High Human

    HH 113

    โจกลับมาสนใจแท่นอื่น เขาลองใช้งานมันอย่างระมัดระวัง หลังจากผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมงเขาก็ได้ข้อสรุป 

    ที่นี่คือหอบังคับการอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจสอบภายในอีกด้วย เขาสามารถมองเห็นแผนผังสี่มิติและยังเห็นคนอื่นๆกำลังสำรวจอย่างระมัดระวัง 

    โจได้ใช้มันในการดูแผนผังทั้งหมดของสิ่งก่อสร้างนี้และไม่มีใครอยู่เลย มันว่างเปล่าทั้งหมด โจแน่ใจแล้วว่าที่แห่งนี้ถูกทิ้งไปนานแล้ว 

    ผ่านไปเกือบครึ่งวันทุกอย่างก็เสร็จสิ้น โจได้บอกให้คนอื่นหยุดสำรวจแล้วกลับมารวมตัว เมื่อทุกคนมากันครบก็ได้รายงานทุกอย่างให้โจฟัง มันไม่ได้แตกต่างไปจากสิ่งที่โจเห็นบนภาพสี่มิติเลย 

    โจหันไปมองมายด์แล้วบอกกับเธอว่า “ทำรายงานแล้วส่งไปให้สหพันธ์ ให้พวกเขามาจัดการที่นี่ ส่วนพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อ”

    “รับทราบ” ทุกคนขานรับ

    มันไม่มีประโยชน์ที่จะสำรวจอีกเนื่องจากเขาได้ดูทุกซอกทุกมุมจากภาพโฮโลแกรมแล้ว

    จากนั้นยานขนส่งได้มาถึงและรออยู่ด้านนอกไม่ไกล พวกเขาทำได้เพียงลอยในอวกาศเพื่อไปหายานขนส่งที่รออยู่ทีละคน 

    มันค่อนข้างช้าแต่เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จนในที่สุดทุกคนก็กลับไปที่ยานขนส่งและได้กลับไปที่ยานบัญชาการ

    จากนั้นไม่นานยานบัญชาการก็ออกเดินทางต่อ 

    โจไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับพลังคิเนซิสที่เขาได้มา 

    ……

    เวลาค่อยๆผ่านไป การสำรวจและค้นหาคนแคระยังคงดำเนินต่อไปจนผ่านไปอีกหนึ่งปี 

    ในระบบดาวแห่งหนึ่ง บริเวณหนึ่งของระบบดาวเกิดเสียงทุ้มต่ำก่อนที่ยานบัญชาการจะปรากฏ กลุ่มมนุษย์ได้เดินทางค้นหาเป็นเวลาเกือบสองปีแล้ว พวกเขาอยู่ห่างจากสหพันธ์ราวๆสามร้อยปีแสง 

    ที่ระบบดาวแห่งนี้ไม่ต่างจากระบบดาวอื่นๆ มันมีอารยธรรมบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง พวกเขาปลอมตัวลงไปสำรวจตามปกติ ได้แทรกซึมเข้าไปปะปนกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา ไม่มีใครรู้ตัวว่าได้มีคนนอกเข้ามาปะปนอยู่กับพวกเขา 

    การค้นหาดาวเคราะห์ดวงนี้ผ่านไปอย่างเรียบง่ายจนกระทั่งผ่านพ้นไป 12 วัน หนึ่งในนั้นได้แจ้งให้โจทราบว่าพวกเขาค้นพบสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่ไม่น่าจะถูกสร้างขึ้นด้วยความสามารถของชาวพื้นเมือง

    โจได้รับทราบก็เร่งรีบเดินทางไปดู เขาได้พบกับสิ่งก่อสร้างปริศนาซึ่งตั้งอยู่ใจกลางทะเลทรายอันแห้งแล้งซึ่งไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ 

    มันมีรูปร่างโค้งและแบน ผิวของมันเรียบและมีรอยเส้นตัดผ่านไปมานอกจากนี้ผิวของมันเป็นสีเหลืองอ่อนส่วนรอยขีดเป็นสีฟ้า และที่สำคัญคือมันกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดินประมาณร้อยฟุต

    “ลองสแกนมันหรือยัง?” โจกล่าวถามลูกทีมที่กำลังยืนรอเขาอยู่

    “ยังเลยครับ พวกเราตัดสินใจให้หัวหน้ามาก่อน” หัวหน้าทีมสำรวจตอบ 

    โจพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปดูเล็กน้อย มันสูงเกิดกว่าที่โจจะเข้าไปดูได้ เขาทำได้เพียงแหงนหน้ามองมันในระยะที่ใกล้ที่สุดแต่ไม่เข้าใกล้จนเกินไป 

    “มันไม่ใช่สิ่งที่ชาวพื้นเมืองจะสร้างได้อย่างแน่นอน” โจพึมพำหลังจากสังเกตุดู หากไม่นับวัสดุที่สร้างแล้ว การที่มันลอยเหนือพื้นดินได้ก็ไม่มีทางที่พวกชาวพื้นเมืองซึ่งยังไม่เข้าสู่ยุคอวกาศจะสร้างของแบบนี้ได้ 

    ต่อให้เป็นสหพันธ์ก็สร้างได้เพียงสิ่งเล็กๆเพื่อให้มันลอยเหนือพื้นได้เท่านั้น หากใหญ่ขนาดเท่ากับตึกสิบชั้นแบบนี้สหพันธ์ไม่สามารถสร้างได้

    โจคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่งสัญญาณเสียงให้ทุกคน "ลองหาข่าวเกี่ยวกับทะเลทรายให้ผมที ผมอยากรู้ว่าพวกชาวพื้นเมืองรู้อะไรบ้าง

    ในเมื่อมันอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ อย่างน้อยชาวพื้นเมืองก็ต้องรู้อะไรบ้าง หรือหากไม่รู้อะไรจริงๆก็ต้องมีข่าวลือบ้าง โจจะได้ใช้ส่วนนี้ในการพิจารณาว่ามันคืออะไร 

    ผ่านไปครึ่งวันโจก็ได้รับข่าวจากลูกทีมคนอื่นๆที่รวบรวมมาให้ สรุปได้ว่าพวกชาวพื้นเมืองเรียกทะเลทรายแห่งนี้ว่าทะเลทรายแห่งความตาย เพราะเคยมีคนเข้ามาแต่ไม่เคยได้กลับออกไป จนนานวันเข้าทะเลทรายแห่งนี้ก็ได้รับสมญานามนี้ 

    และเมื่อเป็นเช่นนี้มันก็ได้เกิดข่าวลือมากมายว่ามีพวกปีศาจร้ายอาศัยอยู่ ใครก็ตามที่เข้ามาที่ทะเลทรายทุกคนจะต้องตาย เรื่องเล่านี้ได้ผ่านจากรุ่นสู่รุ่นและยังเป็นเรื่องเล่าที่เอาไว้ข่มให้เด็กๆกลัวเวลาพวกเด็กๆดื้อ 

    “หายไป? พวกเขาหายไปไหน? หากข่าวลือเรื่องมีปีศาจร้ายมีจริงพวกเราก็คงต้องเจอนานแล้ว” หัวหน้าทีมสำรวจเอ่ยขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ พวกเขาคือหนึ่งในกลุ่มสำรวจที่ได้ลงมายังจุดทะเลทรายแต่พวกเขาไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตใดๆเลย 

    นอกจากนี้โจยังได้ลองถามกลุ่มอื่นๆที่อยู่ในทะเลทรายเช่นกัน แต่ทุกคนก็ตอบเสียงเดียวกันว่าไม่เจอสิ่งมีชีวิตเลยแม้แต่น้อย

    ดังนั้นคำถามที่น่าสนใจคือ เหล่าคนที่เคยเข้ามาพวกเขาหายไปไหน? ในเมื่อไม่มีอันตรายใดๆพวกเขาก็ต้องกลับออกไปได้ไม่ยาก แต่ทำไมถึงไม่เคยมีใครออกไปจากทะเลทรายแห่งนี้ได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะหลงทางอยู่ในทะเลทราย

    ในระหว่างที่เขากำลังคาดการณ์อยู่นั้นก็ได้มีสัญญาณเรียกเข้าจากกลุ่มสำรวจอื่น 

    “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” โจกล่าวถาม หากไม่มีเหตุสำคัญลูกทีมคนอื่นๆจะไม่ติดต่อมาหาเขาก่อน 

    “หัวหน้าครับ พวกเราออกไปจากทะเลทรายไม่ได้ ดูเหมือนจะมีพลังงานบางอย่างขวางกั้นเอาไว้” 

    โจเลิกคิ้วด้วยความสนใจ “เข้าใจแล้วเดี๋ยวผมจะไปตรวจสอบดู”

    หลังจากวางสายเขาก็บอกทีมที่อยู่ตรงนี้ให้เฝ้าที่นี่ไว้ จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังทางออกทะเลทราย เมื่อเขามาถึงปรากฏว่ามีพลังงานที่มองไม่เห็นกำลังขวางทางอยู่ แต่เมื่อตอนที่เขาเข้ามาก็ไม่เห็นพลังงานเหล่านี้ โจมั่นใจว่านี่จะต้องเป็นพลังงานที่อนุญาตให้สิ่งนอกเข้ามาแต่ภายในออกไปไม่ได้

    “ดูเหมือนว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น” โจนึกถึงสิ่งก่อสร้างโค้งแบนที่ลอยเหนือพื้น 

    โจเข้าใจแล้วว่าผู้คนที่เข้ามาแต่ไม่เคยกลับไปต้องเป็นเพราะพลังงานกำแพงพวกนี้แน่นอน พอพวกเขาออกไปไม่ได้นานวันเข้าก็เริ่มตายจากความหิวโหยและอากาศสุดขั้วในตอนกลางวันกับกลางคืน

    โจตรวจสอบเล็กน้อยก่อนจะเลิกสนใจแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังสิ่งก่อสร้างโค้งแบน เขาไม่มีความตั้งใจจะทำลายกำแพงพลังงาน เขาอยากดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่

    ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไม่มีใครได้พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ไม่ว่าใครหรือตัวอะไรก็ตามที่ถูกขังอยู่ที่นี่จะต้องค่อยๆทยอยล้มตายอย่างแน่นอน แต่ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งก่อสร้างแห่งนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่

    โจกลับไปถึงยังจุดเดิม และไม่มีอะไรแปลกไป ทีมสำรวจยังคงพักผ่อนอยู่บริเวณนั้น 

    เขาได้ส่งข้อความเสียงไปบอกให้คนที่เหลืออย่าเข้ามานทะเลทราย และให้คอยสังเกตุอยู่รอบนอก

    ทันใดนั้น สิ่งก่อสร้างโค้งแบนมีการเคลื่อนไหว ส่วนหนึ่งของมันได้ถูกเปิดออกเหมือนเป็นประตู และมีขั้นบันไดทอดยาวลงมาจนถึงพื้นดิน จากนั้นสิ่งมีชีวิตรูปแบบหนึ่งได้ลงมา 

    ลูกทีมคนอื่นๆเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามารวมอยู่กับโจ 

    โจหรี่ตามอง ผู้ที่ลงมาสวมชุดทั้งตัวไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแบบใด พวกเขามีสี่แขนและสองขา แต่สิ่งที่แน่ใจคือพวกเขาไม่ได้มาดีเนื่องจากอาวุธคล้ายปืนอยู่ในมือพวกเขาทุกคน