ตอนที่ 6: ข้อเสนอในเงามืด
หลังจากกลับมาจากทริปพักผ่อนที่ปากช่อง ความเป็จริงอันโหดร้ายและบาปที่ก่อตัวขึ้นก็บีบครั้นจิตใจของวรุตม์จนเขารู้สึกเหมือนคนกำลังจะสำลักน้ำตาย เขาแทบไม่ได้นอนเลยตลอดสองคืนที่ผ่านมา ภาพเงาสะท้อนในกระจกวิลล่าในค่ำคืนที่ไฟดับ คราบเหงื่ออ่อนๆ และกลิ่นอายความหอมหวานของอัญชิสาที่ประทับอยู่บนผิวเนื้อของเขายังคงแจ่มชัดจนน่ากลัว
เขาตระหนักได้ดีว่าหากปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป ครอบครัวที่เขาเพียรพยายามสร้างมาทั้งชีวิต... รวมถึง 'พีท' ลูกชายคนเดียวผู้เป็แก้วตาดวงใจจะต้องพังพินาศย่อยยับลงคามือของเขาเอง
ในบ่ายวันอังคาร วรุตม์ตัดสินใจส่งข้อความนัดพบกับอัญชิสาผ่านหมายเลขโทรศัพท์ลับของเขา หล่อนยอมตกลงมาพบเขาแต่โดยดีที่คลับส่วนตัวระดับไฮเอนด์ย่านชิดลม ซึ่งเป็สถานที่เฉพาะสำหรับสมาชิกวีไอพีเท่านั้น ที่นี่เงียบสงบ มีความเป็ส่วนตัวสูง และมีห้องจิบไวน์แยกเป็ซุ้มไม้มะฮอกกานีสลัวโทนสีน้ำตาลเข้มที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน
วรุตม์นั่งรออยู่ในซุ้มด้านในสุด มือของเขากุมแก้วเหล้าวิสกี้ไว้แน่น แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟติดผนังขับเน้นให้ใบหน้าคมคายของเขาดูเคร่งขรึมและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของอัญชิสา วันนี้หล่อนอยู่ในชุดบลูส์ผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มแขนยาวและกางเกงขายาวเข้ารูปสีขาว เส้นผมสีดำสนิทถูกปล่อยยาวสลวยล้อมกรอบหน้าสวยเฉี่ยว หล่อนเดินเข้ามาด้วยท่าทางสงบนิ่งก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาหนังฝั่งตรงข้ามกับเขา รอยยิ้มบางเบายังคงประดับที่มุมปาก
"สวัสดีค่ะคุณหมอ... มีเื่สำคัญอะไรหรือเปล่าคะถึงได้นัดอัญญ์มาด่วนขนาดนี้?" หล่อนเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มหวานราบเรียบไม่มีแววตื่นตระหนกเลยสักนิด
วรุตม์จ้องมองใบหน้าหวานตรงหน้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเค้นน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบออกมา "อัญญ์... เื่ระหว่างเราสองคนมันต้องจบลงตรงนี้"
อัญชิสาเลิกคิ้วเล็กน้อย หล่อนเอนหลังพิงพนักโซฟา ประสานมือไว้บนตักอย่างสง่าผ่าเผย "จบตรงนี้งั้นเหรอคะ?"
"ใช่... พีทรักรักคุณมาก และเขากำลังจะแต่งงานกับคุณในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า" วรุตม์พูดพลางขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน "ผมเป็พ่อของเขา และคุณก็คือว่าที่สะใภ้ของผม สิ่งที่เกิดขึ้นที่แกลเลอรีและที่วิลล่า... ถือว่ามันเป็ความผิดพลาดชั่ววูบในความมืด และเราต้องลืมมันไปให้หมด"
อัญชิสานิ่งฟังคำพูดของเขาโดยไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน หล่อนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมมาที่ฝั่งโซฟาของวรุตม์ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เขาในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นน้ำหอมแนวแซนดัลวูดและวานิลลาลอยละมุนแตะจมูกของชายหนุ่มใหญ่อีกครั้งจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
"คุณหมอคิดว่า... เราสามารถเดินหันหลังกลับไปและลืมเื่ทั้งหมดได้ง่ายๆ ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" หล่อนกระซิบถามพลางเอื้อมมือเรียวบางมาแตะหลังมือของเขาเบาๆ ปลายนิ้วของหล่อนร้อนจัดจนวรุตม์รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟช็อต "คุณหมอดูมือตัวเองสิคะ... มันกำลังสั่นอยู่เลย ร่างกายและจิตใจของคุณหมอเสพติดอัญญ์ไปแล้ว... เหมือนที่อัญญ์เองก็เสพติดััของคุณหมอ"
"อัญญ์!" วรุตม์ดึงมือออกทันที หันไปจ้องมองหล่อนด้วยแววตาดุดันและหวาดกลัวอารมณ์ตัวเอง "อย่าท้าทายความอดทนของผม ผมบอกให้หยุดก็คือหยุด!"
อัญชิสาไม่ได้เกรงกลัวต่อสายตาเกรี้ยวกราดนั้น หล่อนยื่นใบหน้าหวานเข้าไปใกล้จนเกือบชิดใบหูของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของเขาจนร้อนผ่าว "อัญญ์รักพีทนะคะ... เขาน่ารัก อบอุ่น และเป็ผู้ชายที่แสนดีที่จะมอบครอบครัวที่อบอุ่นและปลอดภัยให้อัญญ์ได้... แต่อัญญ์ให้จิติญญาและความบ้าคลั่งกับเขาไม่ได้ เพราะพีทไม่มีวันเข้าใจความมืดมิดในตัวอัญญ์... มีแต่คุณหมอคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจ"
คำสารภาพนั้นเปรียบเสมือนศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าเป้ากระชากความรู้สึกของวรุตม์อย่างจัง อัญชิสาเลื่อนมือเรียวขึ้นมาลูบไล้ที่อกเสื้อเชิ้ตของเขา ช้าๆ อย่างยั่วเย้า ก่อนจะเอ่ยข้อเสนอในเงามืดที่บ้าคลั่งที่สุดออกมา
"อัญญ์จะแต่งงานกับพีทค่ะ... อัญญ์จะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีให้เขาภายนอกกรอบของสังคม... แต่ระหว่างเราสองคน... ในเงามืดแบบนี้ เราจะยังมีกันและกันเหมือนเดิม อัญญ์จะเป็ผู้หญิงของคุณหมอ และคุณหมอก็จะเป็เ้าชีวิตของอัญญ์ลับหลังพีท"
"นี่เธอเสียสติไปแล้วหรือไง อัญชิสา!" วรุตม์กระซิบเสียงต่ำด้วยความตื่นตระหนกและเหลือเชื่อกับข้อเสนอที่ไร้ยางอาย "เธอจะนอนกับทั้งพ่อทั้งลูกงั้นเหรอ? มันบาปหนาเกินกว่าจะให้อภัยได้!"
"แล้วถ้าอัญญ์บอกว่า... อัญญ์ยอมตกนรกขุมที่ลึกที่สุดล่ะคะ?" อัญชิสาเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคู่สวยปรือปรอยสะท้อนประกายกระสันอย่างชัดเจน หล่อนเบียดกายเข้าหาแผงอกกว้างของเขาเต็มรัก "คุณหมอจะยอมปล่อยอัญญ์ไปให้พีทกอดจูบและร่วมรักบนเตียงนั้นคนเดียวจริงๆ เหรอคะ? คุณหมอจะไม่รู้สึกอิจฉาจนแทบเป็บ้าตายใช่ไหมคะ?"
คำพูดขยี้ใจนั้นจุดประกายไฟริษยาและกิเลสบาปในใจของวรุตม์ให้ะเิออกทันที เขาไม่ทนอีกต่อไป วรุตม์รวบเอวบางของอัญชิสาเข้ามาในอ้อมแขนอย่างแรง ดึงร่างระหงขึ้นมานั่งคร่อมบนตักกว้างของเขาในซุ้มไม้ที่มืดสลัว
"อืม..." อัญชิสาหลุดเสียงครางแ่หวานเมื่อริมฝีปากหนาของวรุตม์ก้มลงบดจูบเรียวปากอิ่มของหล่อนอย่างบ้าคลั่งรุนแรง มือหนาของศัลยแพทย์สอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ปลดยอดกระดุมออกสองสามเม็ดเพื่อเผยผิวเนื้อขาวละเอียดอุ่นร้อน ััเข้ากับความอวบอิ่มของปทุมถันคู่งามที่บีบรัดเต่งตึงอยู่ในอุ้งมือแกร่งของเขา
"คุณหมอ... อ๊ะ..." หล่อนครางกระซิบชิดริมฝีปากที่กำลังบดเบียดนวดคลึงกันอย่างดูดดื่ม วรุตม์ใช้นิ้วแกร่งขยี้ไล้ปลายยอดถันสีหวานที่เริ่มตึงแน่นสู้มือ สลับกับการตวัดปลายลิ้นร้อนชื้นกวาดชิมน้ำหวานจากอุ้งปากของหล่อนอย่างหิวกระหายและป่าเถื่อน ความสว่างสลัวรอบข้างไม่ได้ช่วยลดละความเร่าร้อนลงเลย ตรงกันข้าม ความเป็ส่วนตัวและอันตรายที่อาจถูกผู้คนภายนอกซุ้มสังเกตเห็นกลับยิ่งเป็ยากระตุ้นชั้นเลิศ
มือหนาเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้สะโพกมนเข้ารูปผ่านเนื้อผ้าสแล็กสีขาวนิ้วมือแกร่งบดเน้นที่จุดอ่อนไหวกลางกายของหล่อนผ่านเนื้อผ้าจนร่างบางของอัญชิสาสั่นระทึกแอ่นรับการเล้าโลมแสนซาบซ่านนั้นอย่างหมดสภาพ หญิงสาวซบหน้าลงกับไหล่หนา หอบหายใจถี่พร่าพลางซุกไซ้ซอกคอเขาตอบโต้ด้วยความ้าไม่แพ้กัน
วรุตม์รวบร่างของหล่อนกอดไว้แน่น รสจูบที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนดำเนินไปเนิ่นนานจนอารมณ์ปรารถนาพุ่งสูงถึงขีดสุด ทว่าจู่ๆ อัญชิสากลับเป็ฝ่ายดันอกแกร่งของเขาออกช้าๆ หล่อนถอนริมฝีปากเจ่อบวมและเปียกชื้นออกมาสบตาเขา แววตามีชัยชนะเด่นชัด
หล่อนจัดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่อย่างเชื่องช้า คลี่ยิ้มลึกลับที่แสนอันตราย "คิดดูให้ดีนะคะคุณหมอ... ข้อเสนอของอัญญ์ ถ้าคุณหมอปฏิเสธ... อัญญ์จะแต่งงานกับพีท และเราสองคนจะไม่มีวันได้แตะต้องเนื้อตัวของกันและกันอีกเลยตลอดชีวิต... คุณหมอจะทนได้งั้นเหรอคะ?"
หล่อนก้าวลงจากตักของเขา หยิบกระเป๋าถือสีดำขึ้นมาสะพาย จัดระเบียบร่างกายแล้วเดินจากไปช้าๆ ทิ้งให้วรุตม์นั่งนิ่งจมดิ่งอยู่กับความเงียบและลมหายใจที่หอบสะท้านปนความรู้สึกทรมานในอก
เขามองแก้วเหล้าที่สั่นเทาในมือ... วรุตม์ตระหนักแล้วว่าคำพูดของอัญชิสาคือเื่จริง เขาทนไม่ได้แน่หากต้องยืนมองหล่อนนอนอยู่ใต้ร่างของลูกชายคนเดียวของเขาในอนาคตโดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ในเรือนร่างนั้นอีกแล้ว บาปมหันต์ครั้งนี้ช่างแสนหอมหวานและทารุณเหลือเกิน... และเขาก็พร้อมที่จะตอบรับข้อเสนอในเงามืดนั้นอย่างบ้าคลั่งในที่สุด
หลังจากก้าวออกจากคลับส่วนตัว วรุตม์ขับรถกลับมายังโรงพยาบาลในสภาพที่จิติญญาเหมือนถูกควักออกไป เขามีเคสผ่าตัดด่วนใน่หัวค่ำ ทว่าขณะที่กำลังล้างมือและสวมชุดปลอดเชื้อในห้องเตรียมตัว หัวใจของเขากลับเต้นผิดจังหวะ มือแกร่งที่ขึ้นชื่อเื่ความนิ่งกลับสั่นเทาอย่างรุนแรงจนเขาต้องกุมมือตัวเองไว้แน่นและหลับตาเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ฟุ้งซ่าน
"ไม่ได้... เราคือหมอ" เขากระซิบเตือนตัวเองซ้ำๆ ทว่าภาพหน้าอกอวบอิ่มที่ตึงสู้มือ และััอุ่นชื้นที่ปลายฉากกั้นไม้ยังคงติดแน่นอยู่ในห้วงความคิด เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลในการทำสมาธิเพื่อผ่านพ้นการผ่าตัดที่ยาวนานกว่าสามชั่วโมงนั้นไปได้
เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องผ่าตัดในสภาพอ่อนล้าแทบขาดใจ โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนอีกครั้ง หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากพีท
วรุตม์ถอนหายใจยาวก่อนจะกดรับสาย "ว่าไงพีท"
"คุณพ่อครับ! พรุ่งนี้เย็นคุณพ่อกับคุณแม่ว่างไหมครับ? พอดีอัญญ์เธอบอกว่าประทับใจทริปปากช่องมาก เลยอยากชวนพวกเราไปทานข้าวร้านอาหารฝรั่งเศสเปิดใหม่ริมแม่น้ำเ้าพระยาเพื่อฉลองล่วงหน้าเื่การสรุปแบบบ้านเรือนหอครับ พ่อสะดวกไหมครับ?" น้ำเสียงของพีทเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและบริสุทธิ์ใจอย่างที่สุด
คำถามของลูกชายทำให้วรุตม์รู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นที่ลำคออย่างรุนแรง ลูกสะใภ้ในอนาคตเพิ่งจะกอดจูบบนตักเขาและเสนอตัวเป็ชู้ลับเมื่อบ่ายนี้ ทว่าตอนนี้เธอกลับไปชวนลูกชายของเขาจัดดินเนอร์ครอบครัวอย่างมีความสุขชื่นมื่น
"สะดวกครับ... พีท จัดการได้เลย" วรุตม์ตอบเสียงเรียบ
"เย้! ขอบคุณครับพ่อ พ่อทำงานเหนื่อยไหมครับวันนี้? พักผ่อนเยอะๆ นะครับ ผมรักพ่อนะ"
หลังจากพีทวางสาย วรุตม์ยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างกระจกของโรงพยาบาล มองดูแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ที่ดูสลับซับซ้อน บาปกรรมครั้งนี้เปรียบเหมือนเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้ากลืนกินครอบครัวของเขาในที่สุด และเขาก็กำลังจะเริ่มมีชีวิตอยู่บนหน้ากากคนสองหน้า... เพื่อเก็บงำข้อเสนอในเงามืดนี้ไว้ชั่วนิรันดร์