ณ พระตำหนักกุ้ยเฟยเหล่าหมอหลวงยื่นอยู่กันเต็ม ต่างพากันใที่เห็นฟานอวี้เดินตามหลังขันทีฉู่มาหัวหน้าหมอหลวงนามว่าเจียงโหว เดินเข้ามาถามขันทีฉู่
“ขันทีฉู่ไม่ทราบว่าท่านกราบทูลฝ่าาแล้วหรือยังเกี่ยวกับพระอาการของกุ้ยเฟย?”
“ท่านเจียวโหวฝ่าาให้ข้ามาแจ้งพระราชดำรัสสั่งพวกท่านว่าให้ทำคลอดกุ้ยเฟยพร้อมทั้งรักษาชีวิตของกุ้ยเฟยกับลูกไว้ให้ได้ไม่เช่นนั้นจะสั่งปะาชีวิตเหล่าหมอหลวงทั้งวัง!”
เจียวโหวและเหล่าหมอหลวงได้ฟังพระดำรัสของฮ่องเต้เข่าอ่อนคุกเข่าทันที
“พวกข้าพยายามสุดความสามารถแล้วขันทีฉู่พวกข้าหมดหนทางแล้วจริง ๆ”
“ยังไม่หมดหนทางหรอกเ้าค่ะท่านหมอหลวงทุกท่าน” ฟานอวี้กล่าวปลอบใจเหล่าหมอหลวง
“เ้าเป็ใครกันเหตุใดถึงได้ตามขันทีฉู่มาได้?
ขันทีฉู่กำลังจะบอกสถานะของฟานอวี้ให้ทราบแต่นางห้ามไว้ก่อน
“ข้าเป็หมอมาจากแคว้นเหลียงนามว่าฟานอวี้เ้าค่ะ”
“เ้านะหรือ หมอจากแคว้นเหลียงเหตุใดแคว้น เหลียงถึงได้มีหมออายุน้อยเช่นนี้เล่า?”
“ท่านเจียงโหว อายุไม่สำคัญหรอกเ้าค่ะข้ามีความพยายามมุ่งมั่นอยากเป็หมอเพื่อรักษาคนไข้ ให้โอกาสข้าได้ทำคลอดกุ้ยเฟยเถิดเ้าค่ะ”
“เ้าสามารถทำคลอดกุ้ยเฟยได้จริงหรือ!หมอหลวงทั้งวังจนปัญญาหมดหนทาง แล้วเ้าจะใช้วิธีทำคลอดเช่นไรในเมื่อทารกแฝดไม่ยอมกลับหัว?”
“ข้าน้อยจะใช้วิธีผ่าตัดคลอดเ้าค่ะ”
“อะไรนะ!เ้าคงไม่ได้หมายถึงผ่าท้องเอาเด็กออกมาใช่หรือไม่?”
“เ้าค่ะวิธีนี้เป็วิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยทั้งแม่และทารก”
เหล่าหมอหลวงตื่นตะลึงลานสมัยาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีหมอท่านไหนทำคลอดผ่าท้องเอาเด็กออกมาได้เลยแล้วนางจะทำได้เช่นไรกัน?
มีหมอหลวงคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นแย้งวิธีการผ่าคลอดของนาง“หากเ้าทำเช่นนั้นพระสนมและทารกจะปลอดภัยจริงหรือ? ข้าว่าอย่าเสี่ยงเชื่อนางเลยขอรับท่านเจียงโหว"
“หากท่านไม่ให้ข้าลองแล้วจะรู้ได้เช่นไรกันเ้าคะ?อีกอย่างพวกท่านก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว!สู้ไม่ลองเชื่อใจข้าดูสักครั้งเล่า?”
หมอหลวงทั้งหลายต่างแสดงความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับวิธีการผ่าคลอดนี้แต่มีเพียงผู้เดียวที่มีอำนาจตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดก็คือท่านหัวหน้าหมอหลวงเจียวโหว
“เอาละ!พวกท่านลองเชื่อใจนางดูสักครั้งเถิด อย่างไรข้าและพวกท่านก็อับจนปัญญาหมดทนทางแล้ว
เมื่อหัวหน้าหมอหลวงตัดสินใจเช่นนี้ หมอทั้งหลายก็เชื่อฟังตาม
“หมอฟานอวี้”
“เรียกข้าว่าหมออวี้ก็ได้เ้าค่ะ”
“หมออวี้พวกข้าเห็นด้วยที่จะให้ท่านทำคลอดกุ้ยเฟย รบกวนท่านด้วย”
“เ้าคะท่านเจียวโหว”
ไม่นานหลิวลี้ก็พาเฟ่ยเฟ่ยพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลมาพอดี!
“เฟ่ยเฟ่ย”
“เ้าค่ะ”
“ชุดผ่าตัดเ้าเตรียมมาด้วยหรือไม่?”
“เตรียมมาพร้อมเ้าค่ะข้าใส่ไว้ในกล่องพยาบาลแล้วเ้าค่ะ”
“ดีมากถ้าเช่นนั้นเปลี่ยนชุดเถิด วันนี้เ้าต้องมาเป็ผู้ช่วยให้ข้า เ้ายังจำเื่ที่ข้าสอนให้เ้าเตรียมอุปกรณ์ผ่าตัดได้หรือไม่?”
“จำได้เ้าค่ะ”
“เยี่ยมมาก เฟ่ยเฟ่ยนางพยาบาลของข้า ไปเปลี่ยนชุดกันเถอะเราต้องรีบเร่งแล้วกุ้ยเฟยกับทารกแฝดรอเราอยู่”
“เ้าค่ะ”
ทั้งสองเปลี่ยนชุดเสร็จเข้าห้องทำคลอดของกุ้ยเฟยทันที!
“เฟ่ยเฟ่ยอุปกรณ์พร้อมหรือยัง?”
“พร้อมแล้วเ้าค่ะ”
“ให้น้ำเกลือแก่คนไข้เรียบร้อยแล้วนะ?”
“เ้าค่ะ ท่านพี่อวี้”
“เ้าวัดความดันและชีพจรได้เท่าไหร่?”
“ค่าความดัน 120/80ชีพจร 80 ครั้ง/นาที เ้าค่ะ”
“OK ยังอยู่ในระดับปกติโชคเข้าข้างพวกเราเสียจริง! พี่ลี้เ้าค่ะท่านช่วยประคองคนไข้ให้ทีเ้าค่ะข้าจะฉีดยาชาบล็อกหลัง!”
“ได้เดี่ยวข้าเข้าไปขันทีฉู่ท่านช่วยเฝ้าประตูด้วยนะเ้าค่ะ อย่าให้ผู้ใดเข้ามาเป็อันขาดเพราะอาจจะเสี่ยงและเกิดอันตรายต่อการทำคลอดได้เ้าค่ะ”
“ท่านองครักษ์โปรดวางใจข้าจะเฝ้าไว้เป็อย่างดีขอรับ”
หลิวลี้เปลี่ยนเป็ชุดผ่าตัดเข้าไปช่วยทำคลอดตามพวกนางฟานอวี้ให้ยาระงับความรู้สึกหรือบล็อกหลังและทำความสะอาดหน้าท้องของคนไข้เสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปลงมีดผ่าตัดบริเวณหน้าท้องโดยเปิดแผลผ่าตัดเป็แนวตรงจากบริเวณใต้สะดือ ถึง บริเวณหัวหน่าว ประมาณ 2-3 เิเ ตามความเหมาะสมจากนั้นทำการผ่าตัดแยกผนังหน้าท้องชั้นต่าง ๆ เข้าสู่ช่องท้องทีละชั้นจนถึงตัวมดลูก
เฟ่ยเฟ่ยกับหลิวลี้อยู่ในเหตุการณ์ต่างลุ้นระทึกอยู่ตลอดเวลาั้แ่เกิดมายังไม่เคยเห็นการผ่าท้องทำคลอดเช่นนี้เลย หัวใจจะวาย!
ทางด้านฮ่องเต้บรรดาเหล่าเชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงต่างพากันแห่ขบวนมายังตำหนักกุ้ยเฟยเพื่อมารอลุ้นว่าฟานอวี้จะสามารถทำคลอดกุ้ยเฟยได้หรือไม่
ฟานอวี้ผ่าตัดแยกผนังท้องชั้นต่าง ๆจนถึงตัวมดลูกแล้ว นางลงมีดกรีดแผลผ่าเปิดมดลูกหลังจากนั้นใช้มือนำทารกออกมาทีละคน เสียงเด็กน้อยคนแรกที่ออกมาร้องไห้เสียงดังมากทำเอาเหล่าผู้คนที่รอคอยด้านนอกต่างพาตกตะลึงและมีเสียงโห่ร้องดีใจโดยเฉพาะฮ่องเต้รู้สึกปลาบปลื้มยินดียิ่งนักส่วนบรรดาเชื้อพระวงศ์ต่างพากันส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจและลุ้นว่าจะมีเด็กออกมากี่คน!
ฟานอวี้นำทารกคนแรกออกมาได้แล้วก็ให้เฟ่ยเฟ่ยตัดสายสะดือและทำความสะอาดห่อผ้าทันที
“เฟ่ยเฟ่ยตัดสายสะดือองค์ชายน้อยและทำความสะอาดห่อผ้าเด็กให้เรียบร้อยด้วยนะ”
“เ้าค่ะ”
จากนั้นก็มีเสียงทารกคนที่สองตามมาเหล่าผู้คนที่ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจอยู่ด้านนอกก็ส่งเสียงดีใจกันยกใหญ่เหมือนกับว่ากำลังเชียร์การแข่งขันกีฬายังไงอย่างนั้น!
ทว่ากลับมีเสียงทารกคนที่สามตามมาอีกคนเหล่าผู้คนที่รอคอยด้านนอกต่างพากันตะลึงพรึงเพริด โดยเฉพาะหมอหลวงทั้งวังเพราะการทำคลอดครั้งนี้เป็แฝดสามที่เกิดขึ้นเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้
เมื่อนำทารกทั้งสามออกมาจากท้องกุ้ยเฟยเสร็จเรียบร้อยแล้วนางดึงรกผ่านทางแผลผ่าตัด และเย็บซ่อมมดลูกและผนังหน้าท้องชั้นต่าง ๆทีละชั้นจนถึงชั้นิัชั้นนอกสุดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว นางตรวจดูม่านตาของคนไข้ใช้หูฟังแพทย์ตรวจฟังอาการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจอีกที!
“เฟ่ยเฟ่ย”
“เ้าค่ะ”
“เด็กๆเรียบร้อยดีหรือไม่?”
“พี่ลี้ให้ขันทีฉู่พาแม่นมมารอหน้าประตูห้องคลอดแล้วเ้าค่ะ”
“ให้นางเข้ามาให้นมเด็กๆ เถิด ป่านนี้คงหิวน่าดู”
“เ้าค่ะ”
“เฟ่ยเฟ่ย เ้านำอุปกรณ์ผ่าตัดฆ่าเชื้อแช่เหล้านึ่งร้อนสุก ให้เรียบร้อยนะ”
“เ้าค่ะ”
ฟานอวี้ตรวจอาการของคนไข้และสั่งงานเฟ่ยเฟ่ยกับหลิวลี้เสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นนางก็ออกมาจากห้องทำคลอดทันทีโดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเดินมุ่งหน้าไปหาฮ่องเต้ที่ทรงประทับในพระตำหนักของกุ้ยเฟย
“ทูลฝ่าา กุ้ยเฟยองค์ชายน้อยทั้งสอง และองค์หญิงน้อยทรงปลอดภัยดีเพคะเวลานี้หม่อมฉันหิวมากอย่างมากที่สุด ฝ่าาโปรดประทานรางวัลให้หม่อมฉันด้วยเถิดหม่อมฉันอยากทานหมี่ซั่วผัดใส่กุ้งสดตัวใหญ่ ๆ และน้ำเก๊กฮวยเย็น ๆ ขอโปรดประทานอนุญาตรางวัลนี้ให้หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะหม่อมฉันจะรอรางวัลที่ตำหนักของอาเจี๋ยนะเพคะ หม่อมฉันทูลลา”
ฮ่องเต้เว่ยหลงเย่วอึ้งอ้าปากค้างนางไม่ให้เขาพูดอะไรบ้างเลยหรือ!เหล่าขบวนผู้ติดตามฮ่องเต้มายังตำหนักกุ้ยเฟยต่างพากันอึ้งกับนางเช่นกันนางทำคลอดเพิ่งเสร็จยังจะกินอะไรลงอีกหรือ นางช่างแปลกประหลาดเกินคน!
“เดี๋ยวก่อนท่านหญิงสี่ท่านจะรีบอะไรหนักหนา เรายังไม่ได้ขอบใจท่านเลยที่ช่วยทำคลอดให้กุ้ยเฟย”
“ฝ่าาหม่อมฉันได้นัดหมายกับอาเจี๋ยไว้แล้วเพคะฝ่าาช่วยรับสั่งให้นางกำนัลไปส่งอาหารให้หม่อมฉันที่ตำหนักของอาเจี๋ยด้วยนะเพคะหม่อมฉันทูลลา”
ฟานอวี้เดินดุ่มดุ่มออกไปจากตำหนักของกุ้ยเฟยทันที!ทว่านางต้องเดินย้อนกลับมาคืน เพราะนางไม่รู้จักเส้นทางไปตำหนักของเว่ยหลงเจี๋ย
“ฝ่าาเพคะรับสั่งให้หวังกงกงไปส่งหม่อมฉันที่ตำหนักอาเจี๋ยได้หรือไม่เพคะหม่อมฉันไม่รู้จักเส้นทาง”
“ท่านหญิงท่านก็รีบร้อนเสียจริง!เดี๋ยวเราจะให้หวังกงกงไปส่งท่านก็แล้วกัน”
องค์ชายรองเว่ยหลงอี้ ขออนุญาตฮ่องเต้รับอาสาไปส่งนางแทน
“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะลูกขอประทานอนุญาตไปส่งท่านหญิงสี่เองพ่ะย่ะค่ะ เพราะลูกต้องกลับตำหนักผ่านเส้นทางนั้นพอดี”
“เช่นนั้นก็ดีเ้ารองเ้าไปส่งท่านหญิงสี่ละกัน ข้าฝากด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”
องค์ชายรองมีอายุได้ 18 หนาว อายุห่างจากองค์รัชทายาทแค่ปีเดียวพระมารดาของพระองค์เป็ญาติลูกพี่ลูกน้องของฮองเฮาพระมารดาขององค์รัชทายาทเว่ยหลงอัน
ั้แ่ฟานอวี้ปรากฏตัวต่อหน้าเขาเขาเกิดความสนใจในตัวของนางเป็อย่างมาก แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เห็นใบหน้าของนางก็ตามแต่นางช่างแตกต่างจากสตรีทั่วไป นางมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เก่งกาจวิชาแพทย์กล้าหาญเกินหญิง ที่สำคัญยังฉลาดเป็กรดน้องชายผู้เย่อหยิ่งของเขายังถูกนางกำราบอย่างราบคาบ
นางช่างเป็ที่สะดุดตาและต้องใจสำหรับเขาเป็อย่างมากแม้เขาจะมีพระชายาเอกอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เป็ที่ต้องใจสำหรับเขามากนัก!เนื่องจากเสด็จแม่ของเขาเป็ผู้เลือกหาพระชายาเอกมาให้หากเขาได้นางมาเป็พระชายารอง คงจะดีเลยไม่น้อย
“ท่านหญิงสี่ข้าองค์ชายรองเว่ยหลงอี้กำลังจะกลับตำหนักผ่านเส้นทางนั้นอยู่พอดี ให้ข้าไปส่งท่านหญิงเถิด”
“ขอบพระทัยเพคะองค์ชายรอง”
ฟานอวี้เดินดุ่มดุ่มตามเว่ยหล่งอี้ออกไปจากตำหนักกุ้ยเฟย ระหว่างทางเว่ยหลงอี้อยากทำความรู้จักกับนางให้มากขึ้นก็เอาแต่ถามโน้นถามนี้เกี่ยวกับเื่ของนางทำเอานางอึดอัด
“เฮ้อ! หิวก็หิวเหนื่อยก็เหนื่อย ข้ายังต้องมาปั้นหน้ายิ้มตอบคำถามให้กับหมอนี่อีกป่านนี้อาเจี๋ยเ้าเด็กขี้แยกำลังตำหนิข้าแน่ที่ปล่อยให้เขารอนานเยี่ยงนี้”
ไม่นานก็มาถึงตำหนักของเว่ยหลงเจี๋ย มีองครักษ์นามว่าจื่อฟางออกมาต้อนรับทั้งสอง
“คารวะองค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะเอ่อแม่นางผู้นี้คือ?”
“จื่อฟาง นี่คือท่านหญิงสี่ลู่ชิงอวี้ท่านหญิง้าพบท่านอาห้าน่ะ”
จื่อฟางมองการแต่งตัวของฟานอวี้ช่างแปลกประหลาดตายิ่งนักเนื่องจากยังไม่ได้เปลี่ยนชุด นางใส่ชุดผ่าตัดและปิดบังหน้าด้วยหน้ากากอนามัยองครักษ์หนุ่มขมวดคิ้วอย่างฉงนใจ นี่คือท่านหญิงสี่จริง ๆ หรือ?
“เชิญองค์ชายรองกับท่านหญิงสี่พ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสองเดินเข้าไปในตำหนักของเว่ยหลงเจี๋ยกลับเห็นเว่ยหลงเจี๋ยกำลังเล่นดาบไม้ฝึกเพลงกระบี่อยู่ฟานอวี้ตกอยู่ในภวังค์ไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย เขาช่างเป็บุรุษมาดเท่มีเสน่ห์ น่าหลงใหล นางจับจองเขาไม่วางตา! เว่ยหลงอี้สังเกตเห็นสายตาของนางที่มองท่านอาห้าของเขารู้สึกเดือดดาลอย่างร้อนรน รีบเอ่ยทักทายเว่ยหลงเจี๋ยเพื่อให้นางหลุดจากภวังค์
“ท่านอา ท่านหญิงสี่ขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยหลงเจี๋ยหยุดฝึกเพลงกระบี่แล้วหันมามองทั้งสองเห็นร่างบางรีบเข้าไปสวมกอดซบอกนาง
“พี่สาวท่านมาแล้วจริงๆ ด้วย ข้ารอท่านตั้งนานแล้ว เหตุใดถึงได้มาช้าขอรับ?”
“ข้าทำคลอดกุ้ยเฟยเพิ่งเสร็จว่าแต่เ้าเถิดกำลังทำอะไรอยู่หรือ?”
“ข้ากำลังฝึกเพลงกระบี่ที่เสด็จพ่อสอนให้ขอรับ”
“เ้านี่เก่งกาจเกินตัวเสียแล้ว”
“ขอรับอาเจี๋ยเป็เด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่สอนอะไรก็เชื่อฟัง โดยเฉพาะเสด็จพ่อที่รักข้ามากที่สุด”
“อาเจี๋ยเวลานี้ข้าหิวมาก มีอะไรให้ข้ากินลงท้องบ้าง?”
“พี่สาวท่านหิวมากเลยหรือ เดี๋ยวข้าให้จื่อฟางเตรียมขนมให้ท่านก่อนนะขอรับ”
“ได้ เอามาเลย”
“จื่อฟาง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เอาขนมกุ้ยฮวากับน้ำชาเย็นมาให้พี่สาวของข้าด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสองสนทนากันจนลืมไปว่ามีใครบางคนยืนอยู่ที่นี่ด้วยเว่ยหลงอี้ถูกเมินใส่รู้สึกคับแค้นใจ ทว่าเก็บไว้ในใจแล้วขอตัวกลับตำหนัก
“ท่านอา หลานมาส่งท่านหญิงสี่ถึงตำหนักของท่านแล้วหลานขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ
“อืมไว้มาเล่นด้วยกันใหม่นะเ้ารอง”
“พ่ะย่ะค่ะหลานขอตัวก่อน”
เมื่อเว่ยหลงอี้กลับไปเว่ยหลงเจี๋ยก็พาฟานอวี้เข้ามานั่งในศาลากลางสระบัวของตำหนักไม่นานจื่อฟางน้ำขนมและชาเย็นมารับรอง
“พี่สาวเหตุใดถึงได้แต่งกายเช่นนี้เล่า? ช่างแปลกตายิ่งนัก”
“ชุดที่ข้าใส่คือชุดผ่าตัดทำคลอดให้กุ้ยเฟยพอข้าทำคลอดเสร็จก็รีบมาหาเ้า เลยไม่ทันได้เปลี่ยนชุดทำให้เ้าแปลกใจเสียแล้ว!”
ฟานอวี้อธิบายเหตุผลเสร็จกำลังจะกินขนมกุ้ยฮวาพลางถอดหน้ากากอนามัยออกมา เขาเห็นใบหน้านางเข้าเต็มสองตาเขาเบิกตาโพลงมองนางอย่างตะลึงลาน
“พี่สาวเหตุใดท่านถึงได้งดงามเช่นนี้เล่าขอรับ ท่านงดงามยิ่งกว่าเทพธิดาในภาพวาดที่ข้าเคยเห็นเสียอีก!”
“เ้าเด็กขี้แยเป็เด็กเป็เล็กช่างแก่แดดเสียจริง”
“อะไรคือแก่แดดขอรับ?ข้าไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“ก็เ้าเป็เด็กแค่ 8หนาวหัดรู้จักถึงความงามของหญิงสาวแล้วหรือสงสัยพอโตขึ้นคงมีพระชายาเยอะแน่”
“ข้าไม่ชอบมีพระชายามากมายข้าเห็นเสด็จแม่เสียพระทัยอยู่ตลอดเวลา เวลาที่เสด็จพ่อไปหาสนมคนอื่นข้าไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เหตุใดเสด็จแม่ต้องแบ่งปันเสด็จพ่อให้คนอื่นด้วยเล่าขอรับ?ในเมื่อเสด็จแม่ทรงเสียพระทัยยิ่งนัก”
“ธรรมเนียมแคว้นเว่ยของเ้าอนุญาตให้บุรุษมีภรรยาได้หลายคนซึ่งต่างจากธรรมเนียมแคว้นลู่ของข้ายิ่งนัก ชาวแคว้นลู่ทั้งบุรุษทั้งสตรีอนุญาตมีสามีหรือภรรยาได้เพียงคนเดียวนั่นเลยทำให้ราษฎรของแคว้นลู่มีจำนวนน้อยกว่าแคว้นเว่ยอย่างไรเล่า แต่ถ้าจะพูดถึงความสุขหรือความอบอุ่นในครอบครัวแคว้นของเ้าสู้แคว้นลู่ของข้าไม่ได้หรอกนะอาเจี๋ย การยึดมั่นรักเดียวใจเดียวเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่งในแคว้นของเ้าแล้วเ้าจะหวังให้เสด็จแม่ของเ้ามีความสุขได้เช่นไรกันในเมื่อเสด็จพ่อของเ้าไม่ได้รักเสด็จแม่ของเ้าแต่เพียงผู้เดียวหากเ้าเป็เสด็จแม่เ้าจะไม่เสียใจเชียวหรือ ที่ต้องแบ่งปันคนรักให้กับผู้อื่น?”
“หากเป็ข้าข้าจะไม่ยอมเป็อันขาด คนที่ข้ารักต้องมีข้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นข้าจะไม่ยอมแบ่งปันให้กับผู้ใด หากผู้ใดคิดที่จะแย่งคนรักของข้าไปข้าจะฆ่าและทรมานมันให้ตายเสีย!”
ฟานอวี้ใกับสิ่งที่เขาเอ่ยบอกนี่เขาอายุ 8 หนาวจริง ๆ หรือเหตุใดถึงได้คิดอาฆาตแค้นเยี่ยงนี้
“อาเจี๋ยเ้าอยากหายป่วยจากอาการสมองผิดปกติหรือไม่?”
“ใจหนึ่งข้าก็อยากหายป่วยนะขอรับแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากหายป่วย”
“เหตุใดเ้าถึงคิดเช่นนั้น?”
“หากข้าหายป่วยข้าก็ต้องกลับไปเป็ผู้ใหญ่มีภาระหน้าที่รัดกุมตัว คงไม่มีเวลาได้มาเล่นกับพี่สาวอีกแล้วแต่ถ้าหากข้าไม่หายป่วยข้าอาจถูกผู้อื่นรังแกอยู่ร่ำไปและไม่สามารถปกป้องตนเองและคนที่ข้ารักได้ข้าต้องเลือกเช่นไรดีขอรับ?”
“ข้าไม่สามารถตัดสินใจแทนเ้าได้หรอกอาเจี๋ยแต่ถ้าเ้าอยากหายป่วยข้าสามารถรักษาเ้าได้ อยู่ที่เ้าจะตัดสินใจเองว่าจะเลือกทางใด”
“พี่สาวข้าอยากอยู่กับท่านอยากอยู่ใกล้ท่าน ข้ามีความสุขทุกครั้งที่ข้าได้อยู่กับท่านข้าอยากดูแลและปกป้องคนที่ข้ารักได้หากข้าหายป่วยข้าสามารถอยู่กับท่านได้หรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ว่าเ้าจะป่วยหรือหายดีแล้วพี่สาวคนนี้ก็ยังเป็พี่สาวของเ้าเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”
“จริงหรือขอรับถ้าเช่นนั้นท่านรักษาข้าเถิด ข้าเชื่อใจท่าน”
ระหว่างทั้งสองสนทนากันนางกำนัลได้ยกสำรับอาหารมาให้ฟานอวี้ที่ศาลากลางสระบัว หลิวลี้เดินเข้ามาพร้อมกับนางกำนัล
“เ้าสี่ นี่ชุดเ้าและของที่เ้าให้ข้าเตรียมมาให้”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
“ข้าขอตัวไปหาเฟ่ยเฟ่ยก่อนนะ”
“เ้าค่ะ”
“อาเจี๋ย ข้าอยากอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนจะกินหมี่ซั่ว”
“ขอรับเดี๋ยวข้าให้จื่อฟางเตรียมน้ำอาบให้"
“เหตุใดต้องให้จื่อฟางเตรียมด้วยเล่า!นางกำนัลไม่มีหรือ?”
“ตำหนักข้าไม่มีนางกำนัลขอรับมีแต่จื่อฟางและแม่นมเหนียงเท่านั้น”
“เ้าเด็กน้อยนี้ช่างแปลกตำหนักอื่นมีขันทีนางกำนัลรับใช้มากมาย แต่เ้าเด็กนี่กลับมีแค่แม่นมเหนียงกับองครักษ์จื่อฟางเท่านั้นสงสัยก่อนป่วยวีรกรรมท่าจะเยอะ เลยไม่ไว้วางใจใครง่าย ๆ เช่นนี้”
“พี่สาวท่านเป็อะไรท่านโกรธข้าหรือ ที่ให้จื่อฟ่างเตรียมน้ำอาบให้?”
“เปล่าข้ากำลังคิดเรื่อยเปื่อยนะ ให้จื่อฟางเตรียมน้ำอาบให้ข้าเถิด”
“ขอรับ จื่อฟาง!!!”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
“ช่วยเตรียมน้ำอาบให้พี่สาวของข้าที”
“เอ่อ!มันจะดีหรือพ่ะย่ะค่ะ หากใครมาเห็นเข้าท่านหญิงจะเสื่อมเสียชื่อเสียงได้นะพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าจะกังวลอะไรหนักหนาพี่สาวของข้า ข้าจะรับผิดชอบเอง เ้าไปเตรียมเถอะอย่าพูดให้มากความ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ฟานอวี้อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยก็รีบออกมาจากห้องอาบน้ำทันที เวลานี้นางหิวมาก ขนมกุ้ยฮวาที่กินลงท้องก็ย่อยหมดแล้วผมของนางยังไม่แห้งดีเท่าไหร่เลยรวบแบบรวม ๆ ด้วยปิ่นหยกสำรับอาหารที่ฝ่าาให้นางกำนัลยกมาให้จื่อฟางได้ทำการอุ่นอีกครั้งและยกมาเตรียมไว้บนโต๊ะในห้องนอนของเว่ยหลงเจี๋ย
“อาเจี๋ยมากินหมี่ซั่วด้วยกันเร็วเข้า!”
“พี่สาวท่านกินเถอะข้าไม่หิวเท่าไหร่ขอรับ”
“แล้วแต่เ้าละกันข้ากินก่อนนะ ข้าหิวมากตอนนี้”
นางกินหมี่ซั่วอย่างรวดเร็วเขาเฝ้ามองนางอย่างไม่กะพริบตาจนนางกินเสร็จเรียบร้อยพอนางอิ่มหนังท้องตึงหน้าตาเริ่มหย่อน
“อาเจี๋ย ข้าอิ่มแล้วและง่วงมากด้วย ขอข้านอนพักในห้องของเ้าสักครึ่งชั่วยามนะเ้าไม่ว่าอะไรใช่หรือไม่?”
“พี่สาวท่านตามสบายเถอะข้าจะนั่งเฝ้าท่านเองขอรับ”
“อืม
ไม่ทันขาดคำนางเดินไปที่เตียงแล้วนอนหลับทันที! เว่ยหลงเจี๋ยนั่งเฝ้าอยู่ตลอดเวลา
“พี่สาวข้าจะต้องหายป่วยให้ได้ข้าจะคอยปกป้องท่าน อยู่ใกล้ชิดท่านตลอดไป ข้ารักพี่สาวขอรับ”
ร่างสูงก้าวเท้ายาวไปข้างเตียงลมหายใจอุ่นััแก้มนุ่มนิ่มของนาง
จังหวะนั้นฮ่องเต้เว่ยหลงเยว่และแม่ทัพทั้งสองซูจิ่งและเสี่ยวเย้า สหายคนสนิทของเว่ยหลงเจี๋ยเข้ามาเห็นฉากนี้ ต่างพากันตกตะลึง!
“เ้าห้า!เ้าทำอะไรลงไป!”