Starcraft : The Last Commander

    ตอนที่ 60 : ความน่ากลัวของพวกมัน

    “มันยังรอคำตอบจากเราอยู่…”


    เสียงของเอียนไม่ได้ดังไปกว่าเสียงลมหายใจของคนในห้อง


    แต่มันทำให้ทุกอย่างเงียบลงทันที


    ห้องเก็บเวชภัณฑ์ชีวภาพที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงสัญญาณเตือน เสียงระบบกักกัน เสียงกล่องโลหะถูกลาก และเสียงคนเจ็บหอบหายใจ กลับกลายเป็นพื้นที่แคบ ๆ ที่ความเงียบมีน้ำหนักเหมือนมือข้างหนึ่งกดลงบนลำคอของทุกคน แสงแดงจากไฟฉุกเฉินบนเพดานกะพริบเป็นจังหวะช้าและเย็น ทุกครั้งที่มันสว่างขึ้น ใบหน้าของคนในห้องจะถูกย้อมด้วยสีแดงหม่นเหมือนเลือดเก่าที่แห้งติดผิว ทุกครั้งที่มันดับลง เงาหลังตู้ยา หลังแผงควบคุม และหลังประตูเหล็กหนาจะดูเหมือนขยับได้เอง


    กลิ่นในห้องหนักขึ้นเรื่อย ๆ


    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ถูกเปิดทิ้งไว้นานเกินไป กลิ่นโลหะไหม้จากแผงควบคุมที่แจ็กซ์เพิ่งบังคับเปิด กลิ่นเลือดสดจากบาดแผลที่ขาของชายผอม และกลิ่นคาวชื้นของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรอยู่ในอาคารมนุษย์ มันซึมเข้ามาจากรอยแยกตามประตูและช่องลม เหมือนทั้งคลังกำลังหายใจเอาความเน่าเข้ามาแทนอากาศ


    ไม่มีเซิร์กลิงพุ่งเข้ามา


    ไม่มีโรชกระแทกประตูจนแตก


    ไม่มีฝูงบุกเข้ามาฆ่าพวกเขาตอนที่ทุกคนอ่อนแรงที่สุด


    มีเพียงเสียงขูดเบา ๆ หลังผนัง


    ครืด…


    ครืด…


    ครืด…


    ไม่แรงพอจะทำลายอะไร


    แต่มากพอให้ทุกคนรู้ว่าพวกมันอยู่ตรงนั้น


    หลังประตูซ้าย


    หลังท่อระบายอากาศ ที่อยู่ใต้พื้น


    เหนือเพดาน


    รอบตัวพวกเขา


    คาเอลยืนอยู่กลางห้อง มือขวากำปืนแน่นจนปลายนิ้วชา ปืนในมือเขาร้อนจากการยิงต่อเนื่องก่อนหน้านี้ กลิ่นดินปืนจาง ๆ ยังติดอยู่ตรงปลายลำกล้อง แต่กระสุนในซองเหลือน้อยเกินกว่าจะทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ด้านหลังเขา ผู้รอดชีวิตจากคลังเวชภัณฑ์ทั้งห้าคนรวมตัวกันอย่างหวาดกลัว หญิงสาวประคองเด็กชายติดเชื้อไว้แนบอก ชายวัยกลางคนกำปืนลูกซองเก่าแน่นเกินไป หญิงชรายืนหายใจแผ่วอยู่ข้างผนัง ส่วนชายผอมที่ขาบาดเจ็บพยายามยืนทั้งที่ขาแทบรับน้ำหนักไม่ไหว


    แจ็กซ์ยืนห่างจากคาเอลไปสองก้าว


    เขากอดกล่องสารยับยั้งพิษโรชไว้แน่น


    กล่องโลหะสีเทาเข้มนั้นไม่ใหญ่เลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่กำลังล้อมพวกเขา แต่มันหนักเกินกว่าจะเป็นแค่ของชิ้นหนึ่ง สายล็อกด้านข้างกล่องยังมีคราบน้ำแข็งเกาะอยู่ ฝาบนมีรอยถลอกจากความชุลมุนในห้องยา และคราบเลือดของมิเลียยังติดอยู่ตามนิ้วของแจ็กซ์กับขอบกล่องเป็นรอยจาง ๆ


    เขาไม่ได้เช็ดมันออก


    เขาไม่มีเวลา


    และบางทีเขาอาจไม่กล้า


    เพราะกล่องนี้ไม่ใช่ยาธรรมดาทั่วไป


    มันคือเวลาที่ซอเรนยังเหลืออยู่


    ทุกวินาทีที่กล่องยังอยู่ในมือเขา ซอเรนยังมีโอกาสหายใจต่อ ทุกวินาทีที่มันอาจตก แตก หรือถูกแย่งไป ภาพของชายแก่ที่นอนตัวสั่นอยู่ในนครเน็กซัสล่างก็เหมือนจะจางลงทีละน้อยในหัวเขา


    แจ็กซ์กลืนน้ำลาย


    เสียงนั้นเบามาก


    แต่คาเอลได้ยิน เขารับรู้มากเกินไป


    สังเกตเห็นเลือดที่หยดจากขาของชายผอมใกล้ตู้ยา


    เห็นเด็กชายกัดริมฝีปากตัวเองไม่ให้ร้อง


    รับรู้เสียงระบบกักกันในผนังส่งกระแสไฟฟ้าผ่านวงจรที่กำลังจะตาย


    ได้ยินเสียงกรงเล็บหลังผนังหยุดทุกครั้งที่มีใครขยับ


    และรู้ตัวว่าความคิดของตัวเองเริ่มจัดทุกคนเป็นตำแหน่ง


    แจ็กซ์ กลางขบวน ต้องรักษากล่อง


    มิเลีย ข้างนิกซ์ ต้องคุมลมหายใจของเขา


    โวร่า ท้ายขบวน เหมาะกับกันเซิร์กลิงในพื้นที่แคบ


    เอียน อ่านจังหวะศัตรูได้ ควรอยู่ในตำแหน่งที่เห็นทั้งหน้าและหลัง


    ไอออน นำทาง เชื่อมระบบ


    เด็กชายติดเชื้อ ต้องอยู่ในจุดที่มีผู้ใหญ่บังสองชั้น


    ชายขาบาดเจ็บ เดินช้า เสี่ยงทำให้ขบวนแตก


    ยาอยู่กับแจ็กซ์


    นิกซ์คือจุดพวกมันสนใจที่สุดในห้อง


    คาเอลกำมือแน่นขึ้น


    การหยุดมองพวกเขาเป็นตำแหน่ง หรือยูนิตสิ่งของนั้น


    มันยากขึ้นทุกครั้งที่โลกบังคับให้เขาต้องเลือกเร็วกว่าใจตัวเอง


    “ไอออน” คาเอลพูดเสียงต่ำ


    “หาทางออก”


    ไอออนอยู่ข้างแผงควบคุมหลัก ร่างโลหะเก่าเอียงเล็กน้อยจากแรงกระแทกก่อนหน้า แสงสีฟ้าจากดวงตาข้างเดียวของเขาสะท้อนบนพื้นเปียกเหมือนเศษท้องฟ้าเย็น ๆ ที่หล่นลงมาในห้องสีแดง เขาเสียบสายข้อมูลจากข้อมือเข้ากับแผงเก่า เสียงไฟฟ้ากระตุกดังแปลบสั้น ๆ ก่อนหน้าจอที่แตกครึ่งจะสว่างขึ้นเป็นเส้นแผนผังสีขาวซีด


    “ประตูหลักถูกปิดโดยระบบกักกันขั้นสุดท้าย” ไอออนรายงาน “เส้นทางกลับเดิมถูกตัดทั้งหมด ทางหนีฉุกเฉินด้านใต้ถูกปิดด้วยแผงนิรภัยชีวภาพ ช่องบริการตะวันตกมีสัญญาณเคลื่อนไหวจำนวนมาก”


    แจ็กซ์หัวเราะแห้ง ๆ แบบไม่มีความขำ


    “ดีมาก เหลือประตูมรณะ ประตูศพ หรือประตูที่มีคำว่าอย่าไปเขียนแปะไว้ไหม”


    ไอออนหันหัวไปทางเขาเล็กน้อย


    “มีช่องส่งของด้านเหนือ เชื่อมกับทางระบายของเสียเก่า ระยะสั้นที่สุดไปยังห้องเครื่องด้านนอก”


    “นั่นแหละ ประตูที่มีคำว่าอย่าไป”


    มิเลียมองแผนผังบนจอ ผ้าพันแผลรอบต้นแขนของเธอเริ่มมีเลือดซึมอีกครั้ง


    “ทางกว้างพอให้คนบาดเจ็บผ่านไหม”


    “บางช่วงต้องคลาน” ไอออนตอบ


    “ร่างของผมอาจเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าปกติ แต่ยังผ่านได้”


    โวร่ายืนอยู่หน้ากลุ่มผู้รอดชีวิต มีดในมือเธอเปื้อนของเหลวสีเข้มจากเซิร์กลิงตัวก่อนหน้า รอยไหม้พาดบ่าซ้ายของเธอยังแดงจัด ส่วนสีข้างที่ถูกโรชกระแทกทำให้ทุกครั้งที่หายใจลึก กล้ามเนื้อใต้เสื้อจะเกร็งขึ้นเล็กน้อย แต่เธอไม่มองแผล ไม่แม้แต่จะกดมันไว้ สายตาของเธออยู่ที่เด็กชายติดเชื้อซึ่งหญิงสาวประคองไว้จนแทบไม่เหลือแรง


    เด็กคนนั้นอายุไม่เกินสิบสองขวบ


    ผมสั้นเปื้อนฝุ่น ใบหน้าซีด ริมฝีปากแห้งแตกและมีเส้นคล้ำบาง ๆ ลามขึ้นจากแผลตรงสีข้าง เขาพยายามไม่ร้อง แต่ทุกครั้งที่เสียงกรงเล็บหลังผนังดังขึ้น ไหล่เล็ก ๆ จะสะดุ้งราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นแตะ


    โวร่าขยับตัวไปยืนบังเขาโดยไม่พูด


    การเคลื่อนไหวนั้นเล็กมาก


    แต่คาเอลสังเกตุเห็น


    และเพราะเห็น เขาจึงไม่อาจไม่คิดถึงช่องว่างที่ลูน่าเคยทิ้งไว้ในรถ ในผ้าห่ม ในสายตาของโวร่าที่ไม่ยอมมองเบาะว่างนานเกินไป


    ห้ามคิดเรื่องนั้นตอนนี้


    คาเอลบอกตัวเอง


    แต่บางบาดแผลไม่ต้องถูกคิดถึงก็ยังเจ็บอยู่


    เอียนก้าวเข้ามาใกล้คาเอลช้า ๆ เขายืนในตำแหน่งที่มองเห็นทั้งประตูซ้าย ประตูเหนือ และช่องลมด้านบน ปืนในมือเขายกต่ำ ไม่กดดัน ไม่เร่งรีบ แต่ปลายนิ้วอยู่บนไกพร้อมยิงตลอดเวลา ดวงตาของเขาไม่ได้จับที่ศัตรูตัวใดตัวหนึ่ง เพราะศัตรูยังไม่ปรากฏตัวจริง


    เขากำลังอ่านสิ่งที่ไม่เห็น


    “ฉันรู้สึกว่าการล่าของพวกมันไม่เหมือนสัตว์ธรรมดาทั่วไปแล้ว” เอียนพูดเบา ๆ


    คาเอลไม่หันไปมอง


    “ฉันก็คิดแบบนั้น”


    “มันปล่อยให้เราพักหายใจ”


    ประโยคนั้นทำให้มิเลียเงยหน้าขึ้น


    แจ็กซ์หยุดขยับกล่องยาในอ้อมแขน


    เอียนมองไปที่ผนังด้านซ้าย ซึ่งเสียงกรงเล็บครืดเบา ๆ หยุดพอดีเหมือนเจ้าของเสียงกำลังฟังอยู่


    “ถ้ามันอยากฆ่า ตอนนี้คือจังหวะดีที่สุด” เอียนพูดต่อ


    “พวกเราเหนื่อย กระสุนเหลือน้อย ทั้งยังมีคนเจ็บ มีเด็ก มีของสำคัญ และทางออกมีทางเดียว”


    “แล้วทำไมมันถึงไม่เข้ามา” ผู้รอดชีวิตชายคนหนึ่งถาม เสียงสั่นจนเหมือนเด็ก


    เอียนไม่ตอบทันที


    เขามองคาเอลแทน


    คาเอลรู้คำตอบก่อนที่เอียนจะพูด


    และเขาไม่อยากได้ยินมันออกจากปากใคร


    “เพราะมันอยากรู้ว่าเราจะตัดสินใจเลือกยังไง” เอียนพูด


    เสียงขูดหลังผนังหยุดพร้อมกัน


    เหมือนทั้งห้องถูกดึงเข้าไปในความเงียบอีกชั้นหนึ่ง


    นิกซ์ยืนอยู่ข้างมิเลีย เด็กชายกอดแขนตัวเองแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เส้นใต้ผิวตรงคอเต้นผิดจังหวะเล็ก ๆ เหมือนมีบางอย่างอยู่ลึกลงไปกำลังเคาะจากด้านใน เขาหายใจสั้น ตื้น และเร็วเกินไป มิเลียจับไหล่เขาไว้ มือของเธอไม่ได้บีบแรง แต่หนักพอให้เขารู้ว่าตัวเองยังมีน้ำหนัก ยังยืนอยู่ตรงนี้ ยังไม่ได้หลุดไปกับเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน


    “นิกซ์” มิเลียกระซิบ


    “หันมาหาฉัน”


    นิกซ์พยายามทำตาม


    ดวงตาเขาหันมาหาเธอ แต่ไม่เต็มที่ เหมือนมีอีกแรงหนึ่งดึงสายตาไปทางผนัง


    “มันไม่ใช่แค่ข้างนอก” เขาพูดเสียงแหบ


    “มันอยู่ในผนังด้วย ในท่อ…ใต้พื้น…มันฟังเสียงเรา”


    “เสียงอะไร” แจ็กซ์ถาม


    นิกซ์กลืนน้ำลาย


    “ทุกเสียง”


    คาเอลหลับตาครู่หนึ่ง


    ทุกเสียง


    ทุกคำสั่ง


    ชื่อ


    การหายใจ


    ความเร่งรีบ


    ความกลัว


    ถ้าพวกมันจับความหมายไม่ได้โดยตรง พวกมันก็จับผลลัพธ์ได้


    ถ้าเขาพูดชื่อแจ็กซ์แล้วทุกคนหันมองกล่องยา พวกมันจะรู้ว่าแจ็กซ์สำคัญ


    ถ้าเขาสั่งให้โวร่าปิดท้ายแล้วเด็กขยับไปอยู่หลังเธอ พวกมันจะรู้ว่าเธอปกป้องเด็ก


    ถ้าเขาเรียกมิเลียตอนนิกซ์เริ่มหายใจผิดจังหวะ พวกมันจะรู้ว่าเธอคือจุดยึดของนิกซ์


    ทุกคำคือรอยเท้า


    ทุกปฏิกิริยาคือบทเรียนของพวกมัน


    ทุกคำสั่งคือเส้นเลือดที่เปิดให้ศัตรูเห็นหัวใจของทีม


    คาเอลลืมตา


    หลังสิ่งที่เกิดขึ้นตรงทางแยก เขาไม่สงสัยอีกแล้วว่าพวกมันจำเสียงเขาได้


    สิ่งที่เขาต้องรู้ตอนนี้คือ พวกมันจำเพียงคำ หรือเริ่มเทียบคำเหล่านั้นกับการเคลื่อนไหวแล้ว


    “จากนี้ไป ห้ามเรียกชื่อถ้าไม่จำเป็น”


    ทุกคนมองเขา


    เขายกมือขึ้นแทนการอธิบาย


    สองนิ้วชี้ไปทางประตูเหนือ


    มืออีกข้างกำแล้วเปิด


    ช้า ๆ


    ให้ทุกคนเห็น


    ขยับแบบเงียบ


    เอียนเข้าใจในทันที มิเลียพยักหน้าเล็กน้อย โวร่ากวาดสายตาผ่านผู้รอดชีวิตแล้วใช้มือบอกให้เด็กชายติดเชื้อเข้าใกล้เธอ แจ็กซ์กอดกล่องยาแน่นขึ้นจนกล้ามเนื้อแขนสั่น


    คาเอลพูดเสียงดังพอให้ผนังได้ยิน


    “แจ็กซ์ ไปทางซ้าย”


    แต่แจ็กซ์ไม่ไปซ้าย


    เขาขยับไปทางขวาตามสัญญาณมือของคาเอล


    เสี้ยววินาทีต่อมา เสียงหลังผนังซ้ายหยุด


    แล้วเคลื่อน


    ครืดครืดครืดครืด


    เร็วขึ้น


    และต่ำลง


    ตรงไปยังจุดที่แจ็กซ์ควรจะไปตามคำพูด


    ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งเอามือปิดปากตัวเองทันที


    มิเลียหน้าซีดลง


    คาเอลไม่หันไปดูใคร เพราะถ้าเขาหัน ฝูงอาจอ่านได้อีก


    เขาพูดต่อเสียงเดิม


    “โวร่า คุ้มกันประตูซ้าย”


    โวร่าไม่ขยับไปซ้าย เธอพาเด็กชายติดเชื้อกับหญิงสาวที่ประคองเขาอยู่เบี่ยงเข้าใกล้ช่องส่งของด้านเหนือแทน


    หลังประตูซ้าย เสียงกรงเล็บกระแทกพื้นหนักขึ้นหนึ่งครั้ง


    เหมือนสิ่งที่รออยู่ตรงนั้นรู้ว่าคำพูดไม่ตรงกับความจริง


    เอียนมองคาเอล


    “มันเทียบคำสั่งกับการเคลื่อนไหว”


    “และมันเรียนรู้ไว จนน่ากลัว”


    “ใช่”


    คำว่าใช่ออกจากปากคาเอลเรียบเกินไป


    จนมิเลียหันมามองเขา


    ไม่ใช่เพราะคำตอบ


    แต่เพราะน้ำเสียงนั้น


    เสียงของคนที่กำลังบังคับตัวเองให้เย็นกว่าโลกตรงหน้า


    คาเอลรับรู้สายตาเธอโดยไม่ต้องหันไป


    และช่องว่างครึ่งก้าวระหว่างพวกเขากลับดูไกลขึ้นในแสงแดงของระบบกักกัน


    “ไป” เขาพูด


    ไอออนเปิดช่องส่งของด้านเหนือด้วยแรงกล เสียงโลหะเก่าฝืดดังครางยาวจนทุกคนสะดุ้ง ช่องสี่เหลี่ยมเปิดออกสู่ทางมืดแคบ ๆ ด้านใน ลมเย็นและกลิ่นเหม็นชื้นพุ่งสวนออกมาเหมือนลมหายใจจากท้องของอาคาร ทางระบายของเสียเก่านั้นไม่ได้ถูกใช้งานมานาน แต่ยังมีน้ำสีดำขังเป็นแอ่งตามพื้น ผนังเป็นโลหะที่มีคราบชีวภาพเกาะเป็นเส้นเหนียว ใต้แสงฟ้าจากตาของไอออน มันดูเหมือนลำไส้ของสิ่งมีชีวิตมากกว่าทางหนี


    เด็กชายติดเชื้ออ้าปากเหมือนจะร้อง


    ไม่มีเสียงออกมาในตอนแรก มีเพียงปากที่อ้า ลมหายใจที่สะดุด และน้ำตาที่ไหลลงมาเงียบ ๆ


    โวร่าคุกเข่าลงตรงหน้าเขา


    เธอไม่ยิ้ม


    ไม่รู้จักการพูดปลอบแบบผู้ใหญ่ทั่วไป ที่ปลอบเด็ก


    เธอเพียงยื่นชายเสื้อด้านหนึ่งให้


    “จับไว้”


    เด็กชายมองเธอ


    “ถ้าปล่อย ฉันจะลากกลับมาเอง”


    เด็กชายสะอื้น แล้วจับชายเสื้อเธอแน่น


    นั่นเป็นคำปลอบที่ใกล้เคียงที่สุดที่โวร่าทำได้


    และเพราะมันเป็นโวร่า มันจึงจริงกว่าคำว่าไม่เป็นไร


    ผู้รอดชีวิตถูกส่งเข้าไปก่อนทีละคน หญิงสาวประคองเด็กชายติดเชื้อเข้าไปก่อน หญิงชราตามหลังโดยมีชายถือปืนลูกซองคอยกันไม่ให้ล้ม มิเลียช่วยพยุงชายผอมขาบาดเจ็บจนเขาเดินลากพื้น นิกซ์อยู่ข้างเธอ ใบหน้าขาวจัดและเหงื่อเย็นเกาะเต็มไรผม แจ็กซ์อยู่ถัดมา เขาใช้แขนข้างหนึ่งประคองกล่องยา อีกข้างช่วยดันชายบาดเจ็บเข้าไปในช่อง ทั้งหมดทำอย่างเงียบที่สุดเท่าที่มนุษย์ที่กำลังกลัวตายจะทำได้


    คาเอลอยู่ท้ายห้องกับเอียน


    เขายังไม่เข้าไป


    เขายืนมองห้องยา มองประตูที่ถูกปิด มองตู้เวชภัณฑ์ที่ถูกเปิดทิ้ง มองคราบเลือดบนพื้น และมองเงาหลังประตูซ้ายที่ไม่ขยับแล้ว


    ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น


    แต่เพราะมันรู้ว่าเขามอง


    เขาพูดเสียงดังอีกครั้ง


    “ทุกคนหยุด”


    แต่ยกมือสั่งให้ขบวนเคลื่อนต่อ เสียงใต้พื้นด้านหน้าเงียบไปครึ่งจังหวะแล้วขยับผิดตำแหน่ง


    คาเอลรู้สึกเย็นวาบในอก


    มันไม่ได้แค่จำคำ


    มันเริ่มสงสัยคำที่ไม่ตรงกับการกระทำ


    เขารีบเปลี่ยนสัญญาณมือ บอกให้ไอออนหยุดจริง ๆ ครู่หนึ่ง


    ทั้งขบวนแข็งค้าง


    เสียงใต้พื้นหยุดตาม


    เหมือนทั้งสองฝ่ายกำลังมองกันผ่านโลหะ


    เอียนก้มลงแตะพื้นด้วยปลายนิ้ว


    “มีตัวหนึ่งใต้ช่องหน้าเรา”


    “ตัวล่อ?”


    “อาจใช่ หรือรอให้เราเชื่อว่าเป็นตัวล่อ”


    คาเอลเงียบ


    นั่นแหละปัญหา


    ศัตรูที่โง่ เขาอ่านได้


    ศัตรูที่ฉลาด เขาก็พออ่านเดาทางได้


    แต่ศัตรูที่กำลังเรียนรู้จากเขาระหว่างที่เขาอ่านมัน เป็นสิ่งที่อันตรายกว่า


    เพราะทุกคำตอบของเขากลายเป็นบทเรียนของมัน


    “เปลี่ยนจังหวะ” คาเอลกระซิบ


    เอียนพยักหน้า


    คาเอลส่งสัญญาณใหม่ ไอออนขยับนำหน้า แต่ไม่ใช่จังหวะเดิม มิเลียดันชายขาบาดเจ็บเข้าไปช้าลงครึ่งก้าว แจ็กซ์หยุดแล้วขยับตามในจังหวะที่ดูเหมือนพลาด โวร่ากลับเดินเร็วขึ้นโดยไม่รอเสียงสั่ง


    ฝูงใต้พื้นขยับผิดจังหวะไปเสี้ยววินาที


    แค่นั้นพอ


    “รีบไป!”


    พวกเขาเข้าไปในทางระบายของเสีย


    ความมืดกลืนทุกคนทีละคน


    ข้างในแคบกว่าที่คิด เพดานต่ำจนผู้ใหญ่ต้องก้ม ไหล่ของผู้ชายตัวใหญ่ขูดผนังจนเกิดเสียงครูดเบา ๆ น้ำเย็นขังใต้พื้นซึมเข้ารองเท้า กลิ่นเหม็นเน่าทำให้บางคนต้องกลั้นหายใจ เสียงลมหายใจของคนในท่อดังชัดกว่าที่ควร เพราะโลหะรอบตัวสะท้อนเสียงทุกอย่างกลับมาเหมือนทางเดินนี้ไม่อยากให้พวกเขาลืมว่าตัวเองกำลังกลัว


    ไอออนนำหน้า แสงฟ้าจากดวงตาของเขาส่องผนังเป็นแถบสั้น ๆ ทุกครั้งที่เขาขยับ แสงนั้นจะเลื่อนไปบนคราบเหนียวสีดำเหมือนกำลังลูบผ่านเนื้อเยื่อ มิเลียอยู่กลางขบวน ประคองนิกซ์และชายขาบาดเจ็บไปพร้อมกัน แจ็กซ์อยู่ถัดจากเธอ กล่องยาแนบอก เอียนสลับตำแหน่งไปมาเพื่ออ่านเสียงด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนโวร่าอยู่ใกล้เด็กชายติดเชื้อ เธอไม่พูด แต่ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นเริ่มช้าลง มือของเธอจะเอื้อมไปแตะหลังเขาเพียงนิดเดียว ดันให้เดินต่อ


    คาเอลปิดท้าย


    เขายังได้ยินห้องยาอยู่ด้านหลัง


    ได้ยินเสียงประตูซ้ายค่อย ๆ เปิด


    ช้า ๆ


    ไม่ใช่เสียงประตูถูกพัง


    แต่เหมือนมีบางอย่างจากข้างนอกเรียนรู้วิธีใช้มือของมนุษย์เปิดมัน


    เสียงโลหะเสียดสีกันดังยาว


    คาเอลไม่หันกลับไปทันที


    ถ้าหันเร็วเกินไป คนอื่นจะรู้ว่าเขากลัว


    ถ้าคนอื่นรู้ ฝูงอาจรู้จากจังหวะขบวน


    เขาจึงนับในใจ


    หนึ่ง


    สอง


    สาม


    แล้วค่อยหัน


    ความมืดหลังท่อยังว่างเปล่า


    แต่ที่พื้นห้องยาไกลออกไป เงาต่ำ ๆ หลายเงากำลังเคลื่อนผ่านแสงแดง


    ไม่ได้รีบพุ่งเข้ามา


    เหมือนผู้สังเกตการณ์ที่เพิ่งจดบันทึกเสร็จและกำลังตามดูผลลัพธ์ต่อ


    คาเอลหันกลับมา


    “เร็วขึ้น” เขากระซิบ


    ขบวนขยับเร็วขึ้นเล็กน้อย


    นิกซ์สะดุ้งทันที


    “อย่าเร็วพร้อมกัน”


    มิเลียก้มมองเขา


    “อะไรนะ”


    “มันได้ยิน…ไม่ใช่เสียงเท้าอย่างเดียว” นิกซ์พูดหอบ


    “มันรู้ตอนที่ทุกคนเปลี่ยนพร้อมกัน เหมือนคลื่นทั้งขบวนสั่น”


    คาเอลหยุดหายใจไปครึ่งจังหวะ


    คลื่นทั้งขบวน


    ไม่ใช่แค่การอ่านใจ


    ไม่ใช่เวทมนตร์


    แต่เป็นการรับรู้การมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตแต่ละคน การสั่นของร่างกาย ความตื่นกลัว น้ำหนักที่เปลี่ยนเมื่อคำสั่งลงมา ความพร้อมใจที่เกิดจากความเชื่อในผู้นำ


    เรโซแนนซ์


    คลื่นตัวตน


    ถ้าฝูงอ่านสิ่งนั้นได้มากขึ้นเรื่อย ๆ สัญญาณมือก็อาจไม่เพียงพอต่อไป


    คำสั่งหลอกก็เช่นกัน


    แม้แต่ความเงียบก็อาจไม่พอ


    เพราะตัวตนของพวกเขากำลังดังอยู่ในความมืด


    “แยกกันไป” คาเอลพูดเบามาก


    “อย่าไปพร้อมกัน”


    มิเลียเข้าใจ เธอชะลอชายขาบาดเจ็บครึ่งก้าว แจ็กซ์ขยับเร็วขึ้น โวร่ารั้งเด็กชายไว้หนึ่งจังหวะ เอียนถอยหลังมาสองก้าวก่อนเดินต่อ ไอออนปรับความเร็วโดยไม่ถาม


    เสียงใต้พื้นสับสนไปอีกครั้ง


    ฝูงยังไม่เข้าใจความไม่สมบูรณ์แบบ


    นั่นอาจเป็นข้อได้เปรียบสุดท้ายของมนุษย์


    พวกเขาไม่เคยเป็นขบวนเดียวกันอย่างสมบูรณ์


    พวกเขาหายใจไม่เท่ากัน


    กลัวไม่เท่ากัน


    รักไม่เท่ากัน


    และเลือกไม่เหมือนกัน


    คาเอลคิดว่าควรดีใจที่ความยุ่งเหยิงของมนุษย์ยังมีประโยชน์


    แต่เขากลับรู้สึกขมในลำคอ


    เพราะถ้าสิ่งที่ทำให้พวกเขารอดคือความไม่สมบูรณ์แบบ


    แล้วทำไมสมองของเขาถึงพยายามทำให้ทุกคนกลายเป็นรูปแบบที่สั่งได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ


    เสียงกระแทกดังขึ้นจากด้านหน้า


    ปัง!


    ขบวนหยุด


    ไอออนยกแขนขึ้น


    “มีสิ่งกีดขวางเคลื่อนที่ด้านหน้า ระยะสิบเมตร”


    เอียนแทรกตัวขึ้นไปข้างหน้า ปืนยกต่ำ ดวงตาแคบลง


    “ตัวเดียว?”


    ไอออนตอบ


    “หนึ่งตัวใหญ่ สองตัวเล็กขนาบด้านข้าง”


    แจ็กซ์สบถเบา ๆ


    “ให้ตายสิ ทางระบายของเสียยังมีเจ้าของบ้านอีกเหรอ”


    ไม่มีใครขำ


    ด้านหน้า แสงฟ้าของไอออนส่องไปถึงเงาหนาทึบที่ขวางอยู่เต็มทางเดิน โรชตัวหนึ่งเบียดตัวเข้ามาในท่อ แผ่นเกราะบนหลังของมันขูดเพดานจนเกิดเสียงแหลม กรามหนาเปิดออกช้า ๆ ของเหลวสีเขียวขุ่นหยดลงพื้นโลหะแล้วกัดจนควันขาวลอยขึ้น กลิ่นไหม้ฉุนบาดจมูก


    ด้านข้างของมัน มีเซิร์กลิงสองตัวเกาะผนังต่ำ ๆ


    มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่ทันที


    มันรอให้คาเอลสั่ง


    คาเอลรู้สึกถึงสายตาของทุกคนหันมาหาเขา


    เด็กชาย


    คนเจ็บ


    แจ็กซ์กับกล่องยา


    มิเลียกับนิกซ์


    โวร่าที่ยืนพร้อมพุ่ง


    เอียนที่รออ่านจังหวะ


    ทุกคนรอเขา


    และฝูงก็รอเขาด้วย


    เขายกมือขึ้นช้า ๆ


    ชี้สองนิ้วไปที่ตาตัวเอง


    แล้วชี้ไปที่โรช


    มิเลียเข้าใจ เธอขยับปืนขึ้นโดยไม่พูด ยิงสามนัดติด แรงถีบสะเทือนผ่านบาดแผลจนแขนเธอชาวาบ เสียงปืนในท่อแคบกระแทกแก้วหูจนเด็กชายติดเชื้อร้องออกมา กระสุนเจาะเข้าร่องตาซ้ายของโรช มันสะบัดหัว กรดพ่นเฉียงไปกระแทกผนังแทนที่จะพุ่งใส่ขบวน


    เอียนยิงซ้ำใต้กราม


    โวร่าดันเด็กชายติดเชื้อกับหญิงสาวให้หมอบก่อนกรดกระเซ็นกลับมา หยดหนึ่งตกลงบนพื้นห่างจากมือเด็กชายไม่ถึงฝ่ามือ โลหะละลายดังซู่ กลิ่นไหม้ของมันทำให้เด็กสะอื้นแรงขึ้น


    ชายวัยกลางคนยกปืนลูกซองขึ้น แต่พื้นที่ในท่อแคบเกินไป ลำกล้องสั่นจนเกือบชนหลังหญิงชรา เขากัดฟันลดมันลง ไม่ใช่เพราะไม่อยากยิง แต่เพราะถ้ายิงพลาด คนข้างหน้าจะรับลูกกระสุนแทนฝูง


    โรชถอยครึ่งก้าว


    เปิดช่องว่างเล็กน้อย


    กว้างพอให้คนคิดว่าพุ่งผ่านได้


    คาเอลยกมือห้ามทันที


    เอียนพูดสั้น ๆ


    “มันเป็นกับดัก”


    ทันทีที่คำนั้นหลุดออกมา ผนังด้านขวาแตก


    เซิร์กลิงตัวหนึ่งพุ่งออกจากช่องด้านข้างด้วยความเร็วที่สายตาคนธรรมดาตามแทบไม่ทัน มันไม่ได้พุ่งใส่คาเอลหรือคนถือปืน


    มันพุ่งใส่แจ็กซ์


    ตรงกล่องยา


    “ก้ม!” คาเอลตะโกน


    แจ็กซ์ก้มช้าไปครึ่งจังหวะเพราะแขนทั้งสองยังล็อกกล่องไว้แน่น กรงเล็บเฉี่ยวผ่านฝากล่อง เกิดเสียงโลหะถูกขูดดังเสียดหู ประกายไฟแตกเป็นเส้นสั้น ๆ แจ็กซ์เสียหลักกระแทกผนัง ท่อนแขนขวาถูกข่วนเปิดเป็นแผลยาว แต่เขายังกอดกล่องไว้


    “อย่าแตะมัน!” แจ็กซ์คำราม


    เสียงนั้นไม่เหมือนมุกของเขา


    ไม่เหมือนความกลัวที่กลบด้วยคำพูด


    มันเป็นเสียงของคนที่ไม่มีพื้นที่ให้เสียอะไรอีกแล้ว


    เซิร์กลิงอ้ากรามจะกัดซ้ำ


    โวร่ามาถึงก่อน เธอพุ่งผ่านช่องแคบโดยใช้ผนังเป็นฐานเท้า มีดในมือแทงเข้าข้างคอของมันแล้วบิด เสียงกระดูกแตกดังกรอบ ของเหลวสีเข้มสาดใส่ใบหน้าเธอ เธอไม่หลบ ไม่กะพริบตา แทงซ้ำจนมันหยุดดิ้น


    “กล่องยังอยู่ไหม” เธอถาม


    แจ็กซ์หอบ


    “ยังอยู่”


    “งั้นลุก ให้ไว”


    แจ็กซ์พยุงตัวขึ้น ก่อนเหลือบมองเธอ


    “ขอบใจที่ห่วงฉันด้วย”


    โวร่ามองเขาแวบเดียว


    “ถ้านายตาย กล่องจะตก”


    แจ็กซ์อ้าปากเหมือนจะเถียง แต่สุดท้ายก็แค่พยุงตัวขึ้น


    “โอเค นั่นก็เป็นวิธีแสดงความห่วงที่แย่มากแต่เข้าใจได้”


    เสียงด้านหลังดังขึ้น


    ไม่ใช่หนึ่งเสียง


    หลายเสียง


    ครืดครืดครืดครืด


    ฝูงเริ่มเข้ามาในท่อจากด้านหลัง


    คาเอลส่งสัญญาณให้ทุกคนเคลื่อนต่อ แต่คราวนี้เขาไม่ใช้รูปแบบเดิม เขาให้ไอออนถอยกลับมาครึ่งก้าว ให้เอียนนำช่วงสั้น ๆ ให้ชายขาบาดเจ็บอยู่หน้าแจ็กซ์แทนกลางขบวน ให้โวร่าขยับมาใกล้นิกซ์ แล้วตัวเองสลับไปด้านข้างของท่อในจุดที่ยิงไขว้ได้


    เสียงด้านหลังชะงัก


    เอียนมองคาเอลด้วยหางตา


    “มันจำรูปแบบเดิมแล้ว”


    “ใช่” คาเอลตอบ


    เอียนหันกลับไปมองความมืดด้านหลัง


    “และมันกำลังจำรูปแบบใหม่นี้ด้วย”


    ไม่มีคำปลอบในประโยคนั้น


    เพราะเอียนไม่ใช่คนปลอบ


    เขาเป็นคนบอกว่ามีดเล่มไหนกำลังจ่อคออยู่แค่นั้น


    พวกเขาเคลื่อนผ่านโรชที่บาดเจ็บไปด้วยจังหวะแตกต่างกัน ไอออนใช้แขนกลดันกรามมันค้างไว้ขณะเอียนยิงข้อต่อ โวร่าลากเด็กชายติดเชื้อผ่านช่องว่าง มิเลียดึงนิกซ์ตามไป นิกซ์ตัวสั่นหนักขึ้นทุกครั้งที่ผ่านใกล้โรช เขามองมันเหมือนมองคนที่กำลังเจ็บ ไม่ใช่แค่ศัตรู


    “มันส่งความเจ็บต่อกัน” นิกซ์กระซิบ


    มิเลียจับมือเขาแน่น


    “นายอย่ารับ”


    “ผมไม่ได้อยากรับ”


    “งั้นฟังฉันแทน”


    นิกซ์พยายามหันมามองเธอ


    มิเลียพูดช้า ๆ


    “หายใจเข้าลึก ๆ”


    เขาหายใจเข้า


    “หายใจออก ช้า ๆ”


    เขาหายใจออก


    “อีกครั้ง”


    เลือดเส้นเล็ก ๆ ไหลจากจมูกเขาลงมาถึงริมฝีปาก


    มิเลียเห็น แต่ยังไม่เช็ดทันที


    เธอต้องให้เขาหายใจก่อน


    ต้องให้เขาอยู่ตรงนี้ก่อน


    เลือดเช็ดทีหลังได้


    ถ้าเขายังเป็นเขา


    ขบวนผ่านโรชไปได้ครึ่งหนึ่ง


    แล้วฝูงโจมตีพร้อมกัน ไม่ใช่แบบสัตว์ที่ทนไม่ไหวแล้วพุ่งแต่มาเป็นจังหวะที่คำนวณแล้ว


    ด้านหน้า โรชที่ควรหมดแรงยกหัวขึ้นอีกครั้งและพ่นกรดใส่ทางออก


    ด้านข้างขวา ผนังปริแตกตรงตำแหน่งเด็กชายติดเชื้อ


    ด้านบน ช่องระบายอากาศเปิดออกเหนือหัวนิกซ์


    และเงาต่ำ ๆ อีกตัวหนึ่งพุ่งตรงไปยังแจ็กซ์


    สี่จุด


    พร้อมกัน


    กล่องยา


    เด็ก


    นิกซ์


    และทางออก


    คาเอลรู้สึกเหมือนโลกแตกเป็นช่องเล็ก ๆ หลายช่องในหัว


    ยิงโรชเพื่อเปิดทาง


    หรือหันไปช่วยแจ็กซ์


    สั่งโวร่าช่วยเด็กชาย


    หรือให้เธอปิดท้าย


    มิเลียต้องจับนิกซ์


    แต่ถ้าเธอไม่หลบ สิ่งบนเพดานจะถึงตัวเขาก่อน


    เอียนอยู่ใกล้ด้านหน้า ยิงโรชได้ แต่ถ้าหันหลัง ท้ายขบวนแตก


    ไอออนแข็งแรงพอรับแรง แต่ถ้าเขาเสียหาย ข้อมูลและทางหนีอาจหาย


    ทุกทางที่เขาเห็น มีคนตาย…


    ทุกคำสั่งจะถูกจำ


    ทุกความลังเลจะถูกใช้ซ้ำในครั้งหน้า


    คาเอลยกมือขึ้น


    แต่สัญญาณเดียวไม่พอ


    เขาชี้หน้าให้เอียน


    เอียนยิงโรชทันที


    ชี้ขึ้นให้มิเลีย


    มิเลียดึงนิกซ์หมอบลงก่อนกรงเล็บจากช่องบนเพดานฟาดผ่านอากาศ


    ชี้ขวาให้โวร่า


    โวร่าพุ่งเข้าหาเด็กชายโดยไม่รอคำสั่งเต็ม


    ในจังหวะที่ทุกสายตาถูกดึงไปยังสี่จุดนั้น เสียงกรงเล็บอีกชุดก็ดังขึ้นจากท้ายท่อ


    เซิร์กลิงตัวหนึ่งพุ่งใส่ชายบาดเจ็บที่สะดุดจนรั้งอยู่หลังขบวน เขาเสียหลักล้ม มือข้างหนึ่งเกี่ยวขอบโลหะไว้ได้ทัน แต่อีกครึ่งร่างถูกลากเข้าไปในช่องแตกด้านข้าง


    “ช่วยด้วย!”


    เสียงนั้นฉีกผ่านท่อ


    มือของเขาตะกายพื้น เล็บขูดโลหะจนเลือดออกเป็นเส้น ๆ ชายวัยกลางคนปล่อยปืนลูกซองที่คล้องสายสะพายให้ตกแนบข้างลำตัว แล้วคว้าแขนของชายบาดเจ็บไว้ด้วยสองมือ แต่แรงจากอีกฝั่งมากกว่า ตัวเขาถูกดึงทีละนิด รองเท้าขูดพื้นจนเกิดเสียงยาว


    คาเอลหันปืนไป


    แต่ในจังหวะเดียวกัน เซิร์กลิงที่เล็งแจ็กซ์ไว้ก่อนหน้านี้พุ่งมาถึงตัวเขา


    แจ็กซ์เห็นมัน


    เห็นมือของชายบาดเจ็บที่กำลังหลุด


    เห็นกล่องในอ้อมแขนตัวเอง


    เวลาในหัวเขาแยกเป็นสองส่วน


    ถ้าเขาปล่อยกล่อง เขาจะคว้าแขนชายคนนั้นได้ด้วยสองมือ


    ถ้าเขาไม่ปล่อย เขาอาจช่วยไม่ทัน


    แต่ถ้ากล่องหล่น ถ้าฝาแตก ถ้าสารยับยั้งเสียหาย ซอเรนจะตาย


    ซอเรนที่เอาตัวเองกันพิษให้เขา


    ที่ยังรออยู่ในนครเน็กซัสล่าง


    ที่อาจไม่มีเวลามากพอให้เขาเลือกผิดแม้แต่วินาทีเดียว


    แจ็กซ์กัดฟันจนกรามขึ้นสัน เขาไม่ได้ปล่อยกล่อง


    เขากอดมันไว้ด้วยแขนซ้าย แล้วใช้ทั้งร่างพุ่งเข้าไปกระแทกเซิร์กลิงที่จะถึงตัวเขา แรงชนทำให้เขาล้มกลิ้งไปกับพื้นท่อ กล่องกระแทกอกจนลมหายใจหลุดออกเป็นเสียงแหบ แต่เขายังล็อกแขนไว้ไม่ให้มันหลุด กรงเล็บเซิร์กลิงขูดผ่านต้นแขนเขา เลือดสาดใส่ฝากล่อง


    “ฉันยังถืออยู่!” แจ็กซ์ตะโกนเหมือนพูดกับซอเรนมากกว่าพูดกับคนในท่อ


    คาเอลยิงใส่เซิร์กลิงตัวนั้น


    กระสุนเข้ากะโหลก


    มันแน่นิ่ง


    แต่ชายบาดเจ็บกำลังจะหลุดมือ


    โวร่ากำลังติดอยู่กับเด็กชายติดเชื้อ


    มิเลียกอดนิกซ์ไว้ใต้กรงเล็บที่ยังพยายามแทงลงมา


    เอียนยิงโรชต่อเนื่องจนซองกระสุนใกล้หมด


    ไอออนพยายามดันแผ่นโลหะลงมากั้นทาง แต่ระบบเก่าฝืดเกินไป


    คาเอลสั่งไม่ทัน


    มันเกิดขึ้นพร้อมกันเกินไป


    เขาเห็นนิ้วของชายคนนั้นหลุดจากพื้นทีละนิ้ว


    หนึ่ง


    สอง


    สาม


    นิกซ์เห็นด้วย


    นิกซ์ที่กำลังถูกมิเลียกดให้อยู่ต่ำเห็นดวงตาของชายคนนั้น


    เห็นความกลัว


    เห็นเลือด


    เห็นปากที่พยายามพูดว่าไม่


    เสียงทั้งหมดในหัวนิกซ์ระเบิดออก


    เสียงฝูง


    เสียงกรด


    หัวใจคนเจ็บ


    กรงเล็บ


    เสียงความหิว


    ความเจ็บของโรช


    ความกลัวของเด็กชายติดเชื้อ


    รวมถึงความกลัวของตัวเขาเอง


    เสียงคาเอลที่ยังไม่ได้สั่ง


    เสียงมิเลียที่เรียกเขาให้หายใจ


    และเสียงบางอย่างที่อยู่ไกลมาก


    ลึกมาก


    ใหญ่เกินกว่าจะเป็นตัวใดตัวหนึ่ง


    เหมือนทั้งเครือข่ายฝูงหันหูมาในความมืด


    นิกซ์สะบัดตัวจากมือมิเลียโดยไม่รู้ตัว


    “หยุด!!!”


    คำเดียว


    เสียงไม่ดัง


    ไม่ก้อง


    ไม่เหมือนคำสั่งของผู้บัญชาการ ไม่เหมือนเสียงขู่ของนักล่า ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ที่มั่นใจว่าตัวเองมีอำนาจ


    มันเป็นเสียงของนิกซ์ที่กลัวจนรับภาพคนตายต่อหน้าไม่ได้อีกแล้ว


    แต่ท่อทั้งเส้นหยุด


    เหมือนในห้องยา


    แต่ครั้งนั้นมีเพียงตัวเดียว


    ครั้งนี้ทั้งฝูงหยุดฟังเขา


    เซิร์กลิงด้านหลังค้างอยู่กลางจังหวะพุ่ง


    โรชด้านหน้าหยุดกรามที่กำลังเปิด


    เงาบนเพดานหยุดอยู่เหนือหัวนิกซ์


    สิ่งที่ดึงชายบาดเจ็บจากช่องข้างขวาหยุดแรงลาก


    แม้แต่เสียงใต้พื้นก็หายไป


    ความเงียบตกลงมาหนักกว่าสัญญาณกักกัน


    ไม่มีใครกล้าขยับ


    ชายบาดเจ็บที่เกือบถูกลากหายไปนอนหอบอยู่ครึ่งตัวในช่อง มือยังตะกายพื้นอยู่ แต่ไม่มีแรงดึงต่อ เขาร้องไห้เงียบ ๆ แบบคนที่รอดช้ากว่าที่ใจรับไหว


    คาเอลหันไปมองนิกซ์


    มิเลียเองก็เช่นกัน


    โวร่าค้างอยู่ในท่ากันเด็กชายติดเชื้อไว้ด้านหลัง มีดของเธอยกค้างกลางอากาศ


    แจ็กซ์นอนหอบอยู่กับพื้น กล่องยาแนบอกแน่นกว่าเดิม ดวงตาเบิกกว้าง


    เอียนยกปืนค้าง แต่ปลายนิ้วหลุดจากไกเล็กน้อย เหมือนสมองเขายังประมวลผลไม่ได้ว่าสนามรบที่ควรเคลื่อนต่อกลับหยุดฟังเด็กคนเดียวได้อย่างไร


    นิกซ์เองก็ตกใจ


    เขามองมือของตัวเอง


    มองฝูงที่หยุด


    มองคาเอล


    “ผมไม่ได้…” เขาพูดเสียงสั่น “ผมไม่ได้ตั้งใจ”


    เลือดกำเดาหยดลงมาก่อนคำถัดไป


    หยดแรกตกบนพื้นโลหะ


    แดงชัดในแสงฟ้าของไอออน


    หยดที่สองตามมา


    แล้วเส้นใต้ผิวตรงคอของนิกซ์ก็ขยับ


    คราวนี้ไม่ใช่แค่เต้นผิดจังหวะ


    มันเลื้อย


    จากใต้กรามลงมาตามลำคอ


    ผ่านไหปลาร้า


    ลงสู่แขน


    เหมือนเงาบางอย่างวิ่งใต้ผิวหนังของเขา


    นิกซ์ทรุดลงทันที


    มิเลียรับเขาไว้ก่อนหัวกระแทกพื้น เธอใช้แขนข้างที่ยังดีดึงนิกซ์เข้าหาตัว มือหนึ่งกดท้ายทอยเขาไว้ อีกมือจับแก้มที่เย็นเกินไป


    “นิกซ์ หายใจ”


    เขาไม่ได้ยินเธอในตอนแรก


    ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ม่านตาสั่นเล็ก ๆ เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก เขาอ้าปากหายใจ แต่จังหวะผิดไปหมด เหมือนปอดของเขากำลังรับอากาศจากที่อื่น ไม่ใช่ในท่อแคบ ๆ นี้


    “มันหันมา…” เขากระซิบ


    มิเลียก้มลงใกล้ “ใคร”


    น้ำตาไหลออกจากดวงตานิกซ์ ปนกับเลือดที่ลงมาถึงริมฝีปาก


    “ทั้งหมด”


    ไฟในท่อกะพริบ


    ครั้งหนึ่ง


    สองครั้ง


    ลำโพงเก่าที่ติดอยู่มุมเพดานส่งเสียงซ่าเบา ๆ ทั้งที่ระบบเสียงในทางระบายของเสียควรเสียไปนานแล้ว


    ซ่า…


    ซ่า…


    เสียงนั้นไม่ใช่เสียงระบบ


    มันเหมือนลมหายใจจำนวนมากถูกบีบผ่านสายไฟเก่า ผ่านช่องลม ผ่านท่อ ผ่านเนื้อผนัง ผ่านโลหะที่เปียกด้วยเลือดและความกลัว


    แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น


    แผ่ว


    ลึก


    ไม่ชัดเจนว่าออกมาจากลำโพง ช่องลม หรือความมืดในหัวของนิกซ์เอง


    “พวกเรา…”


    ทุกคนแข็งค้าง


    คาเอลยกปืนขึ้นอย่างช้า ๆ ทั้งที่รู้ว่าปืนยิงเสียงไม่ได้


    เสียงนั้นลากคำต่อไปเหมือนยังไม่ชินกับภาษา


    “ได้ยินเจ้า…”


    นิกซ์สั่นทั้งตัว


    มิเลียกอดเขาแน่นขึ้นทันที


    “อย่าฟัง” เธอพูดเร็วและหนัก “ฟังฉัน นิกซ์ ฟังฉัน”


    “มัน…” นิกซ์หายใจขาด “มันเรียกผม”


    “นายอยู่กับฉัน”


    “มันเยอะมาก”


    “มองฉัน”


    “ผมกลัว”


    คำสุดท้ายแตกออกเหมือนเด็กที่กลั้นไว้ไม่ไหวอีกแล้ว


    มิเลียไม่ตอบด้วยคำปลอบยาว ๆ เธอเพียงดึงเขาเข้ามาให้หน้าผากแตะไหล่ของเธอ มือสั่นนิดเดียวตอนเช็ดเลือดใต้จมูกเขา แต่เสียงของเธอยังนิ่งพอให้เขาเกาะ


    “ฉันรู้”


    สองคำ


    พอ


    เพราะมิเลียไม่ได้บอกว่าไม่ต้องกลัว


    เธอแค่ยืนยันว่าเขาไม่ได้กลัวอยู่คนเดียว


    คาเอลมองภาพนั้นแล้วรู้สึกบางอย่างบีบในอก


    เขาควรสั่งให้ไปต่อ


    ควรใช้จังหวะที่ฝูงหยุด


    ควรคิดเส้นทาง ระยะ กระสุน คนเจ็บ ยา เวลา ซอเรน ยาน พายุ


    แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น เขากลับคิดถึงคำถามเดียว


    ถ้าวันหนึ่งนิกซ์พูดหยุด แล้วไม่ใช่นิกซ์ที่พูดอีกต่อไป


    เขาจะรู้ได้อย่างไร


    เขาจะเลือกอะไร


    และถ้าต้องเลือก เขาจะยังเป็นคนเดิมอยู่ไหม


    เอียนขยับเข้ามาใกล้คาเอล น้ำเสียงต่ำมาก


    “นี่ไม่ใช่แค่เขาได้ยินฝูงแล้ว”


    คาเอลพูดต่อแทน


    “ฝูงได้ยินเขา”


    ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้น


    เพราะคำพูดนั้นทำให้ท่อแคบลงกว่าเดิม


    โรชด้านหน้าค่อย ๆ ถอย


    ช้า


    ตั้งใจ


    เซิร์กลิงด้านหลังถอยกลับเข้าเงา


    สิ่งที่อยู่ในช่องข้างขวาปล่อยชายบาดเจ็บไว้


    ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีอาการกลัว ไม่มีความพ่ายแพ้


    เหมือนการทดลองสิ้นสุดแล้ว


    เหมือนมันได้คำตอบที่ต้องการ


    คาเอลเข้าใจทันที


    พวกมันเสียเพียงร่างไม่กี่ร่าง


    ร่างที่ฝูงพร้อมทิ้งได้โดยไม่ลังเล


    แต่สิ่งที่พวกมันได้กลับมามากเกินไป


    ได้รู้ว่าคำพูดของนิกซ์ทำให้เครือข่ายฝูงสะดุด


    ได้รู้ว่าเมื่อโจมตีสี่จุดพร้อมกัน คาเอลจะหันไปทางไหนก่อน


    ได้รู้ว่าแจ็กซ์จะไม่ปล่อยกล่องยาแม้ต้องใช้ร่างตัวเองรับกรงเล็บ


    ได้รู้ว่าโวร่าจะเอาตัวเองขวางเด็กโดยไม่ลังเล


    ได้รู้ว่ามิเลียคือคนเดียวที่ดึงนิกซ์กลับจากเสียงนั้นได้


    ได้รู้ว่าเอียนอ่านกับดักได้เร็วเกินคนทั่วไป


    และได้รู้ว่ามนุษย์ไม่ได้แตกเพราะความกลัวอย่างเดียว


    แต่แตกเพราะสิ่งที่พวกเขารัก


    “ไป” คาเอลพูด


    คราวนี้ไม่ต้องหลอกคำสั่ง


    ไม่ต้องซ่อนในสัญญาณมือ


    “เดี๋ยวนี้”


    ทุกคนเคลื่อนพร้อมกันก่อนจะนึกได้ว่าห้ามพร้อมกัน


    แต่ฝูงยังไม่โจมตี


    มันปล่อย


    การปล่อยนั้นน่ากลัวกว่าการไล่ฆ่า


    พวกเขาลากชายบาดเจ็บออกจากช่องข้างขวา โวร่ากดผ้าลงบนแผลของเขาแรงพอให้เขาร้อง มิเลียประคองนิกซ์ที่แทบยืนไม่ไหว แจ็กซ์ลุกขึ้นด้วยแรงที่เหลือ กล่องยาแนบอกจนเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกาย เอียนเปลี่ยนซองกระสุนด้วยการเคลื่อนไหวสั้นและประหยัด ไอออนงัดแผงกั้นด้านหน้าเปิดทาง


    ท่อพาพวกเขาลงต่ำ แล้วเลี้ยวซ้าย ผ่านห้องกรองของเสียเก่าที่เต็มไปด้วยถังแตกและสายท่อยางแข็งเหมือนซากงู พื้นเปียกเย็นจนเท้าชา ลมหิมะจากภายนอกเริ่มลอดเข้ามาตามรอยแตกของผนัง กลิ่นอากาศเย็นปะทะกลิ่นเน่าจนเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด เหมือนจมูกไม่รู้ว่าควรดีใจที่ได้กลิ่นโลกข้างนอก หรือควรอาเจียนกับสิ่งที่อยู่รอบตัว


    ด้านหลัง เสียงฝูงกลับมา


    ไม่ใกล้


    ไม่ไกล


    มันตามในระยะที่ทำให้ต้องรีบ แต่ไม่พุ่งถึง


    ทุกครั้งที่ชายขาบาดเจ็บสะดุด เสียงนั้นจะใกล้ขึ้น


    ทุกครั้งที่ขบวนเร่ง เสียงนั้นจะถอยไปนิด


    ทุกครั้งที่คาเอลเปลี่ยนรูปแบบขบวน เสียงหลังผนังจะหยุดเหมือนกำลังจดจำ


    ฝูงไม่ได้ไล่เพราะหิวอย่างเดียว


    มันไล่เพื่อดูว่าความเหนื่อยทำให้มนุษย์เผยอะไรบ้าง


    คาเอลเปลี่ยนตำแหน่งอีกครั้ง


    ให้เอียนปิดท้ายแทนตัวเอง


    ให้โวร่าไปหน้าแล้วกลับกลาง


    ให้แจ็กซ์อยู่ใกล้ไอออนครู่หนึ่ง แล้วสลับกลับมาหลังชายขาบาดเจ็บ


    เขาทำให้รูปแบบแตก


    แต่ทุกครั้งที่เขาสลับ เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสลับชีวิตคนเหมือนหมากบนกระดาน


    มิเลียเห็น


    เธอไม่ได้พูด


    เพียงตอนที่เดินผ่านเขา มือของเธอแตะข้อมือเขาสั้น ๆ


    ไม่ถึงหนึ่งวินาที


    แต่พอให้คาเอลรู้ว่าเธอเห็นเขาหายเข้าไปในตัวเลขอีกแล้ว


    เขาหายใจเข้า


    ลึก


    เย็น


    เจ็บ


    ยังเป็นคน


    ยังต้องเป็นคน


    “ประตูบริการด้านหน้า” ไอออนพูด “ติดขัดจากน้ำแข็งและระบบกักกันตกค้าง”


    แจ็กซ์หอบ “แปลว่าต้องงัด”


    “ต้องใช้แรงกระแทก”


    “ใช่ งัดนั่นแหละ”


    ประตูเหล็กบานสุดท้ายอยู่ข้างหน้าพวกเขา แสงขาวเทาของพายุหิมะลอดเข้ามาจากรอยแตกตามขอบ ลมเย็นกระแทกเข้ามาเป็นช่วง ๆ ทำให้เลือดบนแขนของแจ็กซ์เริ่มจับตัวเป็นคราบเหนียว โวร่าดันเด็กชายติดเชื้อไปด้านหลัง มิเลียให้ชายขาบาดเจ็บหมอบต่ำ เอียนกับคาเอลเข้าประจำข้างประตู


    ไอออนเสียบแขนเข้ากับแผงควบคุม


    เสียงระบบดังแหบ


    [ระบบกักกันยังทำงาน]


    [ปฏิเสธการเปิด]


    [ปฏิเสธ]


    [ปฏิเสธ]


    ไอออนดึงแขนออก


    “ระบบไม่ตอบสนอง”


    โวร่ามองประตู


    “กระแทก”


    คาเอลพยักหน้า


    เขา เอียน โวร่า และไอออนกระแทกพร้อมกัน สีข้างของคาเอลเจ็บแปลบขึ้นมาทันที แต่เขาไม่หยุด


    ปัง!


    ประตูสั่น แต่ไม่เปิด


    ด้านหลัง เสียงกรงเล็บเร็วขึ้น


    ปัง!


    น้ำแข็งตามขอบประตูแตกเป็นผงขาว


    เสียงเซิร์กลิงดังขึ้นในท่อด้านหลัง


    ปัง!


    บานประตูเปิดออกครึ่งหนึ่ง


    ลมหิมะพุ่งเข้ามาเหมือนกำแพงสีขาว ความเย็นกัดผิวหน้าและแผลเปิดทันทีจนหลายคนร้องออกมา แสงจากภายนอกสว่างเกินไปหลังอยู่ในท่อมืดนาน ทุกคนต้องหรี่ตา แต่คาเอลไม่ให้เวลาปรับสายตา


    “ออกไป!”


    พวกเขาทะลักออกสู่ลานด้านหลังของคลังเวชภัณฑ์ชีวภาพ


    โลกข้างนอกเป็นสีขาวเทา


    พายุหิมะยังไม่หยุด ลมพัดแรงจนเศษหิมะกระแทกใบหน้าเหมือนทรายเย็น อาคารคลังด้านหลังพวกเขาตั้งอยู่ในแสงแดงของระบบกักกัน หน้าต่างแตกหลายบาน ไฟฉุกเฉินด้านในกะพริบผ่านช่องดำ ๆ เหมือนดวงตาหลายสิบดวงของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ยอมตาย


    ไกลออกไปกลางลาน ยานลำเก่าจอดเอียงอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งบาง ๆ ใบพัดด้านซ้ายมีหิมะเกาะจนหมุนกระตุก ไฟนำทางกะพริบอ่อนมากจนแทบจมหายไปในพายุ


    “มันจะบินได้ไหม” มิเลียถาม


    ไอออนมองยานเพียงเสี้ยววินาที


    “สภาพไม่เหมาะสม แต่ยังมีโอกาสขึ้น”


    แจ็กซ์หอบ “ฉันจะถือว่านั่นคือข่าวดี”


    พื้นใต้หิมะสั่น


    คาเอลหันกลับไป


    ใต้ผิวหิมะใกล้อาคาร มีรอยนูนเคลื่อนเป็นเส้นยาว เหมือนบางอย่างว่ายอยู่ใต้พื้นแข็ง เงาหลายเงาปรากฏหลังหน้าต่างชั้นล่างของคลัง พวกมันไม่พุ่งออกมาทันที เพียงยืนดู


    ดูว่าใครวิ่งก่อน


    ดูว่าใครช้าสุด


    ดูว่าใครหันกลับไปช่วยใคร


    ดูว่าคาเอลจะเลือกอะไรเมื่อพื้นที่เปิดกว้างและทุกคนกระจัดกระจาย


    “อย่าวิ่งเป็นเส้นตรง!” คาเอลตะโกน


    เขาไม่สนแล้วว่าฝูงได้ยินหรือไม่


    ตอนนี้พวกมันเห็นอยู่แล้ว


    โวร่าดึงเด็กชายติดเชื้อให้วิ่งเฉียง มิเลียพยุงนิกซ์และชายขาบาดเจ็บไปอีกทาง แจ็กซ์กอดกล่องยาแนบอก วิ่งช้ากว่าปกติเพราะแขนขวาเลือดไหลไม่หยุด คาเอลลงน้ำหนักผิดจังหวะ พื้นรองเท้าข้างที่ถูกกรดกัดลื่นกว่าปกติบนหิมะเปียก เอียนยิงลงพื้นตรงรอยนูนใต้หิมะ กระสุนเจาะลงไป เสียงร้องแหลมดังจากใต้ดิน เส้นนูนเบี่ยงออกจากทางเด็กชาย


    “ไป!” เอียนตะโกน


    เซิร์กลิงตัวแรกทะลุออกจากประตูบริการด้านหลัง มันวิ่งต่ำผ่านหิมะ ไม่ได้ตรงเข้าหาคาเอล แต่เฉียงไปด้านข้างเพื่อตัดหน้าแจ็กซ์


    มันยังเล็งกล่องยา


    แจ็กซ์เห็นเงามันจากหางตา


    “ไม่เอากล่องนี้โว้ย!”


    เขาเบี่ยงตัวอย่างทุลักทุเล กรงเล็บเฉี่ยวหลังเสื้อจนผ้าขาด คาเอลยิงคุม แต่กระสุนเหลือไม่พอจะเสียทุกนัด เขายิงแค่นัดเดียวเข้าหิมะหน้ามัน บังคับให้มันชะงัก เอียนยิงซ้ำจากอีกมุม กระสุนเข้าขาหลัง เซิร์กลิงกลิ้งไปในหิมะ


    โวร่าพุ่งเข้ามาปิดจังหวะ มีดแทงลงคอมันจมถึงด้าม


    เธอถอนมีดออก แล้วหันไปดึงเด็กชายที่สะดุดล้มใกล้ ๆ ขึ้นมา


    เด็กคนนั้นร้องไห้หนักจนแทบวิ่งต่อไม่ได้


    โวร่าจับคอเสื้อเขา


    “มองยาน”


    เด็กชายสะอื้น


    “ไม่ต้องมองมัน มองยาน”


    เด็กชายหันไปมองไฟกะพริบของยานลำเก่า


    “วิ่งไปหาแสงนั้น”


    “ผมกลัว”


    โวร่ามองเขานิ่ง


    หิมะติดบนผมและขนตาของเธอ รอยไหม้บนบ่าซ้ายตึงขึ้นทุกครั้งที่เธอขยับ ส่วนสีข้างเจ็บจนลมหายใจสะดุด แต่เธอไม่ปล่อยมือจากคอเสื้อเด็ก


    “ฉันก็กลัว”


    เด็กชายหยุดสะอื้นไปครึ่งจังหวะ


    โวร่าดึงเขาไปต่อ


    ไม่มีคำสอน ไม่มีการกอด ไม่มีความอ่อนโยนที่ชัดเจน


    แต่เด็กชายวิ่งต่อ


    คาเอลเห็นภาพนั้นท่ามกลางพายุ และบางอย่างในอกเขาปวดขึ้นมา


    โวร่าไม่เคยพูดถึงลูน่า


    แต่ทุกการปกป้องเด็กชายคนนี้คือคำพูดที่ดังเกินกว่าประโยคใด ๆ


    ยานลำเก่าเริ่มตอบสนองเมื่อไอออนส่งสัญญาณระยะไกลเข้าไป เสียงเครื่องยนต์กระตุกเหมือนคนแก่ไอจากปอดลึก ใบพัดหมุนทีละนิด หิมะรอบฐานเริ่มแตกเป็นวงกว้าง ไฟในห้องโดยสารติด ๆ ดับ ๆ


    “ระบบขับเคลื่อนพร้อมไม่เต็มที่” ไอออนรายงานขณะวิ่ง “ต้องขึ้นทันทีหลังทุกคนเข้าไป”


    “ถ้าไม่ทันล่ะ” ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งถามเสียงสั่น


    ไอออนไม่หันไปมอง


    “จะไม่มีโอกาสที่สอง”


    ไม่มีใครถามต่อ


    พวกเขาถึงยานทีละคน ประตูด้านข้างเปิดได้เพียงครึ่งเดียวแล้วติด แจ็กซ์ใช้ไหล่กระแทกช่วยจนบานประตูครางเปิดกว้างขึ้นพอให้คนมุดเข้าไป ผู้รอดชีวิตถูกส่งขึ้นยานทีละคน หญิงชรากับชายถือปืนลูกซองขึ้นไปก่อน ตามด้วยชายบาดเจ็บและหญิงสาว มิเลียส่งนิกซ์ขึ้นไปแล้วตามเข้าไป มือยังไม่ปล่อยเขา ส่วนโวร่าดันเด็กชายติดเชื้อเข้าไปเป็นคนสุดท้ายก่อนตัวเอง


    ด้านหลัง ฝูงเริ่มออกจากคลังมากขึ้น


    เงาดำหลายตัวเคลื่อนผ่านหิมะเหมือนคราบหมึกบนผ้าขาว โรชตัวหนึ่งโผล่จากขอบลาน กรามเปิดออก ของเหลวกรดไหลหยดลงบนหิมะจนเกิดไอขาว


    คาเอลยิงนัดสุดท้ายใส่ข้อต่อกราม


    ปืนคลิก


    หมด


    เสียงคลิกนั้นดังเกินไปในหัวเขา


    เอียนโยนซองกระสุนสำรองที่เก็บมาจากคลังให้


    คาเอลรับ แต่ยังไม่ทันบรรจุ เซิร์กลิงตัวหนึ่งกระโจนจากด้านข้างเข้าประตูยานที่ยังเปิดอยู่ กรงเล็บเกี่ยวขอบพื้นยาน ดวงตาดำขลับของมันไม่ได้จับที่คาเอล


    มันจับที่นิกซ์


    นิกซ์ที่นั่งพิงมิเลียอยู่ด้านในเงยหน้าขึ้น


    ริมฝีปากเขาเริ่มขยับ


    มิเลียกอดเขาแน่นทันที


    “ไม่ต้องพูด”


    นิกซ์สั่น “แต่มัน—”


    “ไม่ต้องพูด” เธอย้ำ เสียงสั่นน้อยมาก แต่สั่นพอให้เขารู้ว่าเธอก็กลัว “อยู่กับฉัน”


    คาเอลพุ่งเข้าใส่เซิร์กลิง ใช้ปืนเปล่ากระแทกหัวมัน เอียนตามมาถีบขาหน้า โวร่าฟันกรงเล็บที่เกี่ยวขอบประตูจนขาด เซิร์กลิงเสียหลักหลุดออกจากยานพอดีกับประตูที่ไอออนสั่งปิด


    บานประตูกระแทกลง


    เสียงกรงเล็บขูดด้านนอกดังยาว


    ก่อนถูกเสียงใบพัดกลบ


    “ขึ้น!” คาเอลตะโกน


    ไอออนเชื่อมตัวเองเข้ากับแผงยาน ไฟในห้องโดยสารกะพริบแรง เครื่องยนต์คำรามต่ำเหมือนกำลังฝืนตื่นจากการหลับนานเกินไป ยานทั้งลำสั่นจนผู้รอดชีวิตร้องลั่น แจ็กซ์ล้มลงกับพื้นห้องโดยสาร ใช้ตัวเองทับกล่องยาไว้ มิเลียกอดนิกซ์ไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง อีกข้างกันเด็กชายติดเชื้อไม่ให้ไถลไปกับพื้น โวร่าจับราวเหล็ก มืออีกข้างกดสีข้างที่ถูกกระแทกไว้แน่น เอียนยืนค้ำประตู ทั้งที่ไหล่ยังสั่นจากแรงปะทะ


    คาเอลยืนใกล้ช่องหน้าต่างเล็ก


    เขามองลงไป


    ฝูงอยู่บนลานหิมะ


    หลายตัว


    มากกว่าที่เขาคิดไว้มาก


    แต่พวกมันไม่ได้กระโจนเกาะยานทั้งหมด


    ไม่ได้พยายามฉุดยานลงด้วยความบ้าคลั่ง


    พวกมันยืนมอง


    เงยหน้าขึ้น


    มองยาน


    มองคนในยาน


    มองคาเอล


    เหมือนจำภาพสุดท้ายก่อนเหยื่อหลุดมือ


    เหมือนบันทึกว่าใครอยู่ตรงไหน ใครเลือดออก ใครถืออะไร ใครกอดใคร และใครเป็นคนออกคำสั่งสุดท้าย


    คาเอลรู้สึกหนาวขึ้นมาทั้งที่อยู่ในยาน


    ไม่ใช่เพราะพายุ


    แต่เพราะสายตาเหล่านั้นไม่มีความหิวเพียงอย่างเดียวแล้ว


    มันมีความเข้าใจบางอย่างเริ่มก่อตัวอยู่ข้างใน


    ยานกระตุกแรง


    แล้วลอยขึ้นจากพื้น


    เสียงเครื่องยนต์เก่าครางหนักจนเหมือนจะหลุดออกจากตัวถัง ลมหิมะปะทะด้านข้างอย่างรุนแรง อาคารคลังเวชภัณฑ์ชีวภาพค่อย ๆ เล็กลงด้านล่าง แสงแดงจากระบบกักกันยังเต้นอยู่ในพายุเหมือนหัวใจที่ไม่ยอมดับ


    ไม่มีใครโห่ร้อง


    ไม่มีใครพูดว่ารอดแล้ว


    เพราะทุกคนรู้ว่าการหนีออกมาไม่ได้แปลว่าชนะ


    พวกเขาได้กล่องสารยับยั้งพิษโรช


    ได้ผู้รอดชีวิตทั้งห้าคนออกมา


    ได้แกนข้อมูลที่บรรจุไฟล์เข้ารหัสสำหรับคาเอล


    ได้สารเสริมเสถียรภาพเรโซแนนซ์สองหลอด


    ได้ส่วนรับสัญญาณเรโซแนนซ์


    ได้ออกจากคลัง


    แต่ฝูงได้อย่างอื่น


    ได้ยินนิกซ์


    ได้อ่านคาเอล


    ได้เรียนรู้ว่ามนุษย์เลือกอย่างไรเมื่อความรักถูกวางไว้คนละฝั่งของความตาย


    แจ็กซ์นั่งพิงผนัง หายใจแรงจนไหล่สั่น เขาวางกล่องสารยับยั้งพิษโรชบนตัก มือทั้งสองยังวางทับมันเหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว มันจะหายไป เขาหลับตา กดหน้าผากลงกับฝากล่องเย็น ๆ


    “ซอเรนต้องรอด” เขาพูดเบามาก


    เขาเหลือบมองเวลาบนข้อมืออีกครั้ง ตัวเลขลดลงไปมากกว่าที่เขากล้ามองซ้ำ


    คำพูดนั้นหายเข้าไปในเสียงเครื่องยนต์


    แต่คาเอลได้ยิน


    ทุกคนได้ยิน


    ไม่มีใครตอบ


    เพราะประโยคบางประโยคถ้าตอบออกไป มันจะกลายเป็นคำสัญญาที่โลกอาจโหดร้ายพอจะทำลายต่อหน้า


    ไอออนหันจากแผงควบคุม


    “ยืนยันสิ่งของที่นำออกมาได้” เขาพูด “สารยับยั้งพิษโรชหนึ่งกล่อง สารเสริมเสถียรภาพเรโซแนนซ์สองหลอด แกนข้อมูลเข้ารหัสหนึ่งแกน และส่วนรับสัญญาณเรโซแนนซ์หนึ่งชุด”


    แจ็กซ์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าด้านในของเสื้อที่ฉีกขาด ดึงแกนข้อมูลที่เพิ่งกระชากออกมาจากระบบขึ้นมาตรวจดู ไฟสถานะบนผิวโลหะยังติดอยู่เป็นจุดซีด ๆ


    “แกนข้อมูลยังอยู่” เขาพูด “แต่ไฟล์ยังเปิดไม่ได้”


    เขาส่งมันให้คาเอล


    คาเอลมองมันอยู่ครู่หนึ่ง


    พ่อแม่


    ความจริง


    คำตอบที่รออยู่ข้างใน


    คำตอบที่เขายังไม่มีเวลารับ


    เพราะซอเรนยังรออยู่


    เพราะนิกซ์ยังเลือดไหล


    เพราะผู้รอดชีวิตยังร้องไห้อยู่บนพื้นยาน


    เพราะฝูงข้างล่างเพิ่งเรียนรู้การฟัง


    คาเอลกำแกนข้อมูลไว้แน่น แล้วเก็บมันเข้าเสื้อ


    “ยังไม่เปิด”


    แจ็กซ์มองเขา


    คาเอลตอบก่อนอีกฝ่ายถาม


    “เรากลับนครเน็กซัสล่างก่อน”


    แจ็กซ์ก้มมองกล่องยา


    ไหล่เขาตกลงเล็กน้อย


    ไม่ใช่เพราะโล่งใจ


    แต่เพราะภาระในมือยังไม่หายไป


    มิเลียนั่งอยู่กับนิกซ์ที่ท้ายห้องโดยสาร นิกซ์ตัวสั่นน้อยลงแล้ว แต่เลือดกำเดายังซึมออกมาเป็นเส้นเล็ก ๆ เส้นใต้ผิวตรงคอหยุดเลื้อย แต่ยังเต้นผิดจังหวะราวกับบางสิ่งด้านในยังไม่หลับสนิท มิเลียใช้ผ้าพันแผลเช็ดเลือดให้เขาอย่างระวัง


    “มันยังฟังอยู่” นิกซ์กระซิบ


    มิเลียหยุดมือไปเสี้ยวหนึ่ง


    แล้วเช็ดต่อ


    “งั้นนายไม่ต้องพูดกับมัน”


    “ถ้ามันได้ยินผมเองล่ะ”


    มิเลียมองเขา


    เธอไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้


    ไม่ได้โกหก


    เธอเพียงวางมือบนหลังคอของเขาเบา ๆ บริเวณที่เส้นใต้ผิวเพิ่งขยับผ่านไป


    “งั้นฟังฉันให้ดังกว่า”


    นิกซ์หลับตา


    น้ำตาไหลออกมาหนึ่งหยด


    เขาพยักหน้า


    อีกด้านหนึ่ง โวร่านั่งเงียบใกล้เด็กชายติดเชื้อ เด็กคนนั้นยังจับชายเสื้อเธออยู่ แม้ขึ้นยานแล้ว มือเล็ก ๆ ยังไม่ยอมปล่อย โวร่าก้มมองมือนั้นครู่หนึ่ง เธอดูเหมือนจะบอกให้ปล่อย แต่สุดท้ายก็ไม่พูด เธอเพียงขยับตัวให้เด็กพิงไหล่ได้ง่ายขึ้น


    ชายผอมขาบาดเจ็บนอนพิงผนังยาน หายใจรวยริน มือยังงอค้างเหมือนกำพื้นโลหะในท่ออยู่ เล็บสามนิ้วฉีกจนเลือดซึม แต่เขายังไม่กล้าหลับตา


    คาเอลเห็น


    แล้วหันกลับไปมองพายุด้านนอก


    ยานเริ่มไต่ระดับต่ำผ่านแนวอาคารร้าง หิมะปิดทับถนนจนเหมือนโลกไม่เคยมีทางให้เดิน เสียงเครื่องยนต์กระตุกเป็นพัก ๆ ไอออนปรับคันบังคับด้วยการเคลื่อนไหวแม่นยำเกินมนุษย์ แต่แม้แต่เขาก็ทำให้ยานนิ่งไม่ได้ ลมตีจากด้านข้างจนทุกคนต้องจับที่ยึดไว้


    แจ็กซ์สูดหายใจช้า ๆ ก่อนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าอีกข้าง ดึงอุปกรณ์ขนาดเท่าฝ่ามือออกมา


    ส่วนรับสัญญาณเรโซแนนซ์


    มันดูเหมือนชิ้นส่วนจากห้องทดลองมากกว่าอาวุธ โครงโลหะสีดำเงินมีรอยไหม้ตามขอบ แผ่นวงจรบางส่วนเปิดให้เห็นใต้ฝาครอบใส สายเล็ก ๆ หลุดออกมาหนึ่งเส้น แต่แกนกลางยังสมบูรณ์


    “ไอออน”


    ไอออนหันหัวมาทันที


    “ระดับพลังงานกำลังเพิ่มขึ้นเองครับ”


    แจ็กซ์ชะงัก


    “ตอนอยู่ในคลังมันก็มีแสงอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”


    “นั่นเป็นเพียงพลังงานตกค้าง” ไอออนตอบ “มันไม่ควรสร้างความร้อน และไม่ควรเพิ่มระดับขึ้นหลังถูกตัดออกจากระบบหลัก”


    แจ็กซ์มองส่วนรับสัญญาณในมือ


    “ปัญหาคือมันไม่เย็น”


    คาเอลขยับเข้าไปใกล้


    ส่วนรับสัญญาณเรโซแนนซ์ในมือแจ็กซ์เริ่มร้อนขึ้นจริง ๆ แสงในห้องโดยสารกะพริบหนึ่งครั้ง เสียงเครื่องยนต์เหมือนสะดุดกลางอากาศ ไอออนรีบปรับระบบ แต่ดวงตาสีฟ้าของเขายังคงจับที่ชิ้นส่วนนั้น


    แผ่นวงจรใต้ฝาครอบใสมีแสงบางอย่างเต้นอยู่


    ไม่ใช่สีฟ้าของไอออน


    ไม่ใช่สีแดงของระบบกักกัน


    ไม่ใช่สีเขียวของชีวภาพฝูง


    แต่เป็นสีดำอมม่วง


    ลึก


    มืด


    เหมือนแสงที่ไม่ควรเรียกว่าแสง


    มันเต้นหนึ่งครั้ง


    สองครั้ง


    ช้า ๆ


    เหมือนหัวใจที่เพิ่งจำได้ว่าตัวเองยังไม่ตาย


    นิกซ์ลืมตาขึ้นทันที


    ใบหน้าของเขาซีดลงกว่าเดิม


    “อย่าเปิด”


    แจ็กซ์ค้าง


    “ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย”


    นิกซ์จ้องชิ้นส่วนนั้นเหมือนมันเป็นสิ่งมีชีวิต


    “มันไม่ได้หลับแล้ว”


    ความเงียบในห้องโดยสารเปลี่ยนรูป


    ไม่ใช่ความเงียบจากความเหนื่อย


    แต่เป็นความเงียบของคนที่เพิ่งรู้ว่าของที่พาติดตัวออกมาด้วยอาจไม่ใช่ของตาย


    คาเอลมองส่วนรับสัญญาณในมือแจ็กซ์


    จากนั้นมองแกนข้อมูลที่อยู่ในเสื้อของตัวเอง


    มองกล่องสารยับยั้งพิษโรชบนตักแจ็กซ์


    มองนิกซ์ที่ยังเลือดติดริมฝีปาก


    มองผู้รอดชีวิตที่ไม่เข้าใจอะไรเลยแต่รู้ว่าความกลัวยังไม่จบ


    พวกเขาหนีออกมาจากคลัง


    แต่บางอย่างในคลังออกมากับพวกเขาด้วย


    ส่วนรับสัญญาณเรโซแนนซ์สั่นเบา ๆ


    แสงดำอมม่วงใต้แผ่นวงจรเต้นอีกครั้ง


    คราวนี้จังหวะของมันคล้ายหัวใจมากขึ้น


    คาเอลยื่นมือไปใกล้ แต่ยังไม่แตะ


    ในเสียงลม ในเสียงเครื่องยนต์เก่าที่พยายามพาพวกเขากลับนครเน็กซัสล่าง ในเสียงหายใจแตกพร่าของคนที่เพิ่งรอดตาย สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในส่วนรับสัญญาณเรโซแนนซ์ค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างเงียบงัน


    และครั้งนี้


    มันไม่ได้รอให้ใครเปิดมัน


    คล้ายกับเรื่องStarcraft : The Last Commander ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498