บทที่ 5
ผู้พิทักษ์
รอยยิ้มที่ส่งมาจางไปหลังจากนั้นไม่นานหลังจากยิ้มขอบคุณก็ยังไม่มีคำพูดใดๆ ตามมาอีก เอ็ดเวิร์ดตบไปที่ไหล่ของแทนพร้อมกับกระตุกยิ้ม
“อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้นึกถึงความแตกต่าง...” เขาฮัมเพลงพร้อมกับมองแทนด้วยหางตา“อดทนเวลาที่ฝนจาง อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ…” ร้องจบคนร้องก็หัวเราะขำทันที
“อะไรของพี่นะพี่เอ็ด!”แทนหันไปผลักเอ็ดเวิร์ดที่เสนอหน้าวนเวียนอยู่ใกล้ๆ
แต่ชายหนุ่มที่ถูกผลักออกไปก็รีบเข้ามาใกล้แทนอีกครั้ง“อย่าไปกลัวเวลาที่ฝนพรำอย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหายหากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขจ้าย...” ในที่สุดเขาก็ร้องจนจบ
“จบเลยนะพี่ ไม่ต่อเพลงอื่นด้วยล่ะ”แทนหันไปหรี่ตามอง
เอ็ดเวิร์ดทำตาโตก่อนจะกระแอมหนึ่งทีแล้วร้องเพลงต่อไป“ในคืนที่ฟ้านี้มีแต่ความมืดของดาว...”
“พอเลยพี่เอ็ด!ขอล่ะ...อย่าให้ต้องถึงขั้นใช้กำลังเลยพี่” แทนเสียงเข้ม
เอ็ดเวิร์ดหัวเราะร่าก่อนจะถามขึ้น“เอาไงต่อล่ะเรา”ชายหนุ่มถาม
แทนขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจยาว “คงต้องไปจัดการบอสที่ระบบมันบอกนิสสันแมงตีคอ...อะไรสักอย่าง”
ผู้เล่นต้องกำจัดคัลโดราแมนติคอร์เลเวล 177 เพื่อเคลียร์เควสดวงตาแห่งการรู้แจ้ง หากผู้เล่นสนใจสักหน่อยน่าจะพอจำได้นอกเสียจากว่าไอคิวของผู้เล่นมีไม่มากนัก ทางระบบของ D.W.O. ต้องขออภัยที่ทางเราไม่มีค่าสเตตัสไอคิวให้ท่านอัพ…จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
แทนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดูท่าระบบของเกมนี้ยังคอยอยู่เป็นเพื่อนเขาเสมอสองคิ้วขมวดเข้าหากันก่อนจะหันไปพูดกับเอ็ดเวิร์ด “ตลอด...ระบบนี่มันแบบนี้ตลอดสิน่ามารอบนี้หลอกด่าอีกต่างหาก สักวันถ้าได้เจอหน้าคนสร้างเกมนี้จะขอดูหน้าคนคุมระบบนี่สักหน่อย”
กระจอกอย่างคุณผู้เล่นในขณะนี้น่าจะมีโอกาสจบเกมและพบกับผู้ดูแลระบบอยู่ราวๆ 0.0000327% เราจะรอคุณผู้เล่นแต่คิดว่าคงไม่ได้พบกัน...
ระบบยังกวนประสาทไม่เลิก คราวนี้แทนเปลี่ยนจากตอบโต้เป็นเดินไปหาเนตและไอริน“เนต...เอายังไงต่อดีล่ะ” แทนเสียงอ่อน
หญิงสาวผมสั้นหันมองเขาช้าๆ เธอยิ้มนิดๆ ก่อนจะพูดออกไป“ฉันขอบใจนายนะแทน ที่อุตส่าห์พยายามช่วยฉันเมื่อกี้แต่เรื่องที่นายทำไว้มันก็ยังทำให้ฉันไม่สบายใจที่ต้องคุยกับนายตอนนี้” หญิงสาวว่า
“เดี๋ยวก่อนเนต!”แทนเรียกเนตที่กำลังจะเดินหนีเขาไปในขณะนั้นเอ็ดเวิร์ดที่เมื่อสักครู่ยังอยู่ไกลออกไปรีบเข้ามาติดตามสถาณการณ์ราวกับเหยี่ยวข่าวสงครามหลังจากหญิงสาวที่แทนเรียกหันกลับมาอีกครั้งเขาก็พูดออกไป “เธอโกรธเรื่องที่ฉันจูบผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าเธอและทุกคนใช่ไหม”แทนพูดเสียงเข้ม ทำเอาเอ็ดเวิร์ดหูผึ่งทันที
หญิงสาวตรงหน้าของเขามองแทนอย่างผิดหวัง เธอส่ายหน้าช้าๆก่อนจะพูดออกไป “เวลาที่เราคบกันมาสองปีฉันรู้จักนายดีดูก็รู้ว่านายไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นสักหน่อย ถึงเธอจะสวยมากก็ตาม” เนตพูดเสียงเรียบ
คำพูดที่ว่าทำเอาเอ็ดเวิร์ดหันมองหน้าแทนอีกครั้ง“คบกันสองปีเชียวเรอะ...” เขาพูดกับตัวเองส่วนไอรินนั้นดูจากสีหน้าแล้วน่าจะรู้เรื่องของทั้งสองคนดีอยู่แล้ว
“แล้วเธอโกรธฉันเรื่องอะไรกันโทรไปหาก็ไม่ยอมรับสายตลอด” แทนถามเสียงจริงจัง นานๆทีเอ็ดเวิร์ดจะเห็นเพื่อนของเขาเป็นแบบนี้
“ความไว้ใจยังไงล่ะนายไม่มีความไว้ใจให้กันนายไม่ไว้ใจฉันแล้วคิดทำอะไรคนเดียวเรื่องมันถึงได้เลวร้ายขนาดนี้” เสียงหญิงสาวตอบกลับมา ใบหน้าของเธอดูเศร้าลงถนัดตา
“เรื่องนั้นฉันไม่อยากให้เธอเข้ามาพัวพันด้วยนะเนตถ้ามันเกิดอะไรขึ้นฉันไม่อยากให้เธอต้องเดือดร้อน ฉันทำของฉันคนเดียว” แทนพูด
“ที่เราคบกันมานานรักฉันหรือเปล่า”คำพูดที่ถามออกมานั้นจริงจัง สายตาที่จ้องมาไม่ได้คาดคั้นแต่เป็นการตั้งคำถามเสียมกกว่า
ชายหนุ่มที่ปกติจะหน้าทะเล้นตลอดเวลานิ่งเงียบเขามองหน้าหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะตอบออกไปอย่างหนักแน่น
“รักสิ...”เขาว่า
เนตพยักหน้าช้าๆ หลังจากได้ยินคำตอบ “แล้วนายคิดว่าฉันไม่รักนายหรือไง คนรักกันเขามีอะไรก็ต้องอดทนด้วยกันสิ”เธอพยายามทำหน้านิ่งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่สุดท้ายน้ำตาหยดแรกก็ไหลผ่านแก้ม…ตามมาด้วยหยดที่สองและสาม
แทนซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเธอพูดได้เพียงคำเดียวเท่านั้นคำพูดที่ไม่เคยช่วยอะไรได้มากนัก เมื่อการทำผิดผ่านเลยไปแล้ว
“ฉันขอโทษ...”ชายหนุ่มพูด
เนตยกมือขึ้นปาดน้ำตาก่อนที่จะยิ้มให้แทนซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า“อื้อ…ฉันรู้แล้วว่านายรู้สึกผิดฉันเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ข้างๆ นายแต่ตอนนี้ขอเวลาฉันหน่อยได้ไหม ให้ฉันได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง แล้วเรามาคุยกันอีกทีแบบที่ฉันไม่ต้องร้องไห้แบบนี้อีก...” เธอฝืนยิ้มทั้งน้ำตา
แทนทำอะไรไม่ถูกนอกจากตอบไปตามที่หญิงสาวตรงหน้าขอร้อง “ได้สิ...ได้ แล้วเราค่อยคุยกัน ขอแค่อย่างเดียว...” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับมองไปที่เธอด้วยสายตาเป็นห่วง“รับโทรศัพท์ฉันด้วย”
หญิงสาวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นเธอก็พยักหน้ารับคำขอนั้นริมฝีปากบางค่อยๆ ขยับแล้วเอ่ยคำตอบที่ว่า
“อื้อ...”เนตตอบออกมา
รอยยิ้มจางปรากฏบนใบหน้าของแทน เขาหันไปหาเพื่อนของตัวเองทันที“พี่เอ็ด...” แทนเรียก
“หืม...?” เอ็ดเวิร์ดที่กำลังติดตามชมดราม่าอยู่ขานรับ
“เตรียมพร้อมกันเถอะพวกเราจะเคลียร์เควสนี้ให้เรียบร้อยแล้วออกจากเกมคราวนี้ผมจะออกไปสะสางเรื่องงี่เง่าที่ผมทำไว้” เสียงของแทนครั้งนี้ฟังดูจริงจัง
“ฉันพร้อมนานแระ...ระดับเทพเขาไม่ค่อยต้องเตรียมอะไรกันมากมายนักหรอก”เอ็ดเวิร์ดพูดกลั้วหัวเราะ
แทนทำตาโตก่อนจะนึกขึ้นได้ “นั่นสินะพี่...” ชายหนุ่มพูด “เนต...ไอริน...ตอนนี้เราร่วมมือกันก่อนนะยังไงฉันจะพาทุกคนออกไปจากที่นี่เอง โดยที่ต้องไม่มีใครตาย” แววตาคนพูดยืนยันว่าเขาคิดแบบที่ว่าจริง
ไอรินพยักหน้ารับส่วนเนตเปลี่ยนเอาการ์ดอีกใบใส่เข้าไปแทนการ์ดเท็นเธาว์ซันเรเปียร์ที่สลายไปหลังจากที่เธอใช้ทักษะเวพพอนเบรกเกอร์การ์ดที่ใส่ลงไปก็เป็นการ์ดอาวุธเช่นกัน แถมยังเป็นระดับเดียวกันอีกด้วยและเมื่อเธอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็ใช้มือเช็ดคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งดีออกไปตามด้วยหันมองหน้าแทนแล้วพูดออกมา
“พร้อมแล้วล่ะ...”เนตพูดกับชายหนุ่มตรงหน้า เขามีรอยยิ้มจางที่ริมฝีปากแต่ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ฉันจะไม่ทำผิดอีก”แทนพูดก่อนจะหันไปสะบัดหน้าเรียกเอ็ดเวิร์ดให้เดินทางไปยังตัววิหารพร้อมกับเขาแต่ไม่เพียงแต่เอ็ดเวิร์ดเท่านั้นที่เดินมาข้างเขาเนตและไอรินเองก็เดินมารวมกลุ่มใกล้ๆ แทนด้วยเช่นกัน
“ดีจังที่พวกเธอยอมคุยกันอีกนะเนต...ถ้าไม่อย่างนั้นฉันลำบากใจแย่เลย”ไอรินว่า
“ไปใช่ความผิดเธอหรอกไอ…”เนตพูดพร้อมกับหันไปยิ้มกับเพื่อนของเธอ ครั้งนี้เธอเรียกชื่อไอรินสั้นๆแบบที่บางครั้งพวกเธอจะใช้เรียกกัน
เอ็ดเวิร์ดรีบเดินมาใกล้แทนให้มากที่สุดก่อนที่จะกระซิบถาม“แทนๆ ที่ว่าคบกันสองปีน่ะ คงไม่ใช่ฐานะเพื่อนใช่ไหม ของแบบนี้ดูแล้วพี่บอกเลย ไม่ใช่แฟน...ทำ ‘แทน’ เป็นแบบนี้ไม่ได้”เขาเริ่มคำถามแรก
“ไม่ใช่เพื่อนพี่”แทนตอบคำถามแรก
เอ็ดเวิร์ดพยักหน้าพอเข้าใจความหมายของคำพูดที่ได้ยิน “แต่ไอ้เสือรวยๆ อย่างนายนี่ต้องมาตามง้อสาวนี่มันตลกดีนะ” เขาพูดใบหน้าบ่งบอกว่าคิดอย่างนั้นจริงๆ
แทนหันมองหน้าเอ็ดเวิร์ดก่อนที่จะพูดออกมา “เธอรวยกว่าผมอีกพี่ แต่ไม่เคยทำตัวหรูเลย รถก็ใช้รถเต่าเก่าๆเสื้อผ้าก็ร้อยเก้าๆ จะมีแพงบ้างก็รองเท้านั่นล่ะไม่รู้ผู้หญิงเป็นอะไรกับรองเท้ากันนัก” ชายหนุ่มว่า
“รวยกว่าอีก!?”เอ็ดเวิร์ดทำเสียงสูง และเมื่อแทนพยักหน้าย้ำเขาก็พูดต่อ “แต่ไอ้เรื่องรองเท้านี่พี่ก็ไม่เข้าใจสาวๆ เหมือนกัน เวลาผู้ชายแบบเรามองสาวก็มองที่หน้ามองที่หุ่น ใครจะไปดูที่เท้ากัน” คนพูดขยับหมกแก๊ปให้เข้าที่หลังพูดด้วยสีหน้าสงสัย
“มันคือความลึกลับของหญิงสาวละมั้งพี่”แทนพูดขึ้น
“มันก็น่าจะน่าค้นหากว่าความลึกลับของชายหนุ่มละว้า...”เอ็ดเวิร์ดพูดแล้วทำหน้าขะยักแขยงก่อนทั้งสองจะมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา
ทั้งสี่มุ่งหน้าไปยังตัววิหารแห่งเทพีมิเรดัสที่ยังคงงดงามและใหญ่โตระห่างทางที่พวกของแทนมุ่งหน้าไปนั้น พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มอัศวินตั๊กแตนอีกสองกลุ่มและในกลุ่มสุดท้ายนั้นก็เป็นกลุ่มที่มีพวกโจมตีจากระยะไกลอยู่ด้วยทั้งพลธนูในชุดเกราะเบาบนหลังตั๊กแตนยักษ์ และจอมเวทที่ขี่อยู่บนหลังตั๊กแตนสีดำแต่เมื่อพอรู้จังหวะและการเคลื่อนไหวของศัตรูเจ้าพวกที่ว่าก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงทั้งสี่คนนักพวกเขาผ่านไปได้โดยเสียหายเล็กน้อย
จากการกำจัดมอนสเตอร์ระหว่างทางทำให้พวกทนได้การ์ดเพิ่มขึ้นมาอีกหลายใบแถมยังได้ชิ้นส่วนจากมอนสเตอร์มามากมายหลายชิ้น มันทำให้แทนคิดถึงนิกกี้ถ้าเธออยู่ร่วมปาร์ตี้ด้วยในขณะนี้น่าจะสร้างการ์ดดีๆ ขึ้นมาได้แน่นอนและการืดที่ว่าก็คงช่วยให้เควสที่พวกเขากำลังพยายามเคลียร์อยู่ง่ายกว่าที่เป็นอยู่
“แทนๆสกิลของอาชีพแทนที่มันเกิดเมื่อกี้นี้มีอย่างอื่นอีกไหม” ไอรินถามถึงเรื่องทักษะอาชีพของแทนที่เพิ่งจะแสดงผลออกไปเมื่อการต่อสู้ครั้งที่แล้วทักษะที่ทำให้เลเวลของเขาลดลงครึ่งหนึ่งแต่ค่าประสบการณ์และสิ่งที่จะได้รับหลังจากจบการต่อสู้จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
“เยอะเลยน่ะบางอันก็พอรู้อย่างที่บอกเธอไป แต่บางครั้งนี้ก็มีอะไรแบบที่นึกไม่ถึงฉันเองก็เซ็งเหมือนกัน...” แทนตอบแล้วทำหน้าครุ่นคิด “แต่ก็มีบางครั้งที่มันก็มีประโยชน์นะถ้าไม่ได้ทักษะอาชีพนี้ฉันคงไม่ได้การ์ดใบนี้มา” แทนพูดขึ้นพร้อมกับหยิบการ์ดแอเรียปราสาทผลึกไอเซนเกอร์ออกมา
“มาสเตอร์แทน...! มาสเตอร์เอ็ดเวิร์ด!”เสียงเล็กๆ ดังขึ้นมา เสียงท่ว่าเป็นเสียงของไอ ภูตที่สถิตอยู่ในการ์ดแอเรียใบนี้
เนตและไอรินมองไออย่างประหลาดใจ พวกเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ในเกม
“น่ารักจัง!”ไอรินพูดขึ้นในขณะที่เนตยิ้มให้ไอและเอื้อมมือไปสัมผัสเธอเบาๆ
“ฉันเนตจ้ะ” เธอพูด
“คุณเนต...”เสียงเล็กๆ ของไอเรียกชื่อหญิงสาวตรงหน้า “แล้วคุณละคะ...”เธอหันไปถามไอริน
“ไอรินจ้ะ” เธอว่า “เรียกไอเฉยๆ ก็ได้นะ”
“ไอ!?”ไอทำหน้างงก่อนจะหันไปหาแทน “มาสเตอร์!คุณคนนี้ชื่อเหมือนไอเลย!” สีหน้าไอดูตื่นเต้นเธอทำตาโตแล้วใช้มือปิดปาก
“ใช่แล้วล่ะไอนั่นไอริน” แทนตอบ
“สวัสดีค่าคุณไอรินขอไอเรียกแบบนี้นะคะ ม่ายง้านไอ...สับสนๆ”ไอสะบัดหน้าที่กำลังทำแก้มป่องไปมา
“ได้สิๆ” ไอรินพยักหน้ารับขณะที่เนตมองไออย่างเอ็นดู
“เธอเป็นภูตประจำการ์ดรึ”เนตหันไปพูดกับแทน ดูเหมือนตอนนี้ทั้งสองคนนี้จะสงบศึกกันชั่วคราวได้จริงๆ
“อื้อ...ใช่”
“แปลกมากฉันไม่เคยเจอการ์ดแอเรียที่มีภูตประจำอยู่เลย ขนาดแอเรียระดับ A ของคุณไรอันยังไม่มีภูตแบบหนูไอเลยนะ” เนตพูดพร้อมกับใช้มือลูบไปที่ผมของไอ
“ไอเป็นการ์ดแอเรียที่เติบโตได้”แทนว่า สิ่งที่เขาบอกทำให้ทั้งเนตและไอรินแปลกใจ
“ใช่แล้วค่ะคุณเนตคุณไอริน ไอกำลังจะโต้!” ไอทำท่าชูแขนสองข้างขึ้นฟ้ามันเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี “ถ้าได้กินเจ้าตัวที่แอบอยู่ใต้ดินวิหารนั่นไอน่าจะเลเวลเกินเจ็ดสิบแน่ๆ เลยมาสเตอร์แทน” เธอพูดพร้อมกับชี้มือไปที่วิหารเทพีมิเรดัส
“ไอ...จะกินเจ้าคัลโดร่าแมนติคอร์นั่นรึ!”แทนพูดด้วยสีหน้าสงสัยไม่ต่างจากคนอื่นๆ
ไอขมวดคิ้วทำหน้างงเธอส่ายหัวไปมาจนเส้นผมสีฟ้าของเธอสะบัดไปมา “ไอม่ายรู้จักเจ้าตัวที่มาสเตอร์แทนว่าสักกะติ๊ด”เธอตอบกลับ “ไอพูดถึงเจ้าตัวที่แอบอยู่ใต้วิหารนี้ต่างหากละคะมาสเตอร์แต่มันก็น่าจะเก่งกว่าเจ้าแมนติคอร์ที่มาสเตอร์แทนพูดถึง”
“เก่งกว่าคัลโดร่าแมนติคอร์อีกหรือจ้ะไอ!?”เนตถามออกไปด้วยสีหน้าตกใจผสมกับความสงสัย
ไอลอยมาอยู่ที่ตรงหน้าของคนพูดรีบผงกหัวหลายครั้ง “ใช่แล้วค่ะคุณเนต เจ้านั่นเลเวลน่าจะเกือบๆ สองร้อยนะคะ” ภูตน้อยแห่งปราสาทไอเซนเกอร์ลอยหมุนตัวไปในอากาศช้าๆ
“เลเวลสองร้อยเลยรึไอ!”แทนทำเสียงตกใจ และเมื่อไอพยักหน้ายืนยัน อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปมอง
“บนบน...ล่างล่าง...ซ้ายขวา...ซ้ายขวา...เอบี...ซีเลค...สตาร์ท!”เอ็ดเวิร์ดเป็นคนส่งเสียงที่ว่าออกมา
“พี่เอ็ด...พี่ทำอะไรน่ะ”แทนย่นหน้าแล้วถามอย่างสงสัย
เอ็ดเวิร์ดทำหน้าจืดก่อนจะตอบออกไป “ดูเวย์แล้วชีวิตเดียวท่าจะไม่พอว่ะแทน พี่เลยกดสูตรสามสิบตัวไงไม่เคยเล่นเหรอเกมคลาสสิครุ่นเก่าน่ะ คอนทร้าน่ะคอนทร้า...” เอ็ดเวิร์ดพูด
แทนกับไอรินทำหน้างง แต่ก็มีเสียงเนตพูดขึ้นมา “หนูเล่นแบบสามตัวจบได้นะคะพี่เอ็ด ถ้าได้ปืนเอสก็สบายเลย เกมเก่าๆนี่คลาสสิคดีค่ะ” เธอพูดด้วยท่าทางสนุก
เอ็ดเวิร์ดที่ได้ยินทำปากจู๋ แล้วกนิ้วโป้งให้หญิงสาวตรงหน้าทันที“เจ๋งอ่ะเนตจัง...” ชายหนุ่มพยักหน้าย้ำ
หลังจากนั้นทุกคนก็ตกลงกันว่าจะพยายามเลี่ยงไม่ให้พบกับมอนสเตอร์ที่ไอบอกเพราะเลเวลของมันน่าจะเกินความสามารถของพวกเขาในตอนนี้และหลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อย พวกของแทนก็ลุยฝ่ามอนสเตอร์อีกหลายกลุ่มเลเวลของพวกเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้น ในที่สุดแทนก็มีเลเวล 95 เอ็ดเวิร์ดเลเวลขยับไปเป็น 32 เนตเลเวล 80 ขณะที่ไอรินเลเวล 76
และในที่สุดพวกของแทนก็จัดการศัตรูจนกระทั่งระบบแจ้งว่าประตูสู่ห้องของบอสเปิดออกพวกเขาบุกเข้าไปจนถึงใจกลางวิหารขนาดใหญ่ ทุกคนเตรียมพร้อมฟื้นฟูค่าพลังทุกอย่างเต็มที่เมื่อประตูสีเงินบานยักษ์ถูกเปิดออก เส้นทางข้างหน้าก็คือประตูเข้าสู่ห้องโถงแห่งดวงตะวันห้องโถงขนาดยักษ์ที่ไร้หลังคาคลุม หลังจากที่เหยียบย่างเข้ามายังสถานที่นี้ เสียงจากระบบก็ดังขึ้น
คัลโดร่าแมนติคอร์ เลเวล 177 สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผู้เฝ้าวิหารมิเรดัสปรากฏตัวผู้เล่นที่ถูกคัลโดร่าแมนติคอร์สังหารเลเวลลดลง 10 เลเวลหลังจากนั้นผู้เล่นจะถูกส่งไปยังวิหารแห่งมินักเดินทางที่อยู่ใกล้ที่สุด...
หลังจากมีเสียงประกาศการปรากฏตัวของบอสเสียงจากระบบก็ประกาศขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นการประกาศผลของทักษะอาชีพริกส์เบรกเกอร์ของแทนที่เริ่มทำงานเขาไม่รู้เลยว่าทักษะนี้มีโอกาสทำงานมากกว่าปกติถึง 3เท่าเมื่อพบกับมอนสเตอร์ระดับบอส...
ทักษะอาชีพริกส์เบรกเกอร์ทำงาน ทุกๆ 3 นาทีผู้เล่นนอกจากผู้เล่นแทนไทยจะถูกสุ่มออกจากการต่อสู้หนึ่งคนค่าสเตตัสและเลเวลครึ่งหนึ่งของผู้ที่ถูกส่งออกจากการต่อสู้จะเพิ่มให้ผู้เล่นแทนไทยค่าสถานะทุกอย่างจะกลับสู่ปกติเมื่อจบการต่อสู้ เมื่อจบการต่อสู้ผู้เล่นมีโอกาส100% ที่จะได้ไอเทมทุกชนิดจากมอนสเตอร์…