มู่มู่
กระบองเพชรมองชิ้นส่วนบางอย่างที่วางอยู่ด้านหน้าของมัน จากการขโมยแหวนเก็บของเดม่อนมาจากสนามรบ ทำให้เห็นหลายอย่างที่แปลกตา ชิ้นส่วนมอนสเตอร์ที่ไม่เคยเจอและไม่เคยฆ่าวางอยู่เกลื่อนห้องจากการเทของภายในแหวนมิติหลายวงออกมากองรวมกัน
แอ็กเซลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งของ เขาบอกให้เจ้าตัวน้อยทั้ง 6 ช่วยกันคัดแยก สิ่งที่มีพลังคอสมิกและมีความน่าสนใจจะถูกพวกมันคัดเอาไว้ในแหวน ส่วนสิ่งใดที่ไม่รู้จักและไม่มีความพิเศษปลดปล่อยออกมา เจ้าตัวน้อยทั้ง 6 จะเตะมันไปกองไว้มุมห้องให้แอ็กเซลตรวจสอบอีกที
มู่มู่
ขวดยาสีดำราวกับน้ำมันเครื่องคือสิ่งที่กระบองเพชรนำมาให้ ภายในขวดขนาดเท่ากำปั้นมีของเหลวสีดำบรรจุเอาไว้เกือบเต็ม แอ็กเซลที่สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างภายในขวด เขาจึงเปิดฝาดมก่อนจะบอกให้เจ้าตัวน้อยเก็บไปกิน ยาของเผ่าเดม่อนสร้างมาจากสสารหลายอย่างที่เขาไม่รู้จัก ต่อให้จะมีส่วนผสมของพืชกลายพันธุ์ล้ำค่าอยู่ด้านในก็ตาม มันไม่สามารถใช้กับมนุษย์ได้ แม้แอ็กเซลจะสามารถแยกของเหลวที่เป็นตัวยาออกมาได้ก็ตาม เขากลับไม่คิดทำเพราะมันต้องใช้เงินจำนวนมากในการแยกของเหลวออกจากกัน
“ นี่น่าจะเป็นอุปกรณ์สื่อสารของพวกเดม่อนสินะ ”
แอ็กเซลมองไปยังกำไลข้อมือที่คล้ายลูกประคำ เขารีบโยนพวกมันเข้าไปในแหวนมิติเพราะไม่สามารถเข้าใช้งานได้ การเปิดมันอาจจะเป็นการระบุตำแหน่งให้เดม่อนยกกองทัพมาโจมตีได้เขาจึงใช้แหวนมิติปิดกั้นสัญญาณ จากนั้นก็มองดูอาวุธประเภทดาบ เขารู้สึกเสียใจไม่น้อยเพราะอาวุธที่ได้จากสงคราม ต่อให้จะเป็นโซลฟอร์ดที่หล่นออกมาจากเดม่อนหลังจากมันตายก็ตาม อาวุธเหล่านี้กลับมีรอยตำหนิเช่น รอยบิ่น รอยแตก และร่องรอยขีดข่วน
ต่อให้โซลฟอร์ดจะสามารถรักษาตนเองได้เมื่อทำสัญญาแล้วเก็บเอาไว้ในคอร์ไดฟ์ เพียงแต่ว่า โซลฟอร์ดที่หล่นออกมาหลังจากเจ้าของเดิมตาย หากมันมีรอยตำหนิแล้วถูกเจ้าของใหม่ทำสัญญา รอยนั้นจะไม่หายไป การทำสัญญาคือการเก็บรูปลักษณ์ก่อนทำสัญญาเอาไว้ แอ็กเซลจึงโยนดาบหลายอย่างทิ้งไปต่อให้มันจะเป็นอาวุธระดับ 5 ก็ตาม
“ หือ ทำไมพวกแกโยนเจ้าสิ่งนี้ทิ้งล่ะ ”
แอ็กเซลมองไปยังหนังสือที่เขียนด้วยลายนิ้วมือ กระบองเพชรจึงหันหน้ามาตอบคำถาม พวกมันสัมผัสพลังจากหนังสือไม่ได้จึงโยนทิ้ง แอ็กเซลจึงเข้าใจได้ว่าพวกมันไม่รู้หนังสือ สิ่งที่มีค่าสำหรับพวกมันคือสิ่งที่มีพลังงานอยู่ด้านใน
แอ็กเซลจึงเปิดหนังสือที่บางเล่มเขียนด้วยมือ บางเล่มตีพิมพ์ ก่อนที่เขาจะเบิกตาโตเนื่องจากหนังสือเหล่านี้คือทักษะที่เดม่อนพยายามจะฝึกมัน
หนังสือเล่มแรกไม่มีชื่อทักษะอยู่ข้างหน้า ภายในมีเพียงแค่ตัวหนังสือและท่าทางที่วาดขึ้นด้วยมือเพื่ออธิบายวิธีการฝึกราวกับวิชากำลังภายในภายในหนัง
“ ทำไมพวกมันไม่ทำเป็นวีดีโอสอนเหมือนมนุษย์กัน ”
ความสงสัยเผยบนใบหน้าแอ็กเซล ทักษะของเผ่าเดม่อนน่าสนใจสำหรับเขาไม่น้อย ต่อให้พวกมันจะมีท่อพลังงานมากกว่า เขาสามารถสร้างท่อพลังงานเหล่านั้นขึ้นมาได้หากต้องการเลียนแบบทักษะของพวกมัน อย่างไรก็ตามเขากลับสงสัยมากกว่าว่าทำไมพวกมันถึงไม่ทำให้ทักษะอยู่ในรูปแบบวีดีโอ
“ หรือว่าพวกมันกำลังคิดค้นทักษะ ”
แอ็กเซลมองดูลายมือบนหนังสือบางเล่ม เป็นอย่างที่เขาคิด เดม่อนบางตัวกำลังพยายามปรับเปลี่ยนทักษะของมัน แม้บางเล่มจะมีการตีพิมพ์เป็นระเบียบ ด้านในกลับมีการขีดเขียนเป็นจำนวนมาก เขาจึงเก็บพวกมันเอาไว้เพราะกลัวว่าท่อพลังงานของเดม่อน จะต่างจากเผ่าอีเธอร์เอล เขากลัวว่าถ้าตนเองสร้างท่อพลังงานเลียนแบบเดม่อนแล้ว จะทำให้พลาดการสร้างท่อพลังของอีเธอร์เอลไป
“ นี่พวกมันจะไม่พกของมีค่ามาสนามรบเลยเหรอ ”
แอ็กเซลถอนหายใจ มีเพียงยาแปลกประหลาดวางอยู่เกลื่อนห้อง สิ่งที่อยู่ภายในแหวนเก็บของที่เหลือเป็นชิ้นส่วนมอนสเตอร์และอาหาร คอร์มอนสเตอร์หรือแก่นพลังงานว่างเปล่าไม่ได้เก็บเอาไว้ในแหวนมิติของพวกมัน การลงมือในครั้งนี้ของเขาจึงได้ประโยชน์แค่ค่าประสบการณ์ที่เพิ่มให้กับมอนสเตอร์ในพันธะเท่านั้น
เมื่อไม่มีอะไรให้ตรวจสอบแล้วแอ็กเซลจึงทิ้งตัวนอนภายในห้อง เครื่องสร้างรูหนอนได้ปิดตัวลงไปหลังจากที่ส่งทหารเข้ามา อีก 7 วันจะถึงกำหนดการณ์เปิดใหม่ ด้วยกฎที่สั่งห้ามไม่ให้นักศึกษาออกล่าเพราะเจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบพื้นที่แต่ละแห่งเพื่อหาเดม่อนกลุ่มใหม่ แอ็กเซลจึงต้องอยู่ภายในห้อง
การอัพระดับให้เจ้าตัวน้อยก็ยังไม่สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากแก่นพลังว่างเปล่าระดับ 4 ดาวภายในฐานโนวาไม่มีขาย เขาจึงต้องรอให้เครื่องสร้างรูหนอนเปิดจึงจะกลับไปซื้อที่สถาบัน
ในส่วนระดับพลังของเขานั้นคงต้องหยุดไว้ที่ 3 ดาวจนกว่าเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้กลับไปล่าอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากเขาสามารถฆ่าระดับ 4 ดาวได้อีกราว 50 ตัวเขาจะเลื่อนระดับ แอ็กเซลจึงคิดว่าจะซื้อแก่นพลังว่างเปล่าเตรียมไว้ให้ตนเองใช้เช่นกัน
“ ดูครึกครื้นไม่น้อยเลยสินะ ”
โทรศัพท์มือถือยกขึ้นมาอ่านข่าว สิ่งที่กำลังถูกพูดถึงในขณะนี้คือสงครามที่พึ่งจบลงไป สิ่งที่นักศึกษาให้ความสนใจคือคนที่แสดงผลงานได้ดีเยี่ยม นักศึกษาระดับ 5 ดาวที่อยู่ในมุมกล้องแต่ละคนนำออกมาวิเคราะห์ในระหว่างที่นักศึกษาว่างทำให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับ 7 มังกรและฟีนิกส์คนใหม่ แอ็กเซลจึงเลื่อนดูข้อมูลด้วยความสนใจ พลางมองดูข้อมูลของเขาที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกัน การที่เขาเป็นผู้พลิกสถานการณ์ในสงครามทำให้หลายคนพูดถึงสกิลของเขากันอย่างกว้างขวาง มีแม้กระทั่งลองนำเขาไปเปรียบเทียบกับระดับ 5 ดาวที่จะกลายเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ หากเขาต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้จะเอาชนะได้หรือไม่
---------------------------------------------------------------
“ ท่านนายพลแซทเทิร์น เจ้าหน้าที่บนฐานโนวาประจำการที่สนามรบปฐมภูมิส่งรายงานมาเพิ่มอีกฉบับครับ เขาร้องขอรางวัลให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สถาบันโนวาไพร์ม จากผลงานที่เขาได้ทำในสงครามปะทะกันระหว่างมนุษย์และเดม่อนในครั้งนี้ ”
“ ใครที่เขาขอรางวัลให้ ”
“ หนึ่งในคนที่เราจับตามองดูครับ แอ็กเซล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของสถาบันโนวาไพร์ม ”
รายงานฉบับแรกส่งมาเมื่อ 5 วันก่อนบอกเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างเดม่อนและมนุษย์ ทำให้รู้ถึงแผนการณ์บุกของพวกมันที่วางเอาไว้หลายเดือนก่อน ด้วยการโจมตียานสหพันธ์จนล่วงตกลงมาที่สนามรบปฐมภูมิ
ยานสหพันธ์ที่ร่วงตกลงมานั้น ไร้คนขับ ไร้ลูกเรือ และไร้ข้อมูลบนยาน ทำให้พวกเขารู้ถึงการมาของพวกมันจึงพยายามส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจสนามรบปฐมภูมิลับๆ ถึงอย่างนั้นเดม่อนกลับสามารถหลบซ่อนตัวได้เป็นระยะเวลาหลายเดือนจนพวกมันมั่นใจว่าสามารถเรียกกองทัพของตนเองมาได้ จึงลงมือในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากติดตั้งอุปกรณ์สร้างรูหนอนบนสนามรบปฐมภูมิเสร็จสิ้น
การปะทะกันในครั้งนี้ทำให้นายพลทั้ง 7 ดวงดาวรู้สึกหวาดวิตกไม่น้อยเพราะเดม่อนพากองทัพบุกมานับหมื่น เหตุการณ์จึงมีโอกาสสูงมากที่จะซ้ำรอยเมื่อ 5 ปีก่อนที่มนุษย์ถูกสังหารไปเป็นจำนวนมากจนทำให้ดาวแต่ละดวงต้องรีบสร้างแชมเปี้ยนขึ้นมาทดแทน
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ซ้ำรอยกลับไม่เกิดขึ้น หลังจากเด็กหนุ่มคนหนึ่งจากสถาบันโนวาไพร์มใช้งานสกิลที่ไม่เคยมีในบันทึกออกมา มันได้พลิกสถานการณ์ของสนามรบปฐมภูมิจนมนุษย์เป็นฝ่ายชนะ
เพียงแต่ว่ามนุษย์คนนี้กลับเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ภายในภารกิจลับที่ทางดาวโนวาจับตามอง การที่เขาคือหนึ่งในคนที่ใกล้ชิดกับอาชญากรหมายเลข 9 จึงทำให้นายพลแซทเทิร์นรู้สึกคิดหนักเพราะยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับเขาอย่างไรให้เหมาะสม
คนที่ถูกจับตามองในบรรดาร้อยกว่าคน ยังไม่มีใครแสดงความโดดเด่นออกมา มีเพียงแอ็กเซลที่แสดงตัวจนเป็นที่จับตามอง
“ ให้ตายสิ ทำไมฉันต้องมาตัดสินอะไรที่ยุ่งยากแบบนี้กัน ”
หากผู้ที่ถูกจับตามองแข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดดและผิดปกติ นายพลดวงดาวเช่นเขาสามารถจัดการได้ในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เขาคนนั้นเป็นอาชญากรหมายเลข 9 คนใหม่ ถึงแม้มันจะดูโหดร้าย การฆ่าในครั้งนี้กลับจะช่วยเหลือผู้คนหลายล้านเอาไว้ได้
แต่สกิลของแอ็กเซลกลับจำเป็นต่อสหพันธ์ ความสามารถของสกิลที่ทำให้พลังคอสมิกของคู่ต่อสู้สลายหายไปได้น่าสนใจเป็นอย่างมาก การที่เขาเป็นหนึ่งในคนที่ถูกจับตามองแต่กลับมีสกิลพิเศษ ทำให้นายพลแซทเทิร์นคิดหนัก เพราะถ้าหากเขาฆ่าแอ็กเซลไป มีหลายอย่างจะเกิดขึ้น
ถ้าหากแอ็กเซลได้รับเศษเสี้ยวของจิตอาชญากรหมายเลข 9 เขาจะช่วยคนได้เป็นจำนวนมากเพราะฆ่าอาชญากร ต่อให้จะต้องสูญเสียสกิลดีๆไปก็ตาม แต่ถ้าหากแอ็กเซลไม่ได้รับเศษเสี้ยวของอาชญากรหมายเลข 9 หมายความว่าเขาจะสูญเสียครั้งใหญ่
“ ท่านครับ จะให้ผมทำอย่างไรกับรางวัล ” ทหารยังคงยืนรอการตัดสินใจของท่านนายพล
“ หยุดการประกาศความดีความชอบทั้งหมด ส่งเรื่องนี้ให้ดวงดาวต่างๆรับทราบด้วย จากนั้นมอบแต้มและของรางวัลให้กับคนที่คู่ควรเงียบๆ ส่วนแอ็กเซลมอบทักษะระดับ 8 ให้เขา ”
“ ระดับ 8 เลยเหรอครับ ”
“ ใช่ มอบทักษะระดับ 8 ให้กับเขา ”
นายพลแซทเทิร์นตัดสินใจเพิ่มระยะเวลาการจับตามองออกไปอีก ระดับของแอ็กเซลในตอนนี้ยังไม่มากพอจะสร้างปัญหา ต่อให้เขาจะเป็นระดับ 10 ดาวก็ยังมีคนที่สามารถจัดการเขาได้
ตราบใดที่ผู้มีจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 ทั้ง 9 คนไม่โผล่ออกมา การพัฒนาของแอ็กเซลไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่ากลัว
เขาจะรอให้ผู้มีจิตวิญญาณแสดงพลังออกมาทั้งหมดก่อน เนื่องจากสหพันธ์ได้ส่งรายละเอียดของทักษะพิเศษที่อาชญากรหมายเลข 9 ใช้งานมาให้ ทักษะนี้ใช้สำหรับแยกจิตวิญญาณออกไปเติบโตใหม่ ถ้าหากจิตวิญญาณเหล่านั้นถูกฆ่าตายจะกลับมารวมกันกลายเป็นอาชญากรหมายเลข 9
เพียงแต่ว่าการถูกฆ่าจะเป็นการหยุดการเติบโตของจิตวิญญาณดวงนั้น ยกตัวอย่างเช่น จิตวิญญาณที่แยกออกไปและได้อาชีพนักรบ ถ้าหากเขาถูกฆ่าตายในช่วงที่เป็นระดับ 6 ดาว อาชีพของเขาจะหยุดเติบโต ต่อให้จิตวิญญาณส่วนนี้จะไหลเข้าไปรวมกับจิตวิญญาณส่วนอื่นก็ตาม สกิลทั้งหมดที่ได้รับจากอาชีพนักรบจะหยุดอยู่เพียง 6 ดาวเท่านั้น ทักษะก็เช่นเดียวกัน
ดังนั้นผู้ที่ได้รับจิตวิญญาณจากอาชญากรหมายเลข 9 จะต้องพยายามเอาชีวิตรอดให้ได้ไกลที่สุดและเพิ่มระดับตัวเองให้ได้มากที่สุด เขาจึงคิดว่าจะเพิ่มระยะเวลาการจับตามองให้ยาวนานมากกว่านี้เพื่อไม่ให้ตนเองฆ่าคนที่ไม่มีความผิด โดยจะใช้ระดับของผู้ที่ใกล้ชิดกับอาชญากรหมายเลข 9 เป็นตัวตัดสิน เขาเชื่อว่าจิตของอาชญากรจะต้องพยายามแข็งแกร่งอย่างแน่นอน
ต่อให้แอ็กเซลจะแข็งแกร่งโดดเด่น มันกลับเป็นการแข็งแกร่งที่ไม่ทำให้อาชญากรหมายเลข 9 กลับมาแข็งแกร่งเพราะอีก 8 จิตที่เหลืออ่อนแอ การฆ่าเขาก็เท่ากับว่าทำให้จิตทั้ง 8 ร่างปกปิดตัวตนดีกว่าเดิมมากยิ่งขึ้นจนไม่สามารถตามหาตัวได้ สุดท้ายเขาจะต้องฆ่าคนทั้งหมดที่อยู่ในภารกิจจับตามอง
เอกสารเกี่ยวกับข้อมูลของแอ็กเซลเปิดอ่านอีกครั้ง นายพลแซทเทิร์นทำได้เพียงแค่หวังว่าเขาจะไม่ใช่หนึ่งในจิตของอาชญากรหมายเลข 9 การมีอาชีพมากถึง 2 หนึ่งในอาชีพยังสามารถพลิกสถานการณ์ในสงครามได้ การปะทะกันระหว่างเผ่าเดม่อนและวอร์เรนไคน์ แอ็กเซลจะกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ.