วรเมธเอื้อมมือลูบไล้เต้าเต่งส่วนบนของหญิงสาวเบาๆก่อนกำลงไปเต็มอุ้งมือจนบ้างส่วนล้นทะลักออกมาตามง่ามนิ้ว พลางครอบริมฝีปากลงบนส่วนยอดที่แข็งชูชันมืออีกข้างโอบช่วงเอวคอดของมารตีไว้มั่น ขณะเดียวกันมือของมารตีที่กำส่วนที่แข็งแกร่งของเขาก็ขยับไปมาไม่หยุด
ผ่านไปครู่ใหญ่ปพนต์ที่เริ่มคลายตัวลง ก็จับจูงส่วนกลางลำตัวของวรเมธเข้าสู่ร่างของมารตีทางด้านหน้าขณะที่เขาซ้อนแนบชิดอยู่ด้านหลังของภรรยาสาวใช้มือข้างหนึ่งอ้อมไปนวดคลึงเนินนวลตรงหน้าขาของหญิงสาวในจังหวะที่วรเมธกำลังขยับตัวไม่หยุด
เสียงหัวใจทั้งสามดังกึกก้องเป็นสัญญาณให้รู้ว่าคืนแรกแห่งชีวิตใหม่กำลังพลุ่งพล่าน ทั้งเร่าร้อนและละเมียดละไมผสานรวมกันจนโรงเก็บกักใจที่เคยปิดตายถูกทำให้พังครืนลง ให้หัวใจได้รับการปลดปล่อยคืนแรกจึงไม่ใช่แค่คืนเปลี่ยนที่นอนแต่เป็นคืนที่พวกเขาเขียนกฎใหม่ให้หัวใจตัวเองว่า…
“ที่นี่ จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกิ่งไม้ใหญ่ริมสนามหญ้าบนเนินสูงของบริเวณบ้านหลังใหญ่รอยเงาใบไม้พลิ้วปัดบนพื้นหญ้าสีเขียวชอุ่ม แต่ยังแฝงด้วยกลิ่นไอของตึกระฟ้าและเสียงรถราไกลๆผสมกลิ่นดอกจำปีที่มารตีปลูกไว้ริมกำแพง มุมนี้ถือเป็นอีกจุดชมวิวที่มองเห็นกรุงเป็นทิวแถวยาวกว่าเส้นขอบฟ้า
มารตีสวมชุดลินินสั้นทรงหลวมสีครีมปลายชายกระโปรงขยับตามแรงลมสั้นจนเห็นโคนขาอวบขาวเนียนแลดูเซ็กซี่และร้อนแรงอย่างมีสไตล์ สาวสวยเดินนำถือตะกร้าปิกนิกผ้าใบลายทางวางบนผ้าปูลายดอกไม้บนเนินหญ้ากลางสนามขณะที่ปพนต์และวรเมธช่วยกันจัดแผ่นรองนั่งกระจายให้เรียบร้อย
ปพนต์เปิดตะกร้า หยิบแก้วกาแฟเย็นสองแก้ววางบนถาดเล็กแล้วตักขนมอบที่ยังอุ่นกรุ่น ใช้กระดาษซับไอน้ำพราวที่เกาะรอบๆ แก้ว ผิวแก้วกระทบแสงแดดเป็นประกายราวเพชรเม็ดเล็กๆ วรเมธยกแก้วขึ้นสูดดมกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นเมื่อสาวสวยยื่นแก้วให้เขา
“ที่นี่สวยจัง...แต่ก็สวยน้อยกว่า นางฟ้าของเรา” วรเมธเอ่ย พลางยกแก้วขึ้นจิบไอเย็นกระทบริมฝีปากทำให้เขาหัวเราะร่วนเผยให้เห็นฟันขาวสวยสะอาดเรียงเป็นแถว
สาวสวยทำตาปริบๆ “รีบร้อนแบบนี้ระวังสำลักนะจ๊ะสุดหล่อ” เธอล้อก่อนจะหยิบขนมปังกลมๆ ร้อนๆ ราดเนยสด จิ้มแยมสตรอว์เบอร์รีรสหวานอมเปรี้ยวเข้าปาก พลางจะไล้ลิ้นไปมาที่มุมปากซึ่งมีคราบแดงๆของแยม อย่างเชื่องช้ายั่วยวน พลางส่งสายตาหวานเชื่อมให้วรเมธอย่างจงใจ
ปพนต์เหลือบตามองระริน กับแป้งคนรับใช้หญิงสองคนที่ช่วยกันนำผ้าเช็ดมือและจานชามลงมาวางพร้อมซับเหงื่อบนหน้าผาก พวกเธอเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อเห็นชุดของมารตีที่เผยให้เห็นช่วงต้นขาเรียวและเนินเนื้อวับๆแวมๆ ระรินหน้าแดง ชายตาไปมองปพนต์ก่อนหันไปมองแป้ง
“คุณมารตี…ไม่ได้ใส่ชั้นในเหรอ...เหมือนจะเห็นไรขนตรงนั้นแว๊บๆ...” แป้งหันไปกระซิบเบาๆกับระรินที่ยืนแนบชิดอยู่
“ฮื่อ...น่าจะ...คุณวรเมธก็เหมือนจะ...ด้วยนะ...เห็นเป็นลำรางๆอ่ะ” ระรินกระซิบตอบด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ปพนต์ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบก็ส่งยิ้มเป็นกันเองไปให้สองสาว เพราะเขาก็เห็นเหมือนกันที่แรกเขาคิดว่ามารตีแค่โนบรา แต่ไม่คิดว่าส่วนล่างก็จะโนด้วย ที่สำคัญวรเมธ...ตอนนี้เห็นชัดเจนมาก...
วรเมธอยู่ใกล้สุดแม้ไม่ได้สังเกตเหมือนคนอื่นๆ แต่เขารู้แล้วว่าหญิงสาวไม่ได้สวมใส่อะไรไว้ข้างในตั้งแต่ที่เธอโน้มตัวลงดมดอกกุหลาบ ตอนที่เดินผ่านสวนดอกไม้แล้ว...ชายหนุ่มจัดการส่งผ้าผืนเล็กให้ระรินพร้อมพูดเสียงนุ่ม “ไม่ต้องเกรงใจนะครับ เราอยู่กันเองก็ได้”
สายตาคนรับใช้ทั้งสองเปลี่ยนเป็นยิ้มเก้อๆ พลางเหลือบตาไปมองมารตีอีกและสองชาย สลับไปมาอีกครั้ง ก่อนจะค้อมตัวน้อยๆ แล้วรีบเดินจากไป
เมื่อบรรยากาศกลับมาสงบ ทั้งสามกลับมาจับจองมุมโปรด มารตีขยับลงนั่งพับเพียบด้านตรงข้ามกับวรเมธสักครู่เธอก็เมื่อย จึงขยับขาขึ้น จังหวะนั้นสิ่งที่อยู่ใต้ชายกระโปรงผ้าก็เปิดเผยต่อหน้าวรเมธทำให้เขาหลุดเสียงครางเฮือกคอแข็งค้างไปเพราะมันชัดเจนมาก “อ๊ะ…”
ปพนต์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ อมยิ้ม “วันนี้ รตีของเราร้อนแรงจัง...” เขาว่าพลางใช้ปลายนิ้วสะกิดหลังสะโพกอวบของหญิงสาวเบาๆเพื่อแซว
มารตีหัวเราะ แล้วยืดขาเรียวขาว ออกไปด้านหน้าในท่าที่เซ็กซี่สุดๆ “เช็ดขาให้หน่อยได้ไหมคะ...ที่รัก?” เธอกระซิบสายตายั่วยวน
วรเมธนิ่ง งง ชั่วครู่ก่อนหยิบผ้าผืนเล็กสีขาวเนื้อนุ่มลูบไล้ไปตามเรียวขางามสล้างที่ยื่นมาตรงหน้าช้าๆพลางจ้องมองหน้าหญิงสาวเหมือนจะถามบางอย่าง ระหว่างที่วรเมธกำลังเช็ดเรียวขาให้มารตีปพนต์ที่นั่งมองวิวเมืองอยู่ ก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบเครื่องเล่นบลูทูธมาเปิด...
เสียงดนตรีแจ๊สดังมาเบาๆ ให้ทำบรรยากาศโรแมนติกขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
“เพลงนี้เพราะมากเลยนะ” ปพนต์ยืนนิ่งฟังอยู่ มารตียืนขึ้นเอียงตัวเข้ามากอดเอวเขาส่วนวรเมธก็ขยับขึ้นยืนพิงไหล่มารตี พลางจิบกาแฟ
แสงแดดยามบ่ายกับเสียงดนตรี ดังกังวานทั่วสนามหญ้าทั้งสามเริ่มเคลื่อนไหว มือสัมผัสกันอย่างกระฉับกระเฉงตามจังหวะเพลง เสียงเร้าอารมณ์ชวนให้หัวใจเต้นแรงจังหวะหนึ่ง มารตีรวบแขนทั้งสองคนมาพลางดึงพวกเขาให้มาชิดตัว
“เต้นรำกันสักหน่อยดีไหมคะ?” เธอถามเสียงเย้ายวน
ปพนต์เพียงยักคิ้ว เลื่อนแขนมารตีมาไว้บนบ่า แล้วกอดเอวเธอไว้แน่น มารตีหันจูบที่โหนกแก้มสามีอย่างแผ่วเบา
วรเมธเองก็ไม่รั้งรอ รวบแขนมารตีทางซ้ายเข้ามา แล้วจับมือปพนต์อีกฝั่งเสียงฟ้าร้องกับเสียงเต้นของหัวใจผสมคลอไปกับเสียงดนตรีแจ๊ส ทั้งสามเริ่มโยกตัวตามจังหวะเพลงไปพร้อมๆกัน ลมหายใจใกล้ชิดจนรู้สึกถึงกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ติดผิวกายมาตั้งแต่เช้า
จังหวะหนึ่ง มารตีแอบดึงสองหนุ่มเข้ามาให้ชิดกว่าเดิมริมฝีปากเธอแตะจมูกสามีอย่างอ่อนโยน วรเมธยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอราวกับพิสูจน์ความหอมละมุนบนผิวนุ่ม
เสียงหัวเราะระรัวในห้วงแสงแดดยามบ่าย ก่อนที่ทั้งสามจะพากันนั่งลงอีกครั้ง...ละอองกาแฟจากแก้วของวรเมธกระเซ็นไปโดนบริเวณหน้าอกมารตีๆเธอสะดุ้งก่อนจะหัวเราะจนไหล่สั่นไหว ตามองวรเมธอย่างมีเลศนัย
“ดูสิ!” มารตีส่งเสียงออดอ้อนยั่วยวน “เปื้อนหมดแล้ว”
ปพนต์ลูบเบาๆ บนผ้าลินินตรงหน้าอกเธอ “พี่เช็ดให้มั้ย?” เขาถามเสียงต่ำ
วรเมธยิ้มตอบ “ผมว่า...” เขาหยุด ก่อนดึงมารตีเข้ามาจูบกลางอกที่เปื้อนกาแฟเบาๆพลางไล้ลิ้นไปมาช้าๆ
มารตีหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด “นาย!” แต่แล้วเธอก็ยิ้มเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะพูดด้วยโทนเสียงสูง “นาย...ทำไม่ถูกนี่...”
วรเมธมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม“นายต้องเลียให้สะอาดสิไม่ใช่แค่ เอาลิ้นมาแตะๆ แบบนั้น...”เสียงที่เล่นที่จริงใบหน้าเปื้อนยิ้มตาเป็นวิบวับ
วรเมธ หน้าแดงแต่ดวงตากลับสดใส จ้องเธออย่างมีความสุขก่อนจะขยับหน้าเข้าไปใกล้อกอวบที่เห็นรอยนูนของส่วนยอดดันออกมาอย่างชัดเจนพลางไล้ลิ้นไปบนส่วนนั้นอย่างช้าๆ แต่หนักหน่วง
บ่ายนั้นกลายเป็นบทพิสูจน์ความอบอุ่นและเสียงหัวเราะที่จับใจทั้งสามค้นพบว่า “บ้านใหม่” ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ให้หัวใจได้โอบอุ้มกันและกันอย่างไม่มีข้อจำกัด
เมื่อเพลงจบ ท้องฟ้าเริ่มเข้าสู่เงามืดยามเย็น ทั้งสามนั่งลงกอดกันบนผ้าปูตรงสนามหญ้าก่อนจะชวนกันเข้าไปในบ้าน...
บนเคาน์เตอร์หินอ่อนของห้องครัวทันสมัยเสียงนาฬิกาแขวนกำแพงดังเป็นจังหวะชวนให้ใจเต้นเมื่อมารตีก้าวเข้ามาในชุดผ้ากันเปื้อนเพียงผืนเดียวไม่มีเสื้อผ้าใดๆ บนร่างเพรียวงดงามอีกเลยนอกจากผ้าขาวสะอาดคล้องคอหลวมๆ ปล่อยชายสัมผัสอ้อยอิ่งที่โคนขาความยาวผ้ากันเปื้อนแค่ครึ่งต้นขาเผยให้เห็นเรียวขาสวยละมุนน่าหลงใหล
ปพนต์อยู่ตรงเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้าม เขารีบยกกะทะเหล็กออกจากเตาหยิบขวดน้ำมันมะกอกคุณภาพดี “ใส่ลงไปสักหนึ่งช้อนโต๊ะ เพื่อเริ่มต้นกลิ่นหอม”เสียงเขาเรียบต่ำ แต่ในโสตประสาทกลับสร้างแรงกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรง
วรเมธยืนสำรวจตู้เย็น สายตาคมเหลือบไปเห็นเห็ดทรัฟเฟิลหั่นชิ้นพอดีคำวางเรียงรายอยู่ในกล่องใสเขายกกล่องขึ้นพลางหันมายิ้มให้มารตี “เห็ดทรัฟเฟิลนี่ดูสดดีจริง ๆ”เสียงเขามีความสุข