บทที่ 165:พลัง
ชายชราลอยเด่นอยู่กลางอากาศในมือถือผลึกสีแดงเข้ม เบื้องล่างมีศพเกลื่อนกลาดเลือดที่ไหลนองส่งกลิ่นคาวเหล็กขึ้นจมูก เขากวาดสายตามองไปรอบๆพลางพึมพำกับตนเองเบาๆ
“แกนกลางของค่ายกลอยู่ที่ไหนกันแน่...”
แม้จะมีอุปกรณ์แย่งชิงสิทธิ์การควบคุมค่ายกลแต่เงื่อนไขคือต้องหาจุดที่เป็นแกนกลางให้พบก่อนจึงจะสามารถเปิดใช้งานได้เขาบินวนเวียนอยู่เหนือเขตที่พักแต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังสวนวัตถุดิบเพื่อตรวจสอบต่อ
ในระหว่างที่มุ่งหน้าไปยังปราสาททางทิศเหนือเทอร์รี มองเห็นวัตถุดิบยาวิเศษจำนวนมหาศาลที่ถูกปลูกเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบพวกมันมีการเจริญเติบโตที่ยอดเยี่ยมบนพื้นที่อันกว้างขวาง
เขาแอบนึกย่ามใจอยู่ลึกๆ ว่า
'นับจากนี้ไปทุกอย่างที่นี่จะต้องกลายเป็นของตระกูลมอสขอเพียงแค่จัดการเจ้าเด็กที่อยู่ทางตอนเหนือนั่นให้พ้นทางก็พอ'
เมื่อเข้าใกล้เขตปราสาท เทอร์รี จึงขยายขอบเขตการรับรู้เวทเพื่อสำรวจสถานการณ์ภายในปราสาทชั้นนอกทันทีเขาพบชายหญิงคู่หนึ่งหลบซ่อนตัวอยู่แต่เมื่อสัมผัสได้ว่าเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไร้พลังต่อสู้ เทอร์รีจึงเลิกใส่ใจ
ทว่าในห้องใต้ดินของปราสาทชั้นในเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเวทที่ค่อนข้างพิเศษและเข้มข้นพอสมควรดูท่าแล้วน่าจะเป็นผู้ที่มีความสามารถระดับศิษย์พ่อมดชั้นสามเทอร์รีจดจำตำแหน่งนั้นไว้ก่อนจะเบนสมาธิทั้งหมดไปยังลานด้านหลังปราสาท
ที่นั่นมีชายคนหนึ่งยืนรออยู่คลื่นพลังเวทที่แผ่ออกมาบ่งบอกชัดเจนว่าเขาคือ เฮรัค เมอร์ลิน พ่อมดระดับหนึ่งสภาวะก๊าซตรงตามข่าวกรองที่เขาได้รับมาเทอร์รีเริ่มร่ายถ้อยคำสั้นๆ เพียงไม่กี่พยางค์ทันใดนั้นโล่เพลิงก็ปรากฏขึ้นรอบกาย
แม้เฮรัคจะอยู่เพียงสภาวะก๊าซแต่เทอร์รีก็เลือกที่จะทุ่มกำลังอย่างเต็มที่โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวเขาเดินผ่านปราสาทไปโดยไม่แยแส เลนอน และ แมรี ที่แอบซ่อนตัวอยู่จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ลานกว้างด้านหลัง
เฮรัคกำลังแหงนมองท้องฟ้าที่พราวระยิบระยับไปด้วยดวงดาวแผ่นหลังของเขาหันมาทางผู้บุกรุก
“มาแล้วหรือ”เฮรัคเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง
เทอร์รีเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ“เจ้ารอข้าอยู่งั้นหรือ?”
ท่าทีของเฮรัคราวกับรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาจะมาและตั้งใจรออยู่ที่นี่อย่างใจเย็น หากรู้ตัวแล้วเหตุใดจึงไม่คิดจะหลบหนี?ถึงแม้หุบเขาหินดำจะถูกปิดล้อมแต่เขาก็ไม่น่าจะยอมจำนนต่อความตายง่ายๆ เช่นนี้เทอร์รีแค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน
“ก็ดี จะได้ไม่เสียเวลาข้าจะรีบส่งเจ้าไปลงนรกซะ”เขาตรวจสอบซ้ำอีกครั้งจนมั่นใจว่าเฮรัคยังคงอยู่ในสภาวะก๊าซจริงๆ
เฮรัคหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่สงบราบเรียบ“ข้าเฝ้าถามตนเองมาตลอดว่าพลังที่เหนือกว่าทุกสิ่งจะสามารถบดขยี้ทุกอย่างให้แหลกสลายได้หรือไม่วันนี้จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่จะใช้เจ้าเป็นตัวทดลอง ระดับสภาวะของเหลว...ไม่อ่อนแอเกินไป และก็ไม่แข็งแกร่งจนเกินมือ”
“กำลังพอเหมาะทีเดียว”
สายตาและคำพูดนั้นทำให้เทอร์รีรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าเขาถูกอีกฝ่ายมองข้ามไปอย่างสิ้นเชิงในสถานการณ์เช่นนี้ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงยังมีหน้ามาพูดเรื่องการทดลองอีกหรือว่ามันยังไม่เข้าใจสถานะของตนเองกันแน่
“ความพิโรธแห่งงูหลามโลหิต”เฮรัคหยิบขวดเลือดออกมาทาลงบนฝ่ามือ
เทอร์รีเฝ้าระวังอยู่ครู่หนึ่งแต่เมื่อพบว่าเป็นเพียงเวทระดับศูนย์ธรรมดาๆ เขาก็ยิ้มเยาะ
“ใช้เวทเสริมพลังระดับต่ำแค่นี้จะไปช่วยอะไรได้?”
“พรแห่งภูติภูเขา”
“พรแห่งภูติสายลม”
“ป้องกันสัมบูรณ์”
แสงสว่างวาบไหลผ่านร่างของเฮรัคพร้อมกับโล่หลากสีที่ปรากฏขึ้นซ้อนกัน เทอร์รีขมวดคิ้วมุ่นเวทเสริมสองบทแรกไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแต่โล่ประหลาดบทสุดท้ายนั่นกลับให้ความรู้สึกที่ผิดปกติอย่างประหลาด
“ร่างยักษ์”
ร่างของเฮรัคขยายขนาดขึ้นทันทีจนเสื้อผ้าฉีกขาดออกจากกันเทอร์รีต้องเงยหน้ามองร่างกำยำมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าความรู้สึกถึงลางร้ายเริ่มพุ่งพล่านขึ้นมาในอก
“เกราะมืด”
เฮรัคไม่มีรสนิยมที่จะวิ่งเปลือยกายต่อสู้ชุดเกราะสีดำทมิฬจึงเข้าห่อหุ้มร่างกายไว้ทันทีทันใดนั้นพลังสายเลือดบรรพชนเทพสายฟ้าก็ถูกปลุกขึ้นปรากฏประกายสายฟ้าวาบไหวไปตามเกราะมืด เทอร์รี ถึงกับเผลอก้าวกระโดดถอยหลังไปกึ่งหนึ่งด้วยความตกใจ
เขารีบสร้างลูกบอลเพลิงซัดใส่เฮรัคทันทีแต่เฮรัคกลับยืนนิ่งไม่คิดจะหลบเลี่ยงลูกบอลเพลิงระเบิดใส่ร่างยักษ์จนกลายเป็นเพียงสะเก็ดไฟที่กระจายไปทั่วโดยไม่ทิ้งแม้แต่รอยขีดข่วน
“เชี่ยวชาญเวทไฟงั้นหรือ? ช่างโชคร้ายเสียจริง” เฮรัคพึมพำ
ด้วยพรสวรรค์ความต้านทานเปลวไฟขั้นสูงเวทมนตร์ธาตุไฟระดับนี้ไม่อาจสร้างความคุกคามให้แก่เขาได้เลยเขามองสะเก็ดไฟที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
“ถึงตาข้าบ้างแล้ว”
เขากระแทกเท้าลงบนพื้นอย่างรุนแรงจนดินแตกระแหงร่างพุ่งทะยานออกไปพร้อมประกายสายฟ้าที่ทิ้งรอยไว้กลางอากาศ เพียงพริบตาเดียวเฮรัคก็มาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเทอร์รี หมัดขวาของเขาถูกกำจนแน่น
มันคือหมัดตรงธรรมดา ๆแต่แรงลมที่กรีดฝ่าอากาศนั้นส่งเสียงหวีดหวิวอย่างน่าสยดสยองดวงตาของเทอร์รีหดวับด้วยความตระหนกหมัดยักษ์กระแทกเข้ากับโล่เพลิงจนเกิดรอยร้าวเหมือนใยแมงมุมก่อนจะแตกสลายลงในพริบตา
พลังเวทพื้นฐานของเทอร์รีสร้างชั้นเพลิงขึ้นมาโอบล้อมกายโดยอัตโนมัติแต่มันก็ไม่อาจต้านทานแรงมหาศาลจากหมัดของเฮรัคได้แรงกระแทกเข้าที่หน้าอกส่งร่างของเทอร์รีลอยกระเด็นไปด้านหลังเลือดพุ่งออกจากปากพร้อมกับเศษเนื้อจากอวัยวะภายในที่แตกละเอียด
เฮรัคไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือเขาพุ่งตัวตามไปในทันทีและปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเทอร์รีในพริบตาเขาเงื้อขาเตะเข้าที่กระดูกก้นกบของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนได้ยินเสียงกระดูกหักดังลั่นเทอร์รียังไม่ทันจะได้กรีดร้อง ร่างของเขาก็ถูกเปลี่ยนทิศทางให้พุ่งครูดไปกับพื้นจนเกิดรอยยาวก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ขอบลานในสภาพที่ร่างกายกระตุกไม่หยุด
เฮรัคก้าวตามไปยืนอยู่ข้างกาย
เทอร์รียังไม่สิ้นใจเขาเหลือบมองยักษ์ในเกราะมืดที่ยืนค้ำหัวตนเองด้วยความหวาดกลัวสุดขีดทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบสนองกลยุทธ์เวทมนตร์มากมายที่เตรียมมายังไม่ได้ถูกนำออกมาใช้เลยเสียด้วยซ้ำเพียงแค่หนึ่งหมัดและหนึ่งลูกเตะ เขาก็ตกอยู่ในสภาพปางตาย
อวัยวะหลายส่วนไร้ความรู้สึกจนความเจ็บปวดเริ่มเลือนหายไปสิ่งที่เขาไม่อาจมองเห็นได้ในตอนนี้คือร่างกายของตนเองที่บิดเบี้ยวจนผิดธรรมชาติโดยเฉพาะช่วงเอวที่หักพับงอในมุมที่มนุษย์ไม่ควรจะเป็น
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น ทันทีที่เทอร์รีก้าวเข้ามาในลานเฮรัคก็มั่นใจในชัยชนะของตนเองแล้ว ด้วยความเร็วระดับนี้หากอีกฝ่ายไม่เตรียมการตั้งรับไว้ล่วงหน้าก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทันตอบสนอง
ยิ่งเมื่อเปิดใช้งานพลังสายเลือดบรรพชนเทพสายฟ้าเต็มพิกัดความเร็วของเขาก็พุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด ในระยะประชิดเช่นนี้เขาสามารถบดขยี้เทอร์รีได้โดยง่ายต่อให้เป็นพ่อมดสภาวะของเหลวที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปแต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังทำลายล้างมหาศาลของเฮรัคได้เลย