เหล่าคนเดินถนนที่คอยยืนมองกันอยู่ข้างนอกซื้อวัตถุดิบจากธรรมชาติไม่ไหว แต่พวกเขาก็อยากรู้เกี่ยวกับมัน เพราะโดยปกติผู้ที่เข้ามาจับจ่ายนั้นจะเป็คนรับใช้จากตระกูลใหญ่
เป็ธรรมดาที่ตระกูลใหญ่จะมีกำลังซื้อวัตถุดิบจากธรรมชาติได้ แต่สำหรับตระกูลระดับนี้อย่างตระกูลเจียง ปกติจะมีพ่อค้าเ้าประจำส่งวัตถุดิบเหล่านี้ไปถึงบ้านของพวกเขาอยู่แล้ว ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะอวี๋จิ่นลี่อยากมาดูวัตถุดิบของโลกนี้ละก็....ป้าหลี่คงไม่ออกมาซื้อของด้วยตัวเองหรอก
“นี่คืออะไรเหรอครับ” อวี๋จิ่นลี่เดินเข้าไปในร้านแห่งหนึ่ง แล้วเอ่ยถามพลางชี้นิ้วไปยังก้อนขนาดมหึมาในตู้แช่ของสดที่ดูคล้ายกับมันฝรั่ง แต่ของสิ่งนั้นกลับใหญ่กว่ามันฝรั่งหลายเท่า
“นี่คือมันฝรั่งจ๊ะ” ป้าหลี่ยิ้มตอบ
มันฝรั่งเหรอ สุดยอดไปเลย นี่คือมันฝรั่งจริงๆ สินะ แต่มันก็ใหญ่ไปไหม ขนาดใหญ่พอจะกินกันได้ทั้งบ้านเลยละ อวี๋จิ่นลี่อุทานอยู่ข้างในใจทันที ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในต่อ
และเขาก็ต้องพบว่า วัตถุดิบในโลกนี้ดูเหมือนจะเติบโตไปเป็พืชขนาดใหญ่ทั้งนั้น ไม่ใช่แค่จำพวกมันฝรั่งเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าพวกมะเขือเทศของที่นี่ก็มีผลใหญ่ไม่แพ้กัน
แน่นอนว่าหลังจากสอบถามกับป้าหลี่แล้ว อวี๋จิ่นลี่ก็พบว่าชื่อของวัตถุดิบพวกนี้เป็ชื่อเดิมหมด แค่ขนาดของมันเปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าวัตถุดิบพวกนี้ผ่านอะไรมาบ้าง
อย่างไรก็ตาม อวี๋จิ่นลี่ก็ยังรู้สึกดีใจมากอยู่ดี แม้วัตถุดิบพวกนี้จะใหญ่ไปบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็ยังเป็วัตถุดิบที่เขาคุ้นเคย เมื่อเป็แบบนี้ ทำให้เขามีความมั่นใจในการทำอาหารรสเลิศมากขึ้น
แน่นอนว่านอกจากวัตถุดิบที่คุ้นเคยในดาวโลกเหล่านี้แล้ว ยังมีวัตถุดิบบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในดาวโลกด้วย อย่างเช่น เนื้อสันหลังั ของวิเศษที่เคยกินเข้าไป
เนื้อสันหลังัเป็ส่วนที่ยอดเยี่ยมที่สุดซึ่งนำมาจากสันหลังของสัตว์ขนาดเล็กที่อยู่บนตัวั
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้อวี๋จิ่นลี่ตื่นเต้นสุดๆ ก็คือ ครั้งแรกที่เขาได้ออกมายังพบเครื่องปรุงหลากหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นก็คือฮวาเจียว[1]
เมื่อเห็นพวงผลไม้เล็กๆ จำนวนมากที่คุ้นเคย อวี๋จิ่นลี่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น แม้ขนาดฮวาเจียวของที่นี่จะใหญ่กว่าบนดาวโลกหลายร้อยหลายพันเท่า แต่ก็ยังดูออกได้ว่ามันคือฮวาเจียวแน่นอน
แต่เมื่อป้าหลี่เห็นอวี๋จิ่นลี่ถือฮวาเจียวอยู่ก็รีบพูดขึ้นทันที "คุณนายน้อย สิ่งนี้กินไม่ได้หรอกค่ะ"
“ทำไมกันครับ” อวี๋จิ่นลี่งุนงง ฮวาเจียวเป็เครื่องปรุงรสที่ขาดไม่ได้ในอาหารรสเลิศ ถ้าไม่มีฮวาเจียว อาหารรสชาติดีจะขาดสีสันไปมาก แล้วทำไมถึงกินไม่ได้กันล่ะ
“วัตถุดิบชิ้นนี้กินเข้าไปแล้วจะรู้สึกชา รสชาติสุดจะรับประทานก็เลยไม่ค่อยมีใครซื้อค่ะ” ป้าหลี่รีบอธิบายกลัวว่าอวี๋จิ่นลี่ไม่รู้จักและด้วยความอยากรู้เลยจะซื้อมันไป
"นั่นเพราะพวกคุณกินมันไม่เป็ต่างหากละครับ" อวี๋จิ่นลี่ชอบฮวาเจียวมากทีเดียว โดยเฉพาะฮวาเจียวของที่นี่ยังมีขนาดใหญ่มากด้วย แค่เม็ดเดียวก็ใช้ได้นานโข ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังมีหลายช่อเลยด้วย ดูท่าว่าเขาจะต้องซื้อมันไปทั้งหมด
“ผมเอาหมดนี่เลยครับ พวกคุณยังมีอีกไหม” อวี๋จิ่นลี่กวักมือเรียกพนักงานเชียร์สินค้าแล้วเอ่ยถาม
“ยังมีครับ ที่เหลืออยู่ในโกดังข้างหลัง คุณลูกค้า้าเท่าไรเหรอครับ”
พนักงานเชียร์สินค้าคงไม่คาดคิดว่าจะมีคนมาซื้อฮวาเจียว และดูท่าทางยัง้าจำนวนมากอีกด้วย น้ำเสียงของเขาจึงพลันตื่นเต้นเล็กน้อย
ฮวาเจียวเหล่านี้กองอยู่ในโกดังั้แ่นำเข้ามา ไม่มีใครซื้อไปเพราะเมื่อกินเข้าไปเ้าสิ่งนี้รสชาติแย่เหลือทน ยกเว้นแต่เอาส่วนน้อยมารวมหมวดหมู่ไว้ที่นี่เท่านั้น และส่วนที่เหลือก็มีแต่เก็บเข้าโกดังจนฝุ่นเกาะ ถ้าหากไม่มีใครซื้อจริงๆ เถ้าแก่ก็คงจะให้คนงานเอาฮวาเจียวพวกนี้ไปทำลายเอง
แต่ไม่คาดคิดเลยว่า วันนี้จะมีหนุ่มน้อยคนหนึ่งอยากซื้อมันขึ้นมา และดูท่าทางเหมือนว่าจะ้าซื้อทั้งหมด แล้วจะไม่ให้พนักงานเชียร์สินค้าตื่นเต้นได้อย่างไร
อวี๋จิ่นลี่ได้ยินดังนั้นก็มองฮวาเจียวที่อยู่ในตู้แช่ของสด แล้วได้แต่ครุ่นคิดในใจว่าไม่รู้เมื่อไรเขาจะรวบรวมพวกเครื่องปรุงอื่นๆ ได้กันนะ ถ้าหากมีแค่ฮวาเจียวก็คงจะทำอาหารรสดั้งเดิมแสนอร่อยไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นถึงจะซื้อไปเยอะก็มีแต่ปล่อยทิ้งไว้ให้จมกองฝุ่นที่บ้านเท่านั้น
“แล้วที่นี่มีเกลือไหมครับ” อวี๋จิ่นลี่ถามออกไปทันที
เชิงอรรถ
^ พริกฮวาเจียว หรือ พริกไทยเสฉวน มีต้นกำเนิดมาจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นพืชตระกูลส้มมีลักษณะเป็นพวงคล้ายพริกไทย ผิวขรุขระคล้ายมะกรูดลูกเล็กๆ ติดๆ กัน มีกลิ่นหอมแรง และรสเผ็ดชาลิ้นที่เป็นเอกลักษณ์