ดาบสังหาร (Sword of Annihilation)

    (ภาคลั่วหยาง) 30 อำลาลั่วหยาง


    ....เมืองลั่วหยางหลังเหตุการณ์เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและฝุ่นควันลอยฟุ้ง ร่องรอยของพื้นดินแตกเป็นรอยยาว ขอบหลุมขนาดใหญ่กว้างยาวหลายสิบวา เกิดขึ้นกลางเมืองเหมือนกลืนกินบ้านเรือนหลายหลังเข้าไป พื้นถนนแตกกระจาย หินกรวดและอิฐปูนกระเด็นกระจัดกระจายเต็มไปหมด

    บ้านเรือนหลายหลังพังลงเป็นซากไม้และปูน บางหลังเหลือเพียงเสาไม้และเศษหลังคา เสียงลมพัดผ่านซากตึกส่งเสียงครืนคล้ายเสียงร่ำไห้ของเมือง เสียงตะโกนเรียกหาครอบครัวและสัตว์เลี้ยงยังดังก้องไปทั่ว 

    ท่ามกลางซากปรักหักพัง ทารบางส่วนพวกเขาพากันช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บ บ้างก้มหน้าก้มตากวาดซากหิน บ้างยืนจ้องหลุมขนาดใหญ่ด้วยแววตาสั่นพร่า บางคนพูดกระซิบด้วยความหวาดกลัว “นี่…เทพสวรรค์หรือมักรทองทะยานสู่สวรรค์กันแน่?”

    หลุมใหญ่นั้นด้านล่างว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ราวกับว่าไม่เคยมีสุสานโบราณหรืออาวุธเทพพวกนั้นอยู่ที่นั้น เป็นแค่หลุมดินลึกๆธรรมดาเท่านั้นเอง

    พวกเจ้าหน้าที่ประจำเมืองออกตรวจสภาพความเสียหาย พวกเขาช่วยกันตรวจสอบซากต่างๆ รวมถึงศพที่ยังติดอยู่ในอาคารเล่านั้น 

    ครั้งนี้ถือว่าเป็นหายนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดลั่วหยาง เพราะนอกจากเกิดภัยพิบัติที่แปลกประหลาดแล้วอ๋องฝูผู้มีอิทธิพลปกครองเมืองลั่วหยางก็ตาย แม่ทัพและรองแม่ทัพก็ตาย นั่นจึงทำให้ราชบุตรเขยผุ้เป็นหลานชายแท้ๆของท่านแม่ทัพใหญ่อย่างไป๋เยว่หลิงหลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในการสั่งการต่างๆ เขาได้สั่งเน้นให้ช่วยเหลือชาวบ้านเป็นหลัก โดยมีเลี่ยหยางยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งพวกเจ้าหน้าที่และทหารทั่วไปก็มองว่าเขาน่าจะเป็นองครักษ์ส่วนตัวของราชบุตรเขยจึงไม่ได้คิดอะไร

    ส่วนผู้ปกครองเมืองและแม่ทัพคนใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเมืองหลวงกำลังเดินทางมา แต่ไป๋เยว่หลิงและทหารผู้น้อยก็จัดการภัยพิบัติครั้งนี้เสร็จเรียบร้อยไปก่อนพวกเขาจะมาถึงแล้ว 

    "ฟู่! เสร็จเสียที" เลี่ยหยางบ่นแทนเยว่หลิง มือเขาบีบๆนวดๆไหล่ให้เยว่หลิงอย่างคุ้นเคย 

    "ม้าเร็วมาบอกแล้วว่าอีกไม่เกิน 3 วันผู้ปกครองคนใหม่จะมาถึง"

    "เจ้าจะอยู่รอไหม?" เลี่ยหยางถาม

    "ไม่" เยว่หลิงตอบแบบไม่ต้องคิด

    "แต่....พรุ่งนี้ข้าอยากชวนเจ้าไปที่ๆหนึ่งด้วยกันก่อน" เขาเงยหน้ามองเลี่ยหยาง แววตาสดใสแบบมีเลศนัย 


    .....รุ่งเช้าเลี่ยหยางรู้สึกเหมือนมดกัดจึงตื่นขึ้นมาเขาก้มมองดูส่วนล่าง

    "อ้าย! เจ้าหลิงหลิงอย่าดีดเล่นนะ!" เลี่ยหยางรีบห่อเข่าเข้ามาแล้วกอดไว้แน่น

    "ก็มัน...."

    "มันเป็นปกติของวัยรุ่นชายตื่นตอนเช้าโว้ย! เจ้าไม่เป็นรึไง"

    เยว่หลิงก้มลง เขาเปิดขอบกางเกงออกเล็กน้อย "ไม่นะ!"

    "ใครจะเป็นเหมือนเจ้า!" เลี่ยหยางฉุนรีบลุกจากเตียงเดินไปแต่งตัว

    "วันนี้เจ้าจะพาข้าไปไหนหลิงหลิง?"

    เยว่หลิงยิ้มบางๆอย่างมีเลศนัยอีกครั้ง พอทั้งคู่ออกจากที่ว่าการเมือง เขาก็พาเดินตรงบ้างเดินลัดเลาะบ้างวนๆไปมาแบบนี้หลายซอกมุม ทำห้เลี่ยหยางรู้สึกงงๆว่าเจ้าหลิงหลิงจะพาข้าไปที่ไปไหนกันแน่นะ?

    ในที่สุดก็มาเจอกำแพงสูง มีทหารยืนเฝ้าทางเข้าอย่างเข้มงวด เมื่อเยว่หลิงมาถึง ทหารก็ทำความเคารพและเปิดทางให้เข้าง่ายดาย

    พอเข้าไปพบว่าเป็นสวนๆนี้ราวกับเป็นโลกอีกใบหนึ่ง เงียบสงัด สวยงาม ดูลี้ลับ

    มีบึงใหญ่ใสสะอาด กลางสวน สะท้อนแสงพระอาทิตย์และต้นไม้ใหญ่รอบๆ ต้นไม้สูงใหญ่พวกนี้อายุเกินร้อยปี บางต้นมีเถาวัลย์ห้อยลงมากลางทางเดิน ทำให้แสงแดดกระทบเป็นลวดลายสวยงามแต่ก็ชวนขนลุกนิดๆ

    ทางเดินหินคดเคี้ยว ซ่อนมุมลับ มีสะพานไม้เก่าข้ามคลองเล็กๆภายในสวน เยว่หลิงหันมาบอกเลี่ยหยาง “นี่สะพานเชื่อมไปยังโลกวิญญาณ” แล้วทำหัวเราะหึหึ

    พอถึงจุดนั่งชมวิวทั้งคู่ก็นั่งชันเข่าชมวิวสวยๆ โดยปราศจากผู้อื่นรบกวน ราวกับธรรมชาติกว้างใหญ่ที่ตรงนี้เป็นของพวกเขาแค่ 2 คน

    "ที่ตรงนี้ปกติเข้าไม่ได้เลย..."

    "แต่ตอนนี้ข้ามีอำนาจสูงสุดในเมืองเลยเข้าได้" เยว่หลิงยิ้มเหมือนเด็ก ซึ่งเลี่ยหยางประหลาดใจมากๆ เพราะไม่เคยเห็นเขาทำท่าทางสดใสแบบนี้มาก่อน

    เยว่หลิงเอามือจับแขนเลี่ยหยางแล้วเอียงศรีษะมาซบที่ไหล่เลี่ยหยาง ฟังเสียงนกเล็กๆเคียงคู่ร้องเพลง ทั้งคู่มองผืนน้ำเบื้องหน้าอย่างไม่รู้สึกเบื่อ

    เยว่หลิงมองน้ำแล้วคิดถึงความหลังเขาพูดเปรยๆออกมาว่า "เจ้าจะอยู่กับข้าจนแก่เฒ่าไปด้วยกันไหม?"

    เลี่ยหยางมองตาแล้วยิ้ม มือเขาลูบศรีษะเยว่หลิงเบาๆ "ถ้าไม่มีเจ้า ชีวิตข้าก็ไม่มีความหมาย"

    เยว่หลิงฟังแล้วเขาจับแขนเลี่ยหยางแน่นกว่าเดิม

    "ตอนยังเป็นเด็ก ท่านพ่อเคยพาข้ามาที่นี่...."

    "พ่อเจ้าท่านคงรักเจ้ามาก"

    "แม้ท่านพ่อจะอยู่ได้ไม่นาน....แต่เขาก็คือความอบอุ่นเดียวที่ทำให้ข้ายังมีชีวิตอยู่ต่อได้ ....จนมาเจอเจ้า" เขามองเลี่ยหยางแล้วยิ้มบางๆ

    "เจ้าโชคดี แม้พ่อข้าจะยังมีชีวิตอยู่แต่.....เขาไม่เคยเรียกข้าว่าลูกเลยสักครั้ง..."

    "ตอนยังเด็ก เขาเอาข้าไปทิ้งไว้กลางป่าคนเดียว ที่นั่นมีซากศพ มีฝูงหมาป่า เขาโยนมีดสั้นให้ข้าแค่เล่มเดียวแล้วจากไป ....ไม่แม้กระทั่งจะหันมามองข้าที่ร้องไห้อยู่..."

    เลี่ยหยางพูดและมีเสียงสั่น "ตอนนั้น...ข้ากลัวมาก..."

    "หลังจากนั้นข้าไม่เคยยิ้มจากใจจริงอีกเลย จนได้มาเจอเจ้า"

    "ขอบใจเจ้ามากนะ...หลิงหลิง" เลี่ยหยางยิ้ม

    "พูดตรงๆ ข้าไม่อยากไปกว่างโจวเลย ข้าไม่อยากเห็นหน้าเขา" เลี่ยหยางหน้านิ่งสายตามองทอดยาวออกไปที่บึงน้ำ

    "งั้นก็ไม่ต้องไป" เยว่หลิงพูด

    เลี่ยหยางหัวเราะ มือลูบหัวเยว่หลิงแรงๆ

    "ฮ่าๆ ไปเถอะ  ตอนนี้ข้าอยากรู้ความจริงเรื่องพ่อแม่เจ้ามากกว่า"

    แล้วเขาก็เอามือข้างหนึ่งล้วงก้นเยว่หลิง

    "ข้าอยากรู้ว่าลูกเทพเจ้าอย่างเจ้าจะมีหางงอก,ปีงอกออกมาหรือเปล่า ฮ่าๆ"

    "โอ้ย!" เยว่หลิงหยิกแรงๆที่แขน เขาแก้มแดง เขินมาก ถูกผู้ชายล้วงจับก้น แต่...มือนั่นมันช่างหยาบและแข็งแรงเหลือเกิน... 

    "เอามือออกเดี๋ยวนี้นะ!!"

    "นิ่มยิ่งกว่านมสาวแบบนี้ขอป๋าขยำเล่นอีกสักแปบนึงสิ ฮ่าๆ"

    "ว่าแต่เจ้ากินเก่งขนาดนี้ ล้างอึสะอาดหรือเปล่าเนี่ย? ขอตรวจสอบหน่อยซิ!"

    ว่าแล้วมือก็ล้วงลึกลงไปกว่าเดิม เยว่หลิงถึงกับหน้าแดงก่ำ 

    แล้วทั้งคู่ก็วิ่งไล่กันอย่างมีความสุข....

    .

    บ้ายบ้าย.....ลั่วหยาง.....