กลิ่นธูปสมุนไพรหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นยาต้มที่โชยมาจากโรงเรือนข้างๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศยามเช้า ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้อาการตึงเปรี๊ยะและปวดระบมลึกๆ ที่ท่อนแขนซ้ายของหลงเทียนบรรเทาลงเลย ชายหนุ่มนั่งอยู่บนขอบเตียงไม้กระดานแคบๆ ค่อยๆ เลิกแขนเสื้อป่านสีเทาตัวเก่าขึ้น พินิจดูท่อนแขนของตนเอง ิัภายนอกยังคงดูปกติไม่มีาแฉีกขาดรุนแรง แต่ความรู้สึกเจ็บเสียวแปลบด้านในเวลาขยับข้อมือเป็เครื่องยืนยันชั้นดีว่า แรงกระแทกจากการต้านรับคมเล็บหมาป่าเกราะเหล็กระดับสองเมื่อวานนี้ไม่ได้หายไปเฉยๆ
เขาลองกำหมัดเข้าออกช้าๆ ััได้ถึงกระแสความอบอุ่นบางเบาที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากกลางอกพุ่งตรงมาที่แขนซ้าย มันช่วยคลายอาการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อทีละน้อย แม้จะระบมจนบิดผ้าเช็ดหน้ายังเจ็บ แต่กลไกการเยียวยาของร่างกายที่เร็วกว่าปกติถึงห้าเท่าก็ยังคงทำงานอย่างซื่อสัตย์ ชายหนุ่มพ่นลมหายใจยาวพลางสไลด์แขนเสื้อลงปิดตามเดิม ก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดกายไล่ความล้าขยับข้อต่อเข้าที่
หลงเทียนเดินเท้ากึ่งวิ่งไปยังหอภารกิจของสำนักธาราเมฆ ลานหินกว้างด้านหน้าคลาคล่ำไปด้วยกลุ่มศิษย์รับใช้และศิษย์ฝึกหัดที่มายืนออตรวจสอบป้ายภารกิจรายวัน แต่ละคนต่างเบียดเสียดเพื่อ่ชิงงานเก็บสมุนไพรหรืองานทำความสะอาดในเขตปลอดภัย ทว่าท่ามกลางฝูงชนที่ส่งเสียงจอกแจกจอแจ หลงเทียนเหลือบเห็นศิษย์พี่เป่ายืนอยู่หน้ากระดานไม้ประกาศภารกิจขอบนอก ใบหน้าอวบอูมของศิษย์พี่ซีดขาวราวกับกระดาษชำระที่เปียกน้ำ มือสองข้างประคองม้วนกระดาษหนังสีน้ำตาลเข้มปานจะประคองวัตถุะเิ
“หลงเทียน... พวกเราโดนแจ็กพอตเข้าแล้ว!” ศิษย์พี่เป่าหันขวับมามองทันทีที่เห็นหน้าเขา น้ำเสียงตื่นตระหนกจนลืมลดระดับเสียงลง “กวนเซิงมันใช้สิทธิ์หัวหน้าผู้จัดการ คัดชื่อทีมเรายัดเยียดภารกิจนี้ให้ทันทีหลังประกาศผลเมื่อวาน ข้าเพิ่งไปเช็กรายละเอียดที่โต๊ะเสมียนรับส่งงานมา... มันไม่ใช่งานธรรมดาเลยสักนิด!”
หลงเทียนรับม้วนกระดาษหนังสัตว์กลิ่นสาบหม่นมาคลี่ออก แถวอักษรจีนหวัดแกมบรรจงสีดำสนิทปรากฏแก่สายตาระบุหัวข้อภารกิจอย่างเป็ทางการว่า
‘เก็บกวาดแปลงสมุนไพรอภิบาลในเขตป่าชั้นนอก ขอบเขตชายแดนเทือกเขาอัคคีพิฆาต’
ชายหนุ่มกวาดสายตามองลงไปยังช่องค่าตอบแทนและรายละเอียดสนับสนุนพลางขมวดคิ้ว
“แต้มภารกิจแค่สามร้อยแต้ม แถมไม่มีการแจกจ่ายเสบียงพรรณยารักษาระดับกลางให้เลย? ยิ่งกว่านั้น... ไม่มีศิษย์สายนอกคุมขบวนไปด้วยรึครับ?” หลงเทียนเอ่ยถามเสียงเรียบพยายามใช้ตรรกะประมวลผลระบบบริหารจัดการงานของสำนักยุทธ์แห่งนี้
“ใช่น่ะสิ!” ศิษย์พี่เป่าตบหน้าขาตนเองด้วยความเดือดดาล “ปกติแล้ว ภารกิจที่ต้องย่างกรายเข้าไปในเขตป่าชั้นนอกขอบเขตเทือกเขาอัคคีพิฆาต ซึ่งเป็ถิ่นหากินของสัตว์อสูรระดับสาม อย่างน้อยต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่าแปดร้อยแต้ม และต้องบังคับให้มีศิษย์สายนอกระดับปราณก่อกำเนิดขั้นต่ำร่วมเดินทางคอยคุ้มกันอย่างน้อยหนึ่งคน แต่กวนเซิงมันเขียนใบรายงานอ้างระเบียบพิเศษว่า
‘ผู้มีสัตว์อัญเชิญระดับรับรองการต่อสู้ระดับหนึ่ง และสามารถรับแรงปะทะระดับสองได้ในการประลอง ย่อมถือว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะรับภารกิจดูแลเขตอภิบาลชายขอบโดยไม่ต้องพึ่งพาคนนำทางสายนอก’
นี่มันจงใจส่งพวกเราไปเข้าปากเสือชัดๆ!”
“พื้นที่ป่าชั้นนอกอันตรายเกินไปสำหรับพวกเราสามคน...” เสียงหวานใสแฝงความห่วงใยดังขึ้นข้างหลัง หลงเทียนหันไปพบหลินเยว่ในชุดผ้าป่านสีเทาสะอาดตารวบผมตึง นางสะพายย่ามยาสมุนไพรใบเก่าใบเดิม สีหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความลังเลใจอย่างชัดเจน “สัตว์อสูรระดับสามไม่ได้มีดีแค่พละกำลังดุร้าย แต่หลายตัวยังมีทักษะการใช้ปราณธาตุเฉพาะตัว หากเจออสูรเพลิงหรือกระทิงทลายูเาในระยะประชิด แม้แต่เหราก็ต้านทานได้ไม่เกินสามอึดใจ... ข้าประเมินแล้วเห็นว่าความปลอดภัยต่ำเกินไป ข้ากำลังคิดว่า... หรือเราควรยอมเสียค่าปรับสี่เท่าของแต้มภารกิจเพื่อถอนตัวดี?”
หลงเทียนนิ่งเงียบ สมองของเขาหมุนเร็วราวกับใบพัดระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ คำนวณรายจ่ายจากการโดนปรับแต้มย้อนหลังกับการประชดประชันของโชคชะตาที่โยนชีวิตข้ามมิติมาเจอสภาพเหมือนโดนหัวหน้าจอมกดขี่ยัดงานล่วงเวลาที่ไม่ได้โอที แถมบีบให้เซ็นใบลาออกทางอ้อม
“จ่ายค่าปรับสี่เท่าก็เท่ากับหนึ่งพันสองร้อยแต้ม... พวกเราทำงานเรือนเลี้ยงสัตว์ทั้งเดือนยังเก็บไม่ได้ถึงครึ่งเลยนะครับหลินเยว่” หลงเทียนคลี่ใบภารกิจแบนราบกับรั้วไม้ไผ่ข้างตัว ใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ตรงข้อความกลางหน้ากระดาษ “อีกอย่าง... ลองดูถ้อยคำที่พวกเบื้องบนจงใจเขียนให้ดีสิครับ ‘ถากถางและเก็บกวาดแปลงสมุนไพรอภิบาลในป่าชั้นนอกให้เรียบร้อย’ มันระบุตรงไหนไหมครับว่าทีมเราต้องวิ่งเข้าไปล่าหัวสัตว์อสูรระดับสามมาส่ง หรือต้องทำลายรังของพวกมันให้สิ้นซาก?”
ศิษย์พี่เป่ากะพริบตาปริบๆ “อ้าว... ก็ไม่มีเขียนไว้ มีเพียงบอกให้ทำความสะอาดและซ่อมบำรุงเขตรั้วกั้นแปลงอภิบาลสมุนไพรเก่าที่รกร้าง”
“นั่นแหละครับ” หลงเทียนเผยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาประกายวาบด้วยความเ้าเล่ห์ประยุกต์ “ในเมื่อไม่มีระบุคำสั่งรบ เราก็ไม่รบสิครับ เป้าหมายหลักของเราคือเข้าพื้นที่ ทำงานซ่อมรั้วและถอนวัชพืชตามหน้าที่อย่างเงียบเชียบที่สุด ถ้าหากระบบประสาทััใต้ดินของเหราตรวจเจอแรงะเืที่ดูเหมือนสัตว์อสูรระดับสามกำลังขยับเข้ามาใกล้ในระยะห้าร้อยเมตร... แผนการทำงานของเราคือ ‘เห็นก่อน ถอยก่อน หาที่ปลอดภัยก่อน’ ครับ เราจะหลบเข้ามุมอับหรือปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่หลีกทางให้พวกมันผ่านไปก่อน พอมันพ้นระยะค่อยกลับมาขุดสมุนไพรต่อ แบบนี้ปลอดภัยและไม่เปลืองพลังงานด้วย”
หลินเยว่มองหลงเทียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความกังวลบนใบหน้าผ่อนคลายลงช้าๆ นางไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่ไร้พลังปราณจะมีความคิดหลบเลี่ยงวิกฤตด้วยวิธีที่ฟังดูไม่มีขัดแย้ง ทว่ากลับใช้ประโยชน์ได้จริงถึงเพียงนี้ “หลักการหลบหลีกโดยไม่เข้าปะทะตรง... ฟังดูขัดกับวิถีของสำนักยุทธ์ที่เน้นความกล้าหาญ แต่มันเหมาะสมกับสถานการณ์จริงของพวกเราที่สุด ข้ามีผงขับไล่สัตว์เลื้อยคลานระดับต่ำและยาสลบสูตรพื้นฐานที่ผสมเอง หากใช้ร่วมกับการตรวจจับระยะไกลของเหรา น่าจะพอเลี่ยงการปะทะได้”
“ตกลงตามนี้!” ศิษย์พี่เป่ากำปั้นทุบฝ่ามือ สีหน้าเริ่มกลับมามีเืฝาดอีกครั้ง “ข้าจะไปที่โรงหอสมุด ขอคัดลอกแผนที่ภูมิประเทศและเส้นทางเดินน้ำของป่าชั้นนอกขอบเขตเทือกเขาอัคคีพิฆาตฉบับล่าสุด และขอยืมข้อมูลความเคลื่อนไหวจากศิษย์สายนอกที่ข้าเคยช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงให้ พวกเราไปเจอกันที่เรือนอภิบาลสัตว์อสูรยามสี่ เพื่อเตรียมสัมภาระ”
---
หลงเทียนก้าวเดินกลับมายังเรือนอภิบาลสัตว์อสูรด้านหลังของสำนัก ท่ามกลางคอกสัตว์อสูรส่งเสียงร้องระงมและกลิ่นฟางแห้งโชยมาตามลม ชายหนุ่มตรงเข้าพบคารวะผู้าุโโม่ที่กำลังถือกระบอกใส่น้ำสมุนไพรราดรักษาแผลตามิักิเลนวารีตัวหนึ่งอยู่ข้างสระดิน
“คารวะผู้าุโโม่ครับ” หลงเทียนประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม
ผู้าุโโม่วางกระบอกน้ำลง ชายชราปัดมือเข้ากับผ้าป่านเปื้อนคราบสมุนไพร ก่อนจะหันขวับมามองหลงเทียนดวงตาคมปลาบจ้องเขม็งที่ท่อนแขนซ้ายของเด็กหนุ่ม “ข้าได้ยินข่าวลือเื่ภารกิจป่าชั้นนอกขอบเขตเทือกเขาอัคคีพิฆาตของเ้าแล้ว กวนเซิงมันทำเกินไปจริงๆ แต่อาศัยระเบียบหน้าที่ เ้าก็ไม่อาจปฏิเสธเลี่ยงบ่ายเบี่ยงได้พ้น... แขนซ้ายของเ้าล่ะ เป็อย่างไรบ้าง?”
“ยังปวดขัดข้างในอยู่นิดหน่อยครับ แต่กระดูกและเส้นเอ็นไม่ได้รับาเ็รุนแรง” หลงเทียนตอบตามตรง
ผู้าุโโม่ถอนหายใจยาวพลางเดินไปหยิบกล่องไม้สีทึบใบหนึ่งจากชั้นวางด้านหลังส่งให้หลงเทียน “ในนี้มีจอบเหล็กดำทนทานพิเศษ เสียมเจาะดิน และเชือกป่านเหนียวร้อยแก่นอสูรที่เ้าสามารถใช้ขุดดึงรากไม้หนาได้ เ้าหยิบยืมไปใช้ในภารกิจเถอะ แต่อย่าได้คิดว่าเกราะปราณลึกลับบนแขนซ้ายของเ้าเป็สิ่งสมบูรณ์ที่ไม่มีวันพังทลาย ร่างกายมนุษย์เป็เพียงก้อนเนื้อและกระดูกธรรมดาที่ปราศจากไอสะสมลมปราณคุ้มครองร่าง ทักษะลึกลับนั่นรับแรงกระแทกจากสัตว์ระดับสองได้หนึ่งครั้งก็นับเป็ปาฏิหาริย์แล้ว หากเ้าไปลองดีเอาแขนรับแรงชนของสัตว์ระดับสามอีกละก็ เส้นเอ็นข้อมือและกระดูกหัวไหล่ซ้ายของเ้าคงจะป่นปี้จนใช้การไม่ได้ไปตลอดชีวิต จงใช้สมองคิดวิเคราะห์เลี่ยงการปะทะเป็ดีที่สุด”
หลงเทียนฟังแล้วลอบเสียวสันหลังวาบ ในโลกยุทธ์ภายนอกดูสง่างามทว่าความจริงกลับแฝงกฎฟิสิกส์โหดร้าย ร่างกายที่ปราศจากลมปราณคุ้มครองร่างของเขาตอนนี้ ก็เปรียบเสมือนรถกระบะโครงเหล็กเก่าๆ ที่ไม่มีระบบกันะเืหรือถุงลมนิรภัย มีดีแค่แผ่นกันชนหน้าเหล็กกล้าเฉพาะตรงตำแหน่งข้อมือซ้ายเท่านั้น หากขยันเอารถไม่มีโช้คอัพพุ่งไปชนกระแทกกำแพงปูนตรงๆ แม้กันชนด้านนอกจะไม่บุบสลาย แต่แรงสะท้อนน้ำหนักะเืย้อนกลับก็ย่อมบดขยี้ชิ้นส่วนและคนขับข้างในจนพังยับเยินอยู่ดี
“ครับผู้าุโโม่ ผมจะระมัดระวังอย่างที่สุดและไม่ฝืนปะทะเด็ดขาดครับ” หลงเทียนประสานคารวะรับกล่องอุปกรณ์เก็บสัมภาระด้วยความนอบน้อมนับถือ แม้ผู้าุโโม่จะกล่าวเตือนด้วยวาจาขวานผ่าซากและเข้าใจว่าเกราะของเขาเป็ปราณอุตริแปลกถิ่น ทว่าความหวังดีและเครื่องมือช่วยเหลือกลับมีน้ำหนักความเอื้ออารีจริงแท้เสมอ
หลงเทียนปลีกตัวออกมานั่งที่ลานกว้างข้างเรือนพักเงียบๆ ลมสายพัดใบไม้ร่วงกราวลงผิวดิน ชายหนุ่มยกแขนเสื้อซ้ายขึ้นสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง รอยเขม่าดำและรอยช้ำจางๆ บนผิวเนื้อใต้แขนเสื้อหดแคบเล็กลงจนเกือบหมดสิ้น อาการตึงชาและล้าของเส้นเอ็นเบาบางลงอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
‘พลังการฟื้นฟูระดับนี้... ถ้าตกตึกสูงสี่ห้าชั้นกระดูกหัก ร่างกายก็น่าจะใช้เวลาแค่ไม่กี่วันในการกลับมาเดินได้ปกติ’ หลงเทียนวิเคราะห์ระดับฟิสิกส์การสมานแผลในใจ พลางลูบแนวิัที่เคยปรากฏเกล็ดทองแดงทองกึ่งโปร่งแสง
ทันใดนั้นเอง กระแสความร้อนอันอุ่นวาบที่ฝังอยู่ใจกลางเมล็ดพลังนาคาบริเวณหน้าอกซ้ายพลันสั่นไหวถี่ระริก แผ่ซ่านไอพลังอุ่นหนาพุ่งตรงเข้าสู่ห้วงจิตประสาทของเขา หูของหลงเทียนแว่วเสียงสะท้อนทุ้มต่ำสงบนิ่งลอยเด่นขึ้นมาในความคิด มันไม่ใช่เสียงภาษาของโลกนี้ แต่กลับเป็ภาษาไทยที่คมชัดและสุภาพอย่างยิ่ง
“ข้าต้องขออภัยแก่เ้าด้วย... หลงเทียน...”
หลงเทียนสะดุ้งตัวเล็กน้อย สัญชาตญาณทำให้เขากวาดสายตามองไปรอบข้างอย่างรวดเร็ว แต่บริเวณลานกว้างข้างคอกสัตว์ไร้เงาผู้คน มีเพียงเสียงคำรามต่ำของเหราที่นอนขดตัวอาบแดดอยู่ไม่ไกล ดวงตาสีแดงหม่นของมันจ้องมองมาคล้ายจะรู้ดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
“ไม่ต้องขยับกายหรือมองหาตัวข้าด้วยสายตา...” เสียงปริศนาในห้วงจิตดังตอบกลับมาอีกครั้ง “ข้าอยู่ภายในแก่นจิตสำนึกของเ้า... ข้าคือเสี้ยวเศษจิติญญาของพญานาคที่หลอมรวมอยู่กับเมล็ดพลังที่ไหลเวียนในร่างกายของเ้าในคืนที่เกิดความผันผวนทางมิติ”
คำว่า "แม่โขง" และ "บั้งไฟพญานาค" ปลุกภาพจำสุดท้ายก่อนข้ามดินแดนให้สว่างวาบขึ้นมาในห้วงความคิดทันที หลงเทียนนึกถึงค่ำคืนงานเทศกาลริมตลิ่งอำเภอโพนพิสัย คลื่นฝูงชนยืนเบียดเสียดร้องะโเฮลั่นทุกครั้งที่ลูกไฟสีชมพูส้มพุ่งพรวดพ้นเหนือน้ำ สลับกับจังหวะที่ตัวเขาเองก้มล้มหัวทิ่มลื่นตกเรือนำเที่ยวตอนก้มไปเก็บมือถือ และมีแสงประหลาดคลื่นสีทองแดงปะทุม้วนกวาดดวงิญญาเขาดิ่งลงสู่ก้นน้ำที่เยือกเย็น
หลงเทียนสูดหายใจลึกยาว ตั้งสติส่งกระแสสำนึกตอบโต้กลับในใจอย่างรวดเร็ว ‘เสียงในหัวรึครับ? แล้วเกิดอะไรขึ้นในคืนบั้งไฟพญานาคนั้นกันแน่ ทำไมพวกเราถึงหลุดมาที่โลกใบนี้ได้?’
“ความแปรปรวนของมิติทับซ้อนเหนือน่านน้ำแม่โขงทำให้วิถีิญญาของข้าคลาดเคลื่อนและเกิดปะทะเข้ากับดวงจิตของเ้าอย่างรุนแรง พลังงานตกค้างพัดพาพวกเราสองคนให้ตกลงมายังมิติโลกใหม่แห่งนี้ด้วยความบังเอิญและผิดพลาดอย่างยิ่งยวด ตัวข้าในเวลานี้มีฐานะเป็เพียงพลังจิตตกค้างที่อ่อนแรงและหล่อเลี้ยงชีพจรของเ้าไว้... ข้าไม่มีคัมภีร์วิชายุทธ์หรือวิถีการโคจรลมปราณเต๋าของโลกแห่งนี้ที่จะสั่งสอนให้เ้าก้าวขึ้นเป็ผู้ยิ่งใหญ่ได้ตามขนบธรรมเนียม”
หลงเทียนลอบแค่นยิ้มในใจ ‘สรุปว่าไม่มีระบบโกงหรือเอไอคอยชี้นำทางลัดให้สินะครับ... แล้วเกล็ดสีแดงทองบนท่อนแขนซ้ายของผมเมื่อวานนี้คืออะไรกันแน่?’
“นั่นคือการตกผลึกของพลังนาคาทางกายภาพ... กลไกของพลังเกล็ดแดงทองในร่างเ้ามีคุณลักษณะพื้นฐานอยู่สามระดับคือ ‘รับรู้-รองรับ-เปลี่ยนแรง’ ในระดับขอบเขติัและกล้ามเนื้อ เ้าสามารถใช้มันจับคลื่นะเืภายนอก กระจายลดทอนน้ำหนักของการปะทะเพื่อรักษาอวัยวะภายใน และเบี่ยงทิศทางหรือส่งสะท้อนแรงปะทะเ่าั้ออกไปได้ทว่าต้องอาศัยกล้ามเนื้อและจุดหมุนทางกายภาพของตัวเ้าเองในการรับน้ำหนัก... ส่วนการนำไปผสานเข้ากับลมปราณดิบธรรมชาติหรือแก่นอสูรของโลกนี้ เ้าจำเป็ต้องใช้สติปัญญาคิดอ่านทดลองด้วยตนเอง... พลังของข้าหมดสิ้นลงแล้ว จำต้องหลับใหลเพื่อสะสมไอพลังิญญาใหม่... ขอให้เ้าจงตั้งมั่นในสติของตน...”
กระแสอุ่นวาบปะทุวูบสุดท้ายก่อนจะสลายจางหายไป ทิ้งให้ท่อนแขนซ้ายของหลงเทียนกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ ชายหนุ่มถอนหายใจยาวพลางส่ายหัวเบาๆ
‘ไม่มีสปอนเซอร์คอยจ่ายเงินอุดหนุน ไม่มีคู่มือสำเร็จรูปให้... สุดท้ายก็เหมือนชีวิตพนักงานกินเงินเดือนที่ต้องไปขุดหาวิธีทำงานเอาตัวรอดหน้างานเองอยู่ดี’ ชายหนุ่มบ่นอุบในใจทว่าไม่ได้ท้อถอย เขากลับรู้สึกดีเสียอีกที่กลไกพลังนาคาในตัวได้รับการชี้แจงอย่างมีเหตุและผลทางกายภาพเป็ระบบชัดเจน ไม่ใช่อิทธิฤทธิ์ลอยๆ ที่หาสมการอธิบายไม่ได้
---
แสงแดดยามบ่ายเริ่มแผ่รัศมีอบอ้าวเมื่อขบวนเดินทางขนาดเล็กของทั้งสามคนพร้อมเหราก้าวพ้นประตูสำนักธาราเมฆอันยิ่งใหญ่ ประตูหลักที่สร้างจากไม้แก่นสนพันปีแกะสลักลวดลายเมฆาสยายแฝงความขรึมขลังมีศิษย์สายนอกสวมเกราะยืนคุมแ่า กลุ่มของหลงเทียนเดินเลี่ยงออกทางประตูท้ายสำนักลาดลงเนินเขา มุ่งตรงเข้าสู่แนวป่าทึบสีเขียวเข้มสลับน้ำตาลอันเป็ทางผ่านเข้าสู่ขอบชายแดนเทือกเขาอัคคีพิฆาต
ศิษย์พี่เป่าก้าวเดินนำขบวน คอยคลี่แผนที่กระดาษหนังที่เขียนพิกัดจุดพักและรอยต่อน้ำหลบเลี่ยงเขตพื้นที่ล่าของอสุรกายระดับสูงขึ้นมาตรวจสอบเป็ระยะ “ตามข้อมูลที่ได้จากศิษย์สายนอก เส้นทางขึ้นไปบนแปลงสมุนไพรอภิบาลเก่า่นี้มีจุดเสี่ยงสองจุดคือบริเวณลำธารหินแห้ง ซึ่งเป็ถิ่นน้ำดื่มของหมูป่าอสูรและหมาป่าพสุธา แต่ถ้าเราเบี่ยงขึ้นไปทางไหล่เขาตะวันตก ทิศทางจะชันกว่าทว่าปลอดภัยกว่ามาก”
“แถวไหล่เขาตะวันตกมีสมุนไพรพื้นฐานตระกูลหญ้าปราณเย็นชุกชุมด้วยค่ะ” หลินเยว่เอ่ยเสริมขณะใช้มีดแกะสลักขนาดเล็กตัดแต่งรากต้นยาลมต่ำตามรายทางแล้วบรรจุลงถุง “ข้าจะเก็บสะสมผงยาสงบใจไว้เผื่อกรณีสัตว์อสูรตื่นตระหนกยามเมื่อเราเข้าไปในเขตป่าชั้นนอก”
หลงเทียนเดินเคียงคู่ไปกับเหรา สัตว์อัญเชิญเกล็ดมรกตเดินสี่ขาหมอบต่ำเลื้อยไปตามแนวพุ่มหญ้าอย่างระมัดระวัง ขาหน้าหนาของมันกดขยับลงบนดินอย่างแม่นยำ ทุกๆ สิบก้าว หลงเทียนจะจงใจยกเท้าขวาขยับส้นเท้าเคาะลงผิวดินเบาๆ เป็รหัสจังหวะตามระบบสัญญาณเคาะที่ซักซ้อมมาล่วงหน้า
*แปะ... แปะ...* (สัญญาณรหัส 1: เตรียมพร้อมระวังตัว)
เกล็ดสีมรกตมันปลาบตามแนวสันหลังของเหราขยับไหวรับการเคาะเป็จังหวะที่สั่นพริ้วผ่านมาทางดิน มันหยุดก้าวเดินทันใดและตวัดส่วนปลายหางโค้งกึ่งกลางลำตัวเป็มุมฉากเพื่อระบุการตอบรับความพร้อม รอยแผลจางๆ บนเกล็ดคอของมันที่เกิดจากการประลองเมื่อวานสมานตัวแห้งสนิทดีแล้ว หลงเทียนเริ่มขยับส้นเท้าเคาะจังหวะสามครั้งรวดเร็ว
*แปะ-แปะ-แปะ!* (สัญญาณรหัส 2: หมอบลงต่ำหลบหลีกสายตา)
เ้าเหราตอบสนองต่อคลื่นความสั่นสัญญาณหมอบกบดานทันควัน มันเกร็งกล้ามเนื้อขาสี่ข้างแนบฝ่าตีนกดน้ำหนักร่างแบนราบยาวไปกับขอบดินป่า ร่างสีเขียวมรกตกลืนสลับกับเฉดสีของต้นหญ้ารอบตัวอย่างแเีจนแทบแยกแยะความแตกต่างไม่ออก แม้แต่ศิษย์พี่เป่าที่กำลังก้าวเดินนำลิ่วอยู่เบื้องหน้ายังต้องหยุดฝีเท้า ชะเง้อคอเหลียวหลังกลับมามองด้วยความงงงวยว่าสัตว์ประหลาดที่คอยส่ายหัวเคียงคู่ขาหลงเทียนอันตรธานหายตัวไปได้อย่างไร หลงเทียนเคาะส้นเท้าซ้ายเบาๆ หนึ่งจังหวะเพื่อส่งรหัสยกเลิกคำสั่ง เ้าเหราจึงคลานต้วมเตี้ยมโผล่พ้นกอพุ่มใบไม้กลับมาเดินข้างขาของเขาอย่างเดิม พร้อมยืดคอสั่นหัวไปมาดั่งจะประจบขอแต้มรางวัล
การประสานงานของพวกเขาสองฝ่ายผ่านตัวกลางสั่นะเืปฐีสม่ำเสมอและคล่องตัวขึ้นจนหลงเทียนเบาใจลงไปเปลาะหนึ่ง
ทว่าเมื่อขบวนของพวกเขาเดินเท้าลึกเข้ามาถึงรอยต่อของแนวป่าชั้นนอกขอบเขตเทือกเขาอัคคีพิฆาต บรรยากาศรอบข้างพลันเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน เสียงนกร้องอสูรและแมลงป่าปีกเหล็กที่เคยส่งเสียงระงมตามรายทางกลับเงียบสนิทลงในบัดดล ใบไม้บนต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านนิ่งสนิทไม่มีสายลมพัดไหว ลมูเาที่โชยพัดผ่านมาจากช่องเขาด้านหน้ากลับพาเอาไอร้อนผ่าวและกลิ่นอายดินปนไหม้จางๆ ลอยอบอวลเข้ามาแทน
เ้าเหราหยุดเดินกะทันหัน
มันส่งเสียงขู่ฟู่แ่เบาในลำคอ ดวงตาสีแดงหม่นหรี่แคบลงจนกลายเป็เส้นตรงดั่งอสูรร้ายที่ระวังภัยสูงสุด มันปักกรงเล็บหน้าทั้งสี่ข้างกดจมหายลงไปในผืนดินลึกเกือบสองนิ้วทันที
หลงเทียนขมวดคิ้ว รวบรวมสมาธิไปที่ใต้ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง ทันใดนั้น กระแสแรงะเืใต้ดินที่เหราส่งสะท้อนย้อนรอยสัญญาณรหัสเตือนภัยร้ายแรงกลับมาหาเขาพลันแล่นซ่านขึ้นมาถึงหัวเข่า มันไม่ใช่จังหวะก้าวเท้าสม่ำเสมอของสัตว์อสูรเพียงหนึ่งหรือสองตัว ทว่ากลับเป็แรงสั่นะเืถี่ระริก หนักหน่วงโกลาหลของฝีเท้านับสิบๆ คู่ที่กำลังกระทืบผืนดินทลายป่าตรงดิ่งออกมาจากทิศทางส่วนลึกด้านในป่าชั้นนอก!
“ศิษย์พี่เป่า! หลินเยว่! หลบเข้าหลังโขดหินใหญ่ฝั่งขวาเร็วครับ!” หลงเทียนะโสั่งการเสียงเฉียบขาดพลางกระชากแขนเสื้อศิษย์พี่เป่าพุ่งตรงเข้าหาแนวหินสูงใหญ่ด้านข้างทันที
คลื่นเสียงต้นไม้หักโค่นและเสียงกรีดร้องโหยหวนของสัตว์ป่าดังก้องใกล้เข้ามาทุกขณะ แรงะเืใต้ฝ่าเท้าทวีความรุนแรงจนดินรอบตัวสั่นไหวระลอกคลื่น คล้ายกับมีภัยพิบัติร้ายแรงบางอย่างกำลังไล่ล่าทำลายล้างกวาดฝูงอสูรป่าจากข้างในให้หนีตายทะลักออกมาหาพวกเขาทุกวินาที!