หลังจากเสร็จสิ้นการทักทาย คังอิงก็เดินขึ้นไปชั้นบนเพียงลำพัง ในตอนนี้เธอต้องการเวลาที่เงียบสงบสักครู่เพื่อให้ตนเองผ่อนคลาย
มันเป็นก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ เธอเริ่มต้นจากศูนย์หลังจากเกิดใหม่จนมาถึงการเปิดห้างสรรพสินค้าที่เป็นจุดเด่นของอำเภอ
ความพยายามของเธอจะได้ผลหรือไม่นั้น อีกไม่นานก็จะถึงเวลาพิสูจน์แล้ว
“ไม่เป็นไร เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะเริ่มงาน” คังอิงกล่าว
“เพจเจอร์ของคุณสั่นค่ะ” กวนเสี่ยวเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยเตือนคังอิง
คังอิงตั้งค่าวิทยุติดตามตัวเป็นโหมดสั่น แล้ววางไว้บนโต๊ะทำงาน เพราะแบบนี้กวนเสี่ยวที่ยืนอยู่ใกล้จึงรับรู้ได้ก่อน
คังอิงเดินไปหยิบวิทยุติดตามตัวขึ้นมาดู พบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก แต่โดยปกติแล้วคนทั่วไปไม่น่าจะรู้เบอร์วิทยุติดตามตัวของเธอ ดังนั้นคงมีธุระสำคัญอะไรสักอย่างแน่ๆ เธอจึงรีบโทรกลับไป
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่รับสายจะเป็นสือเจียงหย่วน เขาบอกเธอว่า “ผมติดอยู่บนถนน รถติดมาก คงไปถึงไม่ทันเก้าโมงครึ่งแน่เลย แต่ผมจะรีบไปให้เร็วที่สุด ส่วนพิธีเปิดก็ดำเนินการตามปกติไปเลยครับ อีกสิบนาทีท่านนายอำเภอหนิงจะเดินทางไปถึง”
“ท่านนายอำเภอหนิง? ท่านผู้นำที่คุณพูดถึงก็คือเขางั้นหรือคะ?” คังอิงตกใจ
“ใช่แล้วครับ เลขาของเขาชื่อเสี่ยวเมิ่ง เขารู้จักเบอร์โทรศัพท์กับวิทยุติดตามตัวของคุณ เดี๋ยวเขาคงติดต่อมาเร็วๆ นี้” สือเจียงหย่วนกล่าว
ชายหนุ่มเว้นช่วงครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ตลอดกระบวนการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพนั้น ท่านนายอำเภอหนิงทราบเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องราวต่างๆ คุณไม่ต้องไปอธิบายมากมายอะไร เขาเข้าใจทุกอย่าง คุณแค่ดำเนินพิธีตัดริบบิ้นตามขั้นตอนก็พอ”
เดิมทีสือเจียงหย่วนคิดจะพาน้าเขยมาแนะนำให้รู้จักกับคังอิงด้วยตัวเอง แต่คิดไม่ถึงว่าระหว่างเดินทางกลับอำเภอหลี่ว์จากตัวเมืองนั้น กลับต้องติดอยู่บนท้องถนนที่กำลังซ่อมแซม
พอเห็นรถติดยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา สือเจียงหย่วนก็รู้ว่าเขาคงไปไม่ทันพิธีตัดริบบิ้นแน่ๆ
เขาอดที่จะรู้สึกเสียใจไม่ได้ หากเมื่อคืนเขาไม่ไปเจรจาเรื่องธุรกิจนั้น แล้วรีบกลับอำเภอหลี่ว์คงจะดีกว่า
เขาคิดว่าการออกมาแต่เช้าคงจะทันเวลาแน่ๆ นึกไม่ถึงว่าถนนสายนี้ต้องเทคอนกรีต พวกเขาจึงเริ่มทำงานกันตั้งแต่หกโมงเช้า ทำให้ตอนนี้เขาติดแหง็ก ไปไหนก็ไม่ได้
คังอิงประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เธอไม่คิดเลยว่าท่านนายอำเภอจะมาเข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้นด้วยตัวเอง
แม้ว่าเธอจะไม่เคยเจอหน้าท่านนายอำเภอหนิง แต่เคยเห็นใบหน้าของเขาตอนที่เธอดูข่าวท้องถิ่นของอำเภอหลี่ว์
นายอำเภอหนิงเป็นชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกสุภาพและดูเป็นผู้ดี รูปร่างสูง ผอมบาง การกล่าวสุนทรพจน์ของเขาที่ออกอากาศทางโทรทัศน์หลายต่อหลายครั้งทำให้เธอประทับใจมาก เธอรู้สึกว่าเขาเป็นผู้นำที่มีความรู้และเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาเข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้นด้วยตนเอง
ข่าวที่สือเจียงหย่วนบอกช่างน่าตกใจมาก…
โชคดีที่คังอิงไม่ใช่คนธรรมดา ชาติก่อนเธอเคยสนทนาพูดคุยอย่างครื้นเครงกับท่านนายกเทศมนตรีและคนอื่นๆ มาก่อน เพราะแบบนี้จึงไม่ได้รู้สึกตกใจกับเรื่องที่สือเจียงหย่วนบอก
คังอิงวางสายโทรศัพท์แล้วบอกกับกวนเสี่ยวว่า “อีกสักพักท่านนายอำเภอหนิงจะมาเข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้นของพวกเรา”
“อะไรนะคะ? ท่านนายอำเภอหนิงจะมาด้วยตัวเองงั้นหรือ?” กวนเสี่ยวตกตะลึงกับข่าวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวนี้
ท่านนายอำเภอหนิงเป็นถึงผู้นำของอำเภอ ถึงพ่อค้าแม่ค้าจะใช้เส้นสายมากมายแค่ไหนก็ไม่มีทางเชิญเขามาได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาตัดริบบิ้นให้กับห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ นี่ช่างเป็นเกียรติอย่างสูงส่งสำหรับห้างแห่งนี้จริงๆ
กวนเสี่ยวเข้าใจนัยยะที่แฝงเอาไว้อย่างชัดเจน เพราะอย่างไรเธอก็ทำงานในระบบราชการมาสิบกว่าปีแล้ว พอรู้เรื่องนี้เธอพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
บนท้องถนนที่อยู่ห่างจากอำเภอหลี่ว์ยี่สิบกิโลเมตร รถของสือเจียงหย่วนติดอยู่ท่ามกลางรถมากมาย เขาแทบอยากจะสบถออกมา ขณะที่เขากำลังร้อนใจอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ดังมาจากข้างหลัง
สือเจียงหย่วนเหลือบมองกระจกหลังก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ากำลังขับมาแต่ไกล แม้ว่าถนนสายหลักจะติดขัด รถยนต์ไม่สามารถผ่านไปได้ แต่จักรยานกับจักรยานยนต์สามารถลัดเลาะไปตามช่องว่างของรถได้
ดวงตาของสือเจียงหย่วนเป็นประกายทันที ในที่สุดเขาก็คิดหาวิธีได้แล้ว…
ทันทีที่คังอิงวางสาย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาฟังก็ได้ยินเสียงที่ดูอ่อนเยาว์และไม่คุ้นเคยดังขึ้น “สวัสดีครับ ผมขอสายคุณคังอิงหน่อยครับ”
“ฉันเองค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรคะ?” คังอิงถามกลับ
“อ้อ สวัสดีครับ คุณคังอิง ผมเสี่ยวเมิ่ง เลขานุการของท่านนายอำเภอหนิงครับ อีกสิบนาทีท่านนายอำเภอหนิงจะเดินทางไปถึงห้างสรรพสินค้าของคุณ ผมขอแจ้งให้ทราบก่อนครับ” อีกฝ่ายกล่าวอย่างสุภาพ
คังอิงตอบรับ จากนั้นก็วางสายโทรศัพท์ลง เธอหันไปบอกกวนเสี่ยวว่า “ไปค่ะ พวกเราลงไปรอรับท่านนายอำเภอหนิงกัน”
เมื่อกวนเสี่ยวได้ยินว่าท่านนายอำเภอหนิงจะมาถึงจริงๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวลอย
โชคดีที่เห็นคังอิงดูสงบนิ่ง ทำให้กวนเสี่ยวสามารถควบคุมสติได้ เธอลองหายใจเข้าลึกๆ หลายๆ ครั้ง
พวกเธอลงไปชั้นล่าง ยังไม่ถึงห้านาทีก็เห็นรถซันทาน่า [1] สีดำคันหนึ่งขับมาแต่ไกล เลขท้ายป้ายทะเบียนรถคือเลข 1
เมื่อผู้อำนวยการเจิงกับคนอื่นๆ เห็นรถคันนี้ก็พากันตกตะลึง พวกเขาคิดไม่ถึงว่าผู้บังคับบัญชาของพวกเขาจะมาเข้าร่วมงานนี้ด้วยตัวเอง
ผู้อำนวยการเจิงรีบเดินไปต้อนรับท่านนายอำเภอหนิงพร้อมกับคังอิง
รถซันทาน่าจอดลงอย่างช้าๆ ท่านนายอำเภอหนิงลงจากรถ ผู้อำนวยการเจิงรีบเดินเข้าไปทักทายก่อน จากนั้นก็แนะนำคังอิงให้เขารู้จัก
ทั้งสองคนเพิ่งจะเคยเจอกันเป็นครั้งแรก แต่พวกเขาได้ยินชื่อเสียงของกันและกันมานานแล้ว
ท่านนายอำเภอหนิงยื่นมือออกไปจับมือกับคังอิงพร้อมกับกล่าวว่า “การปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพในครั้งนี้ ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับอำเภอของเรา คุณเหนื่อยมากจริงๆ คุณได้เสนอวิธีการและแนวคิดใหม่ๆ มากมาย ผมหวังว่าคุณจะรักษาข้อดีเหล่านี้เอาไว้ตลอดไป”
นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงเหิงได้เห็นหน้าตาของคังอิง เขานึกไม่ถึงว่าหญิงสาวคนนี้ไม่เพียงแต่มีรูปร่างหน้าตาดีเท่านั้น แต่เธอยังมีบุคลิกที่สงบนิ่ง ดูเหมือนจะไม่ใช่ผู้หญิงบ้านๆ ที่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลยสักนิด
ท่าทางของคังอิงในเวลานี้ทำให้หนิงเหิงรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จมานานหลายทศวรรษ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะมองเธอด้วยความชื่นชม
หลังจากทักทายกันครู่หนึ่ง ผู้อำนวยการเจิงก็ถือโอกาสเอ่ยถามขึ้นมา “ท่านนายอำเภอหนิง วันนี้ไม่ใช่ว่าต้องไปดูสถานที่ลงทุนกับนักลงทุนต่างชาติหรอกหรือครับ? ท่านงานยุ่งขนาดนี้ แต่ยังเสียสละเวลามาเข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้นด้วยตนเองอีก”
“แน่นอนอยู่แล้ว ตอนนี้เราต้องสนับสนุนนักธุรกิจอย่างคุณคังอิงให้มากขึ้น สนับสนุนให้พวกเขาทำธุรกิจ เพราะแบบนี้ในอนาคตอำเภอหลี่ว์ของพวกเราจะเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างแน่นอน!” หนิงเหิงกล่าวด้วยความยินดี
คำพูดของท่านนายอำเภอหนิงแสดงออกถึงทัศนคติของเขา ทุกคนที่อยู่รอบๆ ต่างก็ได้ยิน คำพูดของเขาเปรียบเสมือนลำโพงที่ถูกคนเหล่านี้นำติดตัวไปและพูดคุยกันปากต่อปาก ทำให้ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป
ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ บางพื้นที่ที่มีนักลงทุนต่างชาติมาแค่คนเดียว แต่กลับมีผู้นำของพื้นที่สามสี่คนแย่งชิงกัน เพื่อที่จะพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ พวกเขาต่างก็ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง
แบบนี้จึงแสดงให้เห็นว่า หนิงเหิงให้ความสำคัญกับงานตัดริบบิ้นของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพขนาดไหน ถึงขนาดไม่ไปดูแลนักลงทุนต่างชาติ แต่กลับมาเข้าร่วมพิธีตัดริบบิ้นที่นี่ ทันใดนั้นผู้คนรอบข้างก็รู้สึกเหมือนตาสว่างขึ้นมา พวกเขามองคังอิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
คังอิงหยิบสุนทรพจน์ที่เขียนเอาไว้เมื่อวานนี้มอบให้หนิงเหิงพลางกล่าวว่า “ท่านนายอำเภอหนิง นี่เป็นสุนทรพจน์ที่ฉันเตรียมเอาไว้ ท่านลองดูหน่อยนะคะ ว่ามีอะไรต้องแก้ไขเพิ่มเติมไหม หรือท่านจะกล่าวสุนทรพจน์อย่างอิสระก็ได้ค่ะ”
หนิงเหิงรับสุนทรพจน์มาจากคังอิงแล้วตั้งใจอ่านอย่างละเอียด
เชิงอรรถ
[1] Volkswagen Santana รถยนต์รุ่นยอดนิยมของจีน เริ่มขายช่วงปี 1983-1989 ยอดขายที่ยุโรปไม่ถือว่าดีมาก แต่ยอดขายที่จีนสูง และได้รับความนิยมต่อเนื่องยาวนาน