพริบตา
“เส้นทางสีทอง!”
องค์ชายปรากฏตัวอยู่ด้านบน ฟาดดาบใหญ่สีทองเข้าใส่อาชูร่างอย่างเต็มกำลัง
อาชูร่าสะบัดนาฟลอยออกไปและเหวี่ยงหมัดกระแทกรัศมีดาบสีทองอย่างจัง
“ตูมมม!”
ด้วยความต่างของพลัง องค์ชายสามไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อยกระเด็นลอยออกไปตามทิศทาง ในช่วงเสี้ยววินาทีของการปะทะร่างของนาฟและองค์ชายต่างหมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะถูกส่งลงพื้น
ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่อาณานิคมรีบพุ่งตัวเข้ามารับองค์ชายไว้ก่อนที่จะกระแทกพื้นอย่างรวดเร็วสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่อาชูร่าด้วยความตึงเครียด
ขณะที่นาฟกำลังจะตกลงสู่พื้น ร่างใหญ่ของรองผู้อำนวยการแห่งสถาบันก็เคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติเข้าประคองนาฟไว้อย่างแม่นยำ และหันไปมองอาชูร่าด้วยสายตาที่เยือกเย็น
“ครูใหญ่.....!” นาฟหันมองชายที่ประคองเขาไว้
"รีบออกไปก่อน"
ครูใหญ่กล่าวเสียงเรียบ แต่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย
"อาชูร่าไม่ใช่ศัตรูที่พวกเจ้าจะสู้ได้เจ้านั้นเคยเป็นรองหัวหน้าใหญ่ของหน่วยความมั่นคงอาณานิคม และเป็นผู้ใช้พลังระดับเจ็ดขั้นสูงความสามารถด้านการต่อสู้ของเขา...ย่อมไม่ธรรมดา"
นาฟพยายามตั้งตัว แต่ก็รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลของ อาชูร่าที่แผ่ออกมา
"เข้าใจแล้วครับ" นาฟพยักหน้าก่อนจะหันไปหาองค์ชายสามที่ถูกปกป้องโดยเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาอื่นๆ
ทันทีที่องค์ชายสามปรากฏตัวออกมาจากความโกลาหลในสนามรบผู้คนทั่วทั้งบริเวณถึงกับหยุดนิ่ง การปรากฏตัวของเขานำมาซึ่งความโล่งใจ
รองเจ้าอาณานิคมเฝ้ามองอย่างเคร่งเครียดมาโดยตลอดพอเห็นผู้เป็นหลานปลอดภัยก็ถอนหายใจออกมาอย่าง โล่งอก ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเคร่งขรึม บัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
"หลงเฉียน...!" รองเจ้าอาณานิคมพึมพำกับตนเองก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้กองกำลังของอาณานิคมบุกโจมตีเข้าไปให้หนักขึ้น
ในขณะเดียวกัน ฝั่งของกลุ่มนักศึกษา เมื่อเห็นนาฟปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับองค์ชายก็เริ่มผ่อนคลายลง เสียงถอนหายใจดังขึ้นรอบๆ พวกเขาทั้งหมดต่างรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
เมญ่าที่เฝ้ามองเหตุการณ์มาตลอดด้วยความกังวลอย่างถึงที่สุดดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ก็เริ่มเปล่งประกายด้วยความหวังและรอยยิ้ม
“นาฟ...!” เมญ่าพึมพำเบาๆใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดบัดนี้เริ่มผ่อนคลายลงเธอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นน้ำตาที่แทบจะไหลออกมาด้วยความดีใจ
สมรภูมิอันโหดร้ายนี้ นักศึกษาทุกคนที่มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อื่นต่างเริ่มมีแรงใจขึ้นมาอีกครั้งเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายที่เต็มไปด้วยการต่อสู้
ผู้ใช้พลังระดับสูงของกลุ่มก่อการร้ายต่างกระชับวงล้อมกันแน่นขึ้นล้อมรอบอาชูร่าอีกครั้ง
ผู้ใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดที่เหลืออยู่ เข้าประจำตำแหน่งอย่างมั่นคงพร้อมป้องกันอาชูร่าไม่ให้ได้รับอันตรายใดๆ
ในขณะเดียวกัน นักสังหารระดับสูงคนหนึ่งในกลุ่มก่อการร้ายก็เล็งเห็นโอกาสบางอย่างบุคคลซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่ต้องกำจัดให้ได้ ยืนอยู่กลางสนามรบแล้วนักสังหารคนดังกล่าวจู่ๆ ก็หายไปจากวงล้อมอย่างรวดเร็ว ราวกับเงาที่ไหลลื่นในอากาศ
“ฟุบ!”
ชายชุดดำที่เต็มไปด้วยรัศมีแห่งการลอบสังหารอาศัยความชลมุนในสนามรบพุ่งจู่โจมอย่างรวดเร็วจากด้านหลังพุ่งเข้าใส่นาฟด้วยพลังความเร็วที่ไม่สามารถหลุดพ้นได้
แต่ในขณะที่พลังทำลายล้างของเขากำลังจะถึงเป้าหมายกลับเกิดบางสิ่งบางอย่างที่ไม่คาดฝันขึ้น รองผู้อำนวยการปรากฏตัวขึ้นมาในพริบตาเขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ
การเคลื่อนไหวของเขาเกินกว่าที่สายตามนุษย์จะตามทันเพียงแค่เสี้ยววินาที ฝ่ามือใหญ่ของเขาก็พุ่งเข้าปะทะร่างของผู้จู่โจม
“เปรี้ยงงง!”