แสงแดดยามสายสาดส่องลอดบานหน้าต่างไม้ฉลุลายของจวนพักรับรองภายในเมืองเทียนเป่ย ลู่ชิงนอนคว่ำหน้ากอดหมอนหนานุ่มอย่างเป็นสุข ชายหนุ่มกำลังสะสมโควตาพักผ่อนประจำเดือน ชดเชยวันเหน็ดเหนื่อยแสนยาวนาน ความเงียบสงัดภายในห้องเปรียบดั่งวิมานสวรรค์
ทว่า... ความสุขสงบพลันมลายหายวับฉับพลัน!
เสียงกรีดร้องโหยหวนแลเสียงร้องทุกข์ของเหล่าราษฎรนับ 10000 ชีวิตหลั่งไหลมาจากมณฑลข้างเคียง ดังกึกก้องประหนึ่งคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำเข้าใส่จวนพักรับรอง ระดับความดังทะลวงกำแพงหนาทึบทะลุ 120 เดซิเบล แรงสั่นสะเทือนจากคลื่นฝูงชนส่งผลให้หน้าต่างไม้แกะสลักสั่นไหวเกิดเสียงดังกรอบแกรบตลอดเวลา
ลู่ชิงดีดตัวตื่นพรวดขึ้นจากฟูกนอน ดวงตาคู่หล่อเหลาแดงก่ำคล้ายมารร้ายผุดจากขุมนรก ลมหายใจหนักหน่วงแทบเผาไหม้อากาศรอบกาย ชายหนุ่มสบถลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดทำลายความเงียบ
"มลพิษทางเสียงบ้าบออะไรกัน! ทำลายระบบประสาทส่วนกลางของข้าจนหมดสิ้น! ข้าเพียงต้องการนอน! โลกใบนี้จะปล่อยให้ข้าอยู่างสงบมิได้เลยหรืออย่างไร!"
ชายหนุ่มก้าวเดินต้วมเตี้ยมไปลากตัวนายกองหน้าบากยืนตัวสั่นงันงกอยู่หน้าห้องเข้ามาข้างใน คว้าประมวลกฎหมายปกแข็งเขวี้ยงใส่หน้าอกทหารใต้บังคับบัญชาเสียงดัง ปึก! ลู่ชิงหอบหายใจ เอ่ยปากสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ไปบอกไอ้ขุนนางกังฉินมณฑลข้างเคียงนั่นซะ! หากอ่านหนังสือไม่ออก ขี้เกียจเปิดตำรากฎหมาย... จงขน 'มังกรเหล็กกล้า' 10 กระบอกไปจอดหน้าบ้าน! เปิดเครื่องขยายเสียงกรอกหู! อ่านข้อกฎหมายอัดใส่รูหูใกล้ๆ จนกว่าจะยอมหุบปาก!"
ลู่ชิงชี้หน้าสั่งย้ำเสียงเข้ม "หากเสียงยังไม่ดังพอให้สำนึก จงอัดดินปืนเพิ่มเข้าไปอีก! หลักฟิสิกส์ระบุชัดเจน คลื่นเสียงอัดกระแทกทะลวงผ่านแก้วหูเข้าสู่สมองโดยตรง คนเราย่อมเข้าใจกฎหมายได้ลึกซึ้งขึ้นเมื่อเสียงดังพอ!"
นายกองหน้าบากตะลึงงัน สมองพยายามตีความเจตนาล้ำลึก 'นี่คือวิถีแห่งปราชญ์! การใช้มังกรเหล็กทำหน้าที่โทรโข่งข่มขวัญศัตรู นี่คือการส่งเอกสารแบบเร่งด่วนยิ่งในประวัติศาสตร์! นายท่านต้องการใช้คลื่นเสียง 150 เดซิเบลอัดกระแทกแก้วหู เปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นห้องเรียนเสียงดังลั่นใต้หล้า!'
นายกองหน้าบากคุกเข่าโขกศีรษะรับคำสั่งจนหน้าผากแดงก่ำ ก่อนควบม้าออกไปสั่งการกองพันปืนใหญ่ด้วยความฮึกเหิม ลู่ชิงทิ้งตัวลงนอนดึงผ้าห่มคลุมโปง พึมพำด้วยความรำคาญ "คราวนี้... คงได้เงียบเสียที"
...
ณ ลานประหารกลางเมืองมณฑลข้างเคียง บรรยากาศร้อนระอุอบอวลกลิ่นคาวเลือด ผู้ตรวจการจ้าวขุนนางกังฉินยืนเด่นเป็นสง่าบนแท่นบัญชาการ เบื้องหน้าคือผู้ใหญ่บ้าน 100 คนถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนหนาหนัก โทษฐานริอ่านตั้งศาลชุมชนใช้กฎหมายลู่ชิงแย่งรายได้สินบน
ผู้ตรวจการจ้าวกำลังสั่งประหารด้วยความโอหัง ทว่าก่อนคมดาบพ้นฝัก เสียงคำรามของล้อเหล็กบดพื้นดินดังสนั่นมาจากเส้นขอบฟ้า กองพันปืนใหญ่เมืองเทียนเป่ยควบตะบึงมาถึงในเวลาเพียงชั่วอึดใจ
ผู้ตรวจการจ้าวเห็นดังนั้นเริ่มร่ายยาวตัวบทข้อกฎหมายโบราณ 1000 มาตรา ข่มขู่ด้วยโวหารสละสลวยหวังใช้ความชอบธรรมสยบกองทัพ
ตุลาการสูงสุดเมืองเทียนเป่ยแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ชูมือขวาขึ้นฟ้าตะโกนเสียงกร้าว "กฎหมายหมื่นตราของเจ้า ไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าโองการแห่งนายท่าน... จงจำไว้! ความยุติธรรมขั้นเด็ดขาด ล้วนอยู่ในระยะยิงของมังกรเหล็กกล้า!"
เขาหันไปสั่งการกองพันปรับระดับความดัง 150 หน่วย นายกองหน้าบากแลเหล่าทหารรีบยัดปึกกระดาษผังงานกฎหมายใส่ลงในปากกระบอกปืนใหญ่ 10 กระบอกอย่างแม่นยำ
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังทะลุแก้วหู แรงอัดมหาศาลจากการระเบิดฉีกกระชากแท่นประหารพังพินาศ เศษกระดาษกฎหมายปลิวว่อนราวหิมะขาวกลางพายุทอร์นาโด ทหารกองทัพผู้ตรวจการล้มลงเกลื่อนกลาดเพราะแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน
ผู้ตรวจการจ้าวถูกแรงอัดซัดกลิ้งตกจากแท่น ร่างกายกระแทกพื้นจุกแน่น หูอื้อฉับพลันทำให้โลกทั้งใบเงียบสนิท ทว่ากลับได้ยินเสียงคำพิพากษาก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา จิตใจขุนนางกังฉินพังทลายเข้าสู่สภาวะแตกสลายขั้นสุด สมองคิดเชื่อมโยงปาฏิหาริย์เหนือชั้น
'มังกรเหล็กกล้ามิใช่อาวุธ... แท้จริงนี่คือศาลฎีกาสวรรค์เคลื่อนที่! เจ้าเมืองลู่หลุดพ้นวิถีขีดเขียนกฎหมายบนกระดาษบอบบาง ทว่าหันมาใช้ดินปืนแลเหล็กกล้าสลักความยุติธรรมลงบนแผ่นดินโดยตรง!'
ผู้ตรวจการจ้าวรีบโผเข้ากอดเสาแท่นประหารแน่น ร้องไห้โฮตะโกนลั่น ยินยอมมอบมณฑลเข้าเขตปกครองพิเศษ ขอเพียงอย่าอ่านกฎหมายใส่อีกเลย
...
รุ่งเช้าวันถัดมา แสงตะวันอ่อนสาดผ่านม่านหน้าต่าง ภายในจวนพักรับรองเงียบสงัดสมดั่งปรารถนา ลู่ชิงยืดกายอย่างเกียจคร้านบนเตียงนุ่ม สูดลมหายใจลึกอิ่มเอมใจ
ทว่าความโชคร้ายพุ่งชนกระแทกหน้าฉับพลัน!
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรง อาฝูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกว้าง ตามด้วยขบวนเสมียน 10 คน ทุกคนแบกกองเอกสารสูงเทียมเพดาน ตามด้วยหีบเหล็กม้วนโฉนดกองมหึมาวางเรียงรายจนแทบไม่มีทางเดิน กลิ่นอับชื้นกระดาษเก่ากอปรกลิ่นหมึกจีนอบอวลรุนแรงจนหายใจไม่ออก
อาฝูวางบัญชีเล่มหนาลงบนโต๊ะข้างเตียง แจ้งข่าวดีเสียงดังฟังชัด "ผู้ตรวจการจ้าวสำนึกผิด ยอมยกมณฑลให้สังกัดเมืองเทียนเป่ยแล้วขอรับ! ทำให้มีคดีความแลเอกสารภาษีเพิ่มขึ้นอีก 438000 คดี!"
รอยยิ้มบนใบหน้าลู่ชิงแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองกองเอกสารสูงดุจภูเขาย่อม หันมองอาฝู สลับมองกองภูเขาเอกสารอีกครั้งด้วยความสิ้นหวังสุดขีด
เสียงฝีเท้าเสมียนพยายามเดินแผ่วเบากลับสร้างเสียงกรอบแกรบรบกวนประสาท ชายหนุ่มค่อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะจนมิด ขดตัวแน่นราวกับกอดฟางเส้นสุดท้ายในชีวิต ความเงียบสงัดช่างน่าอึดอัดแลโหดร้ายเสียยิ่งกว่าเสียงปืนใหญ่
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า มหาเสนาบดีผู้พิชิต 2 มณฑลด้วยปืนใหญ่ กำลังกรีดร้องโหยหวนหลั่งน้ำตาอยู่ภายใต้จิตวิญญาณ
"ข้าแค่ต้องการนอนหลับพักผ่อน! มิได้อยากควบรวมกิจการมณฑลโว้ย!!"
[จบตอนที่ 39]