สีหน้าของทริสตันแปรเปลี่ยนเป็นความสนใจ “อาร์วิน เจ้ามีข้อเสนออะไรดี ๆ ก็พูดมาเถอะ เรายินดีรับฟังความเห็นที่ช่วยเติมเต็มความคิดของเราเสมอ”
แววตาของอาร์วินฉายความนับถือออกมาจากใจจริง... ช่างต่างจากเจ้านายคนก่อน ๆ ที่เขาเคยเจอราวฟ้ากับเหว พวกนั้นดีแต่สั่งและปิดกั้นความคิด ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าเบา ๆ แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผู้น้อยเห็นควรว่า เราน่าจะลองใช้ประโยชน์จากหัวหน้าโจรที่เพิ่งจับตัวมาได้ ให้เขามาช่วยสร้างผลงานในศึกครั้งนี้ครับ”
“ถ้าทำแบบนั้น... เราจะมั่นใจในความภักดีของเขาได้แค่ไหนกัน แล้วงานที่ให้ทำ อีกฝ่ายจะทุ่มเทหรือเปล่า” ทริสตันเอ่ยถาม เสียงของเขาเรียบเรื่อยทว่ากดดัน “หากเขาหาโอกาสหลบหนีไปได้ระหว่างความวุ่นวาย เจ้าไม่คิดว่าวิธีนี้มันเสี่ยงเกินรับมือหรือ อาร์วิน”
ในใจของทริสตันเต็มไปด้วยความกังขา การหยิบยื่นอาวุธให้คนที่ยังไม่ยอมศิโรราบอย่างแท้จริง คืองานเสี่ยงอันตรายที่อาจย้อนกลับมาแทงข้างหลังพวกเขาก็ได้
“ท่านผู้ปกครอง เรื่องนี้ผู้น้อยขอเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบด้วยตนเองครับ” อาร์วินน้อมกายลงต่ำ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาหนักแน่นมั่นคงไม่มีสั่นคลอน “หากแผนการครั้งนี้ล้มเหลว หรือปล่อยให้มันฉวยโอกาสหลบหนีไปได้ ผู้น้อยยินดีกลับมารับโทษทัณฑ์ขั้นเด็ดขาดจากท่านโดยไม่มีข้อแก้ตัวครับ”
ปลายนิ้วของทริสตันเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้าราวกับจะอ่านใจ... อะไรทำให้อาร์วินกล้าเอาชีวิตมาเสี่ยงเดิมพันขนาดนี้? สองคนนี้มีความสัมพันธ์เบื้องหลังที่เขาไม่รู้ หรืออาร์วินเพียงทนงตนว่าสามารถชักใยควบคุมหัวหน้าโจรคนนั้นมาใช้งานได้ตามใจ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอยู่นานเนิ่น ทริสตันนิ่งคิดใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่เสียงเคาะนิ้วจะหยุดลงพร้อมกับการพยักหน้าเปิดทาง
“ดี! ในเมื่อเจ้ากล้าเอาตัวเองมาเดิมพันถึงเพียงนี้ เราก็จะให้โอกาสเจ้าได้พิสูจน์” ทริสตันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “สิทธิ์ขาดในการสั่งการภารกิจนี้เป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว เดี๋ยวเราจะออกหนังสือรับรองให้... หวังว่าสุดท้ายแล้ว เจ้าจะไม่ทำให้เราต้องผิดหวังนะ อาร์วิน”
ชายหนุ่มรับคำเสียงหนักแน่นก่อนจะน้อมกายลงต่ำ และทันทีที่ได้รับหนังสือรับรอง อาร์วินก็รีบขอตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
คล้อยหลังบานประตูที่ปิดลง ทริสตันปล่อยให้ความเงียบเข้าเกาะกุมอีกครั้ง ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะทอดถอนใจออกมาเฮือกใหญ่... เอาเถอะ ในเมื่อหมากถูกเดินไปแล้ว อะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้มันเกิด
สามวันผันผ่าน... กลางดึกสงัดในห้องทำงานที่เงียบเชียบ ทริสตันยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาตรวจตราเอกสารดังเช่นทุกวัน ทว่ารายงานด่วนฉบับล่าสุดจากแนวหน้ากลับทำลายความเงียบงันนั้นลง ทันทีที่ไล่สายตาอ่านเนื้อความในกระดาษ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“เป็นไปได้อย่างไร...” ชายหนุ่มพึมพำเสียงแผ่วราวกับคนละเมอ เขารีบกวาดสายตาอ่านทวนเนื้อความในนั้นซ้ำอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าแสงไฟสลัวในห้องไม่ได้ทำให้สายตาของเขาฝ่าฟางไปเอง
เพียงสองวันเท่านั้น... ทหารติดอาวุธของสำนักศาสนาไรล่าจำนวนห้าร้อยนายกลับถูกกวาดล้างจนย่อยยับไม่เหลือซาก ขณะที่ฝ่ายพวกเขาเสียกำลังพลไปเพียงแค่เจ็ดคน! ในเนื้อความตอนท้าย อาร์วินระบุไว้อย่างชัดเจนว่า แผนการรบในครั้งนี้ ถูกคิดค้นและสั่งการโดยชายหัวหน้าโจรที่เขาตัดสินใจแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการชั่วคราว
ทริสตันยกมือขึ้นลูบคางพลางหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ชายผู้นี้มีอัจฉริยภาพด้านการศึกอย่างแท้จริง... รายละเอียดในรายงานระบุถึงกลศึกที่แยบยล ที่เขาใช้มีทั้งชั้นเชิงการล่อหลอก ปล่อยให้ศัตรูหลงระเริงกับชัยชนะจอมปลอม แล้วตลบหลังลากลงหลุมพรางที่ขุดรอไว้ ซ้ำยังอ่านเกมขาดจนดักทางหนีล่วงหน้าซะจนศัตรูหมดทางรอด แถมยังหยิบเอาข้อได้เปรียบเรื่องภูมิประเทศและสภาพอากาศมาผสานเข้ากับแผนการได้อย่างเหนือชั้น
โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ เขาต้องหาทางกล่อมชายคนนี้มารับใช้ให้สำเร็จ เพราะในวิกฤตการณ์ปีหน้าที่กำลังจะมาถึง คนที่มีความสามารถระดับนี้คือขุมกำลังที่เขาต้องการใช้งาน ทว่าเหรียญมักมีสองด้านเสมอ... หากพิสูจน์แล้วว่าควบคุมไม่ได้และไม่ยอมสวามิภักดิ์อย่างแท้จริง เขาก็พร้อมจะสะบั้นคออีกฝ่ายทิ้งทันทีโดยไม่ลังเลเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ดีกว่าปล่อยให้เติบโตขึ้นมาเป็นภัยร้ายแรงในภายหลัง
สองวันให้หลัง อาร์วินกลับมารายงานตัว ทริสตันไม่รีรอที่จะเอ่ยปากอนุญาตในทันที เพราะสิ่งที่เขาเฝ้ารอไม่ใช่แค่ลูกน้องคนสนิท แต่คือชายหัวหน้าโจรผู้เป็นเจ้าของแผนการรบอันเหนือชั้น และก้าวขึ้นมาเป็นผู้มีความดีความชอบใหญ่หลวงในศึกครั้งนี้
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของทริสตันที่ยืนรออยู่กลางห้อง ทันทีที่สายตาสบเข้ากับผู้มาเยือนทั้งสอง เสียงปรบมือดังกังวานข้ามความเงียบพร้อมกับคำชมเชย
“ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมจริง ๆ ” ทริสตันเอ่ยชม สายตาฉายแววภาคภูมิใจ “ศึกครั้งนี้พวกเจ้าสร้างผลงานได้สะเทือนเลื่อนลั่นนัก จัดการศัตรูห้าร้อยคนด้วยความสูญเสียเพียงแค่ทหารเจ็ดนาย เรื่องนี้จะถูกจารึกไว้อย่างแน่นอน และเราจะให้รางวัลพิเศษกับพวกเจ้าทั้งสองคนอย่างสมเกียรติ”
ชายทั้งสองน้อมกายลงรับคำชมเชย ทริสตันจับจ้องไปยังบุรุษแปลกหน้าผู้เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรก... ชายหนุ่มคนนี้ไว้ผมยาวสีน้ำตาลล้อมกรอบใบหน้าคมคายที่ฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย ดูจากรูปลักษณ์แล้วอายุน่าจะเพิ่งยี่สิบต้น ๆ เท่านั้น แม้จะมีปูมหลังเป็นกลุ่มโจร ทว่าเนื้อตัวและการแต่งกายกลับดูสะอาดสะอ้านหมดจด ผิดจากที่ทริสตันคาดการณ์ไว้ในตอนแรกโดยสิ้นเชิง
“จริงสิ... เรายังไม่รู้จักชื่อรวมถึงภูมิหลังของเจ้าเลย ช่วยแนะนำตัวให้เราฟังหน่อยสิ” เอ่ยจบ ทริสตันก็ทิ้งตัวลงนั่งประจำตำแหน่งที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง พลางประสานมือไว้ใต้คางแล้วจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสนใจ
แม้จะถูกสายตาของผู้ทรงอำนาจที่สุดในดินแดนนี้จับจ้องกดดัน ทว่าชายหนุ่มกลับยังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
“ผู้น้อยมีนามว่า เอ็ดการ์ ครับ... เดิมทีเป็นบุตรชายของพ่อค้าในเมืองเทนิส แต่ระหว่างที่ขบวนสินค้าของพวกเรากำลังเดินทางไปต่างเมือง กลับถูกกลุ่มโจรดักปล้นสะดม ท่านพ่อของผู้น้อยสิ้นชีพในเหตุการณ์ครั้งนั้น ส่วนผู้น้อยหนีรอดมาได้ ทว่าโชคร้ายกลับถูกโจรอีกกลุ่มหนึ่งจับตัวไปเป็นทาสแรงงาน... แต่ท้ายที่สุด ผู้น้อยก็อาศัยแผนการเล็ก ๆ น้อย ๆ จนพลิกขึ้นมาเป็นผู้นำของพวกมันได้สำเร็จครับ” น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากังวานชัดตอบกลับไปอย่างฉะฉาน
ทริสตันยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้าพลางหรี่ตาพิจารณาคนตรงหน้า ความเงียบปกคลุมห้องอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม
“เอ็ดการ์... เราได้อ่านรายงานกลยุทธ์การรบของเจ้าแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าเราชื่นชอบในฝีมือ และสนใจอยากได้ตัวเจ้ามาร่วมงานด้วยจริง ๆ ” ทริสตันเลื่อนสายตาไปจับจ้องนัยน์ตาของอีกฝ่ายนิ่งงันราวกับจะกดดัน “แล้วเจ้าล่ะ... มีความคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งที่เราเพิ่งพูดไปเมื่อครู่?”
เอ็ดการ์สบสายตากดดันคู่นั้นพลางผุดรอยยิ้มบางที่มุมปากอย่างรู้เท่าทัน ก่อนจะน้อมกายลงทำความเคารพด้วยท่วงท่าที่สง่างาม
“มีหรือที่ผู้น้อยจะไม่ยินดี... การได้ถวายการรับใช้แด่ผู้ปกครองที่ปรีชาสามารถเช่นท่านทริสตัน ถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดของผู้น้อยอยู่แล้วครับ”
“โอ้... เจ้าบอกว่าเราปรีชาสามารถงั้นหรือ?” ทริสตันเลิกคิ้ว นัยน์ตาฉายประกายท้าทาย “ถ้าเช่นนั้นช่วยขยายความให้เราฟังหน่อยสิว่าในสายตาของเจ้า... เราปรีชาสามารถอย่างไร”
เขามองสบตาอีกฝ่ายพลางเอ่ยถามเพื่อลองเชิงหยั่งรากลึกถึงวิสัยทัศน์ นึกอยากรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มองผู้ปกครองอย่างเขาในรูปแบบไหน หากคำสรรเสริญเมื่อครู่เป็นเพียงการสอพลอยกยอปั้นแต่งให้สวยหรูไปทีโดยไม่มีแก่นสาร... เขาก็คงต้องประเมินค่าชายหนุ่มคนนี้ใหม่เสียแล้ว
“ท่านผู้ปกครองทริสตันทรงใช้คนโดยไม่สนปูมหลังหรือชาติตระกูล ขอเพียงมีใจและมีปัญญาความสามารถ ท่านก็พร้อมจะหยิบยื่นโอกาสให้ ผิดกับผู้ปกครองเมืองอื่นที่มักเลือกขุนนางจากคนสนิทชิดเชื้อหรือพวกตระกูลใหญ่โต โดยไม่นำพาต่อศักยภาพที่แท้จริง”
เอ็ดการ์เว้นจังหวะเล็กน้อย แววตาฉายความเลื่อมใสขณะบอกเล่าต่อ
“ยิ่งไปกว่านั้น การจัดวางผังเมืองของท่านยังเปี่ยมด้วยประโยชน์ใช้สอย มีการแบ่งสัดส่วนแยกโซนอย่างเป็นระบบระเบียบ ทั้งการจัดสรรกำลังคนและระบบควบคุมบริหารงานก็เป็นไปตามแบบแผนที่รัดกุม สิ่งปลูกสร้างทุกแห่งที่ถูกตั้งขึ้น ไม่เพียงแต่เกื้อหนุนต่อปากท้องของราษฎรในปัจจุบัน ทว่ายังรากฐานสำคัญที่ส่งผลดีต่อเมืองแห่งนี้ในอนาคตเบื้องหน้าด้วยครับ”
“ทุกสิ่งประการที่ผู้น้อยกล่าวมา คือภาพสะท้อนวิสัยทัศน์ของท่านที่ผู้น้อยมองเห็น และมันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันว่า คำว่า ‘ปรีชาสามารถ’ ที่ผู้น้อยยกย่องท่านนั้น... ไม่ใช่เรื่องที่กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย”
“ยอดเยี่ยม!” ทริสตันอุทานลั่นอย่างพึงพอใจ “เจ้ามองได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ แสดงว่าเจ้าต้องเคยมาเหยียบที่นี่ หรือไม่ก็กวาดเก็บข้อมูลของเมืองเราไปไม่น้อยแน่ ๆ เอ็ดการ์... เจ้าไม่เพียงแต่มีอัจฉริยภาพในการบัญชาการรบเท่านั้น ทว่าสายตาที่มองภาพรวมการเมืองการปกครองของเจ้าก็นับว่าเฉียบคมไม่แพ้กันเลย”
ชายหนุ่มปรบมือชื่นชมให้แก่คำตอบของอีกฝ่าย ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ราวกับจะสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจ
“ในเมื่อเจ้าเปี่ยมด้วยความสามารถถึงเพียงนี้ เราเองก็นึกลังเลอยู่ไม่น้อยว่าจะมอบตำแหน่งใดให้จึงจะคู่ควรและรีดเค้นศักยภาพของเจ้าออกมาได้มากที่สุด...” ทริสตันเว้นจังหวะพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ “เอาเป็นว่าขอเวลาเราตรึกตรองเรื่องนี้ก่อน แล้วคำสั่งแต่งตั้งที่เป็นทางการจะส่งถึงมือเจ้าอย่างแน่นอน เตรียมรอรับฟังข่าวดีได้เลยเอ็ดการ์ เพียงแต่จำไว้ข้อหนึ่ง... เมื่อได้ตำแหน่งนั้นไปแล้ว หนทางข้างหน้ายังคงมีบททดสอบอีกมากมายที่เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองให้เราเห็น”
เอ็ดการ์น้อมกายลงต่ำ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและหนักแน่นขึ้นกว่าเก่า
“ผู้น้อยเอ็ดการ์... ขอปฏิญาณว่าจะทุ่มเทสติปัญญาและความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อสนองพระคุณและรับใช้ท่านผู้ปกครองทริสตันด้วยความภักดีและซื่อสัตย์จนถึงที่สุดครับ”
เมื่อสิ้นคำปฏิญาณ ชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นสบสายตากับผู้ปกครองหนุ่ม ทริสตันผุดรอยยิ้มพึงพอใจพลางพยักหน้ารับคำสัตย์นั้น ทว่า... เอ็ดการ์กลับนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ท่าทางแฝงแววลังเลคล้ายมีเรื่องในใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเปิดปากพูดเสริมขึ้นมา
“ผู้น้อย… มีบางเรื่องอยากร้องขอต่อ ท่านผู้ปกครองครับ”
คำร้องขอนั้นจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นในใจของผู้ปกครองหนุ่มทันที เขาอยากรู้นักว่ายอดนักวางแผนคนนี้ต้องการสิ่งใด
“โอ้... ไหนลองว่ามาสิ?” ทริสตันผึ่งหลังพิงพนักเก้าอี้พลางผายมืออย่างใจกว้าง “หากเป็นเรื่องที่เราพอจะจัดการให้ได้ เราก็ยินดีจะรับฟัง”