เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 บทที่ 101 มีชีวิตไม่ดีนัก

            สามวันผ่านไปภายในชั่วพริบตา

            วันนี้คือวันที่ไป๋หว่านหนิงต้องกลับบ้านเดิม

            เนื่องจากนางเป็นเพียงเช่อเฟยจวนสกุลไป๋จึงไม่อาจต้อนรับอย่างเอิกเกริก ทำได้เพียงเปิดประตูข้างให้นางเดินเข้ามาเท่านั้น

            ไป๋หว่านหนิงสลัดการแต่งกายของเด็กสาวในอดีตออกไปตอนนี้การแต่งกายของนางดูภูมิฐานอย่างยิ่ง

            ชุดกระโปรงยาวสีม่วงเข้มลายดอกเสาเย่าเสื้อคลุมบนไหล่สีเดียวกัน เรือนผมมัดเป็นมวยผมของเด็กสาวที่ออกเรือนแล้ว ปักปิ่นดอกปิ้งปี้บานห้อยระย้าสองสามเส้น ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งยามก้าวเดิน

            มารยาทของไป๋หว่านหนิงในฐานะเช่อเฟยของไท่จื่อล้วนไม่ขาดตกบกพร่องทว่ามองไม่เห็นความยินดีในแววตาของนางเลยแม้แต่น้อย

            หากเปรียบเทียบกับตอนที่นางขึ้นเกี้ยวไปความอาฆาตแค้นและความเกลียดชังในแววตามีแต่เพิ่ม ไม่ลดลง

            ไป๋เซี่ยเหอรู้ว่าตนเองเดาถูก

            อย่างน้อยสามวันมานี้ไป๋หว่านหนิงน่าจะมีชีวิตที่ไม่ดีนักในตำหนักของไท่จื่อ

            “เซี่ยถิง”

            เซี่ยถิงซ่อนตัวเพื่อเฝ้าเรือนสุ่ยฉิงตลอดเวลาเมื่อได้ยินไป๋เซี่ยเหอเรียกเขาก็เดินออกมาทันที

            “ไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนไท่จื่อช่วงสามวันมานี้ข้าต้องการทุกรายละเอียด กลับมารายงานข้าภายในครึ่งชั่วยาม”

            “ขอรับ”

            เมื่อก่อนยามที่เซี่ยถิงอยู่ในจวนสกุลฉินก็เป็นผู้ช่วยคนสนิทของผู้อาวุโสฉินเขาย่อมมีวิธีการของตัวเอง

            น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสฉินต้องสูญเสียบ่าวรับใช้ที่ซื่อสัตย์ผู้หนึ่งเพื่อฉินจิ่นยวน

            ครึ่งชั่วยามต่อมา

            เซี่ยถิงยืนตรงหน้าไป๋เซี่ยเหอตามเวลานัดบอกเรื่องราวที่ตนเองสืบมาได้ทั้งหมดให้ไป๋เซี่ยเหอฟัง

            วันที่ไป๋หว่านหนิงแต่งเข้าตำหนัก ตามหลักแล้วนับเป็นวันมงคลทว่าฮั่วหมิงเชินกลับไม่ได้เหยียบย่างเข้าไปในเรือนของนางตลอดทั้งคืนกลับไปพักที่เรือนของเช่อเฟยอีกคนแทน

            เช่นนี้จะให้ไป๋หว่านหนิงที่ถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เล็กและมีนิสัยหยิ่งผยองทนไหวได้อย่างไร? พอฟ้าสว่าง นางรอให้ฮั่วหมิงเชินจากไปจากนั้นก็พุ่งไปที่เรือนของเช่อเฟยคนนั้น คว้าตัวคนมาด่ายกหนึ่ง

            อีกฝ่ายเองก็ไม่ยอมทั้งสองคนจึงตบตีกัน จากนั้นไป๋หว่านหนิงก็ล้มลงโดยไม่ทันระวัง

            เรื่องนี้แพร่กระจายไปถึงในวังฮ่องเต้ด่าไท่จื่อ เมื่อไท่จื่อกลับจวน เขาก็ไปด่าไป๋หว่านหนิงต่อ

            เรื่องที่เกิดขึ้นจริงช่างแตกต่างกับจินตนาการของไป๋หว่านหนิงเป็นอย่างยิ่งนางโมโหจนเป็นลมล้มพับไปทันที

            หมอหลวงวินิจฉัยว่าครรภ์ของนางไม่มั่นคงต้องพักผ่อนนิ่งๆ ดังนั้นไท่จื่อจึงถือโอกาสกักบริเวณนาง

            เนื่องจากไป๋หว่านหนิงเป็นเช่อเฟยทั้งยังถูกกักบริเวณ ดังนั้นเวลาในการกลับบ้านเดิมจึงมีจำกัดเพียงกลับมาโขกศีรษะให้ไป๋เหล่าฮูหยินก็ถูกคนของไท่จื่อพากลับไปแล้ว

            เพียงแต่กระบวนการกลับบ้านเดิมนี้เงียบเชียบเกินไปทำให้ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกว่ามีความผิดปกติมากมายแฝงอยู่ในความเงียบสงบนี้

            “คุณหนูใหญ่อยู่หรือไม่เจ้าคะ?”

            น้ำเสียงขลาดกลัวดังขึ้นที่หน้าประตูไป๋เซี่ยเหอโบกมือ เซี่ยถิงจึงซ่อนตัวอย่างรวดเร็ว

            จากนั้นสาวใช้ตัวน้อยที่ดูเยาว์วัยซึ่งไป๋เซี่ยเหอไม่คุ้นหน้าก็เดินเข้ามา

            “อยู่ มีเรื่องอันใด?”

            ฝูเอ๋อร์รุดหน้าไปถาม

            สาวใช้ตัวน้อยเดินเข้ามา ตัวของนางสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า “ไป๋เหล่าฮูหยินสั่งให้บ่าวมาเชิญคุณหนูใหญ่ไปหารือเรื่องสำคัญเจ้าค่ะ”

            น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพไม่อาจหาข้อตำหนิใดๆ ได้

            ฝูเอ๋อร์หมุนกายไปมองไป๋เซี่ยเหอที่มีท่าทีสงบนิ่ง“คุณหนู ไป๋เหล่าฮูหยินให้ท่านไปหารือเรื่องสำคัญที่เรือนโซ่วอันท่านจะไปหรือไม่เจ้าคะ?”

            สาวใช้ตัวน้อยกลั้นหายใจอย่างอดไม่ไหวด้วยกลัวว่าคุณหนูใหญ่จะบอกว่าไม่ไป

            สาวใช้คนก่อนที่รับใช้ไป๋เหล่าฮูหยินไม่สามารถทำตามคำสั่งของนางได้จึงถูกไล่ไปทำงานที่หนักที่สุดทันที

            ส่วนตนเองเพิ่งมารับใช้ไป๋เหล่าฮูหยินได้ไม่กี่วันนึกไม่ถึงว่าจะได้รับคำสั่งที่ยากเย็นเช่นนี้

            ใบหูของไป๋เซี่ยเหอขยับเล็กน้อยนางกวาดตามองใบหน้าของสาวใช้ตัวน้อย และมองเห็นเงาของฝูเอ๋อร์ทับซ้อนอยู่เล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ได้

            “ไปกันข้าอยากรู้นักว่าในจวนมีเรื่องใดถึงต้องเรียกข้าไปหารือ”

            ณ เรือนโซ่วอัน

            ไป๋เหล่าฮูหยินเอนกายอยู่บนเก้าอี้นางแต่งหน้าหนาเตอะ ทว่าไม่อาจปกปิดรอยคล้ำขนาดใหญ่ใต้ตาได้

            ในเรือนมีเพียงนางกับแม่นมโจวที่สนิทกับนางที่สุดส่วนบ่าวรับใช้ที่เหลือล้วนรออยู่ข้างนอก

            “เจ้ามาแล้ว”

            น้ำเสียงอันแก่ชราแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามราวกับพยายามทำให้ตนเองมีความมั่นใจมากขึ้นเล็กน้อย

            “เจ้าค่ะ”

            ไป๋เซี่ยเหอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีที่ไม่แข็งกร้าวทว่าก็ไม่ถ่อมตัว ดูงดงามและเป็นธรรมชาติในแบบของตนเอง

            “เจ้ามาจับชีพจรให้ข้าที”

            ไป๋เหล่าฮูหยินเอนกายอยู่ตรงนั้นนางยกมือขึ้นสูง ท่าทีเป็นธรรมชาติราวกับต้องเป็นเช่นนั้น

            ไป๋เซี่ยเหอยืนอยู่ไกลๆด้วยท่าทีเฉยเมย ในจวนมีหมอประจำจวน ทว่ากลับตั้งใจเรียกนางมาจับชีพจรหรือ?

            ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่ใช่แพทย์หญิงที่ต้องตรวจอาการให้ผู้อื่นตลอดนางทำตามอารมณ์เท่านั้น ทว่ากลับเรียกนางมาใช้งานอย่างนั้นหรือ?

            เฮอะ...

            เมื่อเห็นไป๋เซี่ยเหอไม่ขยับไป๋เหล่าฮูหยินก็โมโหจนจุดไท่หยางเต้นตุบๆ นางส่งสายตาให้แม่นมโจวที่ยืนอยู่ข้างกายทันที

            แม่นมโจวเดินหน้ามาหนึ่งก้าวก่อนจะยิ้มแย้มอย่างมีเมตตา “คุณหนูใหญ่เจ้าคะ วันนี้หมอในจวนลากลับบ้านทว่าวันนี้ไป๋เหล่าฮูหยินไม่สบาย จึงทำได้เพียงรบกวนท่านแล้ว”

            คนอย่างไป๋เซี่ยเหอชอบใช้ไม้อ่อนไม่ชอบใช้ไม้แข็ง เมื่อได้ฟังถ้อยคำนี้จึงเดินหน้าไปหาไป๋เหล่าฮูหยินเพียงแต่ความระแวดระวังในใจไม่ได้บรรเทาลงเลยแม้แต่น้อย

            ทำดีต่อหน้าทว่าใจจริงไม่ประสงค์ดีใช่หรือไม่?

            “เป็นเพียงโรคเดิมๆเท่านั้น”

            ไป๋เหล่าฮูหยินเป็นโรคใจสั่นและชี่พร่องเสมอมาบางทีอาจเป็นเพราะหลายวันมานี้ถูกเรื่องของไป๋หว่านหนิงทำให้โมโห ดังนั้นโรคเดิมจึงกำเริบ

            “เจ้าดูสิสังขารของข้าย่ำแย่ลงทุกปี ส่วนบิดาของพวกเจ้าก็อยู่ข้างนอกมานานในจวนไม่มีสตรีที่จัดการเรื่องราวต่างๆ ได้เลย”

            ระหว่างที่ไป๋เหล่าฮูหยินกล่าวนางก็หยั่งเชิงท่าทีของไป๋เซี่ยเหอไปด้วย ผลลัพธ์คือจ้องมองอยู่นาน คนหลังยังคงไม่เปลี่ยนท่าที สีหน้ากลับมืดครึ้มยิ่งกว่าเดิม

            “เจ้าคือบุตรสาวของภรรยาเอกในจวนสกุลไป๋และเป็นบุตรสาวคนโตด้วย ดังนั้นเจตนาของข้าคือสอนให้เจ้าบริหารจัดการตระกูล แม้เจ้าจะต้องออกเรือนในอนาคตทว่าการบริหารจัดการเรื่องในจวนของสามีไม่อาจไม่คุ้นชิน”

            ไป๋เหล่าฮูหยินเชิดคางขึ้นสูงแล้วตวัดสายตามองลงต่ำราวกับกำลังทำทานก็ไม่ปาน

            “ไม่จำเป็น”

            ไป๋เซี่ยเหอปฏิเสธโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            ไม่เคยมีผู้ใดในจวนสกุลไป๋ที่ปฏิบัติกับนางที่เป็นบุตรีของภรรยาเอกอย่างจริงใจทว่าจู่ๆ กลับบอกว่าจะมอบผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ปานนี้ให้นาง หากไม่มีลับลมคมในก็แปลกแล้ว

            ราวกับว่าปกติทำใจไม่ได้แม้แต่จะมอบโจ๊กให้นางกินสักคำทว่าจู่ๆ กลับมาบอกว่าจะให้ตั้นเกา[1]ชิ้นใหญ่เสียอย่างนั้น

            เกรงว่าจะไม่ใช่ขนมที่ตกลงมาจากฟ้าทว่าเป็นจักร

            ไม่ต้องพูดถึงว่าคว้าไว้ไม่ได้ทว่ายังถูกกระแทกตายอย่างง่ายดายด้วย

            “เจ้าช่างไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีจริงๆข้าหวังดีกับเจ้า ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ!”

            อารมณ์ดีที่เสแสร้งแสดงออกมาเมื่อครู่มลายหายไปในชั่วพริบตาไป๋เหล่าฮูหยินมองสตรีที่อยู่เบื้องล่างด้วยใบหน้าเย็นชา

            ยิ่งมองก็ยิ่งรังเกียจ

            ใบหน้าของไป๋เซี่ยเหอแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันทีนางทนมองใบหน้าที่คิดไปเองตรงหน้าไม่ได้จริงๆ

            “เกรงว่าไป๋เหล่าฮูหยินจะลืมไปเสียแล้วข้าคือชายาเซ่อเจิ้งอ๋องในอนาคต ข้าต้องแต่งเข้าจวนเซ่อเจิ้งอ๋อง เรื่องบริหารจัดการภายในจวนย่อมมีผู้ดูแลของจวนทำหน้าที่นี้หากทุกเรื่องต้องให้หวังเฟยที่มีเกียรติลงมือจัดการเอง เหตุใดจวนเซ่อเจิ้งอ๋องต้องเลี้ยงบ่าวรับใช้ไว้มากมายปานนั้นด้วยเล่า? ขุนให้อ้วนแล้วค่อยกินหรือ?”

            “เจ้า เจ้า...ถึงอย่างนั้นเจ้าจะไม่เข้าใจอะไรเลยไม่ได้ข้าไม่สน เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการจวน มิฉะนั้นในอนาคตเจ้าจะทำให้จวนสกุลไป๋ของข้าต้องเสียหน้า”

            ไป๋เซี่ยเหอจ้องไป๋เหล่าฮูหยินด้วยแววตามืดมนนางมีคำตอบในใจอย่างคร่าวๆ แล้ว ตอนนี้โทสะผุดขึ้นในใจนางทันที

            ไป๋เหล่าฮูหยินตัวดีนึกไม่ถึงว่าจะกล้าวางแผนกับนาง!

            นางดูเหมือนรังแกได้ง่ายปานนั้นเชียว?

            “ไป๋เหล่าฮูหยิน ข้าขอแนะนำท่านหน่อยนะหากในจวนขัดสนเงินทอง ก็เอาสิ่งของในเรือนของท่านออกไปขายลดความคิดชั่วร้ายให้น้อยลงหน่อย”

            “หรือท่านมีความคิดที่หน้าไม่อายว่าจะสามารถยื่นมือเข้ามายุ่งกับทรัพย์สินของจวนเซ่อเจิ้งอ๋องได้อย่างนั้นหรือ?”

            ------------------------

            [1] ตั้นเกาหมายถึง ขนมเค้ก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367