ตอนที่ 35 ไม่ใช่คนเดียว
ไวฟอนกำหมัดแน่นขณะที่เคลื่อนตัวหลบการโจมตีของสปิตไปเรื่อย ๆ เขากำลังหาจังหวะโจมตีที่ดีที่สุดอยู่ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าผลึกมานาของสปิตอยู่ที่ไหน แต่เขายังทำใจทำร้ายเธอไม่ลงเขาจึงเหมือนกับคนที่ต้องตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียวโดยปกติแล้วรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อกระแทกเข้ากับวัตถุ จะสร้างความรุนแรงเหมือนกับการโยนวัตถุนั้นลงจากตึกห้าชั้นไวฟอนคะเนความเร็วของสปิตด้วยตาเปล่าไม่ออกเพราะจิตใจที่ว้าวุ่น แต่เขามั่นใจว่ามันไม่ต่ำกว่าหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงแน่นอนดังนั้นทุกครั้งที่เธอวิ่งเข้าใส่เขา นั่นคือการกระแทกด้วยความรุนแรงที่เหมือนกับวัตถุร่วงหล่นลงมาจากตึกห้าชั้นแม้ว่าร่างกายของเธอและเขาจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าคนทั่วไป และมีมานาคุ้มครองอยู่ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างของทั้งสองคนก็สะสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆโดยเฉพาะสปิตที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย ความเสียหายของเธอจึงมากกว่าไวฟอนมากนักสติของคนเราคือตัวล็อคตามธรรมชาติที่จะไม่ทำให้เราออกแรงเกินกว่าที่ร่างกายของเราจะรับได้ แต่ภายใต้ฤทธิ์ของโคคีโนส โคโรส สปิตไม่มีสติพอจะควบคุมอะไรได้เลยทุกครั้งที่ไวฟอนหลบการโจมตีของสปิต เธอจะพุ่งเข้าชนกับลำตัวเรือเซไปมาราวกับคนบ้ากำลังเต้นรำ แขนทั้งสองข้างของเธอหักจนเห็นกระดูกโผล่ออกมาขาข้างหนึ่งก็เละเทะจนกลายเป็นเศษเนื้อไวฟอนพยายามใช้ลูกไม้เดิม ๆ ที่ทำมาก่อนหน้านี้ ระเบิดพื้นและปิดหลุม แต่เหมือนว่ากับสปิตลูกไม้นี้จะใช้ไม่ได้เลยท้ายที่สุดเธอก็ล้มลงเพราะขาของเธอวิ่งต่อไปไม่ไหว แต่ร่างกายของเธอพยายามคืบคลานเข้ามา ครู่หนึ่งร่างที่เต็มไปด้วยคราบเลือดนั่นก็ลุกขึ้นมาอีกครั้งในสภาพกะร่องกะแร่งเหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกตัดเชือกขาด ทันใดนั้นพื้นเรือก็ถูกทำลายจนกลายเป็นรูใหญ่หลายรูเหล่าทรินิตี้ที่ถูกไวฟอนส่งไปยังเรือชั้นล่างต่างพังพื้นเรือ แล้วหาทางกลับขึ้นมากันได้หมดไวฟอนเห็นมือของพวกเขาถลอกปอกเปิก เนื้อหนังหลุดลุ่ยจนแทบจะมองเห็นกระดูกสีขาวด้านในเขาทนกับสภาพที่เห็นเพื่อนร่วมรบเป็นแบบนี้ไม่ได้จริง ๆบุหรี่สองมวนถูกคีบออกจากกระเป๋าเสื้อของเขา...ขอโทษจริง ๆ ทุกคน เขาพูดในใจกับตัวเอง“ระยะห่างสามเมตร หกเมตร เจ็ดเมตร สิบเมตร...”“ระเบิด”เกิดแรงระเบิดขึ้นที่หน้าอกของสปิตและทรินิตี้อีกสามคน ร่างของทั้งสี่กระตุกวาบ แล้วการเคลื่อนไหวก็หยุดชะงักไปเมื่อผลึกมานาถูกทำลายการเคลื่อนไหวด้วยเวทมนตร์ก็หยุดชะงักลงด้วย ร่างกายของพวกเขาที่ไม่มีมานาคอยหล่อเลี้ยงจึงกลายสภาพคล้ายเพียงกายหยาบที่เคลื่อนไหวแทบจะไม่ได้ “ขอโทษนะทุกคน”ไวฟอนสูดเอาควันบุหรี่ฟอดใหญ่เข้าไปในปอด“ต่อไปก็ตาแกแล้ว ไอ้ชาติชั่ว!”ไวฟอนหันไปหาแม๊กซ์ พร้อมด้วยความโกรธที่ปะทุขึ้นราวกับระเบิดลูกใหญ่“ในที่สุดก็ตัดใจลงมือได้แล้วซินะ ขอแสดงความนับถือหัวใจของแกจริง ๆ”แม๊กซ์ปรบมือชื่นชมไวฟอนด้วยท่าทีเยาะเย้ย“แล้วจากนี้แกจะเอายังไงต่อ จะบุกเข้ามาฆ่าฉ้นยังไงใช่มั้ย มาเลย เข้ามาซิ” แม๊กซ์ค้อมตัวลงพร้อมโบกมือทำท่าเชื้อเชิญ “อั๊ก...” เสียงกระอักเลือกของสปิตและทรินิตี้คนอื่น ๆ เรียกสติของไวฟอนให้กลับมา“สปิต ทุกคน” ไวฟอนกำหมัดแน่นมองหน้าแม๊กซ์แล้วก็รีบถอยกลับไปดูอาการของสปิตและพวก“สปิตเธอเป็นอะไรมั้ย”เขาประคองตัวที่ท่วมไปด้วยเลือดของสปิตขึ้นมา ร่างที่บอบบางอยู่แล้วของสปิตแทบจะเหมือนกับหักเป็นสองท่อนในอ้อมกอดของเขา“ฉะ...ฉัน...ไม่เป็นไร แล้ววะ..วะ...ไวรัส นายเอามาได้แล้ว... แค่ก ๆ”“ฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอและคนอื่น ๆ ทำได้ดีมาก”ไวฟอนกัดฟันกรอด โกหกสปิตเพื่อให้เธอสบายใจ“เราปก...ป้อง...คะ...คนจำนวน...มากได้แล้วซินะ... ดีใจจัง” พูดจบแล้วหัวของสปิตก็ตกลงในอ้อมกอดของไวฟอน“สปิต!!” ยัง เธอยังมีลมหายใจอยู่ แต่บาดแผลแบบนี้เธอจะทนได้อีกนานแค่ไหนกันแม๊กซ์ยิ้มอย่างน่ากลัว ดวงตาสีดำดวงใหญ่ยิ่งทำให้สีหน้าของเขาน่าหวาดผวาขึ้นไปอีก“ยังไม่ตายอีกเหรอเนี่ย พวกนักเวทย์ของทรินิตี้นี้แข็งแกร่งจริง ๆ นะ เอาล่ะ งั้นฉันจะให้แกเลือกละกัน แกมีทางเลือกสามทาง”แม๊กซ์พูดแล้วก็หยุดเว้นจังหวะ “หนึ่งมาฆ่าฉัน ฉันจะยืนรออยู่ตรงนี้เลย ถ้าแกมีปัญญาทำได้น่ะนะ จะได้ปิดบัญชีที่พวกแกตามสะสางมานานแสนนานได้ซะที ทางเลือกที่สองแกรีบเอาไวรัสที่พวกแกตามหาแล้วก็เอาไปทำลายหรือเก็บรักษาอะไรก็ได้ตามใจแก และทางเลือกสุดท้ายรีบพาเพื่อน ๆ ทั้งสี่คนของแกออกไปจากที่นี่ ถ้ารีบไปตอนนี้ย่อมทำการรักษาให้หายเป็นปกติได้แน่ ๆ ไม่ซิไม่ปกติแล้วซินะ เพราะพวกมันจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งฉันเชื่อว่าคนเลือดเย็นอย่างแกคงไม่เลือกข้อสุดท้ายแน่นอนจริงมั้ย ฮ่ะฮ่ะ”ไวฟอนค่อย ๆ วางสปิตลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา ตอนนี้ใจของเขาร้อนรุ่ม เลือดของเขาเดือดพล่าน และสมองก็พยายามคิดหาเหตุผลว่าจะเลือกทางเลือกไหนดี ทางเลือกแรกคือการแก้ปัญหาระยะยาวให้กับมวลมนุษยชาติ กูลชั่วร้ายที่อยู่เบื้องหลังแผนก่อการร้ายมากมายบนโลกนี้ มันคือมะเร็งของโลกใบนี้ทางเลือกที่สองนั่นคือการปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา การชิงไวรัสกลับไปไม่ว่าจะต้องสูญเสียมากมายขนาดไหน เพื่อปกป้องโอกาสที่จะทำให้มนุษยชาติสิ้นเผ่าพันธุ์ทางเลือกที่สามช่วยเหลือเพื่อน ๆ ร่วมภารกิจ มีโอกาสที่พวกเขาจะรอดชีวิตถ้าได้รับการรักษาที่ทันท่วงที แต่นั่นคือการละทิ้งภารกิจทั้งหมดและอาจจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงอย่างที่เขาควบคุมไม่ได้ขึ้นมาเขาจะเลือกเสียเพื่อนร่วมรบเพื่อช่วยโลก มันคือทางเลือกที่ถูกต้องใช่มั้ย“คิดมากซินะ ฉันเข้าใจ ทางเลือกไหนก็คงทำให้ไวฟอนผู้โด่งดังต้องมีรอยมลทินในชีวิตอยู่แล้ว ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ แกคนเดียวทำทุกอย่างไม่ได้หรอก”“ไม่ใช่คนเดียว!”ในขณะที่ไวฟอนยังมืดแปดด้านกับทางเลือกที่ยากต่อการตัดสินใจแลนจาและทรินิตี้คนอื่น ๆ ก็ตามเขาเข้ามายังภายในลำเรือได้แล้ว“แลนจา”ไวฟอนกล่าวขึ้นอย่างมีความหวัง พร้อมกับมองไปยังแลนจาและทรินิตี้คนอื่น ๆ ที่มาพร้อม ๆ กับเขา“ทางเลือกของพวกเราคือทำทุกอย่างที่แกเสนอน่ะแหละ กำจัดแก ชิงไวรัส และพาพวกพ้องกลับไปอย่างปลอดภัยทุกคน”นี่คือคำตอบของแลนจา ซึ่งเข้ามาทันเวลาพอดีก่อนที่จะเกิดความเสียหายมากไปกว่านี้เมื่อเขาปรากฎตัวขึ้นที่นี่ แปลว่าสถานการณ์ทางด้านอื่นย่อมคลี่คลายตัวลง หรือถูกควบคุมไว้ได้แล้ว จิตใจของไวฟอนรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย“หน่วยรักษา”แลนจากกล่าวออกมา พอสิ้นคำของเขา ทรินิตี้กลุ่มหนึ่งก็รีบเข้าไปดูอาการบาดเจ็บของพวกสปิต“ไวฟอน ฉันฝากหน้าที่กำจัดมันให้นาย ส่วนฉันจะไปชิงไวรัสมาเอง”แลนจาพูดอย่างโกรธแค้นพร้อมชี้ไปทางแม๊กซ์ “อูย หน้ากลัวจริง ๆ ฉันคงต้องขนหัวลุกแล้วซินะ เข้ามาซิ ฉันรอจนจะหลับอยู่แล้ว”แม๊กซ์ยังไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนใด ๆ แถมยังท้าทายพวกไวฟอนทั้ง ๆ ที่เสียเปรียบด้านจำนวนเป็นอย่างมากไวฟอนมองไปยังพวกสปิตที่เริ่มได้รับการรักษา มานาสีขาวนวลเปล่งออกมาจากเหล่าสมาชิกหน่วยรักษาสีหน้าของสปิตดูดีขึ้น หน้าอกของเธอขยับขึ้นลงเบา ๆ จากการหายใจ แล้วหัวใจของไวฟอนก็หล่นวูบเมื่อเห็นร่องรอยของบาดแผลจากการทำลายผลึกมานา...ฉันขอโทษนะสปิต ฉันจะต้องชดใช้ให้กับเธออย่างแน่นอนด้วยชีวิตของมัน“แม๊กซ์ แกต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่”“น่าจะเป็นอย่างนั้นได้ยากนะ ในเมื่อฉันมีวัตถุดิบสร้างให้ใช้งานอยู่มากมายแบบนี้”แม๊กซ์อ้าปากกว้างพร้อมพ่นควันพิษสีแดงที่มีกลิ่นคาวออกมาโคคิไน นิงมาตา (เร้ด ริดเดิ้ลส์).... ความสามารถในการผลิตพิษของแม๊กซ์คือสิ่งที่แทบจะหาใครเทียบด้วยได้ยากทั้งในแง่ของปริมาณและความซับซ้อนของการออกฤทธิ์ควันพิษไหลไปทางแลนจาที่เริ่มออกวิ่งสู่ห้องเก็บไวรัสและหน่วยรักษาที่ช่วยพวกสปิตอยู่“แกไม่มีลูกไม้อื่นอีกหรือยังไง”ไวฟอนสร้างวงระเบิดปิดล้อมควันพิษของแม๊กซ์ไปจนทั่วพอเขากำมือแน่น แรงระเบิดมหาศาลของเขาก็ระเบิดใส่ควันพิษเหล่านั้นอย่างรุนแรงเดี๋ยวก่อน มีอะไรบางอย่างไม่ปกติ กลิ่นนี้มันแทนที่ควันพิษเหล่านั้นจะสลายไปจากแรงระเบิด แต่กลับเป็นว่ามันกระตุ้นให้เกิดแรงระเบิดรุนแรงขึ้นกลิ่นของมีเทน!!!แรงระเบิดกระแทกไวฟอนและคนอื่น ๆ จนตัวลอย หน่วยพยายาลคนหนึ่งที่ไม่ทันระวังตัวถึงกับกระเด็นไปชนฝาพนังพื้นเรือกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่และไวฟอนก็ร่วงลงไปในหลุมนั้นติดกับมันจนได้ แม่งเอ๊ย!.............................................................แลนจาได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นจนปวดหู แรงสั่นสะเทือนช่วยยืนยันให้เขามั่นใจว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นแล้วแต่เขาหยุดวิ่งไม่ได้ เขากับทรินิตี้อีกสองคนห่างจากห้อง 7B อีกแค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น ชีตชีทแสดงให้พวกเขาเห็นว่าประตูห้องอยู่ข้างหน้าอีกไม่ไกลและแสดงให้พวกเขาเห็นช่องว่างช่องใหญ่ซึ่งเกิดจากแรงระเบิดเมื่อครู่ในบริเวณที่เขาพึ่งจากมาไอ้กูลระยำ!ประตูห้องอยู่ด้านหน้าของแลนจาอีกไม่กี่ก้าว แต่เขาเขาหยุดฝีเท้าลงพร้อมยื่นมือขวางทรินิตี้คนอื่น ๆ เอาไว้“ระวัง ไม่รู้มันจะวางกับดักอะไรไว้อีกหรือเปล่า”แลนจารีบหันไปย้ำเตือนสมาชิกที่มาด้วยกัน จากนั้นเขาก็เดินนำเข้าไปเปิดประตูห้อง 7B อย่างระมัดระวังประตูเปิดออกโดยง่ายดาย ไม่มีกับดักอะไรวางเอาไว้?แลนจาค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปในห้องนั้นทีละก้าว ๆ อย่างช้า ๆไม่มีกับดักอะไรเลย?ด้านหน้าของเขามีตู้แช่เก็บสารเคมีใบใหญ่วางอยู่ใบหนึ่งกลางห้องสายไฟระโยงระยางเชื่อมต่อตู้แช่นั้นเข้ากับผนังเรือ และหายไปที่มุมห้องมุมหนึ่งแลนจาเดินไปเปิดตู้แช่เย็นนั้นด้วยใจที่เต้นรัวเมื่อประตูตู้เย็นเปิดออก เขาพบกับกล่องสามกล่องวางไว้ภายในเขาจำได้จากข่าวกรองว่านี่คือรูปลักษณ์ของกล่องเก็บไวรัสที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษเหล่านั้นเขาตัดสินใจลองเปิดกล่องหนึ่งจากสามกล่องดูหลอดบรรจุไวรัสเรียงเป็นแถวสามแถว แต่ละแถวมีหลอดเรียงกันอยู่สี่หลอดแลนจาตัดสินใจหยิบหลอดหนึ่งขึ้นมาอย่างแผ่วเบา“นี่มัน...”.............................................................ไวฟอนลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เขาค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ แสงสว่างเรื่อ ๆ กะพริบเป็นจังหวะทำให้เขาวิงเวียนเป็นอย่างมาก ใช้เวลาครู่หนึ่งตาของเขาจึงชินกับความมืดและแสงกะพริบเหล่านั้นเขาเห็นลูกกลมขนาดพอ ๆ กับลูกมะพร้าวจำนวนมากวางเรียงรายแน่นขนัดในห้องที่เขาตกลงมานี่มัน? เขาตัดสินใจหยิบลูกหนึ่งขึ้นมาแล้วก็ร้องลั่น!!!“ระเบิดของอันเดด ทุกคนสละเรือ ด่วน!!!”จบตอนที่ 35