57 นำทัพปราบโจร
“ ขอบใจเจ้ามาก เจ้ากลับไปติดตามสถานการณ์ต่อ ถ้ามีอะไรให้รีบมารายงานข้าทันที” นายอำเภอหนุ่มสั่งการอีกฝ่าย หลังจากที่ได้รับรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ถูกกลุ่มโจรนับพันบุกเข้าปล้น ก่อนจะมอบหมายให้ผู้ช่วยนายอำเภอทั้งสองรีบไปควบคุมสถานการณ์ที่แนวหน้าโดยด่วน “ ท่านกุนซือ ท่านกับหวังฮั่นรีบไปดูแลและควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ ส่วนข้าขอเวลาไปรวบรวมกำลังหน่วยรบพิเศษหลงหู่ 500 นาย จากนั้นข้าจะรีบตามไปสมทบ” “ ขอรับใต้เท้า พวกข้าจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้ ท่านหวังฮั่น เราไปกันเถอะ” เจียงกัดหลูน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะรีบขึ้นม้าพร้อมกับหวังฮั่นมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา โดยนำกองกำลัง 100 นายติดตามไปด้วย “ ใต้เท้า ข้าขอติดตามท่านออกไปจัดการเจ้าพวกโจรชั่วด้วยนะขอรับ” เฮ่อหวังซื่อที่ขอติดตามเป็นเสมือนองครักษ์ของเสียมหลอหลง เพราะเขาชื่นชมในตัวขุนนางหนุ่มตงฉินผู้นี้ และเขาเชื่อมั่นว่า คนผู้นี้จะต้องก้าวขึ้นไปเป็นใหญ่ในแผ่นดินได้อย่างแน่นอน ได้เอ่ยปากขอออกสนามรบกับเจ้านายของตน เพราะอยากทำหน้าที่ชายชาติทหารปกป้องพี่น้องราษฎรจากผู้บุกรุก “ เจ้าไม่กลัวว่าแม่นางเสี่ยวอิงจะเป็นห่วงเจ้ารึหวังซื่อ?” เสียมหลอหลงเอ่ยกระเซ้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังผูกสัมพันธ์อันดีกับแม่นางมู่ โดยที่พ่อแม่ของนางก็เห็นชอบและยินดีที่นางได้เจอคนที่รักนางจริงๆ และสามารถปกป้องคุ้มครองนางได้ ถึงแม้ว่าหน้าตาของเขาจะดูเหมือนมหาโจรไปหน่อยก็ตาม “ นายท่าน ข้าเชื่อว่าเสี่ยวอิงก็ต้องการให้ข้าออกไปจัดการกับพวกที่บังอาจมาทำร้ายพี่น้องชาวเหมยฮวาของเราเช่นกันขอรับ” “ เอาล่ะ เมื่อเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ขัดขวางเจ้า ถ้าเจ้าสามารถสร้างผลงานและความดีความชอบในครั้งนี้ได้ ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นนายทหารยศไป่ฮู่(นายร้อย)ดีหรือไม่?” อาหลงเอ่ยกระตุ้นอีกฝ่าย เพราะต้องการให้เขาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง เพื่อที่ตนจะได้พิจารณาให้อีกฝ่ายได้เป็นทหารยศนายร้อยเป็นอย่างน้อยหลังจากเสร็จภารกิจ สร้างความดีใจและกำลังใจให้กับอดีตหัวหน้านักเลงหัวไม้ผู้นี้อย่างมาก หลังจากนั้นนายอำเภอหนุ่ม ในฐานะผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษหลงหู่อีกตำแหน่ง สั่งการให้เถียนหยางหลิง รองผู้บังคับการหน่วยระดมทหารมือดีในสังกัด 500 นายจากทั้งหมด 3,000 นาย เพื่อติดตามเขาไปจัดการกับโจรร้ายที่มาบุกปล้นชาวบ้านเหมยฮวา ซึ่งศึกครั้งนี้ถือว่าเป็นการศึกครั้งแรก และจะเป็นการเปิดตัว รวมทั้งแสดงแสนยานุภาพให้ทุกคนได้ประจักษ์ถึงความน่ากลัวของหน่วยรบพิเศษหน่วยนี้ “ ใต้เท้า พวกโจรร้ายมีกำลังเกือบ ๆ 2 พันนาย แล้วทหารแค่ 500 นายของเรา จะรับมือพวกมันไหวหรือขอรับ?” เถียนหยางหลิงเอ่ยปากถามอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนำทหารไปเพียงเท่านี้ เพราะกลัวว่าจะเสียเปรียบและเสียทีต่อพวกโจรที่มีจำนวนมากกว่า “ พี่เถียน หรือว่าท่านก็ไม่เชื่อในฝีมือของพี่น้องเราที่พวกเราฝึกเองมากับมือ” “ เอ่อ...หามิได้ขอรับ ในเมื่อท่านมั่นใจเช่นนี้ ข้าก็ย่อมเชื่อมั่นในตัวพี่น้องของเราเช่นกัน ทัพของเราพร้อมแล้ว พวกเราออกเดินทางได้เลยขอรับ” เถียนหยางหลิงเอ่ยกับผู้บังคับบัญชาของตนด้วยแววตาที่เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวของอีกฝ่าย ก่อนที่จะช่วยเขาขึ้นม้าที่เตรียมไว้ และเคลื่อนทัพออกจากเมืองตรงไปที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่อยู่ห่างออกไปราว 100 กว่าลี้ในทันที ท่ามกลางความสนใจของชาวเมืองที่แห่มาชมการเคลื่อนทัพครั้งนี้ และตะโกนให้กำลังใจเหล่าทหารหาญให้กำจัดโจรร้ายและนำชัยชนะกลับมาฝากชาวเมืองให้จงได้ “ เจ้าคิดว่า ท่านนายอำเภอเสียมหลอกับทหาร 500 นายของท่าน จะปราบพวกโจรร้ายที่มีจำนวนเกือบ 2 พันคนได้หรือไม่?” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยถามเพื่อนของตนที่มายืนแออัดเบียดเสียดชมการเคลื่อนทัพอยู่ริมถนนด้วยความอยากรู้ “ ข้ามั่นใจว่าใต้เท้าเสียมหลอจะต้องเป็นฝ่ายเอาชนะพวกโจรได้แน่นอน เจ้าคิดว่ายังมีเรื่องใดที่ใต้เท้าของเราทำไม่ได้บ้าง?” สหายของชายคนดังกล่าวตอบคำถาม แสดงความคิดเห็นของตนออกมาอย่างเชื่อมั่นในตัวของนายอำเภอที่เป็นที่รักของคนที่นี่อย่างรวดเร็ว “ ใช่แล้ว เจ้าไม่เห็นเหรอว่า เพียงแค่ 2 เดือนที่ใต้เท้าเสียมหลอมารับตำแหน่งที่นี่ ทุก ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นจนทุกคนแทบจะจำไม่ได้เลยทีเดียว” ชายชราอีกคนที่ยืนฟังทั้งคู่สนทนากัน ร่วมแสดงความคิดเห็นของตน โดยผู้อาวุโสผู้นี้เป็นคนเดียวกับที่เคยเตือนเสียมหลอหลงไม่ให้สอดมือเข้าไปยุ่งในคดีของมู่เสี่ยวอิงนั่นเอง “ ตอนที่ข้าเห็นใต้เท้าครั้งแรก ตอนที่ท่านยื่นมือเข้าไปช่วยแม่นางมู่เสี่ยวอิงจากคุณชายหลงซานผิง ข้ายังคิดว่าท่านคงจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เสียแล้ว แต่ไม่นึกว่าท่านจะสามารถจัดการกับคนชั่วสองพ่อลูกนี้ได้ จากนั้นเพียงแค่ 2 เดือน ท่านก็สามารถปฏิรูปอำเภอหลงซานของเรา จากที่เคยเป็นแดนมิคสัญญีให้กลับกลายมาเป็นสรวงสวรรค์ของพวกเขาทุกคนอย่างเช่นตอนนี้” “ ใช่แล้ว ที่พวกท่านพูดมาล้วนถูกต้องยิ่งนัก ผลงานของท่านนายอำเภอมีมากมายยิ่งนัก นั่งเจียระไนทั้งวันก็ไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นการรื้อคดีเก่า ๆ และคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริสุทธิ์นับร้อย ๆ ราย จัดตั้งโรงทานราชประชาช่วยให้คนอดอยากได้อิ่มท้อง ช่วยขอทาน คนเร่ร่อน คนว่างงานให้ได้มีงานทำพร้อมที่พักและอาหาร ยังมีการขุดคลองและทำฝนเทียมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ศาลาเอื้ออาทรช่วยรักษาผู้ป่วยที่ยากไร้ โรงอาหารสมองเพื่อให้คนที่ขาดโอกาสได้เข้าไปศึกษาหาความรู้อย่างเท่าเทียมกัน ส่งเสริมให้ชาวนาอย่างเราทำไร่นาสวนผสมที่ให้ผลผลิตสูงและใช้ต้นทุนต่ำ เปิดสำนักผู้ก่อการดีเพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน และส่งเสริมให้ผู้คนทำความดี เฮ้อ....ดูสิข้าร่ายมายาวขนาดนี้ก็ยังไม่หมดเลย” ชายหนุ่มอีกคนกล่าวสนับสนุนคำพูดของคนก่อน ๆ หน้า ด้วยแววตาที่ชื่นชมและศรัทธาในตัวนายอำเภอหนุ่มผู้มาพลิกฟ้าคว่ำดินอำเภอหลงซานให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ส่วนตัวเขาเองก็ได้รับประโยชน์หลายอย่างจากนโยบายของขุนนางตงฉินผู้มาใหม่นี้ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่ ต้องอดมื้อกินมื้อ คอยขอทานคนเขากินไปเรื่อย แต่หลังจากนั้นท้องเขาอิ่มเพราะอาหารที่เขาได้รับจากโรงทานทุกวัน เมื่อเจ็บไข้ก็ไปรับการรักษาฟรีที่ศาลาเอื้ออาทรของคุณหนูเจียว ส่วนตอนนี้เขาได้งานทำแล้วที่โรงงานผลิตสินค้าของท่านนายอำเภอกับแม่นางหลินซู่เฟินนั่นเอง “ นายอำเภอเสียมหลอ นำชัยชนะกลับมา ๆ ๆ ๆ” เสียงชาวบ้านสองข้างทางตะโกนส่งเสียงให้กำลังใจนายอำเภอหนุ่มพร้อมด้วยทัพรบพิเศษหลงหู่ของเขาให้กำชัยชนะกลับมาฝากชาวหลงซาน ในขณะที่เขาเองกับเถียนหยางหลิงที่อยู่บนหลังม้าต่างคำนับขอบคุณชาวบ้านที่ตามมาส่งจนกระทั่งขบวนทัพทั้งหมดออกจากตัวอำเภอไป หมู่บ้านกุ้ยฮวา “ สถานการณ์ทางนี้เป็นอย่างไรบ้างท่านกุนซือ?” เสียมหลอหลงเอ่ยถามผู้ช่วยนายอำเภอเจียงที่ควบตำแหน่งที่ปรึกษาของตนอีกตำแหน่ง หลังจากที่เขาได้สั่งให้ทหารทั้งหมดตั้งค่ายเผชิญหน้ากับพรรคพวกโจร โดยมีเพียงแม่น้ำที่ขวางกั้นเท่านั้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะรายงานว่าตอนนี้ทหารทางการกับกองกำลังฝ่ายโจรร้ายต่างยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งสองต่างดูเชิงกันอยู่ แต่ทัพของฝ่ายตรงข้ามมีกำลังเกือบ 2 พันคน มากกว่าฝ่ายทางการที่มีเพียง 500 นายเท่านั้น “ สถานการณ์ช่วงนี้ ถือว่ามิสู้ดีนักขอรับ เพราะดูเหมือนว่าทัพม้าเกือบ 2 พันคนของข้าศึก สามารถกุมความได้เปรียบไว้นิดหนึ่ง หากเราอยากเอาชนะพวกเขาก็ต้องใช้วิธีที่พวกเขาคาดไม่ถึงเท่านั้น” “ ตกเย็นนี้ ข้าจะเข้าไปสืบข่าวจากค่ายของข้าศึก ส่วนทางนี้ท่านเตรียมกำลังให้พร้อม รอคำสั่งและสัญญาณบุกจากข้า ก่อนอื่นพวกเราไปสำรวจชัยภูมิแถวนี้ เพื่อจะได้เตรียมวางแผนการศึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ” อาหลงสั่งการต่ออีกฝ่าย จากนั้นจึงพากุนซือของตน ยังมีหวังฮั่น พร้อมด้วยทหารคนสนิทอีกจำนวนหนึ่ง ติดตามออกไปเพื่อสำรวจพื้นที่ที่จะใช้ในการทำศึกในวันพรุ่งนี้ “ ท่านกุนซือ หวังฮั่น พวกท่านดูเนินป่าทางด้านนั้นสิ แถวนั้นล้วนแต่เป็นพงแขมพงอ้อทั้งนั้น เหมาะที่เราจะใช้เป็นที่เผด็จศึกพวกโจรป่าเหล่านั้น พรุ่งนี้ท่านจงให้คนเตรียมเชื้อเพลิงไว้ให้พร้อมทั้งสองข้างทาง จากนั้นให้ท่านกับหวังฮั่นผลัดกันเข้าประมือกับหัวหน้าโจร แต่ต้องแพ้ ห้ามชนะเป็นอันขาด” “ เอ๊ะ เหตุใดใต้เท้าถึงต้องให้พวกเรายอมแพ้ต่อข้าศึกด้วยล่ะขอรับ?” หวังฮั่นเอ่ยถามผู้บังคับบัญชาของตนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่เสียมหลอหลงจะหันไปสบตาเจียงกัดหลู เพื่อให้เขาเป็นผู้อธิบายเรื่องราวแทนตน “ พี่หวัง ใต้เท้าต้องการให้พวกเราแสร้งทำเป็นแพ้ เพื่อล่อให้อีกฝ่ายเข้ามายังเนินแห่งนี้ ก่อนที่เราจะใช้เพลิงอัคคีจัดการกับพวกโจรร้ายเหล่านี้ให้ราบคาบ ?” เจียงกัดหลูอธิบายให้อีกฝ่ายฟังด้วยความใจเย็น เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังฮั่นจึงพยักหน้าเหมือนคนที่เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ดีแล้ว จากนั้นคนทั้งหมดจึงพากันเดินทางกลับค่าย เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดศึกกับบรรดามหาโจรในวันรุ่งขึ้น “ ใต้เท้า ข้าได้ข่าวมาว่าหัวหน้าโจรผู้นี้เป็นผู้มากด้วยความสามารถ ในอดีตเขากับลูกน้องในกองกำลังล้วนเป็นนายทหารที่ห้าวหาญชำนาญศึกของราชสำนัก แต่เพราะว่าพวกเขาถูกกังฉินใส่ร้าย ทำให้พวกเขาต้องหลบหนีทางการ ร่อนเร่จนกลายเป็นโจรคอยดักปล้นผู้คนที่สัญจรผ่านทางไปมา ดังนั้นพวกเราจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาดนะขอรับ” เจียงกัดหลูรายงานข้อมูลที่ตนได้สืบทราบมาต่อนายอำเภอหนุ่ม รวมทั้งเขายังรายงานข่าวที่น่าประหลาดใจมากๆ คือหัวหน้าโจรตั้งค่าหัวนายอำเภอไว้สูงถึง 20,000 ตำลึงเลยทีเดียว ซึ่งข่าวนี้ทำให้อาหลงถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อได้รู้ว่าตนเองมีค่าหัวสูงลิบลิ่วขนาดนี้ “ เอาล่ะ ค่ำแล้ว ท่านไปเตรียมการศึกให้พร้อม อย่าให้มีข้อผิดพลาดใด ๆ ส่วนข้าจะออกไปสืบข่าวข้าศึกสักหน่อย แล้วข้าจะรีบกลับมา” เสียมหลอหลงสั่งการกุนซือของตน ก่อนที่เขาจะใช้วิชาล่องหน และวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตา เพื่อเข้าไปสืบข่าวการศึกในค่ายของศัตรู “ จากที่เจ้าไปแอบสอดแนม พวกทหารทางการมีจำนวนมากน้อยเท่าใด?” หัวหน้าโจรผู้อยู่ในกลางคน เอ่ยถามคนสนิทของตน ก่อนที่อีกฝ่ายจะรายงานหัวหน้าของตนว่า ฝ่ายทางการมีทหารอยู่ 500 คน รวมกำลังเสริมที่เคลื่อนทัพมาหนุนอีก 500 คน เท่ากับว่าอีกฝ่ายมีกำลังเพียงแค่ 1,000 นามเท่านั้น ในขณะที่พวกเขาเองมีกำลังเกือบ 2,000 คน “ แล้วเจ้าเห็นนายอำเภอเสียมหลอหรือไม่?” หัวหน้าโจรที่ชื่อว่า หานซุ่น ซึ่งเคยเป็นทหารของทางการ เคยดำรงตำแหน่งสูงถึงยศเชียนฮู่(นายพัน)เลยทีเดียว เอ่ยถามลูกน้องของตน เกี่ยวกับนายอำเภอหนุ่มผู้นี้ด้วยความสนใจใคร่รู้ “ เห็นขอรับท่านหัวหน้า นายอำเภอเสียมหลอเป็นผู้นำกองกำลัง 500 คนมาสมทบกับทหารของทางการเมื่อบ่ายนี้ขอรับ” ลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งของเขา เอ่ยรายงานสถานการณ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด พร้อมทั้งเล่าให้นายของตนได้ทราบว่า หน่วยหลงหู่ของนายอำเภอเสียมหลอช่างมีแสนยานุภาพที่น่ากลัว เพราะทหาร 1 นายของหน่วยนี้ สามารถต้านทานทหารข้าศึกได้ถึง 10 คนเลยทีเดียว นอกจากนี้พวกเขายังมีปืนไฟ , ระเบิดมือ และปืนใหญ่อีกด้วย เพียงแต่พวกเขายังไม่เคยลงสนามรบจริง ๆ เลยสักครั้ง การศึกครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการศึกครั้งแรกของพวกเขา ในขณะที่พวกโจรที่เป็นอดีตทหารเก่าเหล่านี้ล้วนแต่ผ่านศึกน้อยใหญ่มาอย่างโชกโชนทั้งนั้น “ รองหัวหน้าติง เจ้าคิดว่าเราควรจะเผด็จศึกครั้งนี้อย่างไรดี? เพื่อที่เราจะได้นำหัวนายอำเภอไปรับค่าหัว 20,000 จากหลงซานผิง” หานซุ่นเอ่ยถามความเห็นของรองหัวหน้าของตน ด้วยความรู้สึกที่แปลก ๆ เหมือนกับว่ามีคนแอบจ้องมองที่ตนตลอดเวลา เพียงแต่มองไปรอบ ๆ กลับไม่มีใครเลย นอกจากตนและทหารคนสนิทเท่านั้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะเสนอให้จับชาวบ้านมาเป็นตัวประกัน เพื่อล่อให้เสียมหลอหลงมาติดกับ จากนั้นค่อยจัดการเชือดอีกฝ่ายทันที รองหัวหน้า ติงชิวชุน เสนอความเห็นในการทำศึกครั้งนี้ ซึ่งปรากฏว่าความคิดนี้ตรงกับที่หานซุ่นได้คิดไว้พอดี ทั้งสองจึงตกลงที่จะทำตามแผนนี้ “ ข้ารับปากว่าจะช่วยท่านล้างแค้นนายอำเภอเสียมหลอผู้นี้ให้ได้อย่างแน่นอน เพื่อลบแค้นที่เขาทำร้ายท่านจนสาหัสเมื่อหลายเดือนก่อน นอกจากนี้พวกเรายังจะได้ค่าจ้าง 20,000 ตำลึงจากหลงซานผิงอีกด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เอาล่ะพวกท่านไปเตรียมทัพให้เรียบร้อยสำหรับการศึกพรุ่งนี้” หัวหน้าโจรสั่งคนสนิทของตน จากนั้นจึงกลับไปวางแผนการวันรุ่งขึ้นที่กระโจมของตนทันที เสร็จแล้วจึงรีบพากันพักผ่อนเพื่อออมแรงไว้ในการทำศึกพรุ่งนี้ “ อย่าหนี แน่จริงเจ้าอย่าหนีสิ ไอ้เจ้าลูกเต่า ฮ่าฮ่าฮ่า ทหารต้าหยางมีน้ำยาเท่านี้เองรึ พวกเราตามไป จัดการข้าศึกให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว?” รองหัวหน้า ติงชิวชุนขับม้านำกองกำลังโจรของตน ไล่กวดตามล่าหวังฮั่นที่กำลังถอยทัพหนีอย่างไม่เป็นท่า หลังจากพ่ายแพ้ในการประมือกับอีกฝ่าย ก่อนจะรีบชักม้ากลับและรีบถอยทัพกลับไปใกล้ ๆ ยังบริเวณเนินป่า โดยมีเถียนหยางหลิงรับไม้ต่อจากหวั่งฮั่น ด้วยการออกไปประมือกับรองหัวหน้าโจรด้วยความห้าวหาญ ไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งนั้น “ เจ้าโจรถ่อย มาให้ข้าตัดหัวซะดี ๆ” หัวหน้ามือปรายเอ่ยท้าทาย และตะโกนบอกให้อีกฝ่ายยอมมอบตัวแต่โดยดี โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา พร้อมชักม้าเข้าโรมรันพันตูกับติงชิวชุนอย่างดุเดือดเลือดพล่านยิ่งนัก “ บังอาจ เจ้านั่นแหละที่ต้องมอบศีรษะเจ้าให้แก่ข้ามากกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า” ติงชิวชุนร้องตอบโต้อีกฝ่ายอย่างมีโทสะ จากนั้นจึงชักม้าเข้าไปประลองยุทธกันอย่างดุเดือดอีกครั้ง เพียงผ่านไปไม่ถึง 20 เพลง ก็ดูเหมือนเถียนหยางหลิงจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้กับฝ่ายโจร ดังนั้นเขาจึงชักม้ากลับ พร้อมทั้งรีบนำพากำลังทหารของตนล่าถอยหนีอย่างไม่คิดชีวิตเข้าไปยังเนินว่างป๋อ “ ฮ่าฮ่าฮ่า มิทันไรก็หนีจนหางจุกตูดเลยเหรอ ตาม ๆ ฆ่าอย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว” “ ถอยๆ ๆ เร็ว รีบถอยกลับเข้าค่ายเร็วเข้า” เถียนหยางหลิงนำกองกำลังของตนถอยร่นหนีเข้าไปยังบริเวณเนินเขาที่สองข้างทางล้วนแต่เต็มไปด้วยพงแขมและพงอ้อ เมื่อนำทัพผ่านจุดที่ตระเตรียมกันไว้ บรรดาทหารทั้งหมดก็หลบเข้าด้านข้างป่าทั้งสองข้างตามแผนที่กุนซือเจียงกัดหลูกับเสียมหลอหลงช่วยกันวางไว้ ซึ่งพื้นที่แถวนี้คับแคบเนื่องจากเป็นเนินเขา และการเดินทัพผ่านจุดนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากเลยทีเดียว “ รองหัวหน้าขอรับ ข้าว่าเราถอยก่อนดีมั้ย เพราะชัยภูมิแถวนี้เสี่ยงต่อการที่เราจะถูกโจมตีได้ง่าย ๆ นะขอรับ” ทหารคนสนิทของติงชิวชุนเอ่ยเตือนแม่ทัพของตน ด้วยความหวาดวิตกว่าทัพของพวกตนอาจจะโดนซุ่มโจมตีได้ “ บังอาจ ทำเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวไปได้ ตกลงข้าหรือเจ้าที่เป็นผู้นำทัพ?” ติงชิวชุนถึงกับโมโหและบันดาลโทสะ ที่ทหารของตนกลับปอดแหกและกลัวข้าศึก ดังนั้นเขาจึงป่าวประกาศว่า ถ้าผู้ใดบังอาจถอยหนี ตนจะกุดหัวมันเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น ได้ยินดังนั้น ทัพโจรจึงต้องเดินทัพมุ่งหน้าต่อไปยังเนินเขาอันคับแคบด้วยความหวาดระแวง รวมทั้งยังมีอาการเหนื่อยล้าเพราะต้องไล่ตามอีกฝ่ายมาเป็นเวลานาน “ โจมตี ๆ ยิงธนูเพลิง จัดการพวกโจรชั่วอย่าให้เหลือ”............................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 57 ที่รอคอย สำหรับตอนนี้อาหลงของเราต้องนำทัพออกศึกเป็นครั้งแรก เพื่อปราบโจรร้าย ส่วนจะสามารถปราบเหล่าโจรร้ายได้หรือไม่ ต้องรออ่านรอลุ้นได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ..............................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ข้าไม่ต้องเก่งตั้งแต่เริ่ม แต่ข้าต้องเริ่มที่จะเก่ง”