ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์

    ตอนที่ 44 เตรียมตัว

    ตอนที่ 44  เช้าวันต่อมา            ฉ่า !! เสียงจันทร์วาดโยนผักบุ้งลงไปผัดในกระทะวันนี้จันทร์วาดก็ยังคงทำกิจวัตรประจำวันเช่นเดิมนั่นก็คือออกไปจ่ายตลาดแต่เช้ามืดและกลับมาทำอาหารเช้าไว้ให้ลูกชายของเธอ            “ฮ้าว...ทำไมรู้สึกง่วงจังแฮะหรือว่าเป็นเพราะเมื่อคืนไม่ได้ใช้เครื่องเล่นเกมส์จะว่าไปพอใช้เครื่องเล่นเกมส์แล้วเวลาตื่นมามันไม่ค่อยง่วงเลยเป็นเพราะอะไรกันนะ” จันทร์วาดหาวออกมาซึ่งการที่จันทร์วาดใช้เครื่องเล่นเกมส์แล้วนอนนั้นเวลาตื่นมาจะไม่มีอาการง่วงหรือเพลียเพราะในสภาพที่ออนไลน์อยู่นั้นร่างกายจะเข้าสู่สภาวะหลับลึกทำให้ได้หลับพักผ่อนเต็มที่นั่นเอง            ระหว่างที่ผัดกับข้าวอยู่นั่นเองจันทร์วาดก็ได้ยินเสียงเท้าหนักๆกำลังวิ่งลงบันได            ตึง !! ตึง !! ตึง !! ตึง !! จันทร์วาดหันหลังกลับไปก่อนจะเห็นว่าเป็นไอ้ทิศลูกชายเธอนั่นเองที่วิ่งลงมาเข้าห้องน้ำ            หือยังไม่หกโมงครึ่งเลยไหงมันรีบลงมาจังปกติมันลงมาเจ็ดโมงกว่านี่ จันทร์วาดคิดในใจ            “แม่มีอะไรกินบ้างอ่ะ” ทิศหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จก็เดินตรงมาที่ครัวทันที            “ผัดผักบุ้งแล้วก็เดี๋ยวจะทำไข่น้ำด้วยว่าแต่ทำไมวันนี้มึงตื่นไวจัง” จันทร์วาดตอบพลางถามด้วยความสงสัย            “ก็...” ทิศยังพูดไม่ทันจบเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นเสียก่อน            ติ๊งต่อง !! เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นมาทำให้ทั้งคู่ชะงักไป            “ทิศเอ็งไปดูหน่อยสิว่าใครมันมาแต่เช้าแบบนี้กูวางตะหลิวไม่ได้” จันทร์วาดบอก            “โอเค” ทิศพยักหน้าก่อนจะเดินไปเปิดประตู            “แม่น้าเจนมาหา !!” ทิศตะโกนมาจากหน้าประตู            “ห๋า...อีเจนเนี่ยนะไหนบอกว่าจะมารับเก้าโมงวะ” จันทร์วาดทำสีหน้าแปลกใจเมื่อได้ยินลูกชายบอกว่าใครมาหา            จากนั้นทิศก็ไปเปิดประตูพาเจนเข้ามาในบ้าน            “ทำไมมาแต่เช้าเลยวะไหนบอกว่าจะมารับเก้าโมงไง” จันทร์วาดหันไปถามเจนขณะกำลังตักผักบุ้งที่ผัดเสร็จแล้วออกจากกระทะและเตรียมตั้งหม้อทำแกงจืดไข่น้ำ                    “ก็ต้องมาหาพี่เพื่อเตรียมตัวก่อนน่ะสิหรือว่าพี่คิดจะไปที่นั่นทั้งที่ไม่ได้เตรียมตัวเลยอีกอย่างหนูก็กะจะมาฝากท้องบ้านพี่ด้วยกับข้าวพี่อร่อยดี” เจนพูด            “วันนี้น้าจะมารับแม่ไปทำงานใช่มั้ยครับ” ทิศถามบ้าง            “ใช่จะไปตอนเก้าโมงน่ะไปด้วยกันมั้ยล่ะ” เจนพยักหน้า            “ไม่ดีกว่าครับวันนี้ผมไม่ว่างจะออกไปข้างนอก” ทิศบอก            “หือที่มึงตื่นเช้านี่เพราะจะออกไปข้างนอกเหรอไปไหนล่ะ” จันทร์วาดที่ได้ยินทิศพูดก็หันมาถาม            “ก็จะไป....”            “โธ่พี่จันทร์ไม่เห็นต้องถามเลยอายุวัยขนาดนี้ก็ไปเที่ยวกับแฟนน่ะสิ” เจนพูด            ‘ห๋า...นี่มึงมีแฟนแล้วเรอะ !!” จันทร์วาดอุทานออกมาเพราะตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยเห็นลูกชายของเธอสนใจสาวหรือชอบสาวคนไหนเลย            “ใช่ที่ไหนเล่าแม่ผมไม่มีสักหน่อย” ทิศบอก            “นี่ทิศน้าพาแม่เธอไปทำงานแล้วจะแอบพาแฟนเข้าบ้านก็ได้เลยนะทางสะดวกแต่ว่าจะทำอะไรก็ป้องกันหน่อยล่ะมีถุงยางติดตัวไว้หรือเปล่า” เจนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง            “น้าเจนผมไม่มีแฟนครับ” ทิศที่ได้ยินเจนพูดก็ได้แต่ส่ายหน้า            “อีเจนอีเหี้ยมึงสอนอะไรลูกกูเดี๋ยวเถอะถ้าไม่ติดว่ามือกูไม่ว่างหัวมึงแตกแน่” จันทร์วาดหันมาต่อว่าเจน            “อะไรเล่าพี่หนูสอนแบบนี้มันผิดตรงไหนพี่น่ะไม่รู้เรื่องอะไรผลการสำรวจสมัยนี้เด็กไทยบ้านเราน่ะมีประสบการณ์เรื่องเซ็กส์ครั้งแรกตอนอายุสิบสามถึงสิบห้าปีนะพี่ทิศเองก็จะเข้ามอปลายแล้วเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติพี่แทนที่เขาจะไปลองทำกันแบบผิดๆถูกๆหรือไปทำในสถานที่ไม่เหมาะอย่างพวกโรงแรมให้เขามาอยู่ในสายตาเราดีกว่าแล้วก็นะหนูกำลังสอนให้ลูกชายพี่รู้จักป้องกันอยู่นะพี่คงไม่อยากเป็นยายตอนอายุสี่สิบหรอกใช่มั้ย” เจนพูด            “เอ่อ....” จันทร์วาดพูดไม่ออกได้แต่เกาหัวแกรกๆ            จะว่าไปเมื่อเดือนก่อนตอนที่ดูละครมันมีช่วงที่ข่าวแทรกเข้ามาสองสามนาทีก็ได้ยินข่าวเรื่องเด็กสมัยนี้ท้องก่อนวัยอยู่นี่หว่าหรือว่าที่อีเจนพูดมันจะถูกหว่าเราควรสอนให้ลูกป้องกันงั้นเหรอ จันทร์วาดคิดในใจ            “เฮ้อ...น้าเจนกับแม่พูดอะไรกันเนี่ยก็บอกไม่มีแฟนไง” ทิศได้แต่ถอนหายใจออกมาแต่ไม่มีใครฟังเขาเลย            ปวดหัวชะมัดน้าเจนกับแม่เป็นบ้าอะไรเนี่ยเราไม่ได้มีแฟนหรือจะออกไปเที่ยวกับแฟนที่ไหนเสียหน่อยวันนี้ก็แค่จะไปทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงแรมของพ่อไอ้ปาร์ตี้มัน ทิศคิดในใจก่อนจะเดินไปที่หน้าเตา            “แม่ใกล้เสร็จยังอะผมหิวแล้ว” ทิศถาม            “ใกล้แล้วรอน้ำเดือนเอาไข่เจียวที่ทอดเอาไว้ใส่ลงไปก็ได้ละมึงไปล้างจานแล้วตั้งโต๊ะเลยส่วนอีเจนมึงอย่ารอแต่กินไปตักข้าวหม้ออยู่ตรงนั้นวันนี้กินข้าวเร็วหน่อยแล้วกัน” จันทร์วาดพูดเพราะเธอเองก็ต้องไปอาบน้ำเตรียมตัวไปแถลงข่าวกับเจนเหมือนกัน  ส่วนทิศเองก็ดูเหมือนจะต้องรีบออกจากบ้านเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ตื่นเช้าขนาดนี้            “ครับแม่” ทิศพยักหน้าก่อนจะหยิบจานมาล้างและเอาไว้วางไว้บนโต๊ะส่วนเจนก็ไปตักข้าวจากหม้อ            หลังจากกับข้าวเสร็จทั้งสามก็กินข้าวเช้ากันพอกินข้าวเสร็จแล้วทิศก็ช่วยแม่ล้างจานก่อนจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกจากบ้านไปทำงานพาร์ทไทม์            “นี่ทิศน้าให้” เจนยื่นแบงก์ร้อยสองใบให้ทิศ            “น้าให้เงินผมทำไมอ่ะ” ทิศทำหน้างง            “เด็กโง่ก็เอาไว้ซื้อถุงยางไงแล้วก็อย่าพาแฟนไปโรงแรมล่ะพวกเราอายุยังไม่ถึงเดี๋ยวโดนตำรวจจับเอาได้” เจนแนะนำ            “น้าก็ผมบอกว่า...” ทิศยังไม่ทันได้แก้ตัวจันทร์วาดก็เดินมาหาเสียก่อน            “ไอ้ทิศมึงจะมีแฟนหรืออะไรกูไม่ว่าหรอกนะแต่เรื่องเพศนี่กูว่าอย่าพึ่งเลยมึงเป็นลูกผู้ชายเงี่ยนก็ไปช่วยตัวเองไปทำเป็นใช่มั้ยอย่าไปทำร้ายผู้หญิงให้เกียรติผู้หญิงเขาหน่อยเรื่องพวกนี้มึงอย่าไปรีบรอให้มึงอายุยี่สิบก็ยังไม่สาย” จันทร์วาดพูด            “พี่จันทร์ก็บอกไปแล้วไงเรื่องนี้มันเรื่องธรรมชาติห้ามกันได้ที่ไหนยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุพี่ไม่เคยได้ยินเหรอสู้เราสอนให้เด็กมันรู้จักป้องกันและรับผิดชอบดีกว่า” เจนหันไปบอก            “นี่ลูกกูกูจะสอนแบบนี้มึงอย่าเดี๋ยวเจ็บตัว ?” จันทร์วาดพูดพลางถลึงตาใส่รุ่นน้อง            “โธ่พี่นั่นแหละไม่ยอมรับความจริงขู่จะทำร้ายกันอย่างเดียวนี่มันสมัยไหนแล้วพี่ไม่เหมือนสมัยก่อนนะ” เจนเถียง            “เฮ้อ...แม่กันน้าเจนเถียงกันไปเถอะผมไปดีกว่า” ทิศถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปโดยไม่สนใจทั้งคู่อีกสองร้อยที่เจนให้มาเขาก็ไม่ได้คืนไปถือว่าเอาไว้เป็นค่ารถแล้วกัน            “ไอ้ทิศอย่ากลับให้มันเย็นมากล่ะมึงแล้วก็กลับมาแล้วถ้าหิวก็หยิบเงินที่โต๊ะกินข้าวไปซื้อข้าวกินก่อนได้เลยเพราะกูไม่รู้จะกลับมาทันทำกับข้าวให้มึงหรือเปล่า” จันทร์วาดตะโกนบอกทิศที่กำลังเดินพ้นประตูรั้วบ้านไป            “ครับแม่” ทิศตะโกนกลับมา            “เอาล่ะกูไปอาบน้ำก่อนแล้วกันส่วนเรื่องเตรียมตัวอะไรบ้างไว้ค่อยพูดแล้วกันว่าแต่คนขับรถมึงล่ะ” จันทร์วาดถามเพราะไม่เห็นรถและคนขับรถรออยู่หน้าบ้าน            “มาส่งเสร็จหนูก็ให้เขาไปหาอะไรกินแล้วล่ะพี่ไว้เดี๋ยวใกล้ๆเก้าโมงเขาก็มา” เจนตอบ            จากนั้นเจนและจันทร์วาดก็กลับเข้ามาในบ้านเจนไปนั่งรอที่โซฟาเปิดโทรทัศน์ดูเหมือนกับเป็นบ้านตัวเองส่วนจันทร์วาดนั้นก็ไปอาบน้ำก่อนจะขึ้นไปแต่งตัวและลงมาข้างล่างในตอนแปดโมง            “โหพี่นี่เหมาะกับชุดกีฬาทีมชาติไทยที่สุดเลยให้ตายสิ” เจนพูดหลังจากเห็นจันทร์วาดเดินลงมาในชุดวอร์มของทีมชาติไทย            “รู้สึกแปลกๆไงไม่รู้ไม่ได้ใส่แบบนี้มาตั้งสิบห้าปี” จันทร์วาดยังรู้สึกไม่ชินเท่าไหร่เธอเดินลงมานั่งข้างเจน            “นี่พี่อ่านซะ” เจนยื่นกระดาษบางอย่างให้จันทร์วาด            “อะไรเหรอมึง” จันทร์วาดสงสัย            “คำถามที่เราวิเคราะห์ว่านักข่าวน่าจะถามพี่ตอนแถลงข่าว” เจนบอก            “หือต้องเตรียมตัวขนาดนี้เลยเหรอ” จันทร์วาดแปลกใจก่อนจะคลี่กระดาษอ่านดู            “รู้สึกยังไงที่ได้กลับมารับใช้ชาติในฐานะโค้ช !!” จันทร์วาดอ่านคำถามที่นักข่าวน่าจะถามข้อแรก            “ใช่นั่นน่าจะเป็นหนึ่งในคำถามที่พี่เจอ” เจนพูด            “กูต้องตอบไงวะตอบรู้สึกเซ็งได้มั้ยเพราะมึงบังคับกูมาเป็นโค้ชเนี่ย” จันทร์วาดบอก            “เหอะๆพี่ช่วยไว้หน้าหนูในฐานะหัวหน้าสมาคมหน่อยสิตอบสร้างภาพให้หน่อยเดี๋ยวสปอนเซอร์ไม่เข้าจะไม่มีเงินมาอัดฉีดนักกีฬาเอานะ” เจนยิ้มแห้งเมื่อได้ยินคำตอบก่อนหน้าของจันทร์วาด            “เออๆกูจะคิดคำตอบดีๆให้แล้วกัน” จันทร์วาดพูดจากนั้นเธอก็อ่านคำถามต่อๆไปที่เจนวิเคราะห์มาให้ว่าน่าจะโดนถามซึ่งคำถามก็มีมากมายเหลือเกินซึ่งจันทร์วาดเองก็พยายามคิดคำตอบเอาไว้ล่างหน้าให้ดีเธอเองเข้าใจว่าสปอนเซอร์สำหรับนักกีฬาสำคัญแค่ไหนเพราะนักกีฬานั้นรายได้น้อยมากจะมีรายได้มหาศาลก็ต่อเมื่อสร้างผลงานหรือได้จากสปอนเซอร์เท่านั้น  จันทร์วาดอ่านคำถามไปเรื่อยจนกระทั่งเจอคำถามหนึ่งทำให้จันทร์วาดชะงักไป            เหตุใดถึงหายไปจากวงการถึงสิบห้าปีงั้นเหรอคำถามนี้เราควรจะตอบยังไงดีนะ จันทร์วาดคิดในใจหลังจากอ่านคำถามนี้            “เจนคำถามนี้กูควรตอบยังไง” จันทร์วาดหันไปถามเจน            “หือคำถามนี้งั้นเหรอหนูเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่พี่หายตัวไปมันเกิดอะไรขึ้นกับพี่แต่ดูเหมือนพี่จะไม่อยากเล่าให้ฟังเท่าไหร่” เจนชะโงกมาดูคำถามก่อนจะมองตาของจันทร์วาดที่สะท้อนความเจ็บปวดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนเธอเองก็อยากรู้ว่าเหตุใดเหมือนกันแต่เธอไม่อยากจะคาดคั้นรุ่นพี่ของเธอเพราะคิดว่าถ้าวันไหนรุ่นพี่ของเธอพร้อมอยากจะเล่าให้ฟังก็คงเล่าให้ฟังเอง            อืมให้พี่จันทร์ตอบคำถามข้อนี้ยังไงดีนะ.... เจนคิดในใจทันใดนั้นเองเธอก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาจนทำให้เธอฉีกยิ้มออกมา            “หนูคิดออกแล้วพี่ถ้าพี่เจอคำถามนี้แล้วตอบตามหนูนะรับรองเป็นข่าวใหญ่ไปหลายวันแน่” เจนพูด            “มึงคิดจะให้กูตอบยังไงวะ” จันทร์วาดสงสัยว่าคำตอบที่เจนต้องการให้เธอตอบมันเป็นคำตอบแบบไหนถึงขนาดทำให้เป็นข่าวใหญ่ไปหลายวัน            “ก็ตอบไปแบบนี้พี่....” เจนขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆจันทร์วาดก่อนจะกระซิบสิ่งที่เธอต้องการให้ตอบ            “ห๋า...นี่มึงจะให้กูตอบงี้เลยเหรอเอาจริงดิขืนพูดไปงั้นคนเขาไม่หมั่นไส้เหรอไง” จันทร์วาดอุทานออกมา            “เอาน่าพี่นี่ก็เหมาะกับนิสัยในสมัยก่อนของพี่ดีออกสมัยก่อนพี่เวลาเจอคู่แข่งพี่พูดแรงกว่านี้อีกนะ” เจนพูด            “นั่นกูพูดเพราะต้องการให้คู่แข่งโมโหและเสียสมาธิต่างหาก” จันทร์วาดพูด            “เอาเถอะเชื่อหนูอย่างนี้แหละแจ่ม” เจนพูดทันใดนั้นเองมือถือของเธอก็มีสายเข้าเจนหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นคนขับรถเธอนั่นเองที่โทรมา            “อ๊ะพี่ได้เวลาแล้วไปกันเถอะ” เจนไม่รับสายแต่รู้ทันทีว่าคนขับรถของเธอโทรมาทำไม            “อือ” จันทร์วาดพยักหน้าเธอหยิบรีโมทมาปิดโทรทัศน์จากนั้นเธอและเจนก็ออกจากบ้านไป            บรืน !! รถเบนซ์คันหรูวิ่งออกจากบ้านไปมุ่งหน้าตรงไปที่สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยทันที  จบ...