[New Life] อิสระของชีวิต

    [44] หนิงซีหลิน

    [44] หนิงซีหลิน
    หลายนาทีก่อนหน้า“เฮ้ย! นั่นมันยัยนั่นนี่หว่า! ต้องแจ้งเรื่องไปให้คนอื่นมั้ย?”“แจ้งทำบ้าอะไร ขืนแจ้งเราก็อดผลงานดิวะ มันก็แค่หายตัวได้นิดหน่อย ไม่ได้เก่งอะไร เรามีกันตั้งสามคนชนะได้อยู่แล้ว ตามเร็วอย่าปล่อยให้มันหนี!!”“หยุดนะโว้ย!!”“บอกให้หยุดแล้วใครมันจะหยุดล่ะวะ!!”ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดสนิทไร้ซึ่งแสงดาว คนส่วนใหญ่นั้นต่างเข้าสู่นิทราอันแสนหวานกันแล้ว เพียงแต่บนตึกสูงมากมายที่ตั้งเรียงชิดติดกันเป็นแนวในเมืองใหญ่ของวันนี้ กลับมีชายชุดดำสามคนกำลังวิ่งไล่ล่าหญิงสาวในชุดวอร์มสีน้ำเงินจนเกือบดำ เธอคนนั้นหันไปสบถใส่พวกที่ไล่ตามมาอย่างหัวเสีย ไม่ว่าจะพยายามหนีไปไกลแค่ไหน อีกฝ่ายก็ดูจะไม่ยอมเลิกราเสียที เธอไม่น่าบังเอิญไปเจอพวกนั้นตอนพึ่งคลายพลังเลย!“ยอมแพ้สักทีเถอะน่ะ!!”“อุ๊บ----!!”เพล้ง!!ฝ่าเท้าของใครคนใดสักคนถีบเข้าที่กลางหลังของเธอ ร่างแบบบางจึงเซถลาร่วงไปที่ระเบียงห้องๆ หนึ่ง แผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับกระจกหน้าต่างอย่างแรงจนมันแตกออก เธอรีบยันตัวลุกขึ้นเพื่อวิ่งหนีต่อ แต่ก็ถูกหนึ่งในคนที่ไล่ล่าเธอตามมาถีบซ้ำ จนตัวเธอปลิวเข้าไปในห้อง เธอรู้สึกว่าร่างกายกระแทกเข้ากับเครื่องเรือนที่วางตั้งอยู่กลางห้องจนเจ็บระบมไปหมด หญิงสาวกัดฟันลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก สายตาพลันเหล่ไปเห็นส่วนหนึ่งของผ้าปูที่นอนที่ปูนขึ้นมา เป็นข้อบ่งชี้ให้รู้ว่าห้องๆ นี้มีคนพักอยู่ และเธอก็เป็นคนนำพาเคราะห์ร้ายมาสู่คนๆ นั้น“อย่าปล่อยให้คนในเหตุการณ์หลุดรอดไปได้!!”“หยุดนะ-!”คนที่ไล่ล่าเธอเปลี่ยนเป้าหมายไปยังเหยื่อที่นอนหลับไหลไม่รู้สึกตัว เธอตั้งใจจะพุ่งเข้าไปขัดขวาง แต่พรรคพวกของอีกฝ่ายกลับเข้ามากันทางจนเธอไม่สามารถเข้าไปได้ แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็พลันบังเกิดขึ้น คนที่สมควรนอนหลับกลับถือมีดแทงเข้าที่แผ่นอกของคนที่มุ่งเอาชีวิตของตนฉึก!!เธอเห็นร่างของไอ้เลวถูกผลักออกไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่งที่ร่วงลงกับพื้น คนธรรมดาที่น่าจะโดนลูกหลงจนถูกฆ่ากลับลุกขึ้นนั่งด้วยทีท่าสบายๆ ราวกับการกระทำนั้นไม่ใช่การปลิดลมหายใจใครสักคน“ถ้าไม่เข้ามายุ่งกับฉันก็ตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่หรอกนะ”“แกเป็นใคร?”“เป็นเจ้าของห้องที่พวกนายบุกรุกเข้ามา แค่เข้ามากวนเวลานอนก็แย่แล้วยังตั้งใจจะฆ่าฉันอีก คงไม่คิดใช่มั้ยว่าฉันจะใจดียอมปล่อยให้รอดไปได้”สำเนียงภาษาจีนแบบมาตรฐานถูกใช้พูดอย่างเนิบช้า น้ำเสียงของอีกฝ่ายนุ่มทุ้มจนน่าพิศวง เขาตอบกลับพวกที่ตามล่าเธอง่ายๆ โดยไม่มีความเกรงกลัว แล้วไม่กี่อึดใจต่อมา บรรยากาศภายในห้องก็พลันแปรเปลี่ยนไป ขาสองข้างของเธอสั่นจนคุมไม่อยู่ ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองเซล้มลงกับพื้นเจ้าของห้องเดินลงมาจากเตียง แม้จะไม่ได้เฉียดผ่านหน้าเธอไปแต่ร่างของเธอก็สั่นสะท้านขึ้นมาจากภายใน เสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่มองเห็นให้ความรู้สึกหวาดผวาจนแทบไม่กล้าเงยหน้ามอง เขาพูดคุยกับพวกที่ตามล่าเธอไม่กี่ประโยค หยาดเลือดก็สาดกระเซ็นเต็มพื้น หนึ่งในสองคนล้มลงกับพื้นในขณะที่ดวงตายังคงเบิกกว้าง“โทษนะ เฮยอันซาอะไรของแกนั่นฉันไม่รู้จัก แล้วแกมีอะไรจะสั่งเสียบ้างรึเปล่า?”สายตาน่าหวาดกลัวของอีกฝ่ายมองเลยมายังเธอ ร่างกายที่สั่นสะท้านไร้เรี่ยวแรงยิ่งไม่กล้ากระดุกกระดิก แม้แต่ลมหายใจยังเผลอสะดุดขาดห้วง อยากจะเอ่ยปากว่าไว้ชีวิตเธอเถอะ แต่สิ่งที่ออกมาจากริมฝีปากบางก็มีแต่เสียงลมแผ่วเบา...ไอ้พวกนั้นที่ว่าน่ากลัวแล้วยังไม่น่ากลัวเท่าเจ้าของห้องคนนี้เลย นี่เธอบังเอิญถูกเตะเข้ามาในห้องใครกันแน่เนี่ย!?“ก่อนที่แกจะตาย ช่วยคายสิ่งที่รู้มาหน่อยก็แล้วกัน”“ไอ้เหี้ยเอ๊ย!?”“หา... นั่นเป็นคำสั่งเสียรึยังไง?”ผู้ชายน่ากลัวคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน แล้วเธอก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศกดดันรอบข้างเบาบางลง คนที่ตามล่าเธอก็คงรู้สึกเช่นกันถึงได้รีบหยิบปืนขึ้นมา เมื่อเห็นแบบนั้นเธอเลยเผลอตัวร้องเตือนเขา“อันตราย-!!”“ฮ่าๆๆ!! ตายซะ-...!!”ฉัวะ!!ทว่าหลังจากไอ้เลวได้ปืนมาถือไว้ในมือมันก็ส่งเสียงหัวเราะสะใจ มันยังไม่ทันได้ลั่นไก หัวของมันก็ร่วงหล่นลงมาจากบ่า เธอยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงกรีดร้อง มองผู้ชายที่เป็นเจ้าของห้องยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ซากศพ หวังเหลือเกินว่าตัวเองจะสลายเป็นธาตุอากาศเพื่อที่จะได้หายไปจากตรงนี้ได้ ...ทำไมเวลาแบบนี้พลังของเธอถึงได้ใช้ไม่ได้ โธ่ ...เลวร้ายที่สุดเลย!“ฮิ!!”เสียงร้องเล็ดลอดออกจากริมฝีปาก พยายามพาร่างที่อ่อนแรงถอยหนีคุณเจ้าของห้องที่น่ากลัว จนแผ่นหลังเธอแนบชิดติดกับผนัง เธอมองซ้ายมองขวาเพื่อหาทางออก แต่แล้วคนอันตรายคนนั้นก็มานั่งยองๆ ลงเบื้องหน้าเธอ หยาดน้ำตาเอ่อคลอเกือบจะก้มลงอ้อนวอนขอชีวิตอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าเสียงนุ่มทุ้มขัดไว้เสียก่อน“เธอชื่ออะไร?”“อะ-เอ่อ...ซีหลิน ฉันชื่อ ‘หนิงซีหลิน’ ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลยนะ!!”ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตหลังจากตอบจบอยู่ดี ร่างกายของเธอทั้งสั่นทั้งเย็น เธอรู้สึกว่าแขนสองข้างของเธอแทบจะไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว“ไม่รับปาก ยกเว้นว่าเรื่องที่เธอเล่าจะมีประโยชน์มากพอ” เซ็ทว่าพลางแสยะยิ้มมุมปาก “พลังของเธอคืออะไรล่ะถึงได้โดนพวกนั้นไล่ล่าเอา?”หญิงสาวสะดุ้ง เงยหน้ามองเซ็ทด้วยสายตานิ่งอึ้ง ปากอ้าพะงาบๆ อยู่นานสองนาน ถึงได้หาเสียงของตัวเองเจอ เธออ้าปากกระซิบถามด้วยความสับสน“คะ-คุณรู้ได้ยังไง หรือว่าคุณเองก็มี...”“หืม?”เสียงฮึมฮัมในลำคอทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยงอีกหน เธอเลิกคิดถามเรื่องของคนตรงหน้า หันมาตั้งอกตั้งใจเล่าเรื่องของตัวเองแทน ทว่าด้วยความเกรงกลัวเธอจึงเล่าเรื่องวกไปวนมา ใช้เวลาพักใหญ่กว่าเซ็ทจะจับใจความทั้งหมดที่เธอต้องการจะสื่อได้“สรุปคือเธอมีพลังหายตัว แล้วพวกมันต้องการตัวเธองั้นสิ?”“ตะ-ตามนั้นแหละค่ะ”หนิงซีหลิน เกิดและเติบโตที่ประเทศจีน ตอนอายุได้แปดขวบก็กำพร้าพ่อแม่ ไม่มีญาติที่ไหน เธอเรียนรู้ที่จะมีชีวิตรอดด้วยการขโมยของและร่อนเร่ไปเรื่อย และเมื่อเธอรู้ว่ามีพลังประหลาดนี้เธอก็ยิ่งใช้ชีวิตแบบโจรได้ง่ายขึ้น เธอออกเดินทางไปเรื่อย แอบขึ้นรถขึ้นเรือตะลอนไปในที่ๆ ไม่รู้จัก ใช้ชีวิตท้าทายไร้แก่นสารแต่ก็สุขสบายแต่เนื่องจากหลายปีก่อนเธอดันไปเห็นเหตุการณ์แลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างของพวกเฮยอันซา (ที่เธอก็ไม่รู้ว่าไอ้เฮยอันซานั้นคืออะไร) เธอเดาว่าคงเป็นชื่อแก๊งมาเฟียใต้ดินสักกลุ่ม และเนื่องด้วยความประมาทและไม่ทันระวังจึงได้มีคนของแก๊งเห็นตัวเธอเข้า เธอหนีออกจากที่เกิดเหตุได้ทันก็จริง แต่ว่าพวกมันก็ยังไล่ตามจับเธออยู่เรื่อยๆหญิงสาวเดาว่าตอนแรกพวกมันต้องการฆ่าปิดปาก แต่หลังจากที่มันเห็นเธอใช้พลังหายตัวหนีการตามจับ ก็เลยตั้งใจจะจับเป็นเธอแทน เพราะความรุนแรงในการตามล่าถือว่าเบาลงกว่าแต่ก่อนมาก เป็นข้อสันนิษฐานง่ายๆ โง่ๆ จากคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆแต่หนีจากประเทศจีนเร่ร่อนมาจนถึงเกาหลีก็แล้วก็ยังมีคนตามจับตัวเธออยู่ ดังนั้นเธอไม่สามารถตอบได้ว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มแก๊งใหญ่ขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ ก็คงใหญ่มากในระดับหนึ่ง“งั้นที่ตอนนี้ไม่หนีก็เพราะกิ๊ฟถึงขีดจำกัดแล้วล่ะสินะ?”“อ่า...อะไร...คือกิ๊ฟคะ?” เธอพลั้งปากถามด้วยความไม่รู้ พอรู้ตัวว่าเผลอสอดปากขัดทั้งยังไม่ใช่คำตอบของคำถามที่อีกฝ่ายถามก็รีบขอโทษ “ขะ-ขอโทษค่ะ อยะ-อย่าฆ่าฉันเลย!!”“กิ๊ฟคือชื่อเรียกของพลังพิเศษที่เธอมีนั่นแหละ ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ฉันไม่ได้เหตุผลฆ่าไม่เลือกขนาดนั้นสักหน่อย”หนิงซีหลินยิ้มแห้ง อยากจะแย้งดังๆ ว่ายังไงก็ไม่เชื่อ แต่พอเห็นศพที่ยังนอนเกลื่อนอยู่ข้างหลังแล้วก็ตัดสินใจรูดซิบปิดปาก ไม่คิดหาเรื่องให้หัวขาด เธอนั่งก้มหน้าคุกเข่าอยู่กับพื้น ในขณะที่คุณเจ้าของห้องสุดแสนอันตรายลุกไปนั่งอยู่บนเตียงแล้วมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา“เอาล่ะ กลับมาใช้กิ๊ฟได้รึยังล่ะ ลองใช้พลังนั่นหนีไปจากห้องนี้ดูสิ”“ยะ-ยังใช้ไม่ได้ค่ะ”เธอไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่น แต่เธอก็เลือกตอบออกไปตามตรง ในหนึ่งวันเธอใช้พลังนี้นานสุดได้แค่ครึ่งชั่วโมง หากใช้นานไปกว่านั้นจากกายของเธอจะเริ่มขยับไม่ได้และค่อยๆ เลือนหายไปไม่ต่างจากแสงที่ค่อยๆ มืดดับ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย ดังนั้นเธอเลยมักจะใช้เป็นเวลาไม่นานแค่ช่วงขโมยของหรือหนีการถูกตามล่าซะมากกว่า“หืม พวก LG หรอกเหรอ แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จักกิ๊ฟ แต่ดันใช้มันเอาชีวิตรอดมาได้นานขนาดนี้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้วล่ะนะ”ซีหลินยิ้มแหยๆ ไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไร เอาจริงๆ ประโยคคำพูดของอีกฝ่ายเธอก็ตีความได้ไม่ทั้งหมด แต่ดูจากสายตาก็พอจะเดารู้ว่ากำลังถูกดูถูกอยู่“คือว่า...จะปล่อยฉันไปใช่มั้ยคะ?”“ตอนแรกก็คิดอย่างนั้น แต่คิดอีกทีการที่เธอตายไปน่าจะสะดวกต่อฉันมากกว่า”เซ็ทตอบเอื่อยๆ แสร้งอ้าปากหาว ดวงตาคมหลุบต่ำมองหญิงสาวที่ตัวสั่นเทาไม่ต่างจากลูกนก เธอเริ่มหวาดกลัวจนเผลอปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลลงมา“ฉะ-ฉันขอล่ะ อย่าฆ่าฉันเลยนะ”...ความตาย คนอันตรายคนนี้เป็นเทพเจ้าแห่งความตายชัดๆ!{ขอขัดจังหวะนะเซ็ท จากการตรวจสอบแบบไม่เจาะลึกองค์กรเฮยอันซา เป็นองค์กรอิทธิพลมืดยิ่งใหญ่ติดลำดับที่สิบของจีน จริงๆ แล้วเป็นสาขาย่อยขององค์กรลำดับที่สาม ในขณะที่องค์กรแม่ขยายตัวแย่งชิงความเป็นใหญ่อยู่ในสังคมจีน องค์กรเฮยอันซาขยายอิทธิพลไปยังประเทศอื่นๆ มากกว่า หากประเมินจากการกระทำแล้วเป้าหมายสูงสุดของพวกนั้นคงเป็น...การครองโลก}เซ็ทชะงักไปหนึ่งจังหวะก่อนจะทำหน้าตายตอบโต้กับโร‘องค์กรคนเป็นโรคป่วยม.2 รึไงกัน?’{ไม่ทราบสินะ ก็เป็นไปได้แหละ แต่จากข้อมูลเบื้องต้นก็ไม่น่าแปลกใจที่คุณผู้หญิงตรงหน้าคุณจะถูกตามล่าอยู่ตลอด กลุ่มแก๊งใต้ดินต้องการผู้มีความสามารถกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว รายละเอียดอื่นๆ ถูกทำเป็นไฟล์ข้อมูลให้คุณเข้าไปอ่านได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามจะทำการติดตามและคอยอัพเดทข้อมูลล่าสุดให้เป็นระยะ}‘ทำดีโร แล้วมีข้อมูลผู้หญิงคนนี้มั้ย?’{มีสิ จากฐานประชากรมีข้อมูลการแจ้งเกิดอยู่ แต่หลังจากครอบครัวถูกแจ้งเสียชีวิต ข้อมูลอย่างเป็นทางการในระบบก็ไม่มีการอัพเดทอีก พวกบัตรและบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องล้วนถูกระงับหมดแล้ว จนกระทั่งหลายปีก่อนชื่อของเธอถูกแจ้งว่าเป็นผู้ตาย คำนวนจากช่วงเวลาคิดว่าเป็นช่วงที่เธอเข้าไปพัวพันกับองค์กรเฮยอันซาพอดี}‘งั้นเธอก็ไม่ได้โกหก’{ถึงเธอจะไม่มีการศึกษาแต่ก็คงไม่กล้าโกหกต่อหน้าคุณที่พึ่งฆ่าไปสามศพหรอก ทำการตรวจสอบวิธีจัดการกับสิ่งที่คุณทำลงไปแล้ว เนื่องจากไม่มีน้ำยาย่อยสลายแบบชีวิตก่อน ผมขอเสนอว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือซื้อไอเทมในร้านค้าระบบ ราคาอยู่ที่สามแสนบาท แต่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้และนำมาใช้ได้เรื่อยๆ}‘โอเค เดี๋ยวจะซื้อก็แล้วกัน ทำการดึงยอดออกจากธนาคารแบบไม่ให้มีปัญหาด้วย’{รับทราบ}‘แล้วก็จัดการเรื่องตัวตนที่ใช้เช็คอินในโรงแรมด้วย อย่าให้สาวมาถึงตัวฉัน’{ไม่มีปัญหา ทำการแก้ไขข้อมูลตามที่ต้องการเรียบร้อย}‘...ทีนี้ก็ผู้หญิงคนนี้สินะ’{จะช่วยหรือจะฆ่าทิ้งล่ะเซ็ท?}‘นั่นสินะ...’“เลิกร้อง พร้อมตายรึยัง?” เซ็ทลุกขึ้นยืนค้ำหัวหญิงสาว มือหนาจับด้ามมีดแล้วลุกไปยืนต่อหน้าหญิงสาว “ไหนๆ ตั้งแต่เกิดมาก็มีชีวิตไม่ได้ความอยู่แล้ว ตายๆ ไปซะให้จบเรื่องก็ดีแล้วนี่”หนิงซีหลินร้องไห้หนัก เธอเม้มปากแน่นด้วยความโมโห แต่เมื่อคิดว่ายังไงตัวเองก็ต้องตายเธอก็ขอตอกหน้าเขาบ้าง เธอหยิบมีดพกที่เก็บไว้ใช้ป้องกันตัวในกระเป๋าออกมาถือ แม้สองแขนจะยังสั่นระริกแต่ดวงตาก็ไม่ยอมแพ้“หนวกหู! ชีวิตฉันมันอาจจะไม่ได้ความแต่มันก็เป็นชีวิตที่พ่อกับแม่ให้ฉันมา นายไม่มีสิทธิมาตัดสินว่าฉันควรจะอยู่หรือตาย! ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ ไม่ยอมตายง่ายๆ หรอกน่า!!”เซ็ทมองท่าทางนั้นนิ่งๆ จากนั้นก็ตวัดมีดในมือ หญิงสาวหลับตาปี๋ชักมือกลับมากันส่วนคอของตัวเองตามสัญชาติญาณ หลายสิบวิผ่านไปเธอก็ยังไม่รู้สึกเจ็บตรงไหนจึงได้ลืมตาขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความสับสน และยิ่งสับสนเข้าไปอีกยามได้ฟังคำถามที่ไม่เข้าใจ“ผู้หญิงเร่ร่อน ครอบครัวไม่มี เป็นโจรกระจอกที่ดูแล้วไม่น่าจะเคยฆ่าคน แถมยังโดนแก๊งใหญ่หมายตา ชีวิตเธอนี่น่าอนาถดี ขอถามสักอย่าง ที่เธอมาเป็นโจรเพราะเธออยากจะเป็นรึเปล่า?” “หา? ใครจะไปอยากเป็น แต่มันเลือกไม่ได้นี่ ไม่ว่าจะไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ ไม่ว่าพยายามยังไงก็ถูกถีบหัวส่งเสมอ ยิ่งทุกวันนี้ยังโดนตามล่าจะปักหลักที่ไหนก็ไม่ได้ แล้วฉันจะเป็นอย่างอื่นนอกจากโจรได้ยังไงกัน!?” ด้วยความที่กำลังอารมณ์เสียและเตรียมใจที่จะตายไว้บ้างแล้วเธอจึงบ่นรัวเร็ว“แล้วถ้าเธอเลิกเป็นโจรแล้วอยู่อย่างสงบสุขไม่ต้องโดนตามล่าได้จะพอใจรึเปล่า?”“ถ้าทำได้ก็ดีสิ แต่ใครมันจะยอมจ้างคนอย่างฉันทำงานล่ะ” เธอว่าเสียงเศร้า แต่เซ็ทนั้นมองเมิน เขาว่าง่ายๆ เหมือนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ“ฉันจะช่วยสร้างตัวตนใหม่ให้เธอจะได้เลิกเป็นโจรแล้วไม่ต้องหนีพวกเฮยอันซาหัวซุกหัวซุน ให้ถือว่าตัวตนเก่าของเธอตายไปแล้ว จากนั้นก็ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ จะตกลงหรือเปล่า?”{พ่อพระจังนะเซ็ท}“...เอ๋?”หนิงซีหลินกระพริบตาปริบๆ เหมือนเธอพึ่งได้ยินอะไรบางอย่างที่เป็นเหมือนความฝัน ความฝันที่เธอไม่กล้าใฝ่ฝันถึง“ขอถามอีกครั้ง จะตกลงมั้ย?”“อะ-ตะ-ตกลงสิ ถ้าทำได้ล่ะก็ แต่...จะทำยังไงล่ะ?” เธอพยักหน้ารัวเร็วตอบตกลงไว้ก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอไม่รู้เลยว่าเรื่องแบบนั้นจะเป็นไปได้ยังไง“หยุดทำหน้าไม่เชื่อ ฉันทำได้ก็คือฉันทำได้ สามวันให้หลังหาทางไปหาฉันที่กรุงเทพให้ได้แล้วฉันจะช่วยเธอ แต่ถ้าเธอโผล่มาตามเวลานัดไม่ได้ก็เตรียมตัวตาย นั่นเป็นบททดสอบของฉัน ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้เธอก็ไม่คู่ควรมีชีวิตอยู่ บอกไว้ก่อนว่าต่อให้อยู่กันสุดขอบโลกฉันก็มีวิธีฆ่าเธอได้”เซ็ทขู่สมทบ รอยยิ้มมุมปากและแววตาสื่อให้เห็นชัดเจนว่าคำพูดของเขานั้นสามารถทำได้จริง หนิงซีหลินไม่กล้าไม่เชื่อเพราะเธอกำลังรู้สึกเหมือนถูกมีดจ่อคอ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายแค่ยืนอยู่เฉยๆ เท่านั้นเอง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังต้องถามเพิ่ม“คือว่า...แล้วกรุงเทพ...มันคือที่ไหน บอกแค่นั้นฉันคงหานายไม่เจอหรอก”“อ้าว ฉลาดเหมือนกันนี่”“ถึงฉันจะไม่ได้เรียนหนังสือแต่ฉันก็ไม่ได้โง่นะ!”เธอพลั้งปากตวาดแว้ด รีบเอามือตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน แต่คุณคนอันตรายไม่ได้ว่าอะไร เขาหันไปใช้กระดาษของโรงแรมเขียนข้อความยุกยิกแล้วยื่นให้เธอ รอยยิ้มเหยียดที่มุมปากนั้นดูแล้วน่าหมั่นไส้“คนไม่โง่แค่ภาษาง่ายๆ คงอ่านออกใช่มั้ย?”ซีหลินไม่รู้ว่าตัวเองเลิกสั่นกลัวอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อใด แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงฝังใจว่าคนหล่อร้ายกาจตรงหน้าเป็นตัวอันตรายที่ไม่ควรแหย่ให้เขาโมโห เธอรับกระดาษของโรงแรมมาอ่านแล้วก็หน้านิ่ว เพราะมันมีคำที่เธอไม่เข้าใจอยู่ด้วย แต่เมื่อมองไปยังคนที่ยื่นกระดาษใบนี้มาให้ เธอกลับรู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก ไม่กล้าถามอะไร“หมดเรื่องแล้วก็ไปได้ละ มารบกวนการนอนคนอื่นเขายังส่งเสียงแว้ดๆ น่ารำคาญอีก ขอเตือนอีกครั้ง หลังจากนี้สามวันถ้าเธอไม่โผล่หัวมาหาฉัน...ก็เตรียมตัวตายไม่รู้ตัวได้เลย แล้วจนกว่าจะโผล่มาเจอฉันได้ ก็อย่าไปเจอกับพวกเฮยอันซาเข้าอีกล่ะ ไม่งั้นสิ่งที่ฉันจะช่วยก็ไร้ความหมาย”“ระ-รู้แล้ว! ฉะ-ฉันจะไป! จะไปแน่ๆ!”เธอรีบอ้าปากตอบ ก่อนจะพุ่งหนีออกไปทางระเบียง ทิ้งให้เซ็ทยืนอยู่ในห้องที่ศพสามศพยังถูกทิ้งระเนระนาดอยู่ หญิงสาววิ่งหนีไม่คิดชีวิตกระโดดหายไปท่ามกลางความมืดช่วงใกล้รุ่งสาง ตลอดเวลาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันอยู่...บางทีเธอคงโชคร้าย...หรือโชคดี? นี่เธอร่วงไปในห้องพักของพวกตัวอันตรายยิ่งกว่าเฮยอันซาซะอีกล่ะมั้ง!?...{กำลังตรวจสอบและทำการลบข้อมูลที่ถูกบันทึกได้ หากไม่สอบถามจากปากคนพบเห็นรับรองว่าไม่สามารถตามตัวได้แน่นอน}“หลักฐานปลอมล่ะ?”{ไม่มีปัญหา กำลังทำหลักฐานปลอม จะดำเนินการส่งไปยังผู้ติดต่อในโทรศัพท์ของพวกเฮยอันซาโดยตรง ในขณะเดียวกันก็เตรียมส่งข้อมูลให้พวกตำรวจแล้ว คุณน่ะรีบซื้อของมาทำความสะอาดห้องก่อนจะเช้าเถอะ}“รู้แล้วล่ะน่า อันนี้สินะ นาย ทำความสะอาดห้องนี้ซะ”เซ็ทเปิดหน้าต่างระบบ ไล่ดูรายการสินค้า ก่อนจะกดเลือกซื้อ ‘เครื่องทำความสะอาด’ ที่โรส่งข้อมูลให้ออกมา เจ้าหุ่นกระป๋องทรงครึ่งวงกลมเมื่อได้รับคำสังก็วิ่งวนไปรอบห้อง ไม่ว่าตรงไหนที่มันวิ่งผ่าน จะฝุ่นผงหรือคราบเลือดก็จะเลือนหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ แม้แต่ศพก็ยังถูกลบหายไปราวกับรอยดินสอที่ถูกยางลบลบทิ้ง ไม่มีอะไรหลงเหลือไว้ให้เห็นแม้แต่อย่างเดียว“...ใช้ได้แหะ ถือว่าคุ้มราคา”แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้วิ่งผ่านตัวศพคนที่สอง อเล็กซ์ที่นอนอืดอยู่ข้างหมอนเซ็ทมาตลอดก็กระโดดลงมาขวางทางซะก่อน“หืม? มีอะไรงั้นเหรออเล็กซ์?” “มุกิ้ว!! ซู้ดดดดด!!”เจ้าจิ้งจกตัวน้อยส่งเสียงร้องอยู่หลายหน แล้วมันก็หันกลับไปอ้าปากเล็กเข้าหาศพ ศพคนพึ่งตายคนหนึ่งถูกดูดเข้าปากของมันอย่างง่ายดายราวกับถูกหลุมดำดูดเข้าไป ...เซ็ทสังเกตเห็นว่าท้องมันดูป่องขึ้นมาแล้วขนาดตัวมันก็ดูจะใหญ่ขึ้นมาได้สักประมาณเซ็นนึงด้วย“นี่ทำอะไรอย่างนี้ได้ด้วยเหรอ?”...ขนาดต่างกันตั้งไม่รู้กี่เท่า นี่เอาเข้าไปยังไงล่ะเนี่ย?พอศพหายไป เครื่องทำความสะอาดก็วิ่งไปลบคราบเลือดที่เหลืออยู่ อเล็กซ์ค่อยๆ คลานต้วมเตี้ยมไปยังศพสุดท้ายแล้วตั้งท่าจะทำแบบเมื่อครู่อีกครั้ง“หยุดเลยอเล็กซ์ ศพนี่ฉันยังต้องใช้” เซ็ทกล่าวห้ามแล้วจัดการเก็บศพเข้าช่องเก็บของ“มุ...เอิ๊บ~” จิ้งจกน้อยดูไม่ค่อยพึงพอใจนักที่โดนหยุด แต่แล้วมันก็เรอออกมาเบาๆ แล้วนอนแผ่ส่ายหางไปมา จากนั้นก็ใช้ขาป้อมๆ ตบพุงตัวเองปุๆ ไม่ได้เข้าไปขัดขวางการทำความสะอาดของเครื่องทำความสะอาดอีก ราวกับว่าหยดเลือดที่สาดกระเซ็นอยู่บนพื้นไม่ได้อยู่ในสายตาของมันอย่างไรก็ตาม เซ็ทไม่ได้ออกคำสั่งที่จำกัดความมากนักกับหุ่นกระป๋องทรงครึ่งวงกลม มันเลยวิ่งทำความสะอาดไปซะรอบห้อง ห้องทั้งห้องเลยดูเป็นประกายเนี้ยบนิ้งเหมือนของใหม่ ยกเว้นก็แต่กระจกหน้าต่างที่แตกกระจายที่ยังเป็นเหมือนเดิม“...นี่ฉันมีอุปกรณ์คอยจัดการศพหนึ่งตัวกับหนึ่งชิ้นสินะ”“...มุ...กิ้ววว~”จิ้งจกฟ้าที่ตัวดูใหญ่ขึ้นนิดหน่อยพลิกตัวคว่ำหน้าคลานไปหาเซ็ท หลังจากไต่ไปถึงกระเป๋าเสื้อเซ็ทได้มันก็มุดลงไปแล้วหลับทันควัน ไม่วายร้องครางเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เซ็ทถอนหายใจเบาๆ{เซ็ท ถ้าฟ้าสว่างกว่านี้จะลำบากเอานะ}“รู้แล้ว ส่งข้อมูลตำแหน่งมา ส่วนเรื่องกระจกหน้าต่างก็ไปซื้อมาเปลี่ยนซะตอนนี้ก็ทันแหละ”แล้วเซ็ทก็ต้องใช้แว่นตาปลอมตัวไปซื้อกระจกมาเปลี่ยนใหม่ก่อนที่จะเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม หนึ่งค่ำคืนอันแสนวุ่นวายจึงสิ้นสุดลง เซ็ทกลับไทยอย่างสวัสดิภาพไร้ซึ่งปัญหาใดๆ...ส่วนศพสุดท้ายที่รอดจากเครื่องทำความสะอาดและรอดจากการเป็นอาหารเข้าพุงของอเล็กซ์ ก็ถูกนำไปทิ้งที่มุมลับตาแถวตรอกแห่งหนึ่ง ตำรวจเกาหลีเป็นคนไปพบศพในอีกสามวันให้หลัง และข่าวดังกล่าวก็ไม่ถูกเปิดเผยไปสู่ภายนอก เนื่องจากพวกเฮยอันซายื่นมือเข้ามาปิดข่าวไว้อย่างไรก็ตามพวกนั้นพยายามตามหาตัวคนทำกันอย่างหนัก แต่ไม่มีหลักฐานใดเชื่อมโยงมายังตัวเซ็ทได้ ในขณะที่หลักฐานอื่นๆ ล้วนเพียบพร้อมเหมือนปลอมมา (ซึ่งก็ปลอมจริงๆ) หากหนิงซีหลินไม่โผล่หัวไปเจอพวกเฮยอันซาอีกหน พวกนั้นก็จะเข้าใจว่าเธอตายไปแล้วตามที่เซ็ทต้องการเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกนั้นล้มเลิกการค้นหา (ซึ่งก็คงอีกไม่นานเพราะคนที่ตายเป็นลูกน้องปลายแถว) ชีวิตของหนิงซีหลินก็จะไม่ถูกไล่ล่าอีกต่อไป เซ็ทเองก็จะลอยตัวเหนือปัญหา เสมือนไม่เคยเข้าไปยุ่งกับอีกฝ่ายมาก่อน กลับสู่ชีวิตสงบสุขตามเดิม...ซึ่งจะเป็นแบบนั้นไปได้นานสักแค่ไหนกันนะ?...{ต่อให้เซ็ทไม่เข้าไปหาเรื่อง แต่เดี๋ยวเรื่องก็เข้ามาหาอยู่ดี คุณมันตัวซวยนี่นา}“หุบปากโร”
    'ในโชคร้าย บางครั้งก็มีโชคดีซ่อนอยู่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน'
    แก้ไขชื่อผิดแล้วนะคะ ขอบคุณมากค่า---------------ผู้ท้าชิงตำแหน่งนางเอก รึเปล่า? หรือจะเป็นได้แค่ตัวประกอบในชีวิตเซ็ทตามเคย ถถถถ อย่าถามแมวนะว่าใครนางเอก เพราะแมวยังไม่ได้ตัดสินใจ ตอนนี้มีผู้หญิงบทในเรื่อง คือ นางมิ้วจอมตอแหล อุ๊ฟ ไม่เข้าแก๊ป เอานางไปเท แพรวาตัวประกอบที่โผล่มาตอนเดียวแล้วก็จาง ปรางค์ นางเอกคนดังที่ได้บทอยู่สองตอน จางพอกัน ฮันนาบี นางเอกซีรี่ย์คู่จิ้นสะท้านเมืองแต่ก็จางอยู่ดี ไลล่าคู่ค้าผู้ชาญฉลาดแต่เจอเซ็ทไปทีเปิ่นได้เปิ่นดี หนิงซีหลิน สาวโง่เร่ร่อนแสนรันทด ซวยได้ซวยดีจนเจอเซ็ท แม่อร อย่าๆ เราไม่รักต้องห้าม อลิซ น้องสาวสายโลลิ แน่ะ ก็ไม่รักต้องห้ามไงแหม่ หรือจะเจ๊เจสซี่-ตื้ด- สัญญาณขาดหาย //มาไล่ดูแบบนี้ชะนีในเรื่องก็เยอะอยู่แฮะปล. ไว้แมวจะเขียนตอนพิเศษของชะนีในเรื่องมาลงให้อ่าน เป็นแบบเปิดอ่านฟรีนะคะ //จะได้อ่านตอนไหนก็อีกเรื่องนะ ถถถปลล. แล้วก็รับรีเควสคู่จิ้น จะนอร์มอล หรือชายชาย แนวไหนก็ลองขอกันมาได้ (ไม่ใช่อะไรลองเลือกเองแล้ว แต่เลือกไม่ถูกจริงๆ) สามารถจำกัดเรทที่อยากอ่านได้ จะใสๆ ดาร์กๆ หรือสิบแปดบวก แค่กๆ ก็กรุณาระบุให้ด้วยน้า //รีเควสนี้อย่าเอาไปรวมกับเนื้อเรื่องหลักเด้อ มันจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยนะคะขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน เข้ามาช่วยเปย์ เข้ามาติดตาม รักนะคะ จุ้บๆ ตามแมวกันไปนานๆ นะค้าาาา

    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน