"ฆ่า!"
สิ้นเสียงคำสั่งของชายชุดดำร่างสูงที่เป็หัวหน้า เงาร่างทั้งสามก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มของหลี่จงพร้อมกันดุจฝูงแร้งรุมทึ้งซากศพ กระบี่ในมือของพวกมันแผ่พุ่งรังสีดาบสีเขียวอ่อน... ธาตุลม
"หงเหลียน คุ้มกันซูหว่าน!"
หลี่จงคำรามลั่น เขาก้าวเท้าออกไปขวางหน้า ยกเสาหินขึ้นตั้งรับการโจมตีระลอกแรก
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะหินดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแลบแปลบปลาบ แม้น้ำหนักของเสาหินจะทำให้การป้องกันแข็งแกร่งดุจกำแพงเมือง แต่ศัตรูไม่ได้โง่ พวกมันไม่ปะทะตรงๆ แต่ใช้วิชาตัวเบาดีดตัวออกทันทีที่ัั แล้ววนกลับมาโจมตีจากมุมอับสายตา
"เร็วมาก..." หลี่จงกัดฟัน พลังปราณของเขาเหลือน้อยเต็มทีจากการใช้ท่าไม้ตายใส่โกเลมเมื่อครู่ แขนขาเริ่มหนักอึ้ง การจะเหวี่ยงเสาไล่ตามความเร็วระดับนี้เป็เื่ยากลำบาก
"แย่แล้ว!" ซูหว่านะโเตือนขณะกางยันต์ป้องกัน "นี่คือ 'ค่ายกลสามวายุสังหาร' ของตระกูลอู๋! พวกมันจะสลับกันโจมตีต่อเนื่องไม่ให้เราได้พักหายใจ ถ้าปล่อยไว้นาน ค่ายกลจะบีบวงล้อมเข้ามาเรื่อยๆ จนเราตาย!"
"งั้นก็พังค่ายกลมันซะสิ!" หงเหลียนะโกลับ นางพยายามปล่อยหมัดไฟสวนกลับไป แต่ศัตรูเคลื่อนไหวพลิ้วไหวเหมือนใบไม้ในสายลม หมัดของนางวืดเป้าไปอย่างน่าเจ็บใจ
ฉึก!
"โอ๊ย!" หงเหลียนร้องเสียงหลง คมกระบี่สายหนึ่งตวัดผ่านแขนซ้ายของนาง เืสีแดงสดพุ่งกระฉูด "หงเหลียน!" ซูหว่านรีบวิ่งเข้าไปดูอาการ แต่ชายชุดดำอีกคนฉวยโอกาสนั้นพุ่งดาบเข้าใส่แผ่นหลังของซูหว่าน
"อย่าหวัง!"
หลี่จงเห็นท่าไม่ดี เขาตัดสินใจทิ้งการป้องกันตัวเอง แล้วเหวี่ยงเสาหินสุดแรงเกิดไปทางชายชุดดำที่เล็งซูหว่าน เสาหินพุ่งแหวกอากาศด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล บังคับให้มันต้องยกกระบี่ขึ้นกัน
ตึง!
ศัตรูกระเด็นถอยไป แต่หลี่จงเปิดช่องว่างที่ลำตัวโล่งโจ้ง
"เสร็จกัน!" หัวหน้าชุดดำแสยะยิ้มภายใต้หน้ากาก มันรวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายกระบี่จนเกิดเป็เกลียวพายุหมุน "เคล็ดวิชาลับ: วายุทะลวงใจ!"
กระบี่พุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของหลี่จงในระยะเผาขน!
ในวินาทีแห่งความเป็ความตาย หลี่จงไม่มีเวลาดึงเสากลับมากัน เขาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง... เท้าเหยียบลงไปในกอง "เศษเหล็กเหลว" ของซากโกเลมที่ยังร้อนระอุ
ทันใดนั้น... สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น
เสาหินสีดำที่ปลายด้านหนึ่งจุ่มลงไปในกองซากโกเลม จู่ๆ ก็เกิดแรงดึงดูดมหาศาล! มันไม่ได้ดูดดูดเหล็กเข้ามา... แต่มัน "สูบกลืน" แก่นแท้ของเหล็กไหลทมิฬเข้าไปในเนื้อหิน!
วูบ...
อักขระตัวใหม่ปรากฏขึ้นเหนืออักขระตัว 'หนัก' (จ้ง) มันเป็อักขระรูปร่างแข็งเกร็ง แหลมคม และเย็นะเื... "เหล็ก (铁 - เถี่ย)"
"หลี่จง! รับนี่ไป!"
หลี่จงััได้ถึงพลังใหม่ที่แล่นผ่านด้ามจับ เขาไม่ได้ใช้เสากัน... แต่เขา "ใช้มือเปล่า" คว้าหมับเข้าที่ตัวกระบี่ของหัวหน้าชุดดำ!
"หา!?" ศัตรูเบิกตากว้าง "บ้าไปแล้ว! มือเปล่ารับกระบี่วายุ!"
แต่แทนที่มือจะขาด... ิัของหลี่จงกลับเปลี่ยนเป็สีเทาเข้มที่มีประกายโลหะแวววาว [กายาหินผา + ธาตุเหล็ก = กายาเหล็กไหล!]
กริ๊ก...
หลี่จงบีบมือแน่น กระบี่เหล็กกล้าชั้นดีของตระกูลอู๋ เริ่มปรากฏรอยร้าว "กระบี่ของเ้า... มันเบาหวิว!"
เพล้ง!!
หลี่จงหักกระบี่ด้วยมือเปล่า! ก่อนจะใช้จังหวะที่ศัตรูตกตะลึง กระชากเสาหินขึ้นมา เสาหินตอนนี้ไม่ได้ดำด้านอีกต่อไป แต่มีลวดลายสีเงินยวงแทรกซึมไปตามเนื้อหิน ผิวของมันแข็งแกร่งและคมกริบขึ้น
"ตายซะ!"
หลี่จงแทงโคนเสาเข้าใส่หน้าอกของหัวหน้าชุดดำ ไม่จำเป็ต้องใช้คม... แค่แรงกระแทกจาก "หินผสมเหล็ก" ก็เพียงพอที่จะทำให้ซี่โครงทั้งแผงยุบลงไปกองกับกระดูกสันหลัง
อั่ก!
ร่างของหัวหน้าชุดดำปลิวละลิ่วไปกระแทกผนังถ้ำ เืทะลักออกจากปากและแน่นิ่งไปทันที
"ลูกพี่!!" ชายชุดดำอีกสองคนะโลั่น ความหวาดกลัวเริ่มเข้าเกาะกุมจิตใจ "ปีศาจ... เ้านั่นมันปีศาจ! ถอย! รีบกลับไปรายงานคุณชาย!"
พวกมันทิ้งการต่อสู้แล้วหันหลังวิ่งหนีแยกกันไปคนละทาง
"จะหนีไปไหน!" หงเหลียนที่กุมแผลที่แขนะโอย่างเจ็บแค้น
"ซูหว่าน! ยันต์ตรึงเงา!" หลี่จงสั่งการ
"เ้าค่ะ!" ซูหว่านสะบัดพู่กันอย่างรวดเร็ว หมึกสีดำพุ่งออกจากปลายพู่กันกลายเป็โซ่เงา รัดขาของชายชุดดำทางซ้ายไว้ได้ทันควัน "อ๊ากกก!"
แต่ชายชุดดำทางขวาวิ่งไวมาก มันกำลังจะพ้นปากทางออกโถงถ้ำแล้ว
หลี่จงมองระยะทาง... ไกลเกินกว่าจะวิ่งตามทัน เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่น เขาง้างแขนไปด้านหลัง เกร็งกล้ามเนื้อทุกมัดจนเสื้อแทบฉีก "อักขระ 'ลอย' (ของซูหว่าน) ทำงาน!"
เขาขว้างเสาหินออกไปเหมือนพุ่งหอก!
ฟิ้ววววววว!
เสาหินั์ลอยคว้างแหวกอากาศ หมุนควงสว่านพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย น้ำหนักที่ถูกลดทอนลงด้วยเวทมนตร์ทำให้มันพุ่งไปได้ไกล แต่แรงส่งจากแขนหลี่จงยังคงรุนแรง
พลั่ก!
เสาหินกระแทกเข้ากลางหลังของศัตรูที่กำลังวิ่งหนีอย่างแม่นยำ ราวกับลูกบอลลิ่งชนพิน ชายชุดดำคนนั้นหน้าทิ่มพื้น กระดูกสันหลังหักทันที สลบเหมือดคาที่
ความเงียบกลับคืนสู่เหมืองเหล็กทมิฬอีกครั้ง...
"แฮ่ก... แฮ่ก..." หลี่จงทรุดตัวลงนั่งชันเข่า แขนขาเขาไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง เสาหินที่ลอยไปไกล ค่อยๆ กลิ้งหยุดลงที่ปากถ้ำ อักขระสีเงินค่อยๆ จางหายไป
ซูหว่านรีบวิ่งมาดูแผลของหงเหลียน ก่อนจะหันมามองหลี่จงด้วยสายตาชื่นชมปนใ "ท่าน... ท่านปลุกอักขระตัวที่สองได้แล้ว? ท่ามกลางการต่อสู้เนี่ยนะ?"
"มันบังเอิญน่ะ" หลี่จงตอบพลางมองไปที่ซากโกเลมที่แห้งเหือด "ดูเหมือนเสานี้... จะ 'หิว' พอสมควร มันกินแร่เหล็กเข้าไป"
"เสากินเหล็ก..." หงเหลียนหัวเราะทั้งที่หน้าซีด "สมกับเป็อาวุธของเ้าจริงๆ แปลกพอกัน"
หลี่จงยันตัวลุกขึ้นเดินไปที่ศพของหัวหน้าชุดดำ เขาค้นตัวมันและพบป้ายหยกสีม่วงที่สลักคำว่า "อู๋" ไว้ด้านหลัง "หลักฐานมัดตัวแ่า"
"เราจะทำยังไงต่อ?" ซูหว่านถาม "ถ้าเราเอาเื่นี้ไปบอกสำนัก ตระกูลอู๋ต้องไม่ยอมรับแน่ พวกเขาอาจจะบอกว่าเราจัดฉากใส่ร้าย"
หลี่จงกำป้ายหยกแน่น แววตาเ็า "เรายังไม่เปิดโปงตอนนี้... ศัตรูในที่ลับน่ากลัวกว่าในที่แจ้ง แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครคือศัตรู"
เขาหันไปมองสองสาว "ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว... เราได้ทั้งแร่เหล็ก แก่นอสูรโกเลม และชีวิตรอด กลับไปรับรางวัลกันเถอะ... ข้าอยากเห็นหน้าอู๋เฟิงตอนที่เห็นเราเดินกลับเข้าไปในสำนักแบบครบ 32"
"ใช่!" หงเหลียนยิ้มกว้าง "และข้าจะเอาเงินรางวัลไปกินเนื้อย่างให้พุงกางเลย!"
...
ณ สำนักบรรพตเมฆา
อู๋เฟิงยืนจิบชาอยู่ที่ระเบียงหอพักชั้นบนสุด มองลงไปยังประตูทางเข้าสำนักด้วยรอยยิ้ม "ป่านนี้คงกลายเป็อาหารมดไปแล้วกระมัง... น่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นหน้าตอนสิ้นหวัง"
แต่แล้ว... รอยยิ้มของเขาก็ต้องแข็งค้าง แก้วชาในมือร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย เมื่อเห็นกลุ่มคนสามคนเดินผ่านประตูสำนักเข้ามา
หลี่จงเดินนำหน้า แบกเสาหินที่มีรอยสีเงินแปลกตา หงเหลียนที่แขนพันผ้าพันแผลแต่ยังเดินแกว่งแขนอย่างร่าเริง และซูหว่านที่เดินถือถุงใส่แก่นอสูรใบใหญ่
หลี่จงเงยหน้าขึ้นมองไปยังระเบียงชั้นบน สบตากับอู๋เฟิงพอดี เขาไม่ได้พูดอะไร... เพียงแค่ชู "ป้ายหยกสีม่วง" ที่ยึดมาได้ ขึ้นฟ้าให้เห็นชัดๆ
ใบหน้าของอู๋เฟิงซีดเผือดลงทันที
าระหว่างศิษย์สายนอกผู้ต่ำต้อย กับศิษย์สายในผู้ทรงอิทธิพล... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง!