จินหงเหว่ยที่ตั้งสติได้เป็นคนแรกก็รีบปรบมือเสียงดัง “แปะ ๆ ๆ!” ราวกับกำลังชมเชียร์นักกีฬา เมื่อคนอื่นได้ยินเสียงปรบมือก็เริ่มรู้สึกตัวและปรบมือตามกันอย่างพร้อมเพรียง
หลิวจื้อหมิงที่ยืนเอามือไขว้หลังราวกับผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จ ก็รับเสียงปรบมือของทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแป้นราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่
จินหงเหว่ยรอจนเสียงปรบมือเงียบลงแล้วก็กล่าวชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “หลิวจื้อหมิง! ไอเดียทำบอร์ดเกมนี้ของนายมันสุดยอดมาก! งั้นเซ็ตติ้งของเกมนี้เราจะให้เป็นกลุ่มนักผจญภัยสามคนที่รวมทีมกันออกเดินทางไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ระหว่างทางก็ต้องระวังมอนสเตอร์ที่ซุ่มอยู่ตามเส้นทางไปยังเมืองต่าง ๆ ในโลกของบอร์ดเกมนี้ เอาเป็นว่าชื่อโลกในเกมนี้ก็ใช้ชื่อเดียวกับชื่อบอร์ดเกมที่เราจะทำเลย ทุกคนเห็นด้วยไหม?”
ทุกคนพยักหน้าและส่งเสียงเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น การเซ็ตติ้งเกมแบบนี้ถือว่าเข้าท่า แถมการใช้ชื่อบอร์ดเกมเป็นชื่อโลกในเกมก็เป็นไอเดียที่เก๋ไม่เบา
เมื่อได้อาชีพนักรบมาแล้วหนึ่งอาชีพ ก็เหลืออีกสองอาชีพที่ต้องขบคิดกันต่อ “ต้องมีอาชีพที่เข้าคู่กับการทอยเต๋าเพื่อแย่งชิงไอเทมหลังปราบมอนสเตอร์ได้ การให้แต่ละอาชีพซัพพอร์ตกันแบบนี้ก็ดูสมดุลดี ส่วนการเก็บค่าประสบการณ์เพื่อเพิ่มเลเวลความสามารถก็เป็นความท้าทายที่น่าสนใจ กระตุ้นให้ผู้เล่นอยากเล่นต่อไปเรื่อย ๆ”
“แต่ปัญหาคืออีกสองอาชีพจะเป็นอะไรดีที่จะเข้าคู่กับนักรบและเข้ากับเซ็ตติ้งนักผจญภัยที่เดินทางระหว่างเมืองแล้วอาจเจอมอนสเตอร์โจมตีได้ คงต้องกลับไปคิดกันอีกทีว่าจะใส่อาชีพไหนถึงจะน่าสนใจและเพิ่มสมดุลให้กับทีมและระบบเกม”
ตอนนี้ทุกคนยังตันกับไอเดียอาชีพที่เหลือ จึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วเปลี่ยนไปคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์อื่น ๆ ที่ทำค้างไว้ เมื่อคุยรายละเอียดกันจนถึงเย็น ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน แต่ก่อนที่หลิวจื้อหมิงจะเดินออกจากห้อง เฉินโจวก็เรียกไว้ก่อน
“หลิวจื้อหมิง เดี๋ยวก่อน นายพอจะแนะนำที่เรียนขับรถยนต์ดี ๆ แล้วก็เรื่องสอบใบขับขี่ให้หน่อยได้ไหม?” หลิวจื้อหมิงก็แนะนำสถานที่อย่างละเอียด แถมยังใจดีให้ยืมบัตร VIP ของสถาบันสอนขับรถนั้นมาใช้ เพื่อความสะดวกในวันไปเรียน
หลังจากพูดคุยรายละเอียดจนหมด หลิวจื้อหมิงก็ออกจากห้องไป ตอนนี้เหลือเฉินโจวกับจื่อซวานหมิงอยู่ในห้องกันสองคนตามเดิม จื่อซวานหมิงที่ได้ยินเรื่องที่เฉินโจวคุยกับหลิวจื้อหมิงก็อดครุ่นคิดไม่ได้ ก่อนจะถามเฉินโจวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “เฉินโจว นายจะไปหัดขับรถยนต์แล้วจะทำใบขับขี่… คือตอนนี้นายมีรถแล้วเหรอ?”
เฉินโจวส่ายหน้า “ตอนนี้ผมยังไม่มีรถหรอก แต่มีความคิดที่จะซื้ออยู่ คิดว่าถ้ามีเงินพอเมื่อไหร่ก็จะซื้อเลย ผมฝันอยากจะมีรถยนต์ส่วนตัว อีกอย่างมันจะทำให้ผมทำอะไรหลายอย่างสะดวกขึ้นเยอะเลย แล้วถ้าผมมีรถยนต์ส่วนตัวแล้ว ตอนช่วงค่ำหลังจากออกจากมหาวิทยาลัย ผมจะขับรถไปส่งคุณถึงที่บ้านเองนะ คุณโอเคไหม จื่อซวานหมิง?”
จื่อซวานหมิงก้มหน้าลงจนผมยาวปิดบังใบหน้า เธอตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า “อืม ฉันไม่มีปัญหา”
เฉินโจวแอบดีใจ “เธอไม่ปฏิเสธ! แสดงว่าเธออนุญาตให้ฉันไปส่งเธอที่บ้านแล้วสินะ!” เขามองเธออีกครั้งก็เห็นใบหน้านิ่งเฉยเย็นชาตามปกติ กำลังก้มหน้าเขียนรายงานอยู่ “เอ่อ… เธอดีใจจริง ๆ หรือเปล่านะ? ดูไม่ออกเลย แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเธอจะเจอคนไม่ดีระหว่างทางกลับบ้าน”
ขณะที่เขากำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จื่อซวานหมิงก็ถามขึ้นอีกว่า “เฉินโจว แล้วนายจะไปหัดขับรถวันไหน เห็นตอนคุยกับหลิวจื้อหมิงก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย”
เฉินโจวแอบยิ้มดีใจ “เธอถามด้วยความเป็นห่วงแน่ ๆ!” เขาตอบกลับไปว่า “วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้น่ะ สถานที่ที่หลิวจื้อหมิงแนะนำดันตรงกับที่ผมหาข้อมูลมาพอดี ที่นั่นเขาสอนวันอาทิตย์ด้วย”
จื่อซวานหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิดแล้วก้มลงเขียนรายงานต่อ เฉินโจวไม่ได้ว่าอะไรที่เธอไม่ตอบ เขานั่งมองเธอเงียบ ๆ
เวลาผ่านไปจนค่ำ จื่อซวานหมิงก็เก็บของใส่กระเป๋าถือ เฉินโจวช่วยถือให้ตามมารยาท เมื่อเห็นจื่อซวานหมิงทำหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เขาก็สงสัยว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเฉินโจวเต้นแรง “เฉินโจว… ในวันนั้นฉันขอไปดูด้วยกันกับนายได้ไหม?”
เฉินโจวถึงกับสตั๊นไปชั่วครู่ “หา? เธอ… เธอจะไปดูฉันหัดขับรถเหรอเนี่ย?” หลังจากได้สติ เขาก็เห็นจื่อซวานหมิงมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะมีความกังวลเจือปนอยู่เล็กน้อย จึงรีบตอบกลับไปอย่างตื่นเต้น “จื่อซวานหมิง คือตอนที่ผมนิ่งไปน่ะ ตอนนั้นผมกำลังดีใจมาก ๆ เลย ดังนั้นไม่ต้องห่วงอะไรนะ แล้วก็ขอบคุณนะที่อยากไปดูเป็นเพื่อนผม ผมยินดีมากเลยที่จะให้คุณไปด้วยกัน!”
จื่อซวานหมิงก้มหน้าลงต่ำก่อนจะตอบสั้น ๆ ว่า “อืม”
เฉินโจวตอนนี้อารมณ์ดีสุด ๆ “เธอจะไปดูฉันหัดขับรถ! นี่มันสัญญาณที่ดีชัด ๆ อย่างน้อยฉันก็มีความสำคัญในใจเธอไม่น้อยเลยใช่ไหมเนี่ย?”
จากนั้นเฉินโจวก็พาเธอเดินไปส่งที่รถแท็กซี่ที่เดิม เขายังคงปฏิบัติการ “ส่งคุณหนูกลับบ้านอย่างปลอดภัย” อย่างเคร่งครัด เมื่อเขาถึงห้องพัก เธอก็ส่งข้อความมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว
เมื่อเห็นข้อความนี้ เฉินโจวรู้สึกเหมือนได้รับพรจากสวรรค์ “โล่งอกไปที ถ้าไม่ได้รับข้อความนี้ทุกครั้งหลังส่งเธอ ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ ระหว่างที่ยังไม่มีรถ ก็ขออย่าให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอเลย”
การไปหัดขับรถครั้งนี้ เขามีกำลังใจเต็มเปี่ยม “จื่อซวานหมิงจะไปดูฉันด้วย! นี่มันน่ายินดีจริง ๆ โอกาสพิชิตใจเธอใกล้เข้ามาอีกก้าวแล้วสินะ!”
คิดได้ดังนั้น เฉินโจวก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างมีความหวัง “ความพยายามที่ผ่านมาของฉันไม่ได้สูญเปล่า ตอนนี้ฉันมั่นใจว่าจื่อซวานหมิงยังไม่มีแฟน ฉันทุ่มเทให้เธอขนาดนี้ ถ้าเธอไม่หวั่นไหวเลย… ก็คงต้องพยายามให้มากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นแหละ”
“ส่วนเรื่องฐานะทางครอบครัว… มันเป็นแค่เรื่องของเวลา ถึงฉันจะไม่รู้ว่าบ้านเธอรวยแค่ไหน แต่ในอนาคตฉันจะพยายามถีบตัวเองให้เทียบเท่าให้ได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องดูแลเธอให้สบายแบบไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง พ่อแม่ของเธอจะไม่ดูถูกฉันได้ ไม่สิ จะดูถูกฉันก็ได้ แต่อย่าว่าอะไรเธอที่คิดจะแต่งงานกับคนอย่างฉัน ไม่งั้น…”
พรุ่งนี้วันเสาร์ถือว่าได้พักผ่อนหนึ่งวันเต็ม ๆ งานที่ช่องปกติหยุดเสาร์อาทิตย์ ยกเว้นวันที่มีแข่งทำอาหารที่ทุกคนต้องมาคุมหน้างาน แต่เสาร์อาทิตย์นี้ไม่มีถ่ายทำอะไร งานแข่งจะจัดอาทิตย์หน้า
“ฉันต้องเข้าเว็บดูคลิปสอนขับรถยนต์สักหน่อย เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเรียนวันอาทิตย์ รู้ข้อมูลไว้ก่อนไม่เสียหาย ไหนจะกฎหมายจราจรที่ต้องสอบปรนัยห้าสิบข้อ ต้องได้สี่สิบห้าข้อขึ้นไปถึงจะผ่าน อืม… จะทำได้ไหมนะ? ลองไปอ่านความเห็นของคนที่สอบผ่านมาก่อน น่าจะมีแนวข้อสอบบ้าง”
“สุดท้ายก็สอบปฏิบัติ จากที่หลิวจื้อหมิงบอก ที่ที่เราจะไปเรียนจะสอนกฎหมายจราจรและขับรถยนต์ช่วงเช้า ช่วงบ่ายสอบทฤษฎี ตรวจข้อสอบทันที ถ้าผ่าน ครูฝึกจะให้ขึ้นรถทบทวนจนชำนาญก่อนสอบจริง ถ้าผ่านก็คือสอบใบขับขี่ผ่านเลย ที่นั่นเป็นทั้งที่เรียนและที่สอบในวันเดียว แถมบัตร VIP ที่หลิวจื้อหมิงให้ หลังสอบผ่านก็รอรับใบขับขี่ได้เลย ไม่ต้องรอเจ็ดวันเหมือนคนอื่น…” เฉินโจวคิดอย่างมีความหวัง “วันอาทิตย์นี้ต้องทำให้ดีที่สุด!”