“จะใส่ใจอะไรขนาดนี้กันนะ?”
ดรีมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเริ่มลงมือซักผ้า ร่างบางนั่งคุกเข่า ใช้แปรงถูคราบบนเสื้อไปมา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผงซักฟอกผสมกับกลิ่นธรรมชาติรอบตัว ทำให้เขารู้สึกแปลกไปจากทุกวัน ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีเสียงเร่งรีบจากเ้านาย
“ที่นี่มัน... เงียบสงบจริง ๆ”
ดรีมพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ เขาคิดว่าการมาอยู่ที่นี่จะเป็ฝันร้าย แต่กลับกลายเป็ว่าทุกอย่างมันทำให้เขารู้สึก... ผ่อนคลาย แม้ว่าเขาจะยังไม่อยากยอมรับมัน อย่างเต็มปากก็ตาม
“ทำอะไรอยู่?”
เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ดรีมสะดุ้งจนมือเกือบปล่อยเสื้อลงไปในกะละมัง เขาหันไปมองก็เห็นปอยืนกอดอกอยู่ ดวงตาคมจับจ้องมาที่เขาด้วยแววตายากจะอ่านออก
“ก็ซักผ้าไง นายไม่เห็นรึไง?”
ปอยกยิ้มมุมปาก “นึกว่าคุณจะโยนให้ผมซักให้ซะอีก”
ดรีมกลอกตามองบน “คิดว่าฉันเป็เด็กหรือไง? ฉันอยู่หอกับเพื่อนมาก่อนนะ บางทีเครื่องซักผ้าพัง ฉันก็ซักมือได้ม๊ะ”
ปอมองดูเขาเงียบ ๆ ก่อนจะเดินมานั่งยอง ๆ ข้าง ๆ กะละมัง มือหนาหยิบเสื้อของดรีมขึ้นมาดู
“แรงขนาดนี้ ผ้าน่าจะขาด ก่อนสะอาดกันพอดี”
“เฮ้!” ดรีมทำหน้ามุ่ย มองตามมือของปอที่จับเสื้อของเขา แล้วใช้แปรงขัดเบา ๆ
“ทำไมฉันต้องฟังคำสั่งนายด้วย?”
“ไม่ได้สั่ง แค่แนะนำ” ปอตอบเสียงเรียบ
“คุณจะฟังหรือไม่ฟังก็แล้วแต่”
ดรีมขยับเม้มปาก มองดูอีกฝ่ายถูผ้าด้วยแรงที่เหมาะสม ไม่เบาเกินไปแต่ก็ไม่หนักจนผ้าช้ำ สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับว่าปอพูดถูก
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบลง มีเพียงเสียงน้ำกระฉอกและเสียงแปรงขัดเสื้อผ้า ดรีมแอบมอง ใบหน้าของปอ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังตั้งอกตั้งใจซักผ้า มือหนาดูมีความชำนาญ ราวกับว่าทำแบบนี้มาตลอดชีวิต ซึ่งมันก็คงเป็แบบนั้นจริง ๆ
“ดูออกเลยนะว่านายเคยซักผ้าให้ลูก”
ปอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาดรีม จนทำให้คนพูดรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ก็ตอนที่ปอนิ่งเงียบไป
“ฉันหมายถึง... เอ่อ นายอาจมีครอบครัว..แบบพ่อแม่..อะ..เอ่อ..”
ปอหัวเราะเบา ๆ “ก็คงงั้นมั้ง”
ดรีมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น อะไรบางอย่างที่ลึกซึ้ง และอาจจะเป็เศษเสี้ยวของอดีตที่ปอไม่อยากพูดถึง แต่แทนที่จะถาม เขากลับ เขาเลือกที่จะก้มหน้าซักผ้าของตัวเองต่อไป และปอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
แม้ว่าทั้งคู่จะทะเลาะกันั้แ่เจอหน้า แต่บรรยากาศในตอนนี้กลับดูสงบอย่างน่าประหลาด
ในวันต่อมา วันนี้ปอนำวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารมาวางไว้หน้าบ้านั้แ่เช้า พร้อมทิ้งจดหมายบอกว่า เขาจะไม่อยู่่เช้า แต่ได้ฝากคนงานที่มาตัดหญ้าช่วยดูแล หาก้าอะไรให้บอกเขาได้เลย
“ชิ!..ไม่เห็นต้องขอความช่วยเหลือเลย..ดีซะอีกที่คนปากมากไม่อยู่”
“ว้าย!!!”
ดรีมกำลังทอดปลา แต่ก็เผลอวางลงอย่างรวดเร็ว เพราะความร้อนเนื่องจากเขาใส่ฟืนมากเกินไป จนเปลวเพลิงรุกสูง เขาส่งเสียงร้องด้วยความใ ปลาตกลงในน้ำมันด้วยความแรง จนน้ำมันกระเด็น เกิดเป็เพลิงไฟลุกวาบขึ้นมา เปลวพุ่งสูงเกือบถึงหลังคาครัว
“เวรแล้ว!”
ดรีมถอยกรูด สายตาเบิกกว้างมองเปลวไฟที่พุ่งสูงขึ้นจากกระทะ ความร้อนแผดเผาอากาศรอบตัว ทำให้เขายิ่งลนลานกว่าเดิม
“น้ำ! น้ำอยู่ไหน!”
มือบางคว้าหม้อเปล่าจะไปตักน้ำ แต่กลับชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่า
“เดี๋ยว! น้ำมันกับน้ำ..โดนกันไม่ได้!”
เขาเคยได้ยินมาว่า หากนำน้ำราดลงไปบนไฟจากน้ำมัน ไม่ใช่แค่ดับไม่ได้ แต่มันจะยิ่งลุกลาม!
“บ้าเอ๊ย! จะทำยังไงดี!?”
ดรีมหันซ้ายหันขวาหาของช่วยดับไฟ แต่กลับไม่มีอะไรอยู่ใกล้ตัวเลย นอกจาก...
“ผ้ากันเปื้อน! เออ! ปิดฝาหม้อก็ได้!”
เขาไม่มัวเสียเวลาคิดอีกต่อไป รีบใช้ผ้ากันเปื้อนคลุมกระทะก่อนจะหยิบฝาหม้อครอบลงไปแน่น เพื่อกันออกซิเจนไม่ให้ไฟเผาไหม้ต่อ หัวใจเต้นแรงด้วยความใขณะเฝ้ารอดูผลลัพธ์
“ดับไปแล้วใช่ไหม!?”
เสียงแตกพร่าของเขาพึมพำขณะค่อย ๆ แง้มฝาหม้อออกเล็กน้อยแล้วเห็นว่าไฟดับไปจริง ๆ แต่กลิ่นไหม้ลอยคละคลุ้งไปทั่ว เขาทรุดนั่งลงกับพื้นครัว หอบหายใจหนัก
“เกือบไปแล้ว! แค่ทอดปลา เกือบเผาบ้านเขาไปแล้ว!”
เสียงหัวเราะขื่น ๆ ดังขึ้นจากตัวเอง ในขณะที่ยังรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมตามไรผม จนต้องยกมือขึ้นเช็ด ไม่แน่ใจว่าเป็เพราะไฟ หรือเพราะหัวใจที่เต้นแรงเกินไปกันแน่
“คราวหลัง... ไม่ทำแล้ว!”
“กลิ่นอะไร?”
เสียงทุ้มดังขึ้นหน้าบ้าน ดรีมสะดุ้งเฮือก หันไปเห็นปอก้าวเข้ามา ใบหน้าคม มีรอยย่นที่หว่างคิ้ว ขณะที่สายตาจับจ้องครัวไม้ที่มีควันจาง ๆ ลอยออกมา
“อย่าบอกนะว่า..”
“ฉันจัดการแล้ว!”
ดรีมพูดขัดขึ้นมาทันที ยืดอกขึ้นแม้ว่าข้างในยังสั่นนิด ๆ **"ไม่มีอะไรลุกไหม้ ไม่มีอะไรพัง!”
ปอยืนกอดอก มองสำรวจใบหน้ามอมแมม เต็มไปด้วยครบเขม่าดำของดรีม แล้วค้นหาาแกลัวว่าอีกคนจะได้รับอันตราย ั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนสายตาจะเลื่อนเลยไปยังกระทะบนเตา และฝาหม้อที่มีคราบเขม่าดำ
จังหวะนั้นดรีมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะยกยิ้มแห้ง ๆ
“อ่า... ฉันแค่... เอ่อ... ทดลองทำอาหาร”
ปอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นนวดขมับ พลันส่งเสียงแข็ง
“ทดลอง? หรือจะเผาบ้านผมกันแน่?”
“ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาเป็แบบนี้!”
ดรีมเถียงกลับทันควัน “แต่ฉันก็หาทางดับไฟได้เองนะ! เห็นไหม? ฉันไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากใครเลย!”
ปอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะกระตุกขึ้นเป็รอยยิ้มบาง ๆ พลางส่งเสียงแกล้งชม ทั้งที่ในใจแอบขำขันใบหน้าคนดับไฟ
“อืม... เก่งมากครับ”
ดรีมชะงักไปทันที ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ทำไมกันนะ? คำชมแค่นี้มันไม่ควรทำให้เขารู้สึกดีขนาดนี้สิ!
หลังจากเคลียร์ครัวเสร็จ ปอก็ลงมือทำอาหารแทน ส่วนดรีมถูกไล่ให้ไปล้างหน้าที่มีแต่เขม่าควันไฟเติมหน้า
จังหวะนี้ดรีมถึงได้รู้ตัวว่า เพราะเหตุนี้ปอถึงขำขันั้แ่แรกที่เห็นหน้า ร่างบางรีบวิ่งเข้าบ้านไปล้างหน้า ด้วยความเขินอาย จนแทบแทรกแผ่นดินหนี ก่อนจะมานั่งรอทานอาหารที่โต๊ะ
.................................................