ขณะที่ฉางเฟิงกำลังขึ้นเรือบินอยู่นั้นหญิงสาวชุดแดงและหญิงสาวที่มาพร้อมกับพวกโจวลู่ ฉางเฟิงจำได้ว่านางมาจากสมาคมนักปรุงยาและนางยังเป็นคนแรกที่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งนี้
“ข้าขอขอบคุณแม่นางที่เข้าช่วยเหลือคนของข้า”ฉางเฟิงจำได้ว่าหญิงสาวชุดแดงนี้ลงมือช่วยเหลือพวกมู่หลาน
“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาคุณชายฉางเฟิงเป็นแขกผู้มีเกียรติของพวกเราหอสมบัติแน่นอนข้าย่อมต้องลงมือช่วยเหลือ”หญิงสาวชุดแดงกล่าว
“ที่แท้แม่นางก็มาจากหอสมบัตินี่เอง”
“ข้ามีนามว่าหลานโหลวเป็นผู้นำของหอสมบัติสาขาอาณาจักรจงเย่ ข้านั้นชื่นชมในพรสวรรค์ของคุณชายฉางเฟิงมากแต่ข้ากลับไม่รู้ว่าแซ่ฉางของท่านหาใช่คนจากทวีปแห่งนี้ใช่หรือไม่” หลานโหลวกล่าว
“แม่นางหลานคงจะสืบมาแล้วสินะไม่ผิดข้าไม่ใช่คนจากที่นี่แต่ข้าก็เติบโตที่นี่เช่นกัน” ฉางเฟิงกล่าว
ในเมื่ออีกฝ่ายสืบมาดีต่อให้ฉางเฟิงโกหกไปก็ไม่มีความหมายแล้วอีกอย่างฉางเฟิงเองก็คิดจะใช้หอสมบัติช่วยตามหาตระกูลของมารดาตนเองอีกด้วยซึ่งฉางเฟิงคิดว่าในทวีปแห่งนี้ไม่มีตระกูลฉางอยู่อย่างแน่นอน
“เป็นอย่างที่ข้าคิดคุณชายฉางเฟิงน่าจะมาจากแดนเซียนสินะ” หลานโหลวงดวงตาส่องสว่างทันทีตอนนี้นางเหมือนกับเริ่มรู้แล้วว่าต้นกำเนิดของฉางเฟิงมาจากที่ใด
ฉางเฟิงไม่ตอบและแค่ยกยิ้มเท่านั้นซึ่งตัวฉางเฟิงยังต้องตกใจเห็นได้ชัดว่าหลานโหลวคนนี้ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับแซ่ฉางอย่างแน่นอนดังนั้นฉางเฟิงตั้งใจจะผูกมิตรกับนางเอาไว้เพื่อขอความช่วยเหลือในอนาคต
“คุณชายฉางเฟิงข้ามีนามว่าอี้หยุน เป็นคนของสมาคมนักปรุงยา ที่ข้ามาในครั้งนี่เพราะได้ข่าวว่ามีอัจฉริยะรักปรุงยาปรากฎตัวจึงอยากจะมาเชิญชวนให้คุณชายเข้าร่วมกับสมาคมของพวกเรา”อี้หยุนกล่าว
“อย่างงี้นี่เองแต่ว่าแม่นางอี้น่าจะรู้แล้วว่าสถานการณ์ของข้าในตอนนี้คงทำไม่ได้ข้านั้นไม่สามารถไปเมืองหลวงของจงโจวได้และยังไม่สามารถเดินทางไปที่อื่นได้ในตอนนี้เพราะมีศัตรูมากเกินไป”ฉางเฟิงกล่าว
“คุณชายไม่ต้องกังวลด้วยอำนาจของสมาคมนักปรุงยาของเราก็เหมือนกับหอสมบัติของพี่สาวหลานโหลว ซึ่งอำนาจของจักรพรรดิโจวหรืออีกสี่นิกายไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้”อี้หยุนกล่าว
“ไม่ผิดพวกเราแต่เดิมก็เหมือนกับคุณชายมาจากที่อื่นและมาตั้งสาขาในที่แห่งนี้เท่านั้นเอง”หลานโหลวกล่าว
“แล้วข้าเข้าร่วมกับสมาคมของท่านแล้วจะต้องทำอย่างไร”ฉางเฟิงรู้สึกสนใจ
“แน่นอนว่านักปรุงยาของทางสมาคมนั้นมีอิสระมากคุณชายไม่จำเป็นต้องอยู่ในสมาคมเสมอไปคุณชายสามารถกลับมาอยู่ที่นิกายบุปผาเหมือนเดิมยังได้เพียงแต่เมื่อมีคำร้องของทางสมาคมมาคุณชายจะต้องให้ความช่วยเหลือ หรือในกรณีที่มีคนนมาขอให้คุณชายปรุงยาให้กำไรทั้งหมดจะต้องแบ่งให้กับสมาคม 5% เท่านั้น
และในบางกรณีทางสมาคมสามารถให้คุณชายยืมสมุนไพรได้อีกด้วย” อี้หยุนกล่าว
“ดีขนาดนั้นเลย”ฉางเฟิงกล่าว
“นักปรุงยานั้นมีสถานะสูงมากคุณชายต้องรู้ก่อนว่าถ้าไม่มีนักปรุงยาผู้บ่มเพาะทั่วๆไปจะแข็งแกร่งได้ในเวลาอันสั้นได้อย่างไรต่อให้เป็นอัจฉริยะแค่ใหนก็ต้องใช้เม็ดยาในการฝึกฝน” หลานโหลวกล่าว
ฉางเฟิงเข้าใจทันทีจากที่ฉางเฟิงคิดหอสมบัติและสมาคมนักปรุงยานั้นต้องร่วมมือกันอยู่อย่างแน่นอนและความสัมพันธ์ของทั้งสองขุมอำนาจก็ไม่ใช่น้อยๆอีกด้วย
“ข้าอยากจะทดสอบอยู่นะแต่ข้าไปเมืองหลวงจงโจวตอนนี้ไม่ได้จริงๆ”ฉางเฟิงกล่าว
“ไม่มีปัญหาหรอกข้าสามารถเป็นผู้ประเมินได้” อี้หยุนกล่าว
“เจ้างั้นเหรอ”ฉางเฟิงแปลกใจ
“ข้าเองก็เป็นนักปรุงยาระดับ4 เหมือนกันนะ แถมตำแหน่งของข้าก็มากพอจะเป็นผู้ประเมินได้ขอแค่เจ้าไม่ปรุงยาสูงกว่าระดับ5 ก็เพียงพอแล้ว” อี้หยุนกล่าว
“แล้วถ้าข้าปรุงยาระดับ5 ได้ละ” ฉางเฟิงยกยิ้ม
“เจ้าไม่ได้ล้อเล่นใช่ใหม”อี้หยุนตกใจ
ดวงตาของหลานโหลวก็ส่องสว่างทันทีถ้าฉางเฟิงปรุงยาระดับ 5 ได้จริง วงการปรุงยาจะต้องสั่นสะเทือนอย่างแน่นอนนักปรุงยาระดับ 5 ด้วยวัย 16 อย่าว่าแต่หายากเลยแม้แต่หลานโหลวก็ไม่เคยเห็น
“ถ้าเจ้าพูดจริงข้าจะติดต่อไปยังอาจารย์ของข้าให้ท่านมาประเมินด้วยตัวเองและถ้าเจ้าผ่านการประเมินเจ้าจะสามารถทำเรื่องขอให้สามาคมาเปิดสาขาในอาณาจักรแห่งนี้ได้”อี้หยุนกล่าว
“แบบนั้นก็ยอดเยี่ยมแม่นางอี้หยุนสามารถจัดการเรื่องนี้ได้เลยเมื่อทางแม่นางพร้อมข้าจะมาทดสอบอย่างแน่นอน”ฉางเฟิงกล่าว
“แล้วถ้าคุณชายฉางเฟิงต้องการขายเม็ดยาคุณภาพสูงสุดก็อย่าลืมมาขายให้กับพวกเราด้วยละ”หลานโหลวยกยิ้มอย่างมีเสน่ห์แม้นางจะมีผ้าปิดใบหน้าเอาไว้แต่ก็ต้องยอมรับว่านางคือหญิงสาวที่มากเสน่ห์คนหนึ่ง
อี้หยุนเองก็ไม่ธรรมดานางอายุได้20 ปีแล้วทำให้เสน่ห์ของหญิงสาวเองก็ปรากฎออกมาแต่นางค่อนข้างเย็นชาและเรียบร้อยไม่ค่อนแต่งหน้าทำให้ความงามของนางหายไปส่วนหนึ่ง
“ถ้างั้นข้าขอตัวกัน”ฉางเฟิงรีบเดินทางไปรวมตัวกับมู่หลินทันที
ไม่กี่วันต่อมาฉางเฟิงก็มาถึงเมืองดาบอีกครั้งแต่ครั้งนี้ฉางเฟิงได้นำกองกำลังมาด้วยเมื่อมาถึงฉางเฟิงก็พบว่าเมืองดาบปกคลุมด้วยค่ายกลอยู่
“เสี่ยวเฮ่ยทำลายค่ายกลให้ข้า” ฉางเฟิงกล่าว
เสี่ยวเฮ่ยนั้นไม่ขัดและลงมือทันทีลิ้นของเสี่ยวเฮ่ยพุ่งออกไปราวกับหอกปีศาจทะลวงค่ายกลระดับจักรพรรดิได้อย่างง่ายดายด้วยร่างกายเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้พลังก็เพียงพอจะทำลายค่ายกลระดับจักรพรรดิแล้ว
เหล่าศิษย์ของนิกายบุปผาและนิกายดาบที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพากันตื่นตะลึงและหวาดกลัวกิ้งก่าตัวสีดำตัวนี้ทันที
“นิกายดาบข้าให้เวลาเจ้า10 ลมหายใจ เลือกเอาจะยอมแพ้หรือว่าตาย” ฉางเฟิงคำรามออกไป
เสียงของฉางเฟิงทำให้พวกศิษย์นิกายดาบพากันหวาดกลัวบนยอดเขาแห่งหนึ่งของนิกายดาบ ดาบเล่มที่ 5 และศิษย์ของสองคนอย่างหวงอู่และสุ่ยหมิงที่เคยได้ถูกช่วยจากฉางเฟิงมองภาพนี้แล้วถอนหายใจ
“นิกายดาบไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วความภาคภูมิใจทั้งหมดถูกทำลายด้วยความโลภของมนุษย์ ศิษย์เอ๋ยเจ้ายินดีตามอาจารย์ออกไปฝึกฝนหรือไม่ สำหรับผู้ฝึกดาบอย่างพวกเราถ้ายังอยู่ในนิกายดาบต่อไปพวกเราจะไม่สามารถฝึกหัวใจแห่งดาบได้”ดาบเล่มที่ 5 กล่าว
“กล่าวตามตรงหลายปีมานี้ศิษย์นั้นผิดหวังต่อคนในนิกายมากในตอนแรกที่ศิษย์เข้าร่วมกับนิกายศิษย์นั้นภาคภูมิใจคิดว่านี่คือนิกายที่มีคุณธรรมสูงส่งแต่ว่าความเป็นจริงกลับไม่ใช่เลยผู้อาวุโสในนิกายเต็มไปด้วยความโลภ และใช้อำนาจข่มเหงรังแกผู้คนไม่ต่างจากนิกายมารเลยไม่สิเลวยิ่งกว่านิกายมารเสียด้วยซ้ำ” หวงอู่กล่าวนางนั้นเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์ดังนั้นนางจึงอดทนไม่ได้กับการกระทำชั่วร้ายแบบนี้
“ก็ดีถ้างั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ” ดาบเล่มที่ 5 กล่าว