57.เตรียมตัว
ช่วงเวลาน้ำผึ้งพระจันทร์ที่หอมหวานของหมิงเยว่และซีชางไม่ได้สิ้นสุดลงง่ายๆจนหมิงเยว่ต้องหาเรื่องทำงานเยอะๆ จะได้เหนื่อยๆเพื่อจะมีข้ออ้างบอกสวามีว่าเหนื่อยงานแล้วอยากเข้านอนเร็วๆแต่นั่นก็ไม่สามารถขัดขวางปีศาจราคะได้จริงๆ
“เช่นนั้นพี่ทำคนเดียว เยว่เอ๋อร์นอนเฉยๆ ดีหรือไม่ หืม”
“ฮื้ออออ” หมิงเยว่พูดไม่ออกได้แต่คล้ำครวญในใจไม่คิดว่าท่านเทพงดงามของนางจะเป็นถึงเพียงนี้เมื่อเห็นท่าทางที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาเขาซีชางก็เอาแต่ยิ้มมองคนตรงหน้าด้วยสายตาลุ่มหลงรักใคร่แล้วเริ่มลงมือกลืนกินคนตรงหน้าทันที…
ผ่านมาหลายเดือนแล้วนับว่าชีวิตคู่ของทั้งสองเป็นไปได้ด้วยดีและมีความสุขมากๆ ทั้งสองตกลงที่จะพูดคุยกันแบบธรรมดาไม่ใช้คำที่เป็นทางการใดๆเหมือนเช่นที่เคยเฉพาะเวลาอยู่กันตามลำพังแต่หากอยู่ต่อหน้าบุคคลอื่นจึงจะใช้คำพูดทางการเพื่อเป็นการเหมาะสมกับฐานะและตำแหน่งของซื่อจื่อด้วย
แม้จะผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่หมิงเยว่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์แต่อย่างใดแต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้กังวลใจมากเพราะคิดว่าถึงเวลาเจ้าก้อนแป้งน้อยก็มาเองช่วงเวลานี้ก็ใช้ชีวิตเช่นสามีภรรยากันสองคนให้เต็มที่อย่างมีความสุขกันก่อน
หลังจากที่หมิงเยว่แต่งเข้าตำหนักหยกเหมันต์ของเสวี่ยซื่อจื่อก็ไม่ได้เข้าไปดูแลกิจการของที่บ้านสกุลหยางมากเหมือนเมื่อก่อนแล้วตอนนี้เป็นหมิงเฟิงที่ต้องดูแลทั้งหมดโดยมีหมิงฮุ่ยคอยช่วยดูอีกทีกิจการร้านค้าของบ้านสกุลหยางไม่ต้องห่วงมากและตอนนี้เสี่ยวเหมยก็คลอดบุตรชายตัวอ้วนออกมาเป็นหลานชายคนแรกที่ทุกคนต่างก็เห่อเป็นอย่างมากตอนนี้กำลังน่ารักน่าชังเลยทีเดียว
ส่วนหมิงชุนนั้นตอนนี้สามารถสอบเข้าเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาได้แล้วแต่ยังเป็นได้เพียงอาจารย์ผู้ช่วยสอนไปก่อนนับว่าหมิงชุนเป็นอาจารย์อายุน้อยที่สุดในสำนักศึกษาเลยก็ว่าได้ไม่น่าเชื่อว่าน้องชายตัวน้อยที่ชอบเดินตามนางต้อยๆ ตอนเด็กๆตอนนี้จะโตจนกลายเป็นอาจารย์ไปแล้ว
ตอนนี้เมืองโจวเจียงมีการเปิดรับสมัครบัณฑิตหญิงเป็นปีแรกแล้วมีสตรีเข้ามาสมัครเพื่อทดสอบเข้าเรียนอยู่บ้างพอสมควรอาจจะยังไม่มากนักเพราะพึ่งเริ่มเปิดเป็นปีแรกเท่านั้นอีกทั้งยังมีความคิดเรื่องที่ว่าสตรีไม่ต้องเรียนหนังสือก็ได้นั้นยังฝังหัวคนรุ่นเก่าอยู่เยอะมากทั้งที่ฮ่องเต้ก็มีกระแสรับสั่งว่าต้องการให้ทั้งบุรุษและสตรีได้เรียนหนังสือเหมือนกันเพื่อความรุ่งเรืองของแคว้นก็ตาม ดังนั้นเหล่าข้าราชบริพาร ขุนนางต่างๆจึงต้องริเริ่มส่งบุตรหลานที่เป็นสตรีเข้าสำนักศึกษาขอเมืองหลวงกันตามรับสั่งของฝ่าบาท
ส่วนหมิงหลันได้เข้าไปเรียนที่สำนักศึกษาที่หมิงชุนสอนเรียบร้อยนางก็ทั้งตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมากส่วนท่านพ่อท่านแม่ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะที่บ้านสกุลหยางส่งเสริมการเรียนของลูกหลานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
ทางหมิงเยว่นั้นตั้งแต่นางแต่งงานเข้ามานี้แทบไม่ค่อยได้หยิบของในช่องว่างออกมาใช้เลยด้วยซ้ำเพราะเกรงว่าจะมีคนล่วงรู้ รวมถึงกับซีชางหมิงเยว่ก็ยังไม่เคยบอกนางกำลังชั่งใจว่าควรจะบอกสามีดีหรือไม่ไม่ใช่นางไม่ไว้ใจเพียงแต่ไม่รู้จะต้องบอกเช่นไร อยู่ๆจะให้ไปพูดเลยมันก็ยังไงอยู่เอาเป็นว่าค่อยว่ากันแล้วกัน
ส่วนของช่องว่างมิตินั้นก็ยังคงมีอยู่มากเพราะสามารถเพิ่มจำนวนได้ของใช้ที่ปกติแล้วนางจะเอาออกมาให้ที่บ้านใช้นั้นหมิงเยว่ได้เอาออกมาตุนไว้ให้คนที่บ้านสกุลหยางใช้แล้วจนเต็มห้องเก็บของของเรือนหลักไม่ต้องกลัวว่าจะหมดส่วนใหญ่จะเป็นของจำพวกครีมทาผิว ครีมอาบน้ำ สบู่ยาสีฟันเสียมากกว่า หมิงเยว่ยังเอาอาวุธออกมาไว้ให้ท่านพ่อพี่ใหญ่และน้องสามด้วยทั้งธนู หน้าไม้ รวมถึงปืนด้วย ส่วนคนงานในบ้านที่เป็นวรยุทธนั้นพวกเขาล้วนมีอาวุธของตนเองอยู่แล้วเพื่อปกป้องคนบ้านสกุลหยางไหนจะองครักษ์ของซีชางที่ส่งเข้าคุ้มกันบ้านภรรยาอีกหมิงเยว่จึงไม่ต้องห่วงคนที่บ้านมากนักถึงอย่างไรบ้านนางก็นับว่ามีทรัพย์สินเงินทองมากอยู่ป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า
หมิงเยว่เข้ามาดูแลเรื่องต่างๆ ของตำหนักเหมันต์แต่งานส่วนมากก็มีกงกงนางกำนัลที่ดูแลอยู่แล้วเพียงแต่หมิงเยว่ต้องเข้ามาดูภาพรวมและกำกับเรื่องราวต่างๆ บ้างเพียงแค่เล็กน้อยให้เข้าที่เข้าทางเพียงเท่านั้น
วันนี้หมิงเยว่อยู่ตำหนักแค่คนเดียวเพราะซีชางออกไปพบเสวี่ยอ๋องเพื่อพูดคุยเรื่องงานด้วยกันน่าจะมีการประชุมขุนนางของเมืองโจวเจียงเรื่องการจัดการพัฒนาเมืองกว่าจะกลับคาดว่าคงจะเย็นค่ำเป็นแน่ เมื่อนั่งคิดเรื่องอะไรเพลินๆ ไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นก็รับรู้ได้ถึงอ้อมกอดแนบแน่นจากด้านหลังพร้อมแก้มนุ่มถูกกดลงมาอย่างแรง
“คิดอันใดอยู่หรือ หืม”
“ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ ไม่มีอันใดเจ้าค่ะข้าเพียงแต่มองดูต้นไม้พวกนั้นไปเรื่อย”หมิงเยว่ชี้มือไปที่ต้นอิงฮวาที่ออกดอกอยู่เต็มสวนของตำหนัก เมื่อได้ฟังแขนแกร่งก็จับร่างนิ่มมือพลิกกลับมาแล้วยกขึ้นนั่งซ่อนตักของเขาอย่างรวดเร็วทันที
“พี่กลับมาแล้ว เยว่เอ๋อร์อีกไม่กี่วันพี่ต้องเดินทางเข้าเมืองหลวง”
“เจ้าค่ะ”
“แต่พี่ไม่อยากห่างเจ้า”
“แต่ก็ต้องเดินทางไปทำงานนะเจ้าคะ ข้าอยู่ที่นี่ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ”
“เจ้าไปกับพี่ไม่ได้หรือ”
“หืม อยากให้ได้ด้วยหรือเจ้าคะ”
“อืมม ได้หรือไม่เล่า”
“ขอคิดดูก่อนเจ้าค่ะ”
“เหตุใดต้องคิดเล่าไม่รู้ละเจ้าต้องไป ผิงผิง”กล่าวจบเขาไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธใดๆ ทั้งนั้นก็หันไปเรียกสาวใช้คนสนิทของหมิงเยว่ทันที
“เพคะ”
“เจ้าพานางกำนัลไปเตรียมของจำเป็นของพระชายาเพื่อเข้าเมืองหลวงด้วย”
“เพคะซื่อจื่อ” ผิงผิงรับคำพร้อมทั้งถอยออกห่าง เพื่อให้เจ้านายได้ใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันแล้วเร่งเดินออกไปเพื่อทำตามคำสั่งของซื่อจื่อทันที…………..