เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ในใจของเสี่ยวหรูกลับมีความประหม่าแฝงอยู่ลึกๆ นางแวะไปหาอาเฉิงที่ลานฝึกพร้อมน้ำขิงและขนมโก๋ แสงแดดสะท้อนใบดาบของคนรักที่ร่ายรำอย่างมุ่งมั่นทำให้ใจนางชื้นขึ้น แต่คำพูดของอาเฉิงก่อนที่นางจะเดินออกมากลับยิ่งย้ำเตือนหน้าที่ของนาง
"เสี่ยวหรู ศิษย์พี่จางอุตส่าห์สอนวิชาลมปราณให้เ้า เ้าต้องตั้งใจเรียนนะ เพราะความรู้นั้นจะช่วยข้าได้มากในการประลอง" อาเฉิงยิ้มกว้างด้วยความไว้วางใจ
เสี่ยวหรูพยักหน้าตอบ แต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้ง ความทรงจำเมื่อคืนที่ผ่านมายังคงวนเวียนอยู่ในหัว ภาพของจางเหวินที่นั่งเปลือยอกในแสงเทียนริบหรี่ ความรู้สึกเมื่อฝ่ามือัักับผิวเนื้อที่อบอุ่นของเขา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในใจนางเองเมื่ออยู่ใกล้เขา
ตลอดทางเดินไปยังเรือนพักท้ายป่าไผ่ เสี่ยวหรูพยายามเตรียมใจให้พร้อมสำหรับบทเรียนวันนี้ นางบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำทุกอย่างเพื่ออาเฉิง เพื่อช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในการประลอง แต่ยิ่งพยายามโน้มน้าวตัวเอง ความรู้สึกที่มีต่อจางเหวินก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เมื่อมาถึงเรือนพักท้ายป่าไผ่ เสี่ยวหรูจัดเตรียมอ่างน้ำอุ่นเพื่ออาบน้ำเช็ดตัวให้จางเหวินตามปกติ มือนุ่มของนางลูบไล้ผ้าไปตามผิวเนื้อที่แข็งแกร่งของศิษย์พี่อย่างเบามือ ความคุ้นชินจากการดูแลติดต่อกันหลายวันทำให้นางเริ่มสังเกตเห็นการขยับของกล้ามเนื้อทุกมัดยามที่นางััผ่าน
วันนี้จางเหวินดูเงียบกว่าปกติ เขาปล่อยให้นางดูแลโดยไม่พูดอะไรมาก เพียงแต่มองนางด้วยสายตาที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยความหมาย เสี่ยวหรูรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ เหมือนกับมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น
ขณะที่นางค่อยๆ เช็ดน้ำจากแผ่นอกกว้างขวางของเขา นางสังเกตเห็นว่าการหายใจของจางเหวินเริ่มเปลี่ยนไป เขาหายใจลึกขึ้นและช้าลง ราวกับกำลังพยายามควบคุมอะไรบางอย่าง ผิวเนื้อใต้ผ้าเช็ดตัวรู้สึกอบอุ่นกว่าปกติ และนางสังเกตเห็นว่าหัวนมของเขาเริ่มแข็งตัวเล็กน้อยเมื่อผ้าััผ่าน
"เสี่ยวหรู..." เขาเรียกนางด้วยเสียงที่แ่และเซ็กซี่กว่าปกติ "เ้าช่างอ่อนโยนมาก มือของเ้านุ่มนวลเหมือนใยไหม"
คำชมของเขาทำให้หน้าของนางแดงขึ้น นางพยายามมุ่งความสนใจไปที่การเช็ดตัวให้เขา แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อัักับผิวเนื้อของเขาทำให้นางรู้สึกวูบวาบ
เมื่อการอาบน้ำเสร็จสิ้น จางเหวินนั่งพิงพนักเตียงในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่าตามปกติ แต่วันนี้เขาดูกระสับกระส่ายมากกว่าเดิม ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อเล็กน้อย และการหายใจดูไม่สม่ำเสมอเหมือนเช่นเคย
"เอาล่ะเสี่ยวหรู... วันนี้เราจะต่อบทเรียนเื่ 'การโคจรหยางปราณ'" จางเหวินเอ่ยเสียงทุ้มขณะที่เขานั่งพิงพนักเตียงในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า "วางมือของเ้าลงบนหน้าอกข้า... ครั้งนี้เ้าต้องกดปลายนิ้วลงไปให้ถึงเส้นชีพจรหลัก เพื่อรับรู้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในจริงๆ"
เสี่ยวหรูทำตามอย่างว่าง่าย นางวางฝ่ามือลงบนแผ่นอกกว้าง ทันทีที่ผิวเนื้อของทั้งคู่ัักัน นางรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากเมื่อก่อน ผิวเนื้อของเขาร้อนกว่าปกติมาก และมีความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเล็กๆ วิ่งผ่าน
"ข้า้าให้เ้าเรียนรู้การััจุดลมปราณจากด้านหลังเหมือนเมื่อวาน" จางเหวินพูดด้วยเสียงที่เริ่มแ่ลง "แต่ครั้งนี้เ้าต้องใช้ความรู้สึกให้ละเอียดขึ้น เพื่อที่จะได้ช่วยอาเฉิงได้อย่างแม่นยำ"
เขาค่อยๆ หันตัวให้นางนั่งข้างหลัง เผยให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างขวางและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น "มาเถิด วางมือทั้งสองข้างลงบนหลังข้า แล้วค่อยๆ เคลื่อนไปตามจุดต่างๆ ที่ข้าสอนเมื่อวาน"
เสี่ยวหรูเคลื่อนตัวไปนั่งข้างหลังเขาตามที่เขาแนะนำ ระยะห่างระหว่างพวกเขาใกล้มากจนนางสามารถรู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขา นางยื่นมือทั้งสองข้างมาโอบร่างกายของเขาจากด้านหลัง ท่าทางนี้ทำให้ร่างกายของนางต้องแนบชิดกับหลังของเขา หน้าอกที่นุ่มนวลของนางเบียดกับแผ่นหลังกว้างขวางของเขา
"อย่างนี้หรือเ้าคะ?" นางถามด้วยเสียงเบา
"ใช่แล้ว... แต่เ้าต้องเข้าไปใกล้กว่านี้" เขาตอบด้วยเสียงที่เริ่มแ่ลง "การััจุดลมปราณต้องใช้ความใกล้ชิดเพื่อให้รู้สึกถึงการไหลเวียนของพลังงานได้ชัดเจน"
เสี่ยวหรูเลื่อนตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น จนหน้าอกของนางแนบสนิทกับหลังของเขาอย่างสมบูรณ์ ความรู้สึกของหัวนมที่แข็งตัวเล็กน้อยของนางผ่านผ้าบางๆ กดแนบกับผิวเนื้อที่อบอุ่นของเขา ทำให้ทั้งคู่รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้น
"ตอนนี้ลองเคลื่อนมือไปตามจุดต่างๆ ที่ข้าสอนเมื่อวาน" จางเหวินแนะนำ "เริ่มจากจุดฉีไห่ที่หน้าอก แล้วค่อยๆ เลื่อนลงมา"
เสี่ยวหรูเริ่มเคลื่อนมือไปตามคำแนะนำ นางใช้ปลายนิ้วลูบไล้และกดเบาๆ ตามจุดต่างๆ บนร่างกายของเขา ขณะที่นางทำ นางรู้สึกได้ว่าการหายใจของจางเหวินเริ่มเปลี่ยนไป เขาหายใจลึกขึ้นและไม่สม่ำเสมอ
"รู้สึกไหมเสี่ยวหรู?" เขาถามด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเล็กน้อย "เมื่อข้าหายใจเข้า ลมปราณจะไหลเวียนจากจุดฉีไห่ลงไปยังตันเถียน แล้วกระจายไปทั่วร่างกาย"
"ข้ารู้สึกได้เ้าค่ะ" นางตอบด้วยเสียงเบา "มันเหมือนกับมีกระแสอุ่นๆ ไหลอยู่ใต้ิั"
ขณะที่นางกำลังััจุดต่างๆ บนร่างกายของเขา นางไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเบียดหน้าอกเข้าไปกับหลังของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกของหน้าอกที่นุ่มนวลและอบอุ่นกดแนบกับผิวเนื้อของเขาทำให้จางเหวินรู้สึกตื่นเต้นและเร่าร้อนขึ้น
"เสี่ยวหรู..." เขาเรียกนางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา "เ้าทำให้ข้ารู้สึกเหมือนจะเป็ลม"
ก่อนที่นางจะทันตอบ จางเหวินก็ค่อยๆ หันหน้ามาทางนาง จนใบหน้าของทั้งคู่เกือบจะแนบกัน ดวงตาของเขาจ้องมองดวงตาของนางด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด
"ข้าอยากจูบเ้า" เขากระซิบด้วยเสียงแ่เบา
แล้วเขาก็ค่อยๆ จูบริมฝีปากของนางอย่างอ่อนโยน ความนุ่มนวลและความหวานของริมฝีปากนางทำให้เขารู้สึกเมามัน เขาค่อยๆ บดริมฝีปากกับนางอย่างเร่าร้อนขึ้น
"อืม..." เสี่ยวหรูครางเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น ความรู้สึกที่คุ้นเคยจากเมื่อวานกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเข้มข้นกว่าเดิม นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับความรู้สึกนี้
จางเหวินใช้โอกาสที่นางอ้าปาก ค่อยๆ แยงลิ้นเข้าไปในปากของนาง ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวอย่างชำนาญ สำรวจทุกซอกทุกมุมในปากที่อบอุ่นและหวานหอม แต่ครั้งนี้เสี่ยวหรูไม่ได้แค่รับอย่างเดิม นางเริ่มส่งลิ้นของตัวเองมาโต้ตอบ เล่นกับลิ้นของเขาอย่างเซ็กซี่และยั่วยวน
"อ๊า... อืม..." นางครางด้วยความรู้สึกที่เข้มข้นขึ้น การแลกลิ้นครั้งนี้เร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนาจากทั้งสองฝ่าย
ขณะที่เขากำลังจูบนาง มือที่ไม่ได้รับาเ็ของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว ค่อยๆ เอื้อมไปข้างหลังจับมือของนางที่วางอยู่บนหน้าอกของเขา แล้วค่อยๆ นำมือนางเลื่อนขึ้นไปยังหน้าอกของนางเอง
"เสี่ยวหรู..." เขาซุบซิบขณะที่ยังคงจูบนาง "ข้าอยากััเ้า"
เขาใช้มือของนางเองบีบคลึงหน้าอกของนางเบาๆ ผ่านผ้าบางๆ ที่คลุมตัว ความรู้สึกของหน้าอกที่นุ่มนวลและอบอุ่นใต้ฝ่ามือทำให้ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นและเร่าร้อนขึ้น
"อ๊า..." นางครางเมื่อรู้สึกถึงการััที่ละเอียดอ่อน แม้จะเป็มือของตัวเอง แต่การที่จางเหวินเป็คนควบคุมทำให้ความรู้สึกนั้นแปลกใหม่และตื่นเต้น
จางเหวินค่อยๆ ปล่อยมือของนาง แล้วใช้มือของตัวเองเคลื่อนไปบีบคลึงหน้าอกของนางโดยตรง มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างชำนาญ นวดและบีบคลึงอย่างอ่อนโยนแต่เร่าร้อน ทำให้ร่างกายของนางตอบสนองอย่างที่นางไม่อาจควบคุมได้
"เสี่ยวหรู... เ้าหวานและนุ่มนวลมาก" เขาซุบซิบขณะที่ยังคงจูบและัันาง "ข้าอยากได้เ้ามากขึ้นเรื่อยๆ"
เขาเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายล่าง หันตัวมาหานางมากขึ้น จนท่อนเนื้อที่แข็งตัวของเขาเสียดสีกับร่องรักของนางผ่านผ้าบางๆ ความรู้สึกถึงขนาดและความแข็งของความเป็ชายของเขาที่กดแนบกับส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของนาง ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและเร่าร้อนไปพร้อมกัน
"อืม... ศิษย์พี่..." นางครางเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงการเสียดสีที่เร่าร้อน
จางเหวินเริ่มเคลื่อนไหวสะโพกเป็จังหวะ ทำให้ท่อนเนื้อของเขาเสียดสีกับร่องรักของนางอย่างต่อเนื่องและเร่าร้อนขึ้น ความรู้สึกที่เข้มข้นทำให้ทั้งคู่ครางด้วยความสุข
"รู้สึกไหมเสี่ยวหรู?" เขาซุบซิบใกล้หูนาง "นี่คือสิ่งที่เ้าทำให้เกิดขึ้นกับข้า"
"อ๊า... อืม..." นางครางด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยประสบมาก่อน ร่างกายของนางเริ่มเคลื่อนไหวตอบสนองการเสียดสีของเขาโดยไม่รู้ตัว
แต่ทันใดนั้น จางเหวินก็หยุดการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน ใบหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำขึ้นอย่างผิดปกติ และการหายใจของเขาเริ่มหอบหนักขึ้น
"อึก... เสี่ยวหรู..." เขาพูดด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเทา "ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย"
เขาค่อยๆ คลายตัวออกจากนางและหันกลับมานั่งในท่าเดิม ใบหน้าของเขาแดงก่ำมากขึ้นเรื่อยๆ และเหงื่อเริ่มซึมออกมาจากผิวเนื้อ
"ศิษย์พี่... ท่านเป็อะไรเ้าคะ?" เสี่ยวหรูถามด้วยความกังวล นางสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
จางเหวินเริ่มสูดลมหายใจลึกยาวเพื่อชักนำพลัง ทันใดนั้นนางััได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากใต้ิัของเขา มันไม่ใช่ความร้อนจากไข้ แต่มันเป็ความร้อนที่เหมือนถ่านไฟที่กำลังลุกโชน
ความร้อนนั้นแผ่ซ่านขึ้นมาตามแขนของนาง ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังัักับแหล่งพลังงานที่มหาศาล หัวใจของจางเหวินเต้นแรงและเร็วผิดปกติ จนนางรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นที่รุนแรงนั้นผ่านฝ่ามือ
"จดจำจังหวะนี้ไว้... เมื่อข้าเดินลมปราณ พลังหยางจะพุ่งขึ้นมาที่จุดนี้" จางเหวินกล่าวพลางกุมทับหลังมือนางให้แนบสนิทกับอกเขามากขึ้น "เ้าต้องััให้ได้ว่าพลังมันไหลเวียนไปทางไหน เพื่อที่เ้าจะได้ช่วยกดจุดระบายพลังให้อาเฉิงได้ถูกต้อง"
มือใหญ่ของเขาที่ทับอยู่บนมือนางรู้สึกร้อนผ่าวและแข็งแกร่ง การััที่ใกล้ชิดเช่นนี้ทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกตื่นเต้นและกังวลไปพร้อมกัน นางพยายามมุ่งความสนใจไปที่การเรียนรู้ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้เขากลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานในความเงียบ เสี่ยวหรูต้องค้างมือไว้อย่างนั้นตามคำสั่งเพื่อ "ซึมซับ" กระแสพลัง ทว่ายิ่งนานไป ร่างกายของจางเหวินกลับยิ่งร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ จนผิวเนื้อที่แดงระเรื่อเริ่มขึ้นสีเข้ม ลมหายใจของเขาหนักหน่วงและสั้นกระชั้นขึ้นอย่างผิดปกติ
นางสังเกตเห็นว่าเหงื่อเริ่มซึมออกมาจากผิวเนื้อของเขา หยดเหงื่อเล็กๆ กลิ้งลงมาตามร่องกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น ใบหน้าของจางเหวินเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป และการหายใจของเขาเริ่มไม่สม่ำเสมอ
"ศิษย์พี่... ท่านดูแปลกไป หน้าท่านแดงมากเ้าค่ะ" เสี่ยวหรูถามด้วยความกังวล นางรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อใต้ฝ่ามือนางเกร็งเขม็งจนแข็งราวกับเหล็ก
ความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนนางรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ข้างเตาไฟ อากาศในห้องเริ่มอบอ้าวและหนาวแน่น เสี่ยวหรูเริ่มรู้สึกวิงเวียนเล็กน้อยจากความร้อน
"อึก... เสี่ยวหรู... พลังหยางในตัวข้ามันเริ่มปั่นป่วน" จางเหวินหลับตาแน่น กัดฟันจนกรามขึ้นสันนูน "การที่เ้าััข้านานๆ เช่นนี้ มันยิ่งกระตุ้นให้พลังหยางที่คั่งค้างมาหลายวันพลุ่งพล่านขึ้นมา... ข้าพยายามจะสะกดมันไว้ แต่มันกลับยิ่งตีกลับแรงขึ้น"
เสียงของเขาแ่ลงและเต็มไปด้วยความเ็ป นางเห็นว่าเขากำลังต่อสู้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งภายในตัวเอง กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเขาเกร็งแน่น และเส้นเอ็นที่คอเด่นชัดจากการออกแรง
เขาลืมตาขึ้น สายตาของเขาดูพร่าเลือนและเต็มไปด้วยความร้าวราน "วิชาที่ข้าฝึก... มันมีธาตุหยางสูงส่งนัก ปกติข้าต้องมีวิธีระบายความร้อนที่มหาศาลนี้ออกไปทุกวันเพื่อให้ร่างกายคงสมดุล แต่สามวันที่ผ่านมานี้... เพราะข้อมือข้าาเ็จนขยับไม่ได้ ข้าเลยไม่อาจจัดการระบายมันได้ตามปกติ"
เสี่ยวหรูเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจนาง นางรู้ว่าจางเหวินต้องทรมานเช่นนี้เพราะพยายามสอนวิชาให้นาง เพื่อที่นางจะได้ไปช่วยอาเฉิง ความเสียสละของเขาทำให้นางรู้สึกซาบซึ้งและผิดไปพร้อมกัน
ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว อากาศในห้องเริ่มร้อนอบอ้าว เหมือนกับอยู่ใกล้เตาไฟที่ลุกโชนแรง นางเห็นเหงื่อไคลออกจากทั่วร่างกายของจางเหวิน ผิวเนื้อของเขาเปลี่ยนจากสีแดงระเรื่อเป็สีแดงเข้มเกือบจะเป็สีม่วง
ความเป็ห่วงและความรู้สึกผิดที่แบกไว้ทำให้นางไม่กล้าเดินหนีไปไหน นางได้แต่มองดูศิษย์พี่ที่กำลังเผชิญกับสภาวะที่ดูเหมือนธาตุไฟจะเข้าแทรกเพียงเพราะพยายามจะสอนวิชาให้นางเพื่อไปช่วยอาเฉิง ความรู้สึกผิดนี้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"ศิษย์พี่... นี่เป็ความผิดของข้าหรือเ้าคะ?" เสี่ยวหรูถามด้วยเสียงสั่นเครือ "หากข้าไม่ได้มาขอให้ท่านสอน ท่านคงไม่ต้องทนทุกข์เช่นนี้"
จางเหวินส่ายหน้าอย่างยากลำบาก "ไม่ใช่ความผิดของเ้า เสี่ยวหรู... นี่เป็ผลข้างเคียงจากการฝึกวิชาของข้าเอง ข้าควรจะบอกเ้าั้แ่แรก แต่ข้าไม่อยากให้เ้าเป็ห่วง"
เขาพยายามยิ้มให้นาง แต่ใบหน้าที่เ็ปทำให้รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยว "ข้าเคยผ่านเื่แบบนี้มาแล้ว แค่ครั้งนี้มันรุนแรงกว่าปกติเพราะคั่งค้างมาหลายวัน"
เสี่ยวหรูรู้สึกเหมือนหัวใจจะแตก นางเห็นว่าจางเหวินกำลังทรมานอย่างมาก แต่ยังคงพยายามปลอบโยนนาง ความเสียสละและความอ่อนโยนของเขาทำให้ความรู้สึกในใจนางยิ่งสับสนขึ้น
"แล้วมีวิธีไหนที่จะช่วยระบายความร้อนนี้ได้บ้างเ้าคะ?" เสี่ยวหรูถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความกังวลและความอยากช่วยเหลือทำให้นางไม่คิดถึงผลที่ตามมา
จางเหวินหลับตาแน่นและกัดฟันจนเส้นเอ็นที่คอเด่นชัด เขาดูเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลังเลและความอับอาย
"มี... แต่ข้าไม่อาจขอให้เ้าทำ" เขาพูดด้วยเสียงแ่ "มันไม่เหมาะสม และข้าไม่อยากให้เ้าต้องเสียชื่อเสียงเพราะข้า"
"ไม่เป็ไร ศิษย์พี่" เสี่ยวหรูพูดอย่างเร่งรีบ ความเป็ห่วงทำให้นางไม่คิดถึงอะไรอื่น "ข้าไม่แคร์เื่ชื่อเสียง ข้าแค่อยากช่วยท่าน บอกข้ามาเถิด"
จางเหวินมองนางอย่างลังเล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งภายใน ระหว่างความ้าความช่วยเหลือกับความไม่อยากให้นางต้องทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม
"การระบายพลังหยาง... ต้องใช้การััที่ใกล้ชิดมาก" เขาพูดด้วยเสียงที่แทบจะได้ยินไม่ชัด "ข้าต้อง... ต้องปล่อยพลังออกมาผ่านทางที่เป็ธรรมชาติ แต่เพราะข้อมือาเ็ ข้าจึงทำเองไม่ได้"
เสี่ยวหรูยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง นางแค่เห็นว่าจางเหวินกำลังทรมานและ้าความช่วยเหลือ ความเป็ห่วงทำให้นางพร้อมจะทำทุกอย่าง
"ข้าจะช่วยเ้าค่ะ ศิษย์พี่" นางพูดด้วยความมั่นใจ "บอกข้ามาว่าต้องทำอย่างไร"
จางเหวินมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและความรู้สึกผิด "เสี่ยวหรู... เ้าใจดีเกินไป แต่สิ่งที่ข้าจะขอให้เ้าทำ มันอาจจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างระหว่างเรา"
"ข้าไม่แคร์เ้าค่ะ" นางตอบอย่างไม่ลังเล "ข้าแค่อยากให้ท่านหายเจ็บ"
จางเหวินถอนหายใจยาว ความเ็ปและความ้าทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธความช่วยเหลือของนางได้อีกต่อไป