“ซิงเยียน ดูคนของเจ้าสิ วิ่งช้าแบบนั้นจะไปทันคนอื่นได้ยังไง แบบนี้หอประมูลโคมกระจ่างคงชนะเห็นๆ”
เจ้าของหอประมูลโคมกระจ่างที่นั่งอยู่ใกล้กับหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหน็บแหนม ตอนนี้นักหลอมยาระดับ 5 ที่มันเชิญมาจากเมืองหลวง เป็นคนแรกที่เก็บสมุนไพรไป 2 ชุด ด้วยพลังที่เขาปลดปล่อยออกมาขวางทุกๆคนทำให้เขามีโอกาศเลือกสมุนไพรที่ดีที่สุดไป ตามมาด้วยคนของตระกูลจง จากนั้นก็เป็นตระกูลอื่นๆเข้าไปแย่ง ทางฝั่งคนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ายังคงยืนมองคู่แข่งเข้าไปเลือกสมุนไพร
“เชิญพูดไปเถอะ ครั้งนี้ข้าจะทำให้เงินทั้งหมดที่หอประมูลโคมกระจ่างเสียไปกับการลงทุนในการประลองครั้งนี้ มันหายไปตลอดกาล ไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมาเลยสักแดงเดียว”
“แม่นางซิงเยียนหมายความว่ายังไง ข้านายน้อยกู่ไม่เข้าใจ”
“คนโง่ อธิบายมากแต่ไหนก็ยังโง่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ”
ซิงเยียนสั่งให้คนของเธอนำม่านมากั้นไม่ให้เห็นคนของหอประมูลโคมกระจ่างและนายน้อยตระกูลกู่ ด้วยการโยนคำพูดที่สุดแสนจะโหดร้ายทำให้นายน้อยตระกูลกู่ทำได้เพียงแค่กัดฟัน หากไม่มีม่านกั้นมันจะสวนกลับไปด้วยคำพูดที่เจ็บกว่านี้
“คอยดูเถอะ ข้าจะทำให้หอประมูลของเจ้าไม่มีคนเข้าใช้ จากนั้นก็นำตัวของเจ้ามาเป็นของข้าซิงเยียน”
—-------------
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
“ท่านนิรนาม” ซิงเยียนบอกให้ทุกคนเรียกตงฟางว่าท่านนิรนาม ทุกคนที่มาจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจึงเรียกเขาแบบนี้
“มีอะไรหรือ”
“ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่วิ่งไปแย่งสมุนไพรกับคนอื่นๆ”
“การเข้าไปแย่งนอกจากจะทำให้เราเจ็บตัวแล้ว ยังทำให้เราถูกคนอื่นมองว่าเป็นศัตรูด้วยเพราะไปแย่งสมุนไพรของพวกเขา เราจึงต้องทำตัวให้อ่อนแอจนพวกเขามองข้าม ด้วยการเก็บสมุนไพรที่เหลือมาใช้งาน พวกเขาจะต้องมองข้ามเราไปแล้วเลือกจัดการพวกที่ได้สมุนไพรดีๆแน่นอน”
ด้วยพลังจิตของตงฟาง แม้สมุนไพรจะเหี่ยวเฉาหรืออยู่ในสภาพย่ำแย่ เขาสามารถกระตุ้นมันให้กลับมาสดเหมือนถูกเด็ดออกมาใหม่ๆจากแปลง เขาจึงไม่จำเป็นต้องวิ่งไปแย่งกับใคร ถึงอย่างนั้นแม้ทุกคนจะไม่เห็นเขาวิ่งไปแย่งคนอื่นๆ เขากลับส่งพลังจิตเข้าไปแย่งสมุนไพรบางตัวแล้ว
ตงฟางสามารถทำให้สมุนไพรสดใหม่ได้ก็จริง แต่การทำให้สมุนไพรระดับ 5 สดใหม่กินพลังจิตมาก ตงฟางจึงใช้พลังจิตคลุมสมุนไพรต้นที่เขาตรวจจับมันด้วยตาทิพย์จนรู้ว่ามันคุณภาพดี แล้วซ่อนมันไว้ใต้กอง ใครก็ตามที่อยากจะหยิบต้องติดพลังจิตจนวางหาต้นใหม่เพราะเร่งรีบ จากสิ่งที่เขาทำนอกจากจะลดศัตรูได้แล้ว ยังได้สมุนไพรคุณภาพดีมาใช้งานด้วย
“เอานี่ นี่สำหรับเจ้า”
ตงฟางหยิบสมุนไพรขึ้นมาต้นแล้วต้นเล่ายื่นให้คนของเขาไป การยื่นสมุนไพรของตงฟางให้กับตัวแทนหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า สร้างความสงสัยให้กับชาวเมืองไม่น้อย
“นี่ ดูท่าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าปีนี้น่าจะแพ้แล้วล่ะ สมุนไพรที่พวกเขาได้น่าจะเหลือแค่ต้นที่มันเหี่ยวเฉา”
“ดีนะที่ข้าลงพนันกับหอประมูลโคมกระจ่าง เกือบไปแล้ว”
แม้ชาวบ้านจะวิจารณ์มากมาย ตงฟางกลับไม่สนใจต่อให้ทุกคนจะบอกว่าสมุนไพรที่พวกเขาได้เหี่ยวเฉา คนที่ได้รับสมุนไพรจากเขาล้วนคิดต่างเพราะสมุนไพรในมือของพวกเขานั้นกำลังดูดพลังวิญญาณรอบๆเข้าไปจนพวกมันสดใหม่
“เอาล่ะ กลับไปตำแหน่งของเรากัน”
พรึ่บ~!
“ทุกคน นั่นมันเปลวไฟสัตว์อสูรระดับ 4 แบบนี้คนของตระกูลเฟิงชนะแน่”
“ไม่ดูนั่นก่อน คนของตระกูลจงก็มีเปลวไฟสัตว์อสูรระดับ 4 เช่นเดียวกันแล้วมันยังเป็นเปลวไฟสีม่วงอีกด้วย”
“เฮ่ย ดูนั่น”
เสียงชาวเมืองร้องตะโกนด้วยความตกใจ กับเปลวไฟที่นักหลอมยาจุดขึ้นมาด้วยพลังวิญญาณของพวกเขา หนึ่งในสิ่งที่นักหลอมยาจำเป็นต้องมีคือเปลวไฟ ที่สามารถหลอมยาระดับต่างๆได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่สีของเปลวไฟ แต่เป็นคุณภาพของเปลวไฟที่ได้จากอสูรระดับสูง ยิ่งสัตว์อสูรมีระดับมาก เปลวไฟก็ยิ่งบริสุทธิ์
“ทุกคน ดูนั่นผู้นำตระกูลจงจุดไฟของเขาแล้ว นั่นมันเปลวไฟระดับ 5”
กร๊าซ~!
เสียงคำรามลั่นจากเปลวเพลิงสีแดงส่งเสียงของมันออกไปรอบๆ จนทำให้ชาวเมืองตื่นกลัว ไม่ใช่แค่ชาวเมืองเท่านั้นที่กำลังตื่นกลัว เปลวเพลิงด้วยกันก็มีอาการตื่นกลัวด้วย หลังจากเปลวเพลิงผู้นำตระกูลจงเปิดใช้งาน เปลวเพลิงระดับ 4 ของผู้เข้าแข่งขั้นล้วนกระพือติดๆดับๆ ดูไม่มีความเสถียรในการใช้งาน
ด้วยการที่เปลวไฟทั้งหมดของผู้เข้าแข่งขันมาจากวงแหวนสัตว์อสูรที่พวกเขาทำสัญญา จึงทำให้เปลวไฟทั้งหมดมีความรู้สึกนึกคิด เมื่อต้องมาเจอกับเปลวไฟระดับสูงกว่าตนเอง
บรึ้ม~!
“บ้าน่า ความน่ากลัวขนาดนี้ นี่มันเปลวไฟจากสัตว์วิญญาณระดับ 6 บ้าไปแล้ว นักหลอมยาที่มาจากเมืองหลวง เขามีเปลวไฟระดับ 6”
ชาวบ้านต่างตื่นกลัวจนส่งเสียงอันบ้าคลั่งพูดเกี่ยวกับการแข่งขัน ทางฝั่งเปลวไฟก่อนหน้าที่เรียกออกมานั้นล้วนแล้วสั่นกระเพื่อมด้วยความกลัว หลังจากเปลวไฟระดับ 6 ปรากฎตัวออกมาจากการเรียกของนักหลอมยาระดับ 5
“ฮ่าๆๆๆ ซิงเยียน เจ้าเห็นหรือยัง ว่าปีนี้ใครกันจะเป็นผู้ชนะ”
เสียงร้องของเจ้าของหอประมูลโคมกระจ่างพยายามร้องตะโกนมายังฝั่งของซิงเยียน แม้ใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยความรู้สึกวิตกกังวลเพราะอีกฝั่งมีเปลวไฟระดับ 6 เธอกลับเชื่อมั่นว่าตงฟางจะพาคนของเธอชนะการแข่งนี้ เธอจึงเชื่อในแผนการและตัวของตงฟางแล้วเลือกนั่งเงียบๆไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากการหลอมยา
“เริ่มแล้ว มีคนเริ่มหลอมยาแล้ว”
ชาวเมืองชี้นิ้วไปยังกลุ่มที่เริ่มหลอมตัวยา โดยพวกเขาทั้ง 10 ที่จุดไฟขึ้นมาต่างโยนสมุนไพรระดับ 4 จำนวน 2 ต้นลงไปในเตาหลอมยาเพื่อหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกัน กลุ่มอื่นที่รู้ว่าต้องรีบเช่นเดียวกัน พวกเขาก็เริ่มโยนสมุนไพรตามสูตรที่ได้รับจากเจ้าเมืองลงเตาหลอมยา หวังจะหลอมยาให้เสร็จเป็นอันดับแรก หากช้าพวกเขาจะเป็นฝ่ายถูกโจมตี
บู้ม~!
เสียงระเบิดดังขึ้นมาจากตัวแทนผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง ทำให้ชาวเมืองมองจ้องไปยังเตาหลอมยาของเขาที่ส่งเสียงระเบิดออกมา จากตัวสมุนไพรที่ส่งลงไปในเตาหลอมยา เขาไม่ได้หลอมผิดวิธีแต่กลุ่มที่อยู่ข้างๆแอบใส่บางอย่างลงไปในเตาหลอมยาจนการหลอมยาของเขาเกิดข้อผิดพลาด
จากเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นมานั้นทุกคนต่างลุ้นไปตามๆกันว่าใครจะหลอมยาได้เป็นคนแรกของการแข่งขันในวันนี้
บู้ม~!
การระเบิดเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ จากตัวแทนผู้เข้าแข่งขัน ทันใดนั้นทุกคนกลับสงสัยทางฝั่งหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่กำลังก่อไฟ ไม่ได้เรียกไฟสัตว์อสูรออกมาหลอมยาเลยสักคนเดียว
“ฮ่าๆๆ ดูนั่น พวกเขาก่อไฟล่ะ ดูท่าปีนี้พวกเขาจะไม่ได้มาเพราะของรางวัล”
“เน้นเข้าร่วมสินะ ไม่เน้นของรางวัล”
ชาวเมืองต่างหัวเราะลั่น แม้คนที่อยู่ข้างๆตงฟางจะอายพวกเขากลับคิดว่ามันจะต้องมีเหตุผลบางอย่างที่พวกเขาก่อไฟไปยังเตาทั้ง 10 ใบ แทนที่จะใช้ไฟของตัวเอง
“เอาล่ะ ทุกคนปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ข้าอยากจะแนะนำอะไรสักอย่างในการหลอมยา”
“ท่านนิรนาม ท่านมีสูตรที่แตกต่างอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ ข้ามีสูตรของข้า แต่ยาที่หลอมได้มีเพียง 1 เม็ดเท่านั้น เราไม่สามารถหลอมยาให้สำเร็จได้ทุกๆคน ดังนั้นยา 1 เม็ดที่จะหลอมมันจึงต้องได้รับความร่วมมือจากพวกเจ้า”
“ได้ พวกเราจะเชื่อท่าน”
“ดี”
ตงฟางเดินเข้าไปหาชายทั้ง 9 แล้วกระซิบข้างหูให้พวกเขาเก็บสมุนไพรบางอย่างเอาไว้กับตัว 1 ชนิด กระทั่งเขาบอกทุกคนจนครบเขาก็เริ่มให้ทุกคนหลอมยาตามสูตรของเจ้าเมือง โดยไม่ใช้สมุนไพรที่เขาบอกให้ทุกคนเก็บรักษาไว้กับตัว
“โหว อย่างกับสนามรบ มันใช่การแข่งหลอมยาจริงๆเหรอเนี๊ย” ตงฟางยืนอึ้งไปชั่วขณะ
บรึ้ม~!
ดาบเพลิงพุ่งตรงมายังจุดของตัวแทนหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากำลังหลอมยา แต่มันกลับถูกหนึ่งในตัวแทนใช้พลังของเขาเข้าต้านจนดาบเพลิงระเบิดเสียหาย ด้วยการมองจ้องดาบเพลิงที่แตกกระจาย ดวงตาของตงฟางถึงขั้นเบิกกว้างเพราะตอนนี้กำลังมีพลังงานจำนวนมากจากทักษะของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 ฝั่งกำลังพุ่งเข้าหากัน ยังดีที่พวกเขาทำตัวให้อ่อนแอจึงถูกมองข้ามไป ไม่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง
กลุ่มที่มีนักหลอมยาระดับ 4 น้อยต่างก็ให้ระดับ 3 เข้าป้องกัน เกิดเป็นเกราะพลังวิญญาณปกคลุมตำแหน่งของพวกเขา ถึงอย่างนั้นพลังของระดับ 4 ที่โจมตีกลับทำให้ระดับ 3 ยากจะต้านทานได้ จนเกราะพลังวิญญาณที่สร้างจากพลังของนักหลอมยาระดับ 3 เกิดรอยร้าว
เพล้ง~!
“คนของตระกูลเฟิงพ่ายแพ้ในการแข่งขัน เหลือผู้เข้าแข่งขัน 11 กลุ่ม”
เสียงประกาศของกรรมการสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านไม่น้อย พึ่งผ่านการแข่งขันเพียง 30 นาทีเท่านั้นกลับมีกลุ่มที่ถูกโจมตีจนออกจากการหลอมยาไป
“อย่าเรียกว่าการหลอมยาเลย เรียกสงครามจะดีกว่า”
ใครก็ตามที่จุดไฟล้วนถูกโจมตีจากศัตรูรอบข้าง ยังดีที่กฎระบุเอาไว้ว่าหากสมุนไพรทั้ง 2 ชุดถูกทำลายทั้งหมดจะต้องออกจากการแข่งขัน ทำให้มีหลายคนหลุดจากการแข่งขันไป แต่ตงฟางกลับเห็นบางคนมันไม่ยอมออกจากการแข่ง แม้สมุนไพรของมันจะเหลือเพียงแค่ 1 ต้นมันกลับปกป้องเอาไว้อย่างดีแล้วพยายามโจมตีคนอื่นๆ ด้วยการปกป้องสมุนไพรต้นเดียวของมันทำให้เขาฉีกยิ้ม เพราะแผนของเขาที่วางมาใช้การได้ หลังจากเห็นชายที่ถือสมุนไพรต้นเดียวไม่ถูกเตะออกจากการแข่ง
บรึ้ม~!
“โว๊ย ใครมันจะมีสมาธิหลอมยา”
ตงฟางเกาแก้มแล้วเริ่มใช้พลังจิตเร่งไฟให้แรงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ทว่าเขาก็ไม่ลืมปล่อยพลังจิตนำน้ำลายของเขาที่ผสมเลือดพิษไปหย่อนในเตาหลอมยาของคนอื่นๆเช่นเดียวกัน จนทำให้เตาหลอมยาของกลุ่มที่อยู่ข้างๆระเบิดดังสนั่นไปทั่ว
“หึหึ มันก็สนุกไปอีกแบบนะ หรือว่าเราจะเตะพวกมันออกไปให้หมดดี”
ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวของตงฟาง แต่เขากลับลบความคิดนั้นทิ้งโดยเร็ว จุดประสงค์ที่เขาเข้าแข่งวันนี้ก็เพื่อเชิดหน้าชูตาหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่เขามีหุ้นส่วนในการทำธุรกิจ แล้วการทำธุรกิจของเขาจะต้องมีการผูกมิตรชั่วคราวกับตระกูลอื่นๆด้วย เขาจึงไม่สามารถลงมือรุนแรงได้จึงปล่อยให้ตระกูลอื่นๆโจมตีกันเอง ส่วนเขาแอบอยู่เงียบๆวางยาคนที่ไม่ทันระวังตัว ไปพร้อมๆกับหลอมยาของเขา
“หนึ่ง สอง สาม”
พรึ่บ~!
ยาสมุนไพรจำนวน 3 ชนิดโยนลงไปในเตาหลอมยาเมื่อ 15 นาทีก่อนถูกตงฟางลดพลังความร้อนของเตาลงมาแล้วเติมสมุนไพรต้นที่ 4 ลงไป จากเดิมเข้าต้องใช้งานพลังจิตในการหลอมยาแต่กลับเปลี่ยนมาใช้พลังวิญญาณกับทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือหลังจากเติมสมุนไพรต้นที่ 4
สาเหตุที่เขาต้องสลับพลังไปมาแบบนี้ก็เพราะว่าพลังของเขาทั้ง 2 อย่างมีจำนวนจำกัด ยาระดับ 5 เป็นยาที่หลอมยากสำหรับเขามาก ตงฟางจึงแบ่งการหลอมยาออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน
หนึ่ง ช่วงที่ต้องใช้ไฟแรง เขาจะใช้พลังจิตเพราะมันทำให้เขาเพิ่มอุณหภูมิเตาได้สูงที่สุด เมื่อเข้าสู่กระบวนการใช้ไฟอ่อน เขาจะใช้งานทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือร่วมกับยันต์ควบคุมไฟจากฟืนแทน ด้วยวิธีการหลอมของตงฟางทำให้หลายคนเริ่มสนใจเพราะเขากำลังใช้ฝ่ามือหวดไปรอบๆเตาจนทำให้เกิดเปลวไฟโหมกระหน่ำทั้งๆที่ไฟของเขามาจากท่อนไม้
“มันกำลังทำอะไร”
ตัวแทนของหอประมูลโคมกระจ่างมองจ้องตงฟางด้วยความรู้สึกสงสัย ทันใดนั้นมันก็รู้ได้ว่าในเตาหลอมยาของตงฟางมีการหลอมรวมของสมุนไพร จึงรีบใช้พลังโจมตีขัดขวางไม่ให้หลอมยาได้