ตอนที่สามสิบสี่ คืนธรรมดาในเขตดาวน์ตัน
ผมรู้สึกโชคดีมากที่พยายามจะอยู่ห่างๆพวกกลุ่มแอนนาไว้และเกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็น ผมสังหรณ์ว่าหากผมใกล้ชิดกับเธอผมคงต้องเข้าไปพัวพันกับดราม่าของเธอแน่ๆ
“โชคดีนะเทเลอร์”
ผมส่งเทเลอร์ถึงบ้านอย่างปลอดภัย
“ลูกมาพร้อมกับใครกันน่ะผู้ชายหรือ? ทำไมไม่เชิญเขาเข้ามาในบ้านล่ะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ พ่อนี่ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวหนูจริง”
ผมรีบปั่นจักรยานหนีฉากดราม่าการพบพ่อและลูกสาวของวัยรุ่นอเมริกันอย่างเร็วที่สุดเท่าที่พลังควบคุมเวกเตอร์ของผมจะทำได้
อากาศกลางคืนก็ใช้ได้บรรยากาศดีอย่างนี้ ฟ้าส่องสว่าง ดาวสวยงาม
ลมเย็นพอสมควรน่าออกมารับลมทำไมถึงไม่มาดินเล่นบ้างกันนะ
และเพราะคนมีผิวสีซีดๆที่มีก้อนดินเปื้อนที่ขากางเกงที่เก่าและฉีกขาดมีรอยแมลงทำรังอยู่..ที่ผมขี่จักยานผ่านไป
ทำให้ผมคิดได้ว่าทำไมผมถึงไม่ควรมาเพราะพวกนี้มันคือแวมไพร์
หวี่
อ๊ะ
โพล๊ะ
เมื่อเสียงบางอย่างพุ่งเข้ามาหาผมที่ขี่จักรยานด้วยความรวดเร็ว ผมก็เดาได้ทันทีว่าต้องเป็นแวมไพร์และได้ใช้จังหวะที่แวมไพร์”พุ่ง”เข้ามาหาผม
ใช้หมัดที่เพิ่มพลังเว็กเตอร์ชกหัวของแวมไพร์ตนนั้นแตก
ไฟร์
และไฟก็ลุกท่วมร่างของแวมไพร์ตนนั้น
แวมไพร์มักจะ”พุ่ง”ได้อย่างนี้
ความสามารถที่ทำตนให้เบลอๆและเคลื่อนไหวได้ด้วยความรวดเร็ว
นี่คือมุกที่คนเขียนมักเขียนให้แวมไพร์ใช้ได้เพื่อให้นางเอกจะไล่ตามเวลาหนีไปไม่ได้เพราะแวมไพร์จะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วจนแม้แต่นางเอกก็ตามไม่ทัน
แต่เวลาต่อสู้หรือเคลื่อนไหวพวกแวมไพร์ก็ช้ากว่าที่ผมคิด
ถึงได้โดนหมัดของผมเข้าไปจนหัวแตกเสียหายและร่างกายค่อยๆเผาไหม้ไฟไปด้วยคาถาของผมเช่นนี้
ขี้เถ้ายังลอยอยู่กับพื้น
แต่พวกนี้มันมีเพื่อนมาด้วย
สี่ห้าคนลักษณะราวกับพึ่งตื่นจากหลุมศพล้อมผมเอาไว้
“เฮะเฮะ มีเหยื่อแปลกๆมาในคืนนี้ด้วยว่ะเท็ด..”
บรึ้ม
ผมใช้ไฟที่เหลือจากการไหม้แวมไพร์ตนแรก
ระเบิดเป็นลูกไฟรอบข้างโดยมีผมเป็นศูนย์กลาง
ผมเรียกมันว่า
อินเฟอร์โน
ลูกไฟกระจายไปทั้งสี่ทิศเกือบห้าสิบเมตรครอบคลุมผมที่อยู่กึ่งกลางและแวมไพร์อีกสี่ห้าตนที่ล้อมรอบผมอยู่
“เท็ด”หรือแวมไพร์อีกสี่ห้าตนนั้นแทบไม่มีโอกาสได้ร้องอะไรออกมาเมื่อเพวกเขาพยายามจะดับไฟที่ติดตามเสื้อของเขาและร่างกายที่กลายเป็นฝุ่นผงอย่างรวดเร็วของพวกเขาและพยายามจะวิ่งหนีจากกองไฟ
แต่พวกเขาอยู่ในรัศมีของคาถาผมแล้ว
Purify ชำละล้าง
แวมไพร์ตัวที่ยังรอดจากกองไฟท่าทางจะเป็นหัวหน้ากลุ่มที่ปล่อยความเย็นมาชลอการเผาไหม้ของไฟได้นั้นเบิกตากว้างมองดูเนื้อของตนเองในส่วนที่ไหม้ไฟค่อยๆหายไปและเลือดสีดำที่อยู่ตามร่างกายของเขาก็ค่อยๆหายไปจากร่างกายกึ่งซากศพของเขา
เบิร์ส ระเบิด
ไฟปะทุอีกครั้งจากร่างกายของแวมไพร์ที่ปล่อยความเย็นออกมาบางส่วนได้
ร่างกายของแวมไพร์ตนนั้นกลายเป็นขี้เถ้าในบัดดล
ชำระล้างยังอ่อนแรงไปที่จะฆ่าแวมไพร์ได้แฮะนั่นคือสิ่งที่ผมคิดหลังจากใช้การฟังเสียงว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนี้แล้ว
คืนที่ยังสวยงาม ลมเย็นเฉื่อยๆแบบเดิม
แต่ผมกลับรู้สึกเกลียดกลางคืนอย่างนี้ขึ้นมาแล้ว
อควอแมนเต้
สายน้ำชำระล้างความร้อนและคาถาชำระล้าง ชำระขี้เถ้าที่เหลือไป
แวมไพร์จะดูดเลือดผมไม่ได้หากตัวผมลุกเป็นไฟอยู่
นั่นคือมาตรการป้องกันแวมไพร์ที่ผมคิดขึ้นมา
ในเมืองนี้ไม่สนใจว่าแวมไพร์สี่ห้าตนจะตายไปหรือผมจะตายไป
มันก็ยังคงมีการใช้ชีวิตปรกติต่อไป
คราวหน้าผมจะติดอาวุธให้มากขึ้นในจักรยานของผม
ดินแดนเสรีแห่งอเมริกา เสรีภาพในการถืออาวุธจะไม่อาจถูกยับยั้ง