เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ได้ฟังคำเล่าจากเจ้าขาวผ่องสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของนางก็เกิดความสนใจที่จะไปเที่ยวผจญภัยที่เมืองเฮยอ้านด้วยเช่นกัน อย่าว่าแต่เมืองเฮยอ้านเลย เพราะนางตั้งใจไว้ว่าทั้งทวีปเฟยเทียนแห่งนี้นางจะไปสำรวจและผจญภัยให้หมดทุกที่!!
“อือ..เมืองเฮยอ้าน ดินแดนแห่งความมืดงั้นเหรอ น่าสนใจ น่าสนใจ เอาไว้ถ้าข้าขอท่านแม่ไปที่เมืองนี้ได้ คงจะมีพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร และพวกสัตว์อสูรมาตกแต่งในมิติส่วนตัวของข้าให้เติมเต็ม ดูสวยงามมากกว่านี้”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แต่ในมิติส่วนตัวของเจ้านายตอนนี้ เด้งดึ๋งว่าก็มีของดีๆอยู่ไม่น้อยนะเจ้านาย”เจ้าเด้งดึ๋ง
“มันก็แค่นิดๆหน่อยๆเอง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“...............!!!”เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋ง ที่ได้ยินได้ฟังเจ้านายพูดว่า มีนิดๆหน่อยๆ?? มิติส่วนตัวของเจ้านายถ้าเรียกว่านิดๆหน่อยๆ ?? ป่าด้านนอกคงจะต้องพูดว่าไม่มีอะไรเลยน่ะสิ!!
“ของด้านนอกมีตั้งมากมายหลายอย่างที่ในมิติของข้านั้นไม่มี เนี่ยดูอย่างพวกต้นข่า ต้นตะไคร้ ต้นหอม กระเทียม ฯลฯ อะไรพวกเนี่ยยังไม่มีเลยนะ ไม่ไหว ไม่ไหว…มีหวังข้าอดกินของอร่อยๆตายแน่ๆเลย ข้าเลยคิดว่าจะออกไปสำรวจให้ทั่วๆและนำเอาพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร สัตว์อสูร ต่างๆที่ไม่มีในมิติแห่งนี้เอามาไว้ในมิติส่วนข้าให้หมดเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“.............!!”เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋ง
“แค่นี้ก่อนละกันนะ เดี๋ยวข้าสำรวจมิติของข้าต่อ ถ้ามีอะไรสงสัยข้าจะส่งจิตสื่อสารไปหาพวกเจ้าใหม่ละกันนะ ไปล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ก็หายเงียบไปเลย
เจ้าขาวผ่อง เจ้าเด้งดึ๋งถึงกับพากันพูดไม่ออกไปเลย เมื่อมันได้รับรู้จุดประสงค์หลักที่สำคัญ ที่พวกมันจับใจความจากเจ้านายของพวกมันแล้วว่าคืออะไรกัน!!
“เจ้านาย…ไปแล้ว”เจ้าเด้งดึ๋ง
“เจ้าเข้าใจแบบที่ข้าเข้าใจหรือไม่ น้องเล็ก??”เจ้าขาวผ่อง
“ใช่ พี่ใหญ่”เจ้าเด้งดึ๋ง
“เจ้านายห่วงกิน…!!”ขาวผ่อง กับเด้งดึ๋งพูดกันออกมาพร้อมๆเพรียงกันเลยว่าเข้าใจตรงกันคือสิ่งใด
“ข้าเองก็ดันเข้าใจไปอีกทางหนึ่งว่าเจ้านายคงจะ….เฮ้อ….”เจ้าขาวผ่อง ถึงกับทอดถอนหายใจแบบนกๆที่แสนสง่าในตำนานออกมา
“ก็คือเจ้านายของพวกเรานี่หน่า ผู้ใดจะเหมือนได้กันเล่าพี่ใหญ่ เฮ้อ….”เจ้าเด้งดึ๋ง เองก็ไม่แตกต่างกันก็ทอดถอนหายใจออกมาด้วย
“เฮ้อ…………”เด้งดึ๋ง ขาวผ่อง ต่างพากันถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างพร้อมเพรียง ด้วยใจที่ต้องยอมรับตัวตนของเจ้านายของมันที่แปลกประหลาดเหนือผู้ใด!!
ตอนนี้ภาระกิจที่สำคัญของพวกมันก็ใหญ่หลวงนัก จึงต้องละทิ้งการเที่ยวเล่นสนุกสนานไว้ก่อนภายหลัง และมุ่งหน้าช่วยกันหาพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร แปลกๆ สวยงามให้เจ้านายก่อนเลยเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะที่จะต้องเน้นเป็นสำคัญนั่นก็คือประเภทของที่กินได้!!และอร่อยด้วย สำหรับเจ้านายของพวกมัน!!
แต่ว่าในสิ่งที่สัตว์อสูรในพันธะของเหนี่ยวเหนี่ยวนั้นกำลังรู้สึกอย่างไรกับตัวตนที่แท้จริงของเจ้านายอยู่นั้น พวกมันต่างก็ลืมคิดไปว่า ก็ไม่ต่างจากเจ้านายเหมือนกัน!! ลูกน้องกับเจ้านายย่อมอยู่ด้วยกันได้เพราะมีนิสัยไม่แตกต่างกันนั่นคือสิ่งที่พวกมันลืมคิดไป่ว่าเหมือนพวกมันด้วย!!
###
“ท่านย่าเล็ก ท่านย่าเล็ก เจ้าคะ”พวกเหลนๆ
“วึ่บ…..”
“ว่าอย่างไรเหลนสาว”เหนี่ยวเหนี่ยว นำจิตของนางกลับมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงคนเรียกภายนอกได้เรียกหานาง
“พวกท่านปู่เรียกหาพวกเราแล้วเจ้าค่ะ”เหลนสาวใหญ่ยายา
“อ้อ….”เหนี่ยวเหนี่ยว หันไปทางพวกพี่ชายฝาแฝด และกลุ่มหลานชาย เหลนชาย ที่อยู่ไม่ไกลกัน และพากันลุกเดินไปรวมกลุ่มกับพวกเขาทั้งหมด
“น้องเล็ก ทางด้านนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าอยากจะไปที่ใดต่อกัน??”พี่ใหญ่ซือจือ
“ข้า…โคร๊ก…..คร๊ากกกก…..”เหนี่ยวเหนี่ยว
“โอ้….ข้ารู้คำตอบของน้องเล็กแล้วล่ะพี่ใหญ่”พี่ชายรองเหล่าหู่
“ข้าก็เช่นกัน..”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“ข้าก็รู้ขอรับท่านพ่อ”พวกหลานชายทั้งหลาย
“................!!”เหนี่ยวเหนี่ยว รู้สึกเก้อเขินขึ้นมานิดหน่อยก็ท้องน้อยๆร้องเสียงซะดังลั่นป่าขนาดนี้
“ไปพวกเรากลับไปหาพวกท่านแม่ของพวกเจ้า เพื่อทำอาหารกินมื้อกลางวันกันก่อนละกัน ค่อยคิดกันต่อว่าจะไปเที่ยวป่ากันต่อหรือจะกลับบ้านกัน”พี่ใหญ่ซือจื่อ หรือท่านปู่ใหญ่ของพวกเด็กๆ
“เจ้าค่ะ” “ขอรับ”พวกเหลนๆ
“ไปกันเลย ข้าหิวแล้ว หิวจริงๆ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เย้…เย้….”พวกเหลนๆ
“............!!”พวกพี่ชาย และพวกหลานชาย ต่างพากันทำสีหน้าพูดไม่ออกกันเลย เมื่อได้ยินสิ่งที่น้องสาวคนเล็ก และท่านอาเล็กของพวกเขาพูดออกมา มันบ่งบอกได้จริงๆว่านางเป็น..
“ตัวตะกละน้อย….!!”พวกพี่ๆ และหลานชายต่างพากันพูดออกมาเบาๆ และพากันส่ายหน้าไปมา
“พวกเจ้าคิดรายการอาหารของโปรดกันแล้วใช่หรือไม่ พอกลับไปก็รีบบอกท่านย่าทวด ท่านย่า หรือท่านแม่ของพวกเจ้าด้วยเล่าอย่าลืมนะ ไม่งั้นพวกเจ้าจะต้องอดกินของอร่อยๆเป็นแน่”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เจ้าค่ะ ท่านย่าเล็ก”เหลนสาว
“ขอรับ ท่านย่าเล็ก”เหลนชาย
“เรื่องนี้ย่อมไม่มีใครลืมแน่นอนเลย ท่านย่าเล็ก”เหลนสาวทู่จึ
“ดีมาก เรื่องกินคือเรื่องใหญ่นะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เจ้าค่ะ” “ขอรับ”พวกเหลนๆ ทำสีหน้าจริงจังไม่ต่างจากท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเขา
“...............”พวกผู้ใหญ่ที่ตามมาด้วยก็พากันส่ายหน้าไปมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกันแล้ว เด็กๆพวกนี้ช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดีเยี่ยมจริงๆ !!
“ไม่ผิดกันแม้แต่น้อยเลยนะพี่ใหญ่ ว่าหรือไม่??”พี่รองเหล่าหู่
“นั่นน่ะสิ พากันคล้อยตามทุกสิ่งทุกอย่างไปจริงๆ”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“ยิ่งน้องเล็กเป็นผู้นำเสียแบบนี้ด้วยนะ ไม่ต้องให้พูดอะไรเลยหนักกว่าเก่าอีก”พี่รองเหล่าหู่
“เฮ้อ….จริง คนที่เอานางได้อยู่มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นแหละทั้งตระกูลหวังของพวกเราน่ะ”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“ท่านแม่…!!!”พี่ชายฝาแฝดทั้งสองคนเอ่ยชื่อผู้ที่น่าเกรงขามที่สุดในครอบครัวของตระกูลหวังออกมา แน่นอนว่าไม่ใช่ใครทีไหน นอกเสียจากเป็นท่านแม่หวังหงอี่ หรือท่านแม่มดแดงของเหนี่ยวเหนี่ยวนั่นเอง
เดินทางใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามเลย( 1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง) เป็นเพราะด้วยความเร่งรีบ ที่ท้องน้อยๆของท่านย่าเล็กของพวกเหลนๆนั้นร้องดังตลอดการเดินทางจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งการเดินทางโดยใช้พลังธาตุเข้าช่วยอย่างเร่งด่วน ในหัวก็ไม่มีว่างเว้นกัน คิดเรื่องอาหารการกินกันตลอดทางด้วยเช่นกัน
“ท่านแม่ ท่านพ่อ ทุกๆคน ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ หิวมากๆด้วยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ส่งเสียงตะโกนมาแต่ไกลก่อนที่จะมาถึงเสียอีก
“นั่นไง เสียงของความสงบสุขของพวกเจ้ามากันแล้ว”ท่านแม่ หยอกเย้ากับทุกๆคน
“จริงเจ้าค่ะท่านแม่”สะใภ้ใหญ่
“ฮ่า…ฮ่า….”ทุกๆ คน
“ว่าอย่างไรลูกรัก ได้อะไรกลับมาบ้างเล่าสำหรับมื้อกลางวันของพวกเจ้าน่ะ”ท่านพ่อ ที่มารับและอุ้มลูกสาวตัวน้อยของท่านขึ้นมาสู่อ้อมอก
“ได้มาเยอะแยะเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ มี….บลา..บลา…”เหนี่ยวเหนี่ยว และพวกเหลนๆ ต่างพากันคุยโวบอกพวกท่านว่าเจออะไรมาบ้างสำหรับเป็นวัตถุดิบประกอบสำหรับอาหารมื้อกลางวันนี้
“โอ้…ฟังดูเยอะมากเลยมื้อกลางวันนี้จะต้องยอดเยี่ยมอีกมื้ออย่างแน่นอนเลย”ท่านพ่อ
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านพ่อเตรียมท้องไว้รอเลย แต่ว่าจริงๆแล้วเสียดายที่ไม่ได้ไปหาให้ได้มากกว่านี้นะเจ้าคะ เสียมากจริงๆเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“อ้าว…ทำไมเล่าลูก??”ท่านพ่อ
“ก็มีเสียงดัง โคร๊ก…คร๊าก….เสียก่อนน่ะสิขอรับ”พี่ใหญ่ซือจือ รีบแทรกพูดตอบก่อนใครเพื่อนเลยถึงสาเหตของการต้องทำให้เดินทางกันกลับมาเร็ว
“อ้อ….”ท่านพ่อ
“การหาของมาทำกินอาหารมื้อกลางวันก็สำคัญ แต่ว่าท้องที่ร้องโคร๊ก…คร๊ากกกก..จากการหิวย่อมสำคัญกว่าจริงไหมจ๊ะลูกรัก”ท่านแม่ แกล้งพูดออกมาอย่างเห็นใจมากจริงๆ ที่พวกเด็กๆจะต้องรีบพากันกลับมาเสียก่อน
“อ้า….ท่านแม่ช่างรู้ใจข้าจริงๆเลยเจ้าค่ะ ถูกต้องเลยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว เอี้ยวตัวไปหาท่านแม่ และไถลตัวลงจากท่านพ่อวิ่งไปเกาะขาเพื่อออดอ้อนท่านแม่ทำของอร่อยให้นางได้กินทันที
“เจ้าตัวตะกละน้อยเอ๊ย….”ท่านแม่ ส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มด้วยความรักเต็มเปี่ยม
“ฮ่า….ฮ่า….”ทุกๆคนที่ได้รอฟังเหตุผลอันสำคัญใหญ่โตถึงกับพากันหัวเราะดังลั่นอย่างกลั้นกันไม่อยู่กันเลยทีเดียว
“เหนี่ยวเหนี่ยวทำตามอย่างที่ท่านแม่เคยบอกเลยเจ้าค่ะ อย่าฝืนทำอะไรมากถ้าเหนื่อยก็ต้องหยุดพักเสียก่อน นี่ก็ท้องร้องเพราะหิวมากๆเจ้าค่ะ เหนี่ยวเหนี่ยวกับพวกเหลนๆไม่มีแรงที่จะเดินหาของต่อกันแล้ว ตาลายไปหมดเลยเจ้าค่ะ จริงไหมเหลนๆ??”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงเจ้าค่ะ” เหลนสาว
“จริงขอรับ”เหลนชาย
“โอ้…นี่ต้องถือว่าเหนี่ยวเหนี่ยวกับเหลนๆเป็นเด็กดีจริงๆนะเจ้าคะ ที่เชื่อฟังคำสั่งสอนของข้าเนี่ย”ท่านแม่ อดไม่ได้จริงๆที่จะพูดออกมา
“จริง เจ้าค่ะ” “จริง ขอรับ” พวกผู้ใหญ่พากันตอบแบบขำๆออกมากันแบบร่วมด้วย
“พวกข้าเป็นเด็กดีเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ พากันยืดอกยอมรับกันอย่างเต็มที่ ภาพนี้เป็นที่น่าขบขันสำหรับพวกผู้ใหญ่อีกครั้ง
“เด็กดีๆ ฮ่า….ฮ่า….”พวกผู้ใหญ่
“เฮ้อ…..”เหล่าบรรดาท่านพ่อ ก็อดที่จะพากันทอดถอนหายใจออกมาเป็นไม่ได้ ที่เห็นพวกเด็กๆเป็นแบบนี้ แต่ว่าสีหน้าของพวกท่านก็ยังคงมีรอยยิ้มกันเต็มใบหน้าอยู่เช่นเดิม
“เอาล่ะ งั้นเด็กๆ ไปนั่งพักกันก่อนนะเดี๋ยวรออาหารให้ทำเสร็จเสียก่อน”ท่านแม่
“ได้เลยเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะดูแลพวกเหลนๆเองไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
นางได้เดินนำพาพวกเหลนๆออกจากพวกท่านไป เพื่อไม่เป็นที่เกะกะขวางทางพวกท่านที่กำลังจะเตรียมทำอาหารมื้อกลางวันให้พวกเขาได้กินกัน
“คำพูดนี้ และเด็กน้อยผู้นี้นี่แหละที่น่าเป็นห่วงล่ะเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้รอง อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาหลังจากได้ยินน้องเล็กของสามีนางพูดรับหน้าที่นี้ไปทันที
“จริงดังที่เจ้าว่าเลย สะใภ้รอง”พี่สะใภ้ใหญ่
“ฮ่า…ฮ่า….”พวกผู้หญิงก็พากันหัวเราะกันต่อ แต่มือก็ไม่ได้หยุดกันเลย ตระเตรียมเร่งมือกันทำอาหารให้พวกเด็กๆได้กินกันอย่างรวดเร็ว เพราะก็เลยเวลามาพอสมควรแล้ว จากที่พอพวกเรามีสิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นก็ให้พวกเด็กๆได้กินครบ 3 มื้ออาหารเต็มที่เหมือนๆกัน พร้อมกับมีขนมคบเคี้ยวให้กินอีกด้วยในแต่ละวัน
แต่ว่าวันนนี้ช้าออกไปเกือบครึ่งชั่วยามเห็นจะได้ (1 ชั่วยาม 2 ชั่วโมง) แต่ยังดีที่พวกเด็กๆไม่ได้งอแงอะไรกันเลย ยิ่งนึกถึงเมื่อก่อนนี้ที่แต่ละมื้อได้มีกินกันก็แค่พออยู่ท้องเพียงเท่านั้นจะบอกว่าได้กินอิ่มท้องกันย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่พวกท่านก็ไม่เคยที่จะปล่อยให้พวกเด็กๆมีท้องที่ว่างเปล่ากัน
พอคิดถึงตรงนี้การทำอาหารในแต่ละมื้อไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกท่านจึงทำกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะมีเนื้อสัตว์ในแต่ละมื้อที่ทำ เหมือนกับการทดแทนย้อนเวลาเก่าที่พวกท่านไม่สามารถที่จะมอบให้ครอบครัวได้ ไหนจะความที่พวกเด็กๆไม่เคยร้องขอหรืองอแงใดๆ พวกเขาช่างรู้ความกันยิ่งนัก รู้ว่าครอบครัวมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร
คิดแล้วพวกเด็กๆก็อดทนไม่แพ้พวกผู้ใหญ่เช่นกัน ในช่วงที่อดอยากอาหารแทบจะไม่พอกินกันในแต่ละมื้อ ในแต่ละวัน แต่ก็พากันจับมือทั้งครอบครัวผ่านมากันได้ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเสียส่วนมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ครอบครัวไม่เคยขาดเลยก็คือความรัก ความห่วงใย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่มีให้กันตลอดเวลา แม้จะไม่มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ให้ความสะดวกสบายได้เลย
“เด็กๆ อาหารมื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาเตรียมหาที่นั่งกันได้เลยลูก”ท่านแม่ ส่งเสียงเรียกพวกเด็กๆ หลังจากทำอาหารจานสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เย้…เย้…”
“เจ้าค่ะ” “ขอรับ”พวกเด็กๆ
จัดวางเรียงอาหารกับโต๊ะเตี้ย และนั่งกับพื้นกันอย่างง่ายๆ ในที่ชายป่าแห่งนี้ บรรยากาศโดยรอบช่างสวยงามทำให้เจริญอาหารกันเป็นอย่างมาก
“ขอให้อร่อยกันเจ้าค่ะ/ขอรับ กินแล้วนะเจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ พากันบอกกล่าวกับทุกๆคนอย่างที่เคยทำเป็นปรกติในแต่ละมื้อของวัน
“หง่ำ….หง่ำ….”
ในตอนแรกๆเสียงพูดคุยแทบจะไม่ได้ยินกันเลยมีแต่เสียงการเคี้ยวของอาหารที่เข้าปากกันอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครเงยหน้าออกจากถ้วยเลยหลังจากคีบกับข้าวลงถ้วยกันแล้ว
************
ยังคงยึดหลักสำคัญมากๆอย่างการกินเช่นเคย เหนี่ยวเหนี่ยวกับพวกเหลนๆถึงกับต้องใช้พลังธาตุในการเดินทางอีกครั้ง หากผู้ใดรับรู้ถึงการใช้พลังธาตุจาก 3 ตระกูลหวัง ตระกูลอี้ ตระกูลฉือแล้วคงจะพากันพูดไม่ออกกันเลย ที่นำพลังธาตุมาใช้ได้อย่างฟุ่มเฟือยจริงๆ!!