(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    ตอนที่ 63 พญาเต่าดำ ปะทะ พญางูดำ

            ตอนที่ 63 พญาเต่าดำ ปะทะ พญางูดำ

             

            เคนจิหันไปมองตามต้นเสียงปรากฏเงาคนในกลุ่มควันที่ค่อยๆ จางหาย เมื่อลมพัดพากลุ่มควันสลายหายไปตาทั้งสองข้างของเคนจิเบิกโพรงกว้าง บุคคลตรงหน้าคือบุคคลที่คุ้นเคยผู้เฒ่าเกนบุก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันช้าๆ เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเคนจิร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างหวาดกลัว


            “ไอ้เต่าดำ!! แกกลับไปแล้วไม่ใช่รึไง”

            “โฮโฮโฮข้าเอะใจตั้งแต่แรกแล้ว ว่ารอยสักนั่นดูแปลกๆ ไม่คิดว่าเจ้าจะแทรกแซงไปกับรอยสักเมื่อยามที่รอยสักทำงานมีรึที่ข้าจะไม่รู้โชคดีที่มาทันไม่เช่นนั้นอลันคงกลายเป็นศพไปแล้ว ใช่ไหมเจ้างูดำ”

            “ท่านเกนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

            “มันคือจิตของเจ้างูดำมันแทรกแซงเข้าไปในรอยสัก มันต้องการแยกตัวจากข้าและที่สำคัญพลังของมันเกือบจะทัดเทียมกับข้า เจ้าหนุ่มถ้าเจ้ายังมีจิตใจหลงเหลืออยู่จงตั้งสมาธิเอาไว้ไม่เช่นนั้น มันจะกลืนกินและยึดร่างกายของเจ้าหากจิตใจของเจ้าเข้มแข็งเจ้าจะชนะมันได้”


            เคนจิในเงามืดได้ยินคำพูดของเกนบุชัดเจนทันใดนั้นปรากฏงูสีดำเลื้อยมาจากทั่วสารทิศ  พร้อมกับกระโจมทะยานครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างของเคนจิหมดหนทางที่จะหลบหนีโซ่เส้นใหญ่ตรึงร่างกายไว้แน่นเคนจิพยายามสะบัดพวกมันให้หลุดสุดกำลัง

     

            “โฮโฮโฮร่างกายของมันสุดยอดยิ่งนัก ข้าจะเอามันมาเป็นของข้าให้ได้ ต่อให้มันพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถทานทนการกลืนกินของข้าได้ลาล่ะเจ้าเต่าดำ โฮโฮโฮ”


            ปีกมังกรโบกสะบัดส่งเคนจิร่างมืดทะยานขึ้นสู่ฟ้าเตรียมจะหนีเกนบุกระทืบเท้าลงบนพื้นทรายเบาๆ ร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากพื้นทันทีพร้อมกับปรากฏที่ด้านหน้างูดำอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือเกนบุฟาดลงจากฟ้าอย่างรุนแรง งูดำยกท่อนแขนตั้งรับทันที


            “เปรี้ยง!!”

            “อั๊ก!!!”


            เสียงปะทะดังสนั่นคล้ายกับฟ้าพิโรธร่างงูดำพุ่งทะยานสู่เบื้องร่างคล้ายกับดาวตก เขาไม่สามารถทานทนต่อการโจมตีของเกนบุได้งูดำพุ่งตกกระแทกลงที่พื้นทรายอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่เลือดสาดกระเซ็นออกจากปากอย่างต่อเนื่อง เกนบุไม่ปล่อยโอกาสให้งูดำได้ตั้งตัวพุ่งทะยานลงสู่ฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว ฝ่าเท้าข้างหนึ่งยื่นไปด้านหน้ากลายเป็นท่าลูกถีบที่สะท้านฟ้าสะเทือนดินงูดำดวงตาเบิกกว้างร่างกายของเขาฝังแน่นในพื้น แขนทั้งสองข้างยกขึ้นตั้งท่าป้องกัน


            “ตูมม~~!!!!!”


            เสียงดังสนั่นราวกับอัสนีบาตรทะยานลงมาท้องฟ้าแรงระเบิดของมันทำให้พื้นทรายสั่นไหวอย่างรุนแรง กลุ่มควันหนาปกคลุมไปทั่วบริเวณลมทะเลทรายหอบกลุ่มควันควันจางหาย ในมือผู้เฒ่าเกนบุจับหัวเคนจิลอยอยู่กลางอากาศพร้อมเลือดที่ไหลออกจากปากไม่หยุดหย่อย


            “โฮโฮโฮ!!ทำไมวันนี้เจ้าถึงอ่อนปวกเปียกได้ขนาดนี้”

            “เชอะ!!  ร่างของเจ้านี่พลังมันจะหายไปมากกว่าครึ่งในเวลากลางวัน ไม่อย่างนั้นคนที่พ่ายแพ้ ย่อมเป็นเจ้า”

            “โฮโฮโฮข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างเจ้ากับข้า ใครกันแน่ที่เป็นตัวแทนเทพแห่งท้องทะเลดีถ้าอย่างนั้นเรามาตัดสินกันไปเลย”


            เกนบุโยนร่างของเคนจิไปอีกด้านพร้อมกับประสานมือเข้าด้วยกัน ลมทะเลทรายกรรโชกอย่างรุนแรงเมฆหมอกหมุนวนทั่วท้องฟ้า เกิดเป็นสุริยะคราสบดบังแสงตะวันร่างกายเคนจิเกิดการตอบสนองต่อความมืด พละกำลังกลับคืนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมบนใบหน้า


            “แล้วเจ้าจะเสียใจภายหลังเจ้าเต่าดำย้าก~~~~!!!”

            “ดี!หากใครแพ้ต้องยอมรับอีกฝ่ายโดยไม่มีข้อโต้แย้งอีก เจ้าจะตกลงหรือไม่”

            “ตกลง! เราจะทำสัญญาเลือดกันใครพ่ายแพ้ต้องอยู่ภายใต้อาณัติของผู้ชนะ”


            เกนบุและงูดำกรีดเลือดของตนจำนวนหนึ่ง ส่งลอยทะยานขึ้นสู่ฟ้า เกิดเป็นแสงสว่างกระจายไปทั่วเป็นการทำสัญญาของทั้งสองฝ่าย แสงสว่างจางหายการทำสัญญาเสร็จสมบรูณ์งูดำในร่างเคนจิรวบรวมพลังพื้นทรายสั่นสะเทือนล่องลอยขึ้นสู่ฟ้าปีกมังกรโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง เกนบุไม่รอช้าขณะที่งูดำกำลังรวบรวมพลังเขาก็ขับเคลื่อนพลังตามทันที คลื่นพลังของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดระเบิดไปทั่วท้องทะเลทราย


            “ย๊ากก~~~~!!! เจ้าเต่าเตรียมตัวตาย!!!”

            “โฮโฮโฮ! เข้ามาเจ้างู”


            ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าหากันจนกลายเป็นลำแสงเกนบุรัวหมัดโจมตีอย่างหนักหน่วง งูดำพลิ้วไหวดุจสายน้ำหลบการโจมตีและโต้กลับอย่างต่อเนื่องด้วยทักษะต่างๆนาๆ ของเคนจิ ทั้งหมัด เข่า เท้า และฝ่ามือปะทะกันจนเกิดเสียงดั่งสนั่นคล้ายกับเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า มังกรดินได้โอกาสหลบหนีไปแอบซ่อนในช่วงชุลมุนแอบมองในมุมที่ห่างกัน อลันดวงตาเบิกโพรงอ้าปากกว้างตื่นตะลึงกับการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยพบเจอ เมื่อตั้งสติได้จึงหลบไปด้านในพีระมิดป้องกันการโดนลูกหลง


            เกนบุทะยานถอยมาห่างปรากฏคลื่นพลังสายน้ำวนบนฝ่ามือ พร้อมกับปลดไปยังด้านหน้าจำนวนหลายสิบลูกงูดำรวบรวมพลังเกิดเป็นหอกดินพุดลอยขึ้นมาบนฟากฟ้าพลังน้ำและพลังดินพุ่งทะยานปะทะจนระเบิดสนั่นหวั่นไหว ก่อเป็นกลุ่มควันกลางอากาศเกนบุทะยานร่างหายเข้าไปในกลุ่มควันพร้อมกับงูดำตามเข้าไปติดๆ  เสียงปะทะดังลั่นจนกลุ่มควันระเบิดจางหาย


            “เปรี้ยงง!!! เปรี๊ยะ!!!!”


            หมัดของเกนบุปะทะกับฝ่ามืองูดำกลางอากาศเกิดเป็นคลื่นพลังดุจสายฟ้าฟาดสะเก็ดพลังสาดกระจายไปทุกพื้นที่เกิดเป็นเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้น! ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมบนใบหน้าของงูดำหางงูโผล่มาจากด้านหลังฟาดใส่เกนบุ พุ่งทะยานลงสู่พื้น


            “บรึ้ม!!!”

            “โฮโฮโฮ! ไงล่ะเจ้าเต่า!เจอท่างูฟาดหางขอข้าไป ร้องไม่ออกเลยรึ”

            “เจ้าเหล่นักนะแกไอ้งูเขียว!!”

            “ข้าพญางูดำโว้ย!! ไอ้ลูกเต่า”

            “ข้าก็พญาเต่าดำโว้ย! ไอ้งูเขียว”


            งูดำพุ่งทะยานลงสู่พื้นด้วยความรวดเร็วกรงเล็บที่แหลมคมของแวมไพร์เล็งจุดตายของเกนบุเมื่อใกล้ถึงจุดหมายร่างของเกนบุตีลังกากลับหลังพร้อมกับเตะเข้าที่หน้าของงูดำอย่างรุนแรง ส่งให้มันปลิวทะยานกลิ้งไปไกลบนพื้นทรายเป็นทางยาวทั้งสองต่างดันตัวเองลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาประเคนหมัดประเคนเท้าอย่างต่อเนื่อง จนทั่วท้องทะเลทรายเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับสงครามกลางเมือง


            งูดำเบ่งพลังคลื่นพลังทะยานขึ้นสู่ฟ้าเกนบุถอยกลับพักหายใจ ร่างเคนจิที่พญางูดำควบคุมอยู่ขยายร่างค่อยๆใหญ่ขึ้นกลายเป็นงูดำขนาดใหญ่โตมโหฬาร ดวงตาของมันแดงก่ำดุจเลือด เกนบุประสานมือร่ายเวทร่างของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นเต่ายักษ์ดวงตาสีฟ้าใสดุจท้องทะเล เสียงขู่คำรามของทั้งสองดั่งลั่นไปทั่วทะเลทรายเกิดเป็นลมพายุรุนแรงและบ้าคลั่ง


            เต่าดำอ้าปากรวมพลังน้ำที่ช่องปากงูดำไม่รอท่าอ้าปากรวมพลังดินเช่นกัน คลื่นพลังทั้งสองถูกปลดปล่อยปะทะกันดังสนั่นแรงระเบิดของสองขั้วพลังทำให้บริเวณที่ทั้งสองยืนอยู่นั่น กลายเป็นแอ่งกว้างราวกับทะเลสาปที่ไม่มีน้ำพีระมิดสั่นไหวถล่มอลันต้องทะยานร่างหลบหนีพร้อมกับคิเมร่าที่ปรากฏตัวออกมา


            เมื่อคลื่นพลังที่ปลดปล่อยมาจางหายยักษ์ใหญ่ต้องคืบคลานเข้าหากันแล้วต่อสู้อย่างดุเดือด ปากเต่ายักษ์กัดฉีกกระชากลำตัวที่ยาวของงูยักษ์รัดแน่นคลื่นพลังของทั้งสองที่ปลดปล่อยออกจากปากอย่างต่อเนื่อง ทำให้ท้องทะเลทรายมีพายุเปลวเพลิงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งท้องทะเลปั่นป่วนไปด้วยคลื่นพลังของทั้งสอง


            เมื่อเวลาผ่านไปนานทั้งสองกลับกลายร่างเป็นมนุษย์ เสียงหอบหายใจทั้งสองฝ่ายดังและถี่รัวเลือดของทั้งสองต่างชโลมไปทั่วทั้งร่างกาย ทันใดนั้น อลันปรากฏกายเบื้องหน้างูดำกรงเล็บของเขาฟาดไปที่หน้าอกของงูดำเต็มแรงเกิดเป็นบาดแผลฉกรรจ์เลือดสาดกระเซ็นขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่างงูดำทะยานถอยพร้อมกับเตะอลันปลิวออกไปไกล


            “หนอย~!! เจ้าบ้าลอบกัดข้าอย่างนั่นรึ อยากตายนักใช่ไหม!!!”

            “แกตั้งหากที่ต้องตาย!!!”

            “เปรี้ยง!!”

            “อ๊าก~~!!!”


            เกนบุปรากฏตัวมาด้านหลังงูดำอย่างรวดเร็วพร้อมกับเตะไปที่สีข้างร่างงูดำดิ่งจมลงสู่พื้นทรายเกนบุไม่รอช้ากระโดดไปขึ้นคร่อมบนร่างงูดำทันทีหมัดทั้งสองข้างเตรียมปลดปล่อยพลังจะรัวหมัดใส่งูดำขณะที่หมัดกำลังจะปะทะลงบนใบหน้าของมัน กลับปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของมันทำให้เกนบุต้องหยุดหมัดกลางอากาศ


            “ไอ้งูเขียวแกยิ้มอะไร! ดีใจที่จะตายอย่างนั้นรึ”

            “โฮโฮโฮ!แกคิดว่าเลือดที่ทำสัญญานั้น เป็นเลือดข้าหรือไง เจ้าเต่าโง่!! นั้นมันคือเลือดของเจ้าหนุ่มนี้ตั้งหาก เอาซิ! ฆ่าข้าเลยเจ้าหนุ่มนี้จะได้ติดตามเจ้าลงไปอยู่ในท้องทะเล ไปเป็นขี้ข้าของเจ้า โฮโฮโฮ!”


            เม็ดเหงื่อปรากฏปกคลุมใบหน้าเกนบุสัญญาเลือดเมื่อทำแล้วไม่สามารถขัดขืนได้ ความเจ็บปวดจากการขัดขืนสนธิสัญญารุนแรงเกินกว่าใครจะคาดเดาเกนบุตกอยู่ในภวังค์ทันใดนั้นงูดำได้กัดทีท่อนแขนของเกนบุ พร้อมกับปลดปล่อยพิษใส่ทันทีเกนบุดวงตาเบิกกว้างทะยานถอยออกมาทันทีพร้อมกับบีบแขนของตนแน่นขนัดรอยไหม้จากแผลลุกลามและไหม้อย่างต่อเนื่อง


            “อ๊ากก~~!! ไอ้งูเขียวสารเลว ไอ้หมาลอบกัด”

            “โฮโฮโฮหากข้าตายเจ้าหนุ่มก็ไปอยู่ใต้อาณัติเจ้า แต่ถ้าเจ้าตายเจ้าก็ต้องมาอยู่ใต้อาณัติของข้าพิษของข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างช้าๆ เตรียมมาอยู่ใต้อาณัติขิงข้าได้แล้วเจ้าเต่าน้อยโฮโฮโฮ”

            “ฝันไปเถอะไอ้งูเขียว ย๊ากก~!!!”


            เกนบุรวมพลังไปที่ฝ่ามือทั้งสองข้างรวบรวมพลังเป็นหนึ่งในอุ้มมือทั้งสองที่ด้านหลังคลื่นพลังมากมายต่างพุ่งทะยานเข้าไปรวมตัวกันอย่างหนาแน่น


            “เตรียมรับท่าไม้ตายของข้าพลัง!!!...คลื่น!!.....วารี!!....สิบเท่า!!!!”


            คลื่นพลังถูกปลดปล่อยไปยังด้านหน้าด้วยมือทั้งสองกลายเป็นคลื่นน้ำบิดเกลียวหนาแน่นและรุนแรง เส้นทางที่พลังพุ่งผ่านจะแหวกพื้นทรายเป็นสองฝั่งงูดำดวงตาเบิกกว้างทะยานถอยมาตั้งหลัก กางฝ่ามือทั้งสองออกไปด้านข้างเกิดเป็นพลังดินควบแน่นรุนแรงทั้งสองฝ่ามือ ก่อนจะมารวบตัวกันที่ด้านหน้าแล้วปลดปล่อยออกไป


            “ท่าอย่างนั้น! ก็เจอท่าไม้ตายของข้าพลัง!!.....คลื่น!!...พิภพ....สิบเท่า!!!!”


            คลื่นพลังทั้งสองพุ่งประสานปะทะกันอย่างรุนแรงเกิดเป็นระเบิดสูงเฉียดฟ้า พื้นทรายสั่นไหวจนเกิดรอยแยก ท้องฟ้าเกรี้ยวกราดเกิดเป็นสายฟ้ากระจายไปทั่วพื้นที่เสียงฟ้าคำรามดังประสานคลื่นพลัง อลันและมังกรดินที่แอบซ่อนต้องหมอบคลานหนี


            “บรึ้มม!!!”