ย้อนกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน
หลังจากที่หยางเฮยหลงคว้าดอกจู๋ร์ฮวาในมือของชิงลู่ลู่แล้วเดินจากไป เด็กสาวก็ถูกพาตัวไป 'ทิ้ง' ไว้ที่เรือนรกร้างแห่งหนึ่งซึ่งฝูจี้ฮ่าวเรียกมันว่า 'เรือนตะวันตก' จากนั้นชายหนุ่มก็เดินจากไปโดยไม่ได้เอ่ยอะไรอีกแม้แต่ประโยคเดียว ซึ่งนั่นก็เป็ครั้งสุดท้ายที่เด็กสาวได้เจอหน้าหยางเฮยหลงและคนของเขา
คืนนั้นนางเอาแต่ร้องไห้อย่างหนักเพื่อระบายความอัดอั้นทั้งหมดทั้งมวลที่ได้พบเจอมาตลอดทั้งวันจนกระทั่งเผลอหลับไปทั้งๆ ที่ยังนั่งอยู่กลางพื้นโล่งเย็นเฉียบในโถงแคบรกร้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
หลังจากที่ร้องไห้จนหลับไป เช้าวันต่อมาชิงลู่ลู่จึงค่อยเริ่มทำใจได้
เมื่อมาคิดทบทวนอย่างละเอียดแล้วการอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก อย่างน้อยหยางเฮยหลงก็ไม่ได้จับนางกักขังไว้ในคุกมืดหรือเฆี่ยนตีทรมานนาง และถ้าหากว่าชายหนุ่มเจอตัวอี๋เหมยเหนียงตามที่ตนวาดหวังเอาไว้ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกักตัวนางไว้อีก พอถึงยามนั้นนางก็สามารถกลับไปหาครอบครัวของนางได้แล้ว
ดังนั้นสิ่งแรกที่ชิงลู่ลู่เลือกทำหลังจากสงบสติอารมณ์เรียบร้อยแล้วก็คือเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมภายในเรือนตะวันตก ซึ่งนางค้นพบว่าเรือนหลังนี้เล็กกะทัดรัดและน่าอยู่ไม่น้อยหากนางทำความสะอาดสักหน่อย
อาณาเขตของเรือนหลังนี้มีทั้งหมดหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องอาบน้ำ หนึ่งห้องครัว และหนึ่งโถงเล็ก
สถานที่แรกที่นางเลือกเดินเข้าไปดูคือห้องนอน ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างไปจากที่นางคิดไว้เท่าไรนัก นอกจากเตียงหลังเก่าไร้ฟูกนอนกับผ้าห่มผืนบางขาด่ปลายเล็กน้อยแล้วก็ไม่มีเครื่องนอนอื่นใดอีก แม้แต่หมอนที่เอาไว้หนุนนอนก็ยังไม่มี ด้านข้างมีโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกะทัดรัดกับตู้เสื้อผ้าว่างเปล่าที่มีฝุ่นจับตัวกันอยู่หนาเตอะ
เมื่อเดินออกมาอีกหน่อยจะเจอห้องอาบน้ำที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้และฝุ่น ยังดีหน่อยที่สภาพภายในโดยรวมยังดูแข็งแรงและมิดชิดมากพอให้นางอุ่นใจได้ว่ามันจะไม่พังลงมาในขณะที่นางกำลังอาบน้ำอยู่
แยกถัดไปไม่ไกลคือห้องครัวที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากเตาร้างไร้การใช้งานมานานเป็แรมปีหรืออาจจะมากกว่านั้น
ด้านข้างกันมีโต๊ะเล็กๆ ที่วางจานชามอยู่สองสามใบกับชุดกาน้ำชาเก่าๆ หนึ่งชุด นอกนั้นก็คือพื้นที่รกร้างที่เต็มไปด้วยกิ่งไม้ใบหญ้าระเกะระกะ และหากมองไปนอกเรือนจะเห็นสระน้ำขนาดกลางที่อยู่ริมกำแพงสูง
ถัดไปเล็กน้อยมีศาลาไม้หลังเก่าที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ดูรวมๆแล้วอาจเรียกได้ว่าสถานที่แห่งนี้ยังดีเกินไปสำหรับผู้ที่มีฐานะเป็เพียงแค่ 'นักโทษ' อย่างนางเสียด้วยซ้ำ
่บ่ายของวันนั้นชิงลู่ลู่จึงเริ่มลงมือทำความสะอาดเรือน กว่าจะแล้วเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบค่อนคืนแล้ว และนางก็โชคดีมากที่ริมกำแพงด้านหลังบริเวณห้องครัวมีต้นเจ่า(1)อยู่สองสามต้นพอให้ได้เก็บมากินประทังความหิวได้ไม่เช่นนั้นคงต้องหนักใจไม่น้อยว่าจะไปหาอาหารได้จากที่ใด
และโชคดีอีกอย่างของนางก็คือ น้ำในสระนั้นใสแจ๋วและสะอาดมากพอให้นางสามารถนำเอามาต้มเป็น้ำดื่มแล้วเอามาใช้สอยได้ไม่ลำบาก
คืนนั้นเด็กสาวนอนหลับสนิทด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวันแม้ว่าจะต้องนอนบนเตียงแข็งไร้ฟูกโดยมีผ้าผืนขาดห่มคลุมร่างไว้ก็ตาม ซึ่งก็แปลกที่นางกลับไม่ได้รู้สึกหนาวเหน็บจากอากาศเย็นจัดในยามค่ำคืนเลยแม้แต่นิดเดียว
เช้าวันต่อมาเด็กสาวก็ออกมาเก็บผลเจ่าไว้เพื่อเป็เสบียงเช่นเคย ยามซื่อ(2)จนถึงยามเซิน(3)นางเอาแต่นั่งเล่นอยู่ที่ศาลาไม้หลังเก่าริมสระก่อนจะเข้านอนอีกทีในยามซวี่(4)
สองวันถัดมาในขณะที่ชิงลู่ลู่กำลังปัดกวาดห้องครัวพลันเผอิญเห็นเมล็ดอะไรสักอย่างในถุงใบเล็กที่ตกอยู่ในซอกเตาร้าง นางจึงเอามาลองปลูกไว้ริมกำแพงแก้เหงาถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันคือเมล็ดอะไรก็เถอะ
เช้าของอีกวันต่อมาในระหว่างที่เด็กสาวกำลังนั่งเบื่อหน่ายอยู่ที่ศาลาก็มีนกพิราบขาวตัวหนึ่งบินมาเกาะที่กิ่งต้นดอกเหมยด้านนอกกำแพง
เด็กสาวตื่นเต้นเป็อย่างมากรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจเนื่องจากตลอดหลายวันที่ผ่านมานางไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ ผ่านเข้ามาในเขตเรือนตะวันตกนี้เลยแม้แต่ตัวเดียว
ชิงลู่ลู่พูดคุยกับนกพิราบขาวอย่างเพลิดเพลินอยู่นานจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเ้านกพิราบขาวตัวนี้เป็นกส่งสารของหยางเฮยหลง ทำหน้าที่รับส่งข่าวคราวของสตรีผู้เป็ต้นเหตุให้นางต้องมาติดแหง๊กอยู่ที่นี่นั่นเอง
เมื่อถึงยามอู่4นกพิราบขาวจึงลากลับไปทำหน้าที่ของตน แต่ก่อนที่นกพิราบขาวจะจากไปเด็กสาวได้ไหว้วานให้ช่วยส่งข่าวของนางไปยังเหล่าสหายตัวน้อยทั้งสี่ด้วย
สองวันถัดมาผลเจ่าที่มีก็หมดลง เด็กสาวจึงตัดสินใจแอบย่องออกมานอกเรือนตะวันตกเพราะคิดว่าคงไม่มีใครมาจับตามองตนแน่นอน นางลัดเลาะไปตามกำแพงจนเห็นแปลงผักแปลงใหญ่แห่งหนึ่ง และแปลงใกล้ๆ ก็คือแปลงหัวไชเท้าที่โตพอที่จะเอามาทำอาหารกินได้
แต่ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่นางคิดเลยสักนิดเพราะหัวไชเท้านั้นมีขนาดใหญ่และฝังแน่นลึกลงไปในดิน นางต้องออกแรงดึงอยู่นานกว่าหัวไชเท้าจะหลุดออกมาได้ แต่คงเพราะออกแรงดึงมากเกินไปพอหัวไชเท้าหลุดออกมาจากแปลงจึงทำให้นางเสียหลักล้มหงายหลังไปนอนอยู่กับพื้น และนั่นก็เป็ครั้งแรกที่นางได้เจอกับท่านผู้เฒ่าอู๋ิยู่ผู้ใจดีและเหล่าพี่สาวในโรงครัวที่น่ารัก
หลังจากวันนั้น นางก็มักจะแอบออกมาจากเรือนตะวันตกเพื่อมาช่วยงานเหล่าพี่สาวในโรงครัวเล็กๆ น้อยๆ บางวันก็มาช่วยท่านผู้เฒ่าปัดกวาดเช็ดถูบริเวณรอบโรงครัว หรือไม่ก็คอยบีบนวดให้กับเหล่าพี่สาวและท่านผู้เฒ่าเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการทำงาน ซึ่งมันทำให้นางคลายความเหงาและความคิดถึงครอบครัวลงไปได้บ้าง
" เพ๊ย!! เ้าเด็กคนนี้ชอบพูดอะไรไม่เข้าท่าอยู่เรื่อย "
อู๋ิยู่โบกมืออย่างตัดรำคาญ ชายชรารู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่ได้ยินเด็กน้อยตรงหน้าพูดถึงตัวเองแบบนี้
" ว่าแต่ท่านผู้เฒ่ามีอะไรจะเรียกใช้ข้าหรือเ้าคะ "
" เอ่อ!! ข้าเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย!! ลู่เอ๋อร์!! เ้าช่วยข้ายกซุปในครัวไปให้ท่านประมุขหยางแทนเฟิ่นลู่ทีเถอะวันนี้นางล้มป่วย เหม่ยเหมยก็ขาแพง เอินอิงเองยังไม่กลับมาจากตลาด ส่วนข้าต้องคอยคุมเ้าพวกี้เีนั่นเขี้ยวซุปไว้ให้ท่านประมุขยามเช้าวันพรุ่งนี้อีก "
อู๋ิยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลใจเพราะรู้ดีว่าขั้นตอนการทำซุปสำหรับ หยางเฮยหลงนั้นยุ่งยากและซับซ้อนแค่ไหน อีกอย่างท่านประมุขเป็คนกินยากหากไม่ถูกปากก็จะไม่แตะอีกเลย
" แต่ข้าเป็นักโทษนะท่านผู้เฒ่า หากท่านประมุขเห็นว่าข้าเป็คนเอาไปให้ ท่านประมุขจะยอมกินมันเข้าไปหรือเ้าคะ อีกอย่างนี่ก็ใกล้จะมืดแล้วด้วย "
ชิงลู่ลู่ขมวดคิ้วรู้สึกลำบากใจไม่ต่างกันเพราะหลังจากคืนวันนั้นนางก็ไม่ได้เห็นหยางเฮยหลงอีกเลย และอีกอย่างชายหนุ่มั์ตาสีแดงเืนกผู้นั้นไม่ค่อยจะชอบขี้หน้านางสักเท่าไรด้วย
ความจริงแล้วนางก็อดที่จะเห็นใจเขาไม่ได้เหมือนกัน แทนที่จะได้เห็นหน้าลูกหนี้สาวแสนสวยที่ตัวเองเฝ้ารอดันต้องมาเห็นเด็กสาวบ้านๆแบบนางแทนเสียนี่
เป็นางนางก็คงไม่ชอบใจเหมือนกัน
แล้วอีกอย่างเขาเองก็ปักใจเชื่อนักหนาว่านางต้องรู้ว่าลูกหนี้คนสวยของตัวเองไปอยู่ที่ใด ไอ้ครั้นจะให้นางเสนอหน้าถือถ้วยซุปเข้าไปให้มันก็กระไรอยู่
" เื่นั้นเ้าไม่ต้องเป็ห่วงไปข้าแจ้งท่านฝูไว้แล้วว่ามันเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆ แล้วเ้าก็แค่ถือมันไป พอถึงหน้าห้องท่านประมุข ท่านฝูจะเป็คนนำเข้าไปให้ท่านประมุขเอง "
" จริงหรือเ้าคะ "
“ ก็จริงน่ะสิ "
" ท่านแน่ใจนะเ้าคะ " ชิงลู่ลู่ถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
“ อุว่ะ!! ข้าบอกว่าจริงก็จริงสิ ขืนเ้ามัวแต่ยืนร่ำไรอยู่ตรงนี้เดี๋ยวก็ได้มืดค่ำกันพอดี ไปๆ รีบไปรีบมา!! "
อู๋ิยู่เท้าสะเอวอย่างนึกขัดใจทั้งยังออกปากเร่งให้เด็กสาวที่ยืนทำหน้าปูเลี่ยนๆ รีบทำตามคำสั่ง ชิงลู่ลู่จึงได้แต่จำใจเดินตรงไปที่โรงครัวแล้วหยิบถาดที่วางถ้วยซุปถ้วยเล็กเอาไว้ออกมาและมุ่งหน้าไปยังที่พักของหยางเฮยหลงตามทางที่อู๋ิยู่บอก ในใจก็ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เกิดเื่ยุ่งยากอะไรตามมาอีกเลยเพราะนางไม่อยากเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับคมกระบี่นั่นอีกเพราะนางยังอยากกลับบ้านไปหาท่านพ่อท่านแม่อยู่
ชิงลู่ลู่ยืนทำใจอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปภายใน 'ตำหนักชิงหลง' ที่หยางเฮยหลงพำนักอยู่
ระหว่างทางที่เด็กสาวเดินผ่านมานางแวะดูทุกห้องที่คิดว่าฝูจี้ฮ่าวจะอยู่จวบจนกระทั่งถึงหน้าห้องห้องหนึ่งซึ่งคาดว่าจะเป็ห้องพักของหยางเฮยหลงเพราะเป็ห้องสุดท้ายที่นางเปิดดูแล้ว นางก็ยังไม่พบเห็นใครเลยสักคน อีกทั้งบรรยากาศภายในตำหนักนี้ทั้งอึมครึมทั้งวังเวงชวนให้รู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย ชิงลู่ลู่พยายามเหลียวมองหาตัวฝูจี้ฮ่าวไปรอบๆ แต่กับไม่เห็นแม้แต่เงา
ไหนท่านผู้เฒ่าบอกนางว่าฝูจี้ฮ่าวจะรอรับถ้วยซุปจากนางอยู่หน้าประตูอย่างไรเล่า แล้วตอนนี้หายหัวไปที่ไหนเสียแล้ว
เพล้ง เพล้ง ตึง โครม
เสียงวัตถุตกกระทบพื้นแตกกระจัดกระจายจากภายในห้องพักทำให้ชิงลู่ลู่ที่ยืนละล้าละลังอยู่หน้าห้องสะดุ้งใก่อนจะรีบผลักประตูเข้าไปด้านในอย่างลืมตัว
ทันทีที่ชิงลู่ลู่ก้าวเข้ามาภายในห้องพักเด็กสาวมองเห็นข้าวของมากมายล้มระเนระนาดเต็มพื้นพรมสีน้ำเงินเข้มไปหมด เศษซากสิ่งของเครื่องตกแต่งภายในแตกกระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง และตรงกลางห้องกว้างนั้นมีร่างใหญ่ของหยางเฮยหลงนอนฟุบหน้าอยู่กับพื้น
ชิงลู่ลู่ทิ้งถาดลงพื้นด้วยความใแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูชายหนุ่มที่ยามนี้นอนหายใจหอบถี่รัวน่ากลัวอย่างรวดเร็ว
" ท่านประมุข!! ท่านประมุข!! เป็อะไรไปเ้าคะ ท่านประมุข!! มีใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามาช่วยท่านประมุขที ท่านประมุข "
ชิงลู่ลู่เขย่าท่อนแขนแกร่งไม่หยุด ปากก็ร้องเรียกชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลา แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนองกลับมาเลยนอกจากเสียงหอบหายใจถี่ระรัวนั้น
เด็กสาวพยายามที่จะพลิกร่างหนาให้หงายหน้าขึ้นมานอนในท่าปกติ แต่ด้วยขนาดร่างกายที่แตกต่างกันมากเกินไปไม่ว่านางจะออกแรงดึงรั้งเพียงใดร่างหนาหนักตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนจึงได้แต่ถอนใจออกมาด้วยความเหนื่อยหอบอย่างจนปัญญา
ถ้ายังขืนปล่อยให้นอนฟุบหน้าอยู่อย่างนี้คนตรงหน้าอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เด็กสาวจึงตัดสินใจจะออกไปตามคนมาช่วย
แต่เพียงแค่นางปล่อยมือออกจากแขนแกร่งเท่านั้น ร่างใหญ่ที่เอาแต่นอนหายใจหอบถี่เมื่อครู่กับเอื้อมมาคว้าท่อนแขนของนางไว้อย่างแรงก่อนจะพลิกร่างขึ้นมานั่งคร่อมเด็กสาวเอาไว้ มือใหญ่อีกข้างหนึ่งยื่นเข้ามาบีบลำคอของนางแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก
ชิงลู่ลู่พยายามแกะมือข้างนั้นของหยางเฮยหลงออกอย่างทุลักทุเลแต่ก็ทำไม่สำเร็จ
" ปะ อะ ปล่อย!! แค่กๆ "
ชิงลู่ลู่หายใจติดขัด ใบหน้ากลมป้อมเริ่มแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนางเองก็เพิ่งจะสังเกตเห็นตอนนี้เองว่าหยางเฮยหลงไม่ได้สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้อย่างเคยทำให้นางมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน
แต่ทว่าั์ตาแข็งกระด้างไร้แววคู่นั้นกับเป็ ' สีทองเหลืองอร่าม' ไม่ใช่สีแดงเืนกอย่างที่นางเคยเห็นในวันแรกที่เจอกัน
หยางเฮยหลงจ้องมองใบหน้ากลมป้อมที่เริ่มแดงก่ำของชิงลู่ลู่เขม็ง มือหนาเพิ่มแรงบีบลำคอเล็กแน่นขึ้นตามอารมณ์ที่พลุกพล่านเกินการควบคุมของตนเอง
คืนนี้อาการของชายหนุ่มกำเริบเร็วขึ้นและรุนแรงกว่าทุกวันจนต้องไล่คนอื่นๆ ออกไปให้หมดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ทว่าในระหว่างที่เขาพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้คลุ้มคลั่งจนขาดสติไปนั้น 'เ้าเด็กน่ารำคาญ' นี่ดันโผล่เข้ามาและเอาแต่ส่งเสียงร้องเรียกน่าหนวกหูจนความอดทนที่เหลืออยู่ขาดสะบั้นลง
นับั้แ่ชายหนุ่มอายุครบสิบห้าหนาวก็เริ่มมีอาการแปลกประหลาดเกิดขึ้นกับตัวเขา ทุกครั้งในคืนเดือนดับชายหนุ่มจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
จิตใจที่เคยสงบนิ่งจะเริ่มว้าวุ่นสับสนเหมือนถูกดึงให้จมดิ่งลงสู่ห้วงลึกแห่งอารมณ์ ทั้งความเคียดแค้นชิงชัง ทั้งโหยหาอาวรณ์ ราวกับไม่ใช่ตัวของตัวเอง
อวัยวะภายในร่างกายราวกับถูกเพลิงกาฬร้อนลวกแผดเผา ทุกวินาทีที่ ผลันผ่านทั้งเ็ปทุกข์ทรมานแทบอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่เมื่อล่วงเข้าสู่เช้าของวันใหม่อาการเ่าั้ก็จะมลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เพล้ง!!
ชิงลู่ลู่ที่พยายามดิ้นหนีออกจากพันธนาการของหยางเฮยหลงจนมือเล็กคว้าได้ก้านแจกันที่ตกแตกอยู่บนพื้นบริเวณใกล้ๆ จึงจับมันทุ่มลงไปบนศีรษะของชายหนุ่มที่ยังคงบีบคอนางไม่ปล่อยเต็มแรงจนชายหนุ่มละมือออกไปกุมศีรษะที่มีเืสีขุ่นไหลซึมออกมาแทน
เด็กสาวอาศัยจังหวะนั้นผลักร่างใหญ่ออกไปแล้วรีบพลิกตัวเตรียมลุกขึ้นวิ่งหนี แต่กับช้าไปเพราะมือใหญ่ของหยางเฮยหลงเอื้อมมาคว้าข้อเท้าของนางได้ทันก่อนออกแรงดึงกระชากร่างเล็กกลับมาที่เดิม
ดวงตาสีทองเหลืองอร่ามลุกโชนด้วยเพลิงแห่งโทสะทั้งจากอาการที่กำเริบและจากอารมณ์ส่วนตัวของชายหนุ่มเอง
" เ้ากล้าทำร้ายข้า!! "
" ปล่อยข้านะ ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ช่วยข้าที เฮ้ย!! "
ชิงลู่ลู่อุทานเสียงหลงเมื่อหยางเฮยหลงดึงกระชากร่างของนางอย่างแรงจนเสื้อตัวนอกของนางขาดติดมือข้างนั้นออกไปด้วยทำให้สามารถมองเห็นเนินเนื้อขาวนวลบริเวณหน้าอกเล็กของนางคู่นั้นอยู่รำไร
ด้วยความใเด็กสาวจึงเผลอตบใบหน้าคมเข้มไปเต็มแรง
หยางเฮยหลงที่อารมณ์พลุกพล่านอยู่แล้วจึงยิ่งโหมกระพือหนักขึ้นไปอีก มือใหญ่คว้าตึงข้อมือทั้งสองข้างของชิงลู่ลู่ไว้ข้างลำตัวอย่างแ่าก่อนก้มลงมาแล้วฝังเขี้ยวแหลมคมของตนลงไปที่ไหล่เปลือยข้างหนึ่งของเด็กสาวอย่างแรงจนผิวบางแดงเถือกเป็รอยเขี้ยวและมีเืไหลซึมออกมา
ทันทีที่ปลายลิ้นหนาััหยดเืที่ไหลซึมออกมาจากไหล่เปลือยของเด็กสาวที่ดิ้นรนอยู่ใต้ร่างของตน อารมณ์พลุกพล่านคุกรุ่นที่เป็อยู่กับค่อยๆ ทุเลาลงอย่างน่าประหลาด
หยางเฮยหลงเผลอตัวดูดกลืนเืจากร่างเด็กสาวอย่างหิวกระหาย อาการแปลกประหลาดที่เป็อยู่เริ่มหายไปทีละน้อยจนกระทั่งความง่วงงุนเริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่อย่างเชื่องช้าไม่นานชายหนุ่มก็ผล็อยหลับตามชิงลู่ลู่ที่หมดสติไปก่อนหน้าเพราะเสียเืมากเกินไปทั้งที่ตนเองยังคงนอนกอดเกยร่างเล็กของเด็กสาวไว้อยู่อย่างนั้น
เมื่อทั้งสองหมดสติไปหลังจากนั้นไม่นาน กำไลหยกสีดำลายดอกจู๋ร์ฮวาบนข้อมือของชิงลู่ลู่ก็เริ่มยืดตัวออกมาอย่างเชื่องช้า มันขยายตัวคล้ายของเหลวเหนียวหนืดก่อนเลื้อยเข้าไปรัดข้อมือของหยางเฮยหลงเอาไว้แล้วแปรสภาพเป็กำไลหยกอีกวงหนึ่งที่มีลวดลายแบบเดียวกันกับกำไลบนข้อมือของชิงลู่ลู่
ฉับพลันนั้นแสงประกายสีทองเหลืองอร่ามจากกำไลหยกทั้งสองวงก็แผ่กระจายโอบล้อมจนสามารถปกคลุมร่างของคนทั้งคู่เอาไว้ได้ทั้งหมดก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในเวลาต่อมา
หมายเหตุ
1) พุทรา
2) 9:00 - 10:59 น.
3) 11:00 - 12:59 น.
4) 15:00 - 16:59 น.
5) 19:00 20:59 น.
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)