"ดวงใจจร๊ะ โตขึ้นลูกอยากเป็อะไรคะ"
"ป๋มอยากเป็เด็กปั้มงับ!"
"ตายจริง! ทำไมล่ะคะ?"
"ป๋มอยากช่วยคุณแม่ฮะ!"
"คิ๊กๆๆ แค่ทำกิจการปั๊มน้ำมันเล็กๆแบบนี้ พ่อกับแม่ดูแลได้สบายมาก ลูกไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเถอะนะจร๊ะ"
"ไม่เอาๆ ก็ป๋มอยากอยู่กับแม่นี่น่า"
"เป็เด็กที่ขี้อ้อนคุณแม่จังเลยน้า"
คุณแม่กอดผมไว้แน่น
"คุณแม่หอมจังแถมยังอุ่นด้วย"
นั่นเป็อ้อมกอดสุดท้ายของคุณแม่..
"คุณแม่ครับ.. ?.." แสงแดดยามเช้าแยงเข้ามาที่ตาของผม
"แค่ฝันเองหรอ?"
หมับ! มีอะไรนิ้มๆดันเข้ามาที่หน้าของผม!
"อ๊ะ! หะ..หายใจ..มะ.ไม่ออก.."
"นายท่านคะ ข้าอยากเป็คุณแม่แล้วค่ะ! งึม~งำๆ"
วอฟเฟิล กอดและเอาหน้าของผมซบลงที่อกอันอวบอิ่มของเธอโดยที่ไม่มีเสื้อปกปิด เหตุเป็เพราะหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จผมก็ไม่อยากให้เธอกลับไปใส่ชุดสกปกชุดเดิมที่เธอใส่มา ผมจึงได้ให้เธอสวมเสื้อเชิ้ตของผมไปก่อนแล้ววันรุ่งขึ้นผมจะพาเธอไปซื้อชุดให้ใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดกระดุมเสื้อที่บริเวณหน้าอกของเธอถึงได้หลุดออก?
และที่เธอมานอนตรงนี้ได้นั้นผมไม่ได้บังคับเธอแต่อย่างใด เพราะมันเป็ห้องสำหรับ1 คนจึงมีเตียงอยู่แค่เตียงเดียวผมจึงให้วอฟเฟิลนอนบนเตียงแทนแต่เธอก็ดึงดันที่จะให้ผมมานอนด้วยให้ได้! ผมไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ทุกคนคิดเลยนะจริงจริ๊ง!
"วะ วอฟเฟิล! ผมหายใจไม่ออก!"
"อ๊างง~ นายท่านจะทำให้ข้าเป็คุณแม่หรือคะ? งึมงำๆ" วอฟเฟิลยังคงละเมอและกอดรัดหัวของผมในอ้อมอกนั้นไว้แน่น
"ตื่นได้แล้ว!!!" ผมใช้แรงดันตัวเองขึ้น!
"ว้ายยย!"
ทันใดนั้นก็มีคนเปิดประตูเข้ามา!(พังประตูเข้ามา!)
"ดวง! ข้ามาหาเ้าเพราะมีเรื...เฮื๊อก!!!!!!!!!!!!!"
เอลล่าที่สวมชุดเดรสสไตล์กอทิก [Gothic] จู่ๆก็เปิดประตู(พังประตู)ที่ล๊อคอยู่เข้ามาได้(ชะอย่างนั้น)ขณะที่เบื่องหน้าของเธอ มีชายหนุ่มกำลังขึ้นคร่อมหญิงสาวที่ไร้เสื้อผ้าอยู่บนเตียง
"ดวง..นี่เ้าบังอาจนำเงินที่ข้าอุตส่าห์เจียดให้ไปซื้อผู้หญิงมาบำเรออย่างนั้นรึ.." น้ำเสียงของเธอทำให้ผมเย็นที่ถึงกระดูก
"มะ ไม่ใช่นะ! แต่ก็ใช่! ตะ แต่มันก็ไม่ใช้ทั้งหมดนะ!!!"
"ถ้าหมดเื่ที่จะสั่งเสียแล้ว..ก็จงตายซะ!!!! เอลล่าชักดาบคู่ขึ้นมาตั้งท่า!"
"เดี๋ยว! ฟังที่ผมพูดก่อน! อ๊ากกกกก!!!!!!!"
...ไม่กี่นาทีต่อมา
"เป็แบบนี้เอง" เอลล่าที่สวมเดรสสีดำเสมอเข่าเปิด่ไหล่และอก ตรงปลายของผ้ามีจีบริ้วที่สวยงาม เป็ชุดที่ดูน่ารักและสีดำนั่นก็ตัดกับผิวที่ขาวซีดของเธอ แต่น่าเสียดายที่มันไม่เข้ากับสีหน้าไม่สบอารมณ์ของเธอในตอนนี้
ผมได้เล่าเื่ที่ผมหลงทางจนได้ไปเจอกับวอฟเฟิลรวมถึงบอกเหตุผมที่อยากจะช่วยชีวิตให้เอลล่าได้ฟัง
"ถึงเ้าจะรับนางมาเป็ทาส แต่ก็ต้องเลี้ยงดูนางนะ เพราะตามกฏของอาณาจักรไม่อนุญาติให้ปล่อยทิ้ง หรือฆ่าทาสตัวเองได้ตรงนี้เ้าจะเอาเงินจากที่ไหนมาเลี้ยงนางล่ะ?"
"ผมตั้งใจจะเข้าร่วมกิลด์นักผจนภัยน่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกทั้งดูแลวอฟเฟิล และก็เื่เงินที่ผมยืมไปผมจะจัดการเองไม่เบี้ยวแน่นอน"
วอฟเฟิลมองมาที่ผมด้วยสายตาที่อบอุ้น ห้างและหูของเธอกระดิกไปมา ผมเผลอใจไปกับดวงตาสีมรกตนั่น
"อะ แฮ่ม!" เอลล่าขัดขึ้น
"นี่เ้าจะสร้างปัญหาไปถึงไหน! กะอีแค่เื่กินทำไมต้องทำให้จนเป็เื่ใหญ่แบบนี้กันยะ! ทั้งที่ถ้าชวนข้าข้าก็จะยอมไปด้วยแท้ๆ...."
เลลล่าพูดประโยคสุดท้ายด้วยเสียงที่เหมือนการกระซิบจนผมได้ยิดไม่ชัด ในขณะเดียวกันตรงข้ามที่เธอนั่งอยู่คือวอฟเฟิลสาวน้อยหูจิ้งจอก ที่ตอนนี้เธอได้สวมเสื้อเชิตที่คงแน่น(อก)ตัวเดิม เพิ่มเติมคือเธอได้สวมกางเกงขายาวที่ผมได้ซื้อมาก่อนที่จะเข้ามาพักที่โรงแรมนี้กับพวกเอลล่าจนไม่โป้แล้ว แต่ที่หน้าแปลกคือเธอกลับกำลังจ้องมองไปที่เอลล่า หูของเธอก็ผึ่งตั้งใจฟังที่เอลล่ากำลังพูด
"จ้อง~~"
"เอ๋? มีอะไรติดที่หน้าของข้ารึ?" เอลล่าจับที่หน้าของตัวเอง
"อ๊ะ! ไม่มีอะไรค่ะ ขอโทษค่ะ" วอฟเฟิลจับแขนเสื้อของผมและซุกหน้าลง
"นะ นี่! พวกเ้าน่ะจะใกล้กันเกินไปแล้วนะ!" เอลล่าทำหน้านิ่ว
"จะ จะว่าไปที่มาหาผมแต่เช้าแบบนี้ มีเื่สำคัญอะไรงั้นหรอครับ?" ผมพูดกลบเกลื่อน
"พอดีข้าจะมาคุยกับเ้าเื่เมื่อวานนี้น่ะ และก็เื่ของ..ท่านอาคาทัสด้วย.."
เอลล่าทำสีหน้าเศร้าหมอง เธอคงจะยังทำใจไม่ได้ที่ตัวเองโดนชายที่รักหลอกใช้ให้เป็เครื่องมือฆ่าสหายที่ตนรัก
"จากรายงานของทหารในหน่อยพบว่าท่านอาคาทัสได้หายตัวไปแล้ว หลักฐานส่วนใหญ่หรือที่พักของเขาก็ถูกเผาทำลายจนหมด"
"แต่ว่าก็ยังเหลือร่องรอยหลักฐานที่เขาเคยพยายามค้นคว้าวิจัยในการอัญเชิญสัตว์อสูออกมา และยังมีจดหมายที่เขาจ่าหน้าไปที่อณาจักรเฮิมมิวตัฟโดยในเนื้อหากล่าวถึงแผนการที่จะใช้ไวเวิร์นเพื่อฆ่าท่านไอริสที่เป็ 1 ใน 4 ตระกูลขุนนางใหญ่ของอณาจักร เพื่อหวังให้เกิดความโกลาหลจากภายภายใจ และจะให้อณาจักรเฮิมมิวตัฟยกทัพเข้ามาตีในจังหวะนี้"
"นั่นก็เป็หลักฐานเพียงพอที่จะมัดตัวท่านอาคาทัสว่าเป็ฏได้แล้ว.." เอลล่าทำท่าทางแค้นเคืองก่อนจะสะบัดทวินเทลเพื่อลบความรู้สึกนี้
"พวกเราจึงจะชิงเปิดฉากโจมตีฝั่งนู้นก่อน" เอลล่าพูดด้วยสายตาที่ตั้งมั่น!
อย่างนี้นี่เอง.. ถึงจะเข้าในเื่ทั้งหมดแล้วก็เถอะ แต่เธอจะบอกเื่ภายในกองทัพให้ผมที่เป็คนนอกฟังแบบนี้เพื่ออะไรกันนะ?
"ดังนั้นแล้วเ้าหญิงที่สนิทกับข้าท่านได้รับเื่ทั้งหมดแล้ว และจึงได้ฝากให้ข้านำสารมาบอกกับเ้า"
"เอ๋? เ้าหญิงหรอ!? เอลล่าเธอนี่สนิทกับคนใหญ่คนโตจังเลยนะ"
"เ้าจะหุบปากได้รึยังล่ะยะ!? ข้าจะได้พูดต่อ!"
"อ๊ะ! ขอโทษพอดีลืมตัวไป"
"งั้นข้าจะขอพูดล่ะนะ นี่เป็สารจากองค์หญิงโยฮันน่า ฟอเรสต้า [Johanna Foresta]เ้าหญิงแห่งแห่งอาณาจักรฟอเรสต้า ตรัสว่า 'จากวีรกรรมที่เ้าได้สร้างขึ้นทำให้เราขอแต่งตั้งเ้าให้เป็หัวหน้าขบวนรบในาระหว่างฟอเรสต้าและเฮิมมิวตัฟ และมารายงานตัวในปราสาทโดยเร็ววัน' ท่านว่ามาแบบนี้"
"เอ๋? หัวหน้าขบวนรบ..แม่ทัพงั้นหรอ!!!" ผมพูดเสียงดังจนวอฟเฟิลเอียงคอมองมาที่ผมด้วยความเป็ห่วง
"จะเอะอะอะไรนักล่ะยะ! กะอีแค่คนไม่กี่พันคนแค่เ้าคนเดียวก็น่าจะเอาอยู่แล้วไม่ใช่รึไง!"
"นี่เธอไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากที่ไหนละเนี่ย"
"ก็ขนาดเ้ายังสามารถล้มไวเวิร์นที่เป็ถึงสัตว์อสูรได้ด้วยตัวคนเดียว ถ้าเทียบไวเวิร์น 1 ตัวก็จะเท่ากับกำลังคน 1000 คนเลยนะ"
"โอ้โหนายท่านเก่งจังเลยค่ะ!" วอฟเฟิลเขยิบเข้ามาชิดผม ทำตาเป็ประกายหางของเธอแกว่งไปมา แอบเห็นเอลล่ากำกระโปงตัวเอง เธอคงไม่พอใจที่ทาสกับเ้านายวางตัวสบายๆแบบนี้จนเธอหงุดหงิดล่ะมั้ง
แต่ว่าถ้าเื่ที่ผมต้องไปนำทัพเพื่อสู้กับกองทัพขนาดนั้นบอกเลยว่าตอนนี้คงไม่ไหว เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่าผมไม่มีอุปกรณ์สวมใส่อะไรที่จะใช้ในการต่อสู้ครั้งนี้เลย(เงินก็ไม่มีแล้วจะซื้ออุปกรณ์ได้ไง) มุรามาซะถึงจะเป็อาวุธที่สุดยอดแต่ต้องจ่ายด้วยคอสที่มากขนาดนั้น
ผมไม่ได้กังวลแต่เพียงเื่ค่านำโชคที่ต้องเสียไปอยู่เพียงอย่างเดียว เื่เลเวลjobก็จำเป็ด้วยเช่นกัน ถ้าไม่มีเลเวล job ถึงที่ระบบกำหนดผมก็ไม่อาจจะเปลี่ยนอาชีพตัวเองได้ และก็จะไม่สามารถปลดล๊อกสกิวใหม่ๆได้
เพราะในตอนนี้สกิวที่ใช้สู้จริงๆนั้นผมไม่มีติดตัวเลย มีแค่สกิวที่ต้องรอการโจมตีของศัตรูเพื่อรอสวนกลับการโจมตีนั้นเท่านั้น ถ้าใช้ในการ *PVE ก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่มันจะเป็เื่ยากละนะสำหรับการ *PVP
ในระบบ pve นั้น สกิวที่ผู้เล่นใช้จะไม่ถูกลดความสามารถใดๆจึงสามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
แต่กลับกันเพื่อความบาลานซ์ของเกมทำให้ในการ PVP สกิวบางสกิวจึงถูกปรับแต่งลดทอนความสามารถของมัน หนึ่งในนั้นคือสกิวสายสวนกลับทั้งหมด ที่แต่เดิมสามารถสวนกลับได้ทุกกระบวนท่าแต่ถูดลดให้ไม่สามารถสวนกลับการโจมตีบางชนิดหนึ่งในนั้นคือการโจมตีด้วยเวทมนต์ หากผมถูกคำสาปหรือถูกเวทมนต์จู่โจมล่ะก็ ก็จะกลายเป็เป้านิ่งๆเลยอะนะ
วิธีแก้ทางนั่นก็คือ อุปกรณ์กันพลังเวทและสกิวโจมตีที่หลากหลายมากขึ้นนอกจากแค่การโจมตีสวนกลับนั่นเอง แต่ด้วยเลเวลกับที่จำนวนเงินที่มีอยู่จึงไม่สามารถเตรียมพร้อมไปร่วมรบได้อย่างแน่นอน ผมต้องรีบหาวิธีอธิบายให้เอลล่ารู้!
นี่เอลล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานน่ะ คือผม..
"อาา! ข้าไม่อยากฟังคำแก้ตัวจากเ้าหรอนะ!" อ๊ะ! ถูกปฏิเสธทันทีเลยแหะ
"ข้ามีหน้าที่นำสารมาแจ้งให้เ้าและพาเ้าไปพบองค์หญิงเพียงเท่านั้น"
ยัยนี้หัวเเข็งเป็บ้าเลยสงสัยผมคงต้องไปบอกกับองค์หญิงโดยตรงแล้วสินะ
วอฟเฟิลแอบจ้องม้องเอลล่าอีกครั้ง
"ถ้าเ้าเตรียมพร้อมแล้วก็ตามข้าออกมา..ข้าจะออกไปรอเ้าด้านนอก" เอลล่าเดินสะบัดทวินเทลของเธอออกไป แต่เธอชำเลืองวอฟเฟิลในขณที่เดินออก..
และในตอนนั้นเอง!
"อ๊ะ! ใช่จริงๆด้วย! ท่านเอลล่ามีใจให้กับนายท่าน!"
"หาาาาาา!"
"จริงดิ!...
"ไม่ใช้นะ! นี่เ้าจู่ๆพูดเื่อะไรขึ้นมาเนี้ยห๊ะ!!!!" เอลล่ารีบปฏิเศษผมและหันไปตะคอกใส่วอฟเฟิล
"ก็ข้าได้ยินท่านบอกว่า อยากได้คำชมที่อุส่าใส่ชุดน่ารักๆและก็จะดีใจมากๆหากนายท่านชวนไปกินข้าวด้วย แถมเมื่อกี้ท่านยังจ้องหน้าข้าแล้วก็บอกว่าข้าเป็ตัวแกะกะอีกต่างหากอ่ะ!"
"โกหก! ข้ายังไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นซักคำ! เ้ามันโกหก! โกหก!โกหก!โกหก!" เอลล่าหน้าแดงแป๊ดขณะะโใส่วอฟเฟิล สงสัยคงจะโดนวอฟเฟิลอ่านใจ..
"ข้าไม่ได้โกหกนะ! และข้าก็ไม่ยอมยกนายท่านให้ท่านด้วยงื้ออ!" วอฟเฟิลกอดแขนของผมทำให้หน้าใจของเธอที่ไม่มีชั้นในนั้นััมาที่แขนของผมตรงๆ หมับ(นุ่มนิ่ม!)
"ฉันไม่ได้คิดอะไรกับไอ้โรคจิตนี่ซะหน่อย!" ผมอยู่เฉยๆก็โดนด่าหรอเนี้ย!
[ปลดล๊อคฉายาไอ้โรคจิตLV1]
"และก็ออกมาห่างๆดวงเดี๋ยวนี้นะย้าา!" เอลล่าเข้ามาดึงแขนอีกข้างของผมทำให้ผมสัมผผัสไปที่ตัวของเธอเต็บ เจ็บแหะ..
"ข้าไม่ยอมยกให้หรอกค่ะ! ถึงแม้นายท่านจะเคยสั่งห้ามข้าว่าต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต แต่เื่แบบนี้เท่านั้นที่ต่อให้เป็ตายยังไงก็ไม่ยอมยกนายท่านให้หรอกค่ะ!" วอฟเฟิลกอดแขนผมอย่างสุดแรง นุ่มนิ่ม
"บอกแล้วไงว่าข้าไม่ได้คิดอะไรจริงๆนะ!" เอลล่าพูดแบบนั้นทั้งที่ยังดึงแขนของผมให้ออกจากวอฟเฟิล ดูเป็คำพูดที่ดูย้อนแย้งจังนะ
พวกเธอะโเสียงดังและออกแรงกันอย่างเอาเป็เอาตาย ผมที่ถูกดึงแบบนี้อยู่นานไม่รู้สึกเจ็บอะไรมากนักเพราะด้วยค่าสเตตัสที่มีอยู่เยอะกระมั้ง จนกระทั่งพวกเธอเริ่มหมดแรง
"แฮ่กๆ..เธอชื่อว่าวอฟเฟิลใช่ไหม.. มะ..ไม่เลวเลยนี่! ข้าขอยอมรับ แฮ่กๆ"
"แฮ่กๆ..ทะ.ท่านเอลล่าก็ไม่เบาเหมือนกันค่ะ..แฮ่กๆ"
"งั้นพวกเรามาพักรบกันก่อนดีไหม?"
"ข้าก็คิดเหมือนกันค่ะ"
"นี่วอฟเฟิลถึงข้าจะไม่รู้ว่าเ้ารู้เื่ที่ข้าคิดได้อย่างไร แต่เ้าห้ามบอกกับอีตาโรคจิตนี่เข้าใจไหม!" คงไม่ทันแล้วมั้งแม่คุณ โทษทีนะที่ผมไม่ใช่พวกตัวเอกหัวทึบในไลท์โนเวลที่ไม่รู้ความรู้สึกของสาวๆที่มาชอบแบบนั้น (ถึงผมจะไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็ตัวเอกเลยก็เถอะ= =')
"คิดว่าคงจะไม่ทันแล้ว..แต่ข้าสัญญาจะไม่พูดอะไรจนกว่าท่านเอลล่าจะบอกเองนะคะ"
"ตกลงตามนี้!" ยิ้มแฉ่ง
"ค่า!" ยิ้มแฉ่ง
คิ๊กๆ คิ๊กๆ และพวกเธอก็เริ่มหัวเราะออกมาอย่างคิกคักโดยที่ยังกอดแขนของผมไว้แน่นทำเอาเื่ที่แอะอะเมื่อครู่นี้เป็เพียงเื่หลอกเด็ก ผมทำได้แค่มองเพดานห้องและบอกกับตัวเองว่านี่คงเป็แค่ความฝันตัวผมจริงๆคงยังนอนหลับอยู่
"แล้วเื่ที่จะไปเข้าเฝ้าองค์หญิงล่ะ เฮ้อออ..."
่คำศัพท์น่ารู้ของGrim! (= =')(*)
PVE หมายถึง Player Versus Environment คือ ผู้เล่นต่อสู้กับศัตรูที่ไม่ใช่ผู้เล่นด้วยกัน เช่น มอนสเตอร์
PVP หมายถึง Player versus Player คือ ให้ผู้เล่นต่อสู้กับผู้เล่นด้วยกันเอง