อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 46 หักหน้า 1

    เมืองหลวงประเทศไซแอน เวลา 7.00 น.

    ปี๊น ปี๊น ปี๊น

    เสียงแตรรถดังก้องไปทั่วถนนหลวง ผู้ขับขี่หลายคนกำลังโกรธจัด เส้นทางที่พวกเขาเคยใช้ประจำกลับถูกปิดโดยตำรวจนับร้อยนาย แม้เวลาจะล่วงเลยไปกว่าสามชั่วโมงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะปล่อยรถ ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการรอคอยที่ไร้กำหนดอีกแล้ว

    "ไอ้แก่! ถ้าไม่ถอยไป แกจะต้องโดนคดี" หัวหน้าตำรวจตะคอกใส่ชายชราที่เพียงแค่ถามว่า จะปิดถนนไปถึงเมื่อไร? ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว แม้ในใจจะโกรธแค้นแทนชายชรา แต่กลับไม่มีใครกล้าเถียงแทนเขา

    เจ้าหน้าที่แต่ละนายล้วนแต่มีเข็มกลัดราชวงศ์เธเร่ติดอยู่ตรงอกเสื้อ แปลว่าสังกัดของพวกเขานั้นขึ้นตรงต่อกษัตริย์เนโร ถ้าขืนโวยวายก็มีหวังโดนยัดข้อหาแน่นอน ประเทศไซแอนก็เป็นเช่นนี้เสมอ ข้าราชการไม่เห็นหัวประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำรวจและทหารที่รับใช้กษัตริย์

    “นอบน้อมต่อเจ้านาย ขายศักดิ์ศรีแลกผลประโยชน์ โหดเหี้ยมใส่ประชาชน” นี่คือคำจำกัดความที่ชาวไซแอนมอบให้ตำรวจและข้าราชการประเทศตน

    "มาแล้ว มาแล้ว! ทั้งหมดตรง!" หัวหน้าตำรวจตะโกนลั่น เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต่างก็รีบยืนตรง พร้อมกับยกมือวันทยหัตถ์ด้วยท่าทางที่พวกเขาคิดว่าสง่างามที่สุด

    ผู้คนบนถนนต่างก็มองหน้ากันด้วยความสับสน ตอนแรกพวกเขาคิดว่าปิดถนนเพราะขบวนเสด็จของราชวงศ์เสียอีก แต่พอเห็นท่าทางแสดงความเคารพก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่ พราะถ้าเป็นขบวนเสด็จจริง พวกตำรวจต้องนอนคว่ำถวายบังคม (ปกติต้องนอนหงาย แต่ในที่แจ้งอนุโลมให้นอนคว่ำได้เพราะแดดแยงตา [เมตตามากๆ] )

    ไม่กี่อึด ขบวนรถลีมูซีนติดธงชาติประเทศต่างๆ กว่าห้าสิบคันก็แล่นผ่านเข้ามา แค่เห็นแต่ไกลก็รู้ได้ว่าเป็นบุคคลระดับสูงแน่นอน

    ในยุคที่มีนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดทำให้ประเทศดูไร้ค่า จนแทบไม่มีแขกจากชาติใดมาเยือนไซแอน การมาถึงของขบวนรถนี้จึงสร้างความฮือฮาให้กับประชาชนจำนวนมาก ทุกคนต่างก็หวังว่ามันอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

    ทว่าฝูงชนก็ต้องแปลกใจอีกรอบ เพราะขบวนรถกลับไม่ได้มุ่งหน้าไปยังอาคารรัฐสภาอย่างที่ควรจะเป็น

    “ไม่ได้มาพบนายกรัฐมนตรี?” หลายคนเริ่มสงสัย

    สามชั่วโมงต่อมา คำตอบก็ได้ปรากฏ เมื่อขบวนรถทุกคันได้เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าสถาบันศึกษานิวอีร่า ชายหญิงในชุดสูทหรูหรากว่า 50 คน ลงมายืนรวมตัวกันอยู่หน้าซุ้มประตูใหญ่บานคู่ที่ยังคงปิดสนิท ในจำนวนคนทั้งหมดนั้นมีประธานาธิบดีถึงสามท่าน ที่เหลือล้วนแต่เป็นระดับรัฐมนตรีหรือไม่ก็ทูต

    แม้ว่ากษัตริย์เนโรจะเกลียดชังเฟรีสสุดหัวใจ แต่พระองค์ก็ต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่คุ้มกันกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไม่มีทางเลือก ถึงจะถูกพวกเขาหักหน้าด้วยการมาหาเฟรีสก่อนเข้าพบพระองค์ก็เถอะ แต่ถ้าขืนไม่ดูแลให้ดีและเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา ทางไซแอนก็จะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบไปเต็มๆ

    พระองค์ตระหนักดีว่าแขกเหล่านี้ต่างก็ไม่ได้โง่งมเหมือนพวกผู้สูงอายุในไซแอน เผลอๆ แต่ละคนอาจรู้เบื้องลึกเบื้องหลังดีกว่าประชาชนในประเทศเองเสียอีก

    พวกเขารู้ว่ากษัตริย์เป็นผู้ชักใยนายกรัฐมนตรี ข้าราชการ ทหารและตำรวจ อย่างลับๆ มาโดยตลอด ถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับตัวแทนต่างชาติเหล่านี้ ผู้รับผิดชอบคนแรกจะไม่ใช่นายกหุ่นเชิด แต่คือพระองค์เองต่างหาก

    “ไม่คิดว่าจะเจอแกที่นี่” โดมินิคเอ่ยทักเพื่อนประธานาธิบดีรุ่นเดียวกัน

    “ไอ้บ้าเอ๊ย ที่ฉันต้องมาก็เพราะแกนั่นแหละ” ชายชราฝั่งตรงข้ามสบถเบาๆ

    "เห็นแก่ที่เป็นเพื่อน ฉันช่วยล็อบบี้ไอ้หนุ่มนั่นให้เอาไหมล่ะ? แต่ไม่ฟรีนะบอกไว้ก่อน ฮ่าฮ่าฮ่า" โดมินิคหัวเราะร่าพร้อมด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

    "ไปให้พ้น!" ชายชราไม่ได้โง่ เขารู้ดีว่าสำหรับเพื่อนเก่าคนนี้ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวจะใจกว้างราวกับมหาสมุทร แต่ถ้าเป็นเรื่องในประเทศกลับใจแคบแบบสุดๆ เสียเปรียบนิดเดียวก็ไม่ได้ ขืนให้ช่วยก็ไม่รู้ต้องเอาอะไรมาแลกบ้าง และอีกอย่างที่ทุกคนต้องจำใจมาในวันนี้ก็เพราะโดมินิคเองนั่นแหละ

    ไม่กี่วันก่อน หน่วยข่าวกรองของประเทศต่างๆ ได้รายงานว่า โดมินิคจะมาเจรจาขอซื้อหุ่นยนต์จากเฟรีส สำหรับประธานาธิบดีของชาติมหาอำนาจอย่างไอโนว่า แค่หายใจแรงเกินไปก็มีคนกังวลแล้ว ไม่ต้องพูดไปถึงการมาซื้อหุ่นยนต์ครั้งนี้เลย

    ภาพโดมินิคใส่ชุดเกราะล้ำสมัยบินเข้าประชุมสภานั้นได้กลายเป็นตำนานไปแล้ว ดังนั้น ใครๆ ก็ไม่อยากให้ไอโนว่าเป็นประเทศเดียวที่มีหุ่นนั่น จึงไม่แปลกอะไรที่พวกเขามาพร้อมกับโดมินิคในวันนี้

    [สวัสดีครับ กระผม H-169 หน่วยรักษาความปลอดภัย กรุณาแจ้งวัตถุประสงค์ของท่าน” เจ้าหุ่นเอชยามเฝ้าประตูถามผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุด

    "อาบูดาบี รัฐมนตรีต่างประเทศจากคอนโก มาพบคุณฟีเรส เอเทนีก้า" รัฐมนตรีร่างท้วมผิวดำกล่าวด้วยถ้อยคำสุภาพ

    [ขออภัยครับ เนื่องจากท่านไม่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า กรุณารอคำอนุมัติสักครู่]

    "เอ้านี่" โดมินิคแทรกตัวเข้ามาแล้วยื่นการ์ดสีดำมีรูปผึ้งทองคำตรงกลางให้เจ้าหุ่น

    [ยินดีต้อนรับท่านโดมินิคและคณะครับผม] เจ้าหุ่นพูดจบก็คืนบัตรให้ พร้อมๆ กับประตูใหญ่บานคู่ที่เปิดออก โดมินิคยิ้มกว้างก่อนเดินเข้าไปด้วยท่าทางเยาะเย้ยใส่ประธานาธิบดีอีกสองคน

    "ไอ้นิค (โดมินิค) ถ้าแกทิ้งฉันไว้ก็ลืมเรื่องลดภาษีข้าวสาลีไปได้เลย!" ประธานาธิบดีเฒ่าคนหนึ่งขู่

    "หลานฉันเรียนที่นี่ พวกแกไม่รู้หรอกว่าข้างในมันสุดยอดแค่ไหน รอสัก 7-8 ชั่วโมง ก็อาจได้เข้านะ ฮ่าฮ่าฮ่า"

    "ฉันจะแฉว่าแกเคยแอบคั่วแม่เสือในโพไซเดียนสาย 4 ให้ DNN News รู้ คอยดูสิ" ประธานาธิบดีเฒ่าอีกคนพูดขึ้น บนใบหน้าเขาฉีกรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า กล้าก็ลองดู แกก็ไปกับฉันด้วยไม่ใช่เหรอ บาบาร่าเมียแกจะว่ายังไงนะ ชักอยากรู้แล้วสิ?"

    "แก...ไอ้ %#@&!"

    และแล้วประตูบานคู่ก็ปิดลง พร้อมกับทิ้งเสียงด่าทอไว้เบื้องหลัง

    --------------

    ภายในอาคารผึ้งยักษ์ สถาบันนิวอีร่า

    แอนโทนี่เดินวนไปมาด้วยท่าทางร้อนรน เขากำลังรอเจ้านายตัวน้อยกลับมาจัดการกับความวุ่นวายที่กำลังปะทุอยู่หน้าสถาบัน

    ก่อนหน้านี้ เฟรีสบอกว่าจะไม่อยู่สักพัก แต่นี่ก็ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา ติดต่อไปก็ไม่มีสัญญาณอีก ที่สำคัญคือการหาเรื่องโกหกมาอ้างกับสองสามีภรรยาฟรีแมนนี่สิ...พวกนั้นต้องไล่บี้เขาแน่นอน ถ้าไม่ได้เจอลูกตัวเองนานวันเข้า

    "พ่อแก้วแม่แก้วครั้งนี้รับสายทีเถอะ" ชายหัวล้านโทรหาเฟรีสเป็นครั้งที่ 13

    “ว่าไงลุง” เสียงเล็กๆ ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียเฉยเมย

    “เฮ้อ... คราวนี้ก็คงไม่ติดอีกสินะ ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย”

    “…..”

    "โอ๊ะ! โทษที…ในที่สุด...พระเจ้า...ผมจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย รีบกลับมาด่วนเลยครับ!” ชายหัวล้านแทบจะกระโดดด้วยความดีใจ ก่อนรีบส่งภาพสถานการณ์หน้าประตูใหญ่ให้เฟรีสดู

    “ใจเย็นๆ ก่อน พวกเขาไม่ได้นัดผมไว้ เสียมารยาทชะมัด จู่ๆ ก็โผล่มา” เฟรีสบ่นก่อนจะสั่งต่อด้วยน้ำเสียงนิ่ง

    “ช่วยถ่วงเวลาไว้ 15 นาที ระหว่างนี้นอกจากพวกปู่นิคแล้ว ห้ามให้ใครเข้ามาเด็ดขาด” พูดจบ เฟรีสก็ตัดสายทันทีตามสไตล์

    แอนโทนี่แทบจะจิกทึ้งผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด…ถ้าเขามีผมล่ะนะ เจ้านายตัวน้อยชอบโยนอุจจาระมาให้อยู่เรื่อย แต่แล้วขณะที่กำลังบ่นพึมพำอยู่นั้นเอง จู่ๆ เสียงเตือนภัยก็ดังขึ้นจนทำให้เขาถึงกับสะดุ้งโหยง

    [ตื้ดดด!!! เตรียมดำเนินมาตรการ 1201.1] เสียงสัญญาณดังก้องไปทั่วทั้งสถาบัน

    หลังจากตรวจดูหน้าจอมอนิเตอร์ ชายหัวล้านก็รีบวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุโดยไม่รอช้า สาเหตุของเรื่องเกิดจากมีนักข่าวคนหนึ่งพยายามปีนรั้วกำแพงแอบเข้ามา แต่พอมือของเขาสัมผัสโดนกับขอบด้านบนเซ็นเซอร์รักษาความปลอดภัยก็ทำงานทันที จากนั้นพวกหุ่นเอชก็โยนเขาออกไปราวกับเศษสวะชิ้นโต แต่ปัญหาคือเรื่องไม่ได้จบแค่นี้... ใครก็ตามที่กล้าลักลอบเข้ามา ย่อมไม่จบแค่การถูกลากตัวออกไป

    [เตรียมดำเนินมาตรการ 1201.1 เตรียมดำเนินมาตรการณ์ 1201.1 เตรียมดำเนินมาตรการณ์ 1201.1]

    หุ่นเอชพูดซ้ำๆ ราวกับกลัวว่าผู้บุกรุกจะไม่ทราบ เสียงเครื่องจักรไร้อารมณ์ไร้เพศ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูน่าขนลุกแบบแปลกๆ นักข่าวเจ้ากรรมถึงกับหน้าซีดแทบปัสสาวะราด

    "หยู๊ดดด!" ก่อนที่มาตรการ 1201.1 จะถูกบังคับใช้ เสียงแหบห้าวก็ดังขึ้นทำให้เจ้าหุ่นหยุดกึก นักข่าวผู้โชคร้ายก็รีบวิ่งป่าราบหนีไปทันที

    แม้แอนโทนี่จะไม่รู้หรอกว่าไอ้มาตรการ 1201.1 นี่มันคืออะไร แต่เมื่อเดาเอาจากนิสัยของเจ้านายตัวแสบ ก็พอจะคิดได้ว่ามันคงไม่ใช่อะไรที่น่ารื่นรมย์แน่นอน ต่อหน้ากลุ่มบุคคลสำคัญพวกนี้ ยังไงก็อย่าทำอะไรรุนแรงเลยดีกว่า

    "เอ่อ…สวัสดีครับ ผมชื่อแอนโทนี่เป็นรองครูใหญ่ของสถาบัน" แอนโทนี่เอ่ยทักทายทุกคนอย่างสุภาพ

    คือ...เจ้านายของผมติดธุระ ยังไม่กลับมาแต่ก็ใกล้จะถึงแล้ว รบกวนพวกคุณกรุณารอสักครู่นะครับ”

    “เฮ้ แล้วจะให้พวกเรายืนตากแดดรอตรงนี้หรือครับ? แบบนี้เสียมารยาทมากเลยนะ อีกอย่าง...พวกเราก็นัดไว้แล้วด้วย!” ราชทูตพุงพลุ้ยผมทองจากประเทศหนึ่งพูดขึ้น เหงื่อของเขาทะลุเสื้อออกมาจนเห็นรูสะดือกลวงๆ อากาศร้อนนับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของคนเจ้าเนื้อจริงๆ

    “นัดงั้นเหรอ? ผมไม่เห็นได้รับแจ้งเลย เมื่อครู่ เจ้านายของผมยังบ่นอยู่เลยว่าพวกคุณไม่ได้บอกล่วงหน้าก่อน” แอนโทนี่ตอบกลับด้วยความสงสัย

    “เราได้นัดผ่านกระทรวงต่างประเทศของคุณแล้ว เขาไม่ได้แจ้งให้ทราบเหรอครับ?” ทูตอ้วนผมทองตอบเสียงแน่น หลายคนรอบข้างเองก็พยักหน้ารับคำด้วย

    “ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” แอนโทนี่พูดเสียงอ้อมแอ้ม

    ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของทั้งสองฝ่าย ต้นตอที่แท้จริงคือพราวุสนายกรัฐมนตรีของไซแอนต่างหาก เขาไม่กล้าติดต่อโดยตรงกับสถาบันนิวอีร่า เพราะการพูดคุยกับเฟรีสอาจนำมาซึ่งความซวยให้ตนเองได้ เนื่องจากกษัตริย์เนโรนั้นเกลียดเฟรีสเข้าไส้

    “เรื่องนัดช่างมันเถอะ ผม ชไนเดอร์ วิสคอฟ รองประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเซเซียร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ระหว่างที่แอนโทนี่กับทูตพุงพลุ้ยกำลังสนทนากัน จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งก็แทรกตัวเข้ามาจับมือทักทายอย่างเป็นมิตร

    เขาดูอายุราวๆ 30 ต้นๆ รูปร่างหน้าตาดีแต่ผิวค่อนข้างซีด ผมยาวเรียบสีบลอนด์แซมขาวของชายตรงหน้า ถือเป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่าเขามาจากตระกูลวิสคอฟจริงๆ น่าแปลกที่คนทั้งตระกูลล้วนแต่มีสีผมแบบเดียวกันหมด

    “ในเมื่อคุณเฟรีสยังไม่มาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณไม่ขัดข้อง...ผมขอเข้าไปรอพร้อมกับท่านโดมินิคได้ไหมครับ?” ชไนเดอร์พูดขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางเกรงใจ

    การมาเยือนครั้งนี้ของเขานอกจากเรื่องซื้อขายหุ่นยนต์กับเฟรีสแล้ว ยังมีจุดประสงค์สำคัญอีกอย่าง คือการเจรจาลับกับโดมินิค….อันที่จริงอย่างหลังนั่นแหละคือเป้าหมายที่แท้จริง

    ในปัจจุบันเซเซียร์กำลังเผชิญวิกฤตหนักหลังจากถูกคว่ำบาตรโดยสหภาพไอดียู (International Democrat Union) และเศรษฐกิจก็กำลังร่วงดิ่งลงเหว ดังนั้น การเจรจากับโดมินิคที่เป็นต้นเหตุจึงสำคัญสุดๆ

    “ขอโทษด้วยครับ ถ้ายังไม่มีคำสั่ง ผมไม่สามารถให้ท่านเข้าไปได้จริงๆ” แอนโทนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน ชายตรงหน้าเป็นถึงรองประธานาธิบดีของหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ ตนเองนับว่าเล็กจ้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับฝ่ายตรงข้าม

    “ช่วยหน่อยเถอะครับ...” ชไนเดอร์กระซิบเบาๆ ข้างหู ก่อนจะยัดกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มือของเขา ชายหัวล้านก้มมอง...ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ มันคือเช็คมูลค่า 100 ล้านไซนี่ (ค่าเงินไซแอน)

    สำหรับคนอย่างแอนโทนี่ น้ำใจนั้นมีค่ามากกว่าเงินทองอย่างเทียบกันไม่ได้ และเฟรีสคือคนที่มีน้ำใจกับเขา…มากกว่าคนทั้งเอิร์ทเทร่ารวมกันเสียอีก ความพยายามติดสินบนครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนดูถูกและรังเกียจฝ่ายตรงข้ามอย่างที่สุด

    “ยังไงก็ไม่สามารถให้คุณเข้าไปได้” แอนโทนี่พูดพร้อมกับยื่นเช็คคืนให้

    “ไม่พอ? ผมเพิ่มให้อีกได้นะ” ชไนเดอร์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ฟังนะ...คุณซื้อผมไม่ได้” แอนโทนี่พูดจบก็ฉีกเช็คทิ้งต่อหน้าต่อตา

    แควก!

    "เป็นแค่ลิ่วล้อแท้ๆ" ชไนเดอร์สบถก่อนใบหน้าหล่อจะกลายเป็นโหดเหี้ยมอำมหิต ลูกน้องที่ขนาบข้างอยู่เมื่อเห็นสีหน้าของเจ้านาย โดยไม่ต้องให้นายสั่ง พวกเขารีบตรงเข้ามาเตรียมจะล็อกตัวชายหัวล้านไว้ ทว่าก่อนจะถึงตัวเสียงจักรกลก็ได้ดังขึ้นเสียก่อน

    [เตรียมดำเนินมาตรการ 1201.1 เตรียมดำเนินมาตรการ 1201.1 เตรียมดำเนินมาตรการ 1201.1 เตรียมดำเนินมาตรการ 1201.1]

    หุ่นเอชหลายสิบตัวบินโฉบเข้ามาล้อมรอบแอนโทนี่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหวี่ยงบรรดาลูกกระจ้อกของชไนเดอร์กระเด็นไปไกลหลายเมตร

    เหล่าทหารและตำรวจไซแอนเมื่อเห็นว่าบุคคลในอารักขาถูกโจมตี ต่างก็พากันยกปืนเล็งมายังฝั่งหุ่นเอชและแอนโทนี่ ส่วนทางพวกหุ่นยนต์เองก็เริ่มตั้งเกล็ดเเหลมๆ ตามตัวขึ้นเช่นกัน สถานการณ์เริ่มตึงเครียดหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนพร้อมเปิดฉากปะทะกันทุกเมื่อ

    “โธ่...เจ้านาย รีบกลับมาสักทีเถอะ...” แอนโทนี่พึมพำเบาๆ ด้วยน้ำเสียงวิงวอน