จิตรานุช ขับรถมอเตอร์ไซค์มายังไร่ของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ ด้วยหัวใจตุ่มๆ ต่อมๆ และอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ได้มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอจะมัวมากลัวอยู่ไม่ได้แล้ว จะต้องวิ่งชนกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย
ซึ่งพ่อเลี้ยงกัณตภณ นับว่าเป็ผู้ทรงอิทธิพลและมีอำนาจบารมีมากที่สุดในแถบนี้ ตามคำร่ำลือของผู้คนแถวนี้ ต่างพากันบอกว่าพ่อเลี้ยงกัณตภณ นั้นเป็บุคคลที่เงียบขรึม โดยจะค่อนไปในทางเ็าเสียด้วยซ้ำ มีความเด็ดเดี่ยว และเด็ดขาดอยู่ในตัว ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อ จิตรานุช ขับรถมอเตอร์ไซค์ มาถึงหน้าไร่ ซึ่งมีป้ายชื่อเขียนไว้ตรงทางเข้าว่า ‘ไร่กังวานไกล’ และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในป้อม
“หวัดดีจ้ะลุง ฉันมาหาพ่อเลี้ยงกัณตภณน่ะจ้ะ” จิตรานุช หยุดรถมอเตอร์ไซค์ที่หน้าทางเข้าไร่ และร้องะโบอกพนักงานรักษาความปลอดภัยให้ได้รับทราบ และให้เปิดประตูให้
“แล้วชื่ออะไรล่ะ?” คมสัน พนักงานงานรักษาความปลอดภัยของไร่กังวานไกล ร้องะโถามกลับมาหา ผู้ประสงค์ที่จะเข้าไปในไร่
“ชื่อจิตรานุชจ้ะ เป็ลูกสาวของแม่จันทราน่ะจ้ะ” จิตรานุช ร้องะโกลับแจ้งชื่อของตนให้แก่ คมสัน ได้รับรู้
“อ้าวลูกสาวจันทราเองหรอกหรือนี่ เมื่อวานจันทราก็พึ่งมาที่นี่เองไม่ใช่หรือ?” คมสัน ะโถามกลับมาหาอีกอย่างสงสัยใคร่รู้ เพราะเมื่อวานก็เห็นผู้เป็แม่มาแล้ว ไหงวันนี้ลูกสาวมาอีกคนล่ะนั้น
“พอดีฉันอยากจะมาคุยธุระกับพ่อเลี้ยงเขาน่ะจ้ะ” จิตรานุช ร้องะโบอกอีกรอบ
“โอเคๆ รอแป๊บหนึ่งนะ” คมสัน ว่าแล้วก็ยกวิทยุสื่อสารกดโทรแจ้งเข้าไปยังคนที่อยู่ในบ้านให้ได้รับทราบ แล้วจากนั้นก็ออกมาเปิดประตูรั้วให้ จิตรานุช ขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไป
จิตรานุช ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปตามถนน ที่ตรงเข้าไปถึงบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่าโดดเด่น อยู่กลางวิวทิวทัศน์ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ซึ่งมองดูแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นเอามากๆ หญิงสาวจึงเผลอสูดหายใจเข้าไปจนเต็มปอด “สวยจัง” พร้อมกับกล่าวพึมพำกับตัวเอง
จิตรานุช หยุดรถมอเตอร์ไชค์ ลงตรงหน้าบ้านหลังใหญ่นั้น พร้อมกับดับเครื่อง แล้วลงจากรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งก็พอดีกับที่มีผู้ชายอายุน่าจะสักรุ่นราวคราวเดียวกับเธอนั้นแหละ เดินออกมาจากในตัวบ้าน ตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่
“คุณจิตรานุชใช่ไหม?” เอนก เอ่ยถามคนตรงหน้า เมื่อได้เดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆ แล้ว
“ใช่จ้ะ” จิตรานุช กล่าวตอบรับผู้ถามยิ้มๆ
“เชิญเข้ามานั่งรอ พ่อเลี้ยงที่ห้องรับแขกก่อน เดี๋ยวพ่อเลี้ยงลงมา” เอนก เอ่ยบอกหญิงสาว และให้เดินตามเขาเข้าไปยังห้องรับแขก จิตรานุช จึงได้เดินตามชายหนุ่มผู้นั้นไปยังห้องรับแขกทันทีอย่างว่าง่าย
“รอในห้องนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงมา” พอมาถึงห้องรับแขก เอนก ก็เอ่ยบอกขึ้นอีกที และเดินออกจากตรงนั้นไป ปล่อยให้ จิตรานุช อยู่ในห้องนั้นเพียงคนเดียวตามลำพัง หญิงสาวจึงเดินไปนั่งลงที่โซฟารับแขกอย่างเสียไม่ได้ เพื่อรอคอยการมาพบของ พ่อเลี้ยงกัณตภณ
“เธอมีอะไร้าจะคุยกับฉัน?” เสียงอันทรงพลังดังขึ้นมาจากหน้าประตูห้องรับแขก ซึ่ง จิตรานุช นั่งมองรูปที่แขวนอยู่บนฝาผนังอย่างเผลอๆ ก็ต้องสะดุ้งใ พ่อเลี้ยงกัณตภณ เดินเข้ามาในห้องรับแขก แล้วนั่งลงตรงข้ามกับคนที่มาขอพบนั้น พร้อมกับจ้องมองมายังเ้าหล่อนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
พ่อเลี้ยงกัณตภณ ที่ทุกคนต่างพูดถึงและขนานนาม ถึงความเฉียบขาดนั้นได้มาอยู่ตรงหน้า จิตรานุช แล้วในตอนนี้ เขามีรูปร่างใหญ่โต แข็งแกร่งบึกบึน กว่ามาตรฐานชายไทยเสียอีก หน้าตาหล่อเหลาคมเข้มเอาเื่ ซึ่งเผลอๆ จะติดไปในทางดุดัน ป่าเถื่อนเสียด้วยซ้ำ ผมสีดำดกหนาตัดเล็มสั้นคล้ายๆ กับลองทรง คิ้วหนาเข้ม ดวงตานั้นคมกริบเหมือนดวงตาเหยี่ยวก็ไม่ปาน จมูกโด่งรันเป็สัน ปากบางได้รูป คางบุ๋มลงไปนิดๆ
ซึ่งพอมองดูแล้วหล่อไม่หยอกเลยทีเดียว แต่ถึงจะหล่อเหลายังไง การที่ชายหนุ่มมีความนิ่งเ็า และดุดันอยู่อย่างนั้น ก็ราวกับว่ามีรังสีพลังอำนาจแผ่ออกมา ให้คนที่อยู่ใกล้ๆ เกิดความกลัวเกรงขึ้นได้ โดยไม่ต้องทำอะไรให้ต้องกลัวเกรงเลยด้วยซ้ำ
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙