เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 92 เสือดำแห่งฝอซาน

    “ บังอาจ กล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าข้าเชียวรึ?” เสียงลอยมาแต่ไกล มีชายหนุ่มแต่งชุดราชวงศ์ กับชายชราน่าจะมีพลังระดับจักรพรรดิจอมเวทย์ ปรากฏตัวออกมาพร้อมกัน

    “ คำนับ องค์ชายแปด” คนที่มาทั้งหมดคำนับองค์ชายแปดกันหมด แต่เสี่ยวเทียนกลับมองอย่างไม่ใส่ใจ

    “ บุกรุกบ้านข้า จะไสหัวออกไปดีดี หรือจะให้ข้าโยนเจ้าสองคนออกไป”

    เสี่ยวเทียนพูดออกไปเช่นนี้ ทุกคนหันขวับมาหาเสี่ยวเทียนทันที อาทั้งสองตัวแข็งทื่อ ซุนหมิงตาค้าง ทุกคนได้แต่เอามือปิดปาก ไม้เว้นแม้แต่ ไป๋เซียงที่ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัว

    “ สมควรตาย”  ตาเฒ่าที่มาด้วยสลัดผ้าคลุม แล้ว ปล่อยกระดาษยันต์พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนมาเป็นสาย กลายเป็นลมพายุพัดหมุนล้อมรอบเสี่ยวเทียน โดยที่กระดาษยันต์ทั้งหมดกลายเป็นใบมีด เข้าเฉือนร่างของเสี่ยวเทียน แต่ไม่ทันที่จะเข้าถึงร่าง  ยันต์ทั้งหมดก็ถูกพลังเทพเซียนของเสี่ยวเทียนที่ปลดปล่อยออกมา ยันต์ทั้งหมดระเบิดไปในทันที ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !!! เสี่ยวเทียนนำกระบี่อัสนีสายฟ้าออกมาแล้ว ตวัดขึ้นลงแล้ว เกิดประกายสายฟ้าขึ้นแปล๊บ ๆ ที่กระบี่ แล้ว ปล่อยกระบี่ออกไป  กระบี่อัสนีสายฟ้าพุ่งออกไป แล้วก็ตระโกนออกไปว่า

    “ หมื่นกระบี่อัสนีคลั่งฟ้า ย๊ากกกกก!!!”   เงากระบี่นับหมื่น พุ่งออกไป พร้อมกับสายฟ้ากระจายตัวออกไปรอบๆ

    เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!  จักรพรรดิจอมเวทย์ตกใจ แต่ไม่ลนลาน หยิบกระจกแปดเหลี่ยมคล้ายแก้วผลึก ออกมาต้านเอาไว้  แต่ด้วยทั้งเส้นอัสนีสายฟ้า ทั้งหมื่นกระบี่มันมากเกินไป ทำให้เสื้อผ้าของ จักรพรรดิจอมเวทย์ ถูกกระบี่เชือดเฉือนจนขาดไปจนหมด ไม่มีเหลือ ทำให้จักรพรรดิจอมเวทย์เหลือแต่ตัวเปล่าเปลือย แต่ยังใช้สองมือ ใช้กระจกป้องกันเอาไว้  !  ทำให้คนที่มองเห็น ต่างส่งเสียงกรีดร้องอย่างตกใจ

    โดยเฉพาะสตรีที่อยู่ในเหตุการณ์ พอจักรพรรดิรู้ตัว ก็อายมาก ก็รีบเอากระจกมาปิดของสงวนขอตน ทำให้พลังอัสนีกับกระบี่พุ่งเข้าใส่ ร่างของจักรพรรดิจอมเวทย์กระเด็นหายไปนอกบ้านอีกคน

    เสี่ยวเทียนยังไม่พอใจ รู้สึกหมั่นไส้องค์ชายแปด ที่เข้ามาวางมาดในบ้านของเขาจึงหายวับเข้าไป แล้วเข้าไปจับมือบิด แล้วฟาดไปกับพื้น เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง !!! สามทีกำลังพอเหมาะเดี๋ยวจะตายเสียก่อน เสร็จแล้วก็ใช้เท้าเขี่ยออกนอกบ้านไป

    แล้วหันมามองคนที่เหลือ แต่ละคนต่างมองมาอย่างตะลึงลาน นั่นมันองค์ชายแปดโอรสของจักรพรรดิโจวจือหวางเชียวนะ

    “ เรามาคุยเรื่องของเรากันต่อดีไหม คุณหนูไป๋เซียง” เสี่ยวเทียนหันมายิ้มหวานให้กับ ไป๋เซียงที่ยืนอึ้งอยู่ ทำใจไม่ทัน

    “ นี่เจ้าเป็นใครกันแน่?” ไป๋เซียงหันมาคุยกับเสี่ยวเทียนเหมือนละเมอ

    เสี่ยวเทียนไม่ตอบอะไรอีก หันไปหยิบ แผ่นกระดาษยกเลิกงานหมั้น แล้วใช้นิ้วปล่อยเลือดออกมาเขียนชื่อตนลงไปทันที  ทำให้ การยกเลิกงานหมั้นมีผลสมบูรณ์นับแต่นี้เป็นต้นไป 

    “ ลาก่อน คุณหนูไป๋เซียง”   เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็กล่าวลา อาทั้งสอง แล้วหันมาบอกกับซุนหมิงว่า

    “ต่อไปทำตัวดีๆ เชื่อฟังท่านพ่อกับท่านแม่อย่าทำตัวเหลวไหลอีก” เสี่ยวเทียนกล่าวจบแล้วก็มอบ หยดเลือดเซียนให้กับซุนหมิง กับ อาเขย คนละ 10 ขวดเอาไว้เพิ่มพลังยุทธ์  จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ เรียกเมฆขาวออกมา แล้วกระโดดขึ้นแล้วเหินลอยขึ้นฟ้าหายวับไปในทันที สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนยิ่งนัก คนของตระกูลไป๋ได้แต่มองนิ่ง  ฝีมือระดับโค่นจักรพรรดิจอมเวทย์ได้ในพริบตา เขาจะมีพลังระดับใดกันแน่!

    ในเวลานี้เสี่ยวเทียน มายืนอยู่บนระหว่างทางที่ขึ้นวัดฝอซาน จุดที่เกิดเหตุเมื่อสิบปีก่อน

    “อาจารย์เราจะตาม หากปีศาจเสือดำอย่างไรดี?”

    “ กลิ่น ข้าได้กลิ่นปีศาจเสือดำตัวนี้แล้ว ขึ้นไปบนยอดเขาฝอซาน มันอยู่ที่นั่นแน่”

    เสี่ยวเทียนมองไปบนยอดเขา ก็รู้สึกสงสัย แต่ยังไม่พูดอะไร  จึงทำการวาร์ปไปบนยอดเขาที่ตั้งของวัด ฝอซาน ภายในวัดมีคนมาทำบุญมากมาย มีโบสถ์ใหญ่ตั้งอยู่เด่นเป็นสง่า ด้านในมีรูปของ พระพุทธองค์ปางปราบมารองค์ใหญ่

    “อาจารย์ ปีศาจเสือดำอยู่ในนี้รึ?”

    “อืม เจ้าเตรียมตัวเอาไว้ มันเป็นปีศาจระดับเซียนขั้นเซียนสวรรค์”

    เสี่ยวเทียนรับรู้  แล้วมองไปรอบ ๆ เห็นมีแต่พระและ ฝูงชนที่มาทำบุญกันมากมายแต่ไม่เห็นใครที่ มีลักษณะคล้ายจะเป็น ปีศาจเสือดำเลยแม้แต่น้อย

    ทันใดนั้นก็มีพระเถระผู้ใหญ่ หลายท่านเดินออกมา แล้วมานั่งสวดมนตร์นำต่อหน้าพระประธาน

    โดยมีฝูงชนก็สวดมนตร์ตาม หลายร้อยคน คล้ายกับว่าวันนี้เป็นวันงานสำคัญอะไรสักอย่าง

    ทันใดนั้น อาจารย์ลู่เอินก็ปล่อยเนตรสวรรค์ส่งมาที่ดวงตาของเสี่ยวเทียน พบว่าคนที่นั่งตรงกลาง ของพระผู้ใหญ่ มีเงาร่างของเสือดำอยู่ในร่าง เงาทมึนนี้มีดวงตาคล้ายสัตว์ร้าย รอบๆ มีเงาวิญญาณอาฆาตสีดำ อยู่รอบๆ ตัวมันมากมาย

    “ อาจารย์ เจ้าอาวาสเป็นปีศาจเสือดำหรือ?”

    “ ใช่  มันเป็นปีศาจเสือดำ มันปลอมตัวมาเป็นพระมานาน ส่วนใหญ่มันกินคนที่อยู่นอกพื้นที่ แต่ว่าเมื่อสิบปีก่อน มันเกิดตบะแตก ทำให้มันกินครอบครัวของจ้าวอี้

    เจ้าคงเห็นเงาวิญญาณแค้นรอบๆ ตัวมันแล้วใช่ไหม มีวิญญาณสองตน เป็นพ่อกับแม่ของจ้าวอี้ด้วย”

    เสี่ยวเทียนส่งจิตตรวจสอบไปในมิติฟ้าคราม เห็นจ้าวอี้กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกกับไป๋น้อย ลืมเลือนความแค้นของพ่อกับแม่ ทำให้คิดว่า บางทีจ้าวอี้ยังเป็นเด็ก ความอาฆาตแค้นไม่รุนแรงเหมือนกับพ่อและแม่ พอตายไปก็เลยไม่ได้เป็นวิญญาณอาฆาต ถึงแม้อยากแก้แค้น แต่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ จึงทำให้เสี่ยวเทียนได้มาพบเช่นนี้

    “ อาจารย์จัดการมันเลยไหม?”

    “ ทองบทสวดยูไลปราบมาร แล้วปล่อยแสงแห่งพุทธะออกไป ต้องทำอย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้นฝูงชนอาจจะได้รับอันตรายจาก เจ้าเสือปีศาจตนนี้”

    “ เสี่ยวเทียนลอยไปปรากฏร่างต่อหน้าฝูงชน จากนั้นกลิ่นไอของพลังอรหันต์ก็เผยแพร่กระจายไปทั่วบริเวณ แล้วก็ท่องบทสวดยูไลปราบมารออกไป  แสงแห่งพุทธะ ส่องกระจายไปในทันที  ฝูงชนหันมามองเสี่ยวเทียนด้วยความประหลาดใจ แต่พอได้ได้รับแสงแห่งพุทธะ ทำให้ทุกคนได้รับ พลังงานเข้าไปในร่างกาย ทุกคนล้วนมีความปลื้มปิติ  ทำให้ฝูงชนหันหลัง มากราบไหว้เสี่ยวเทียน ส่วนหลวงจีนที่กำลังสวดมนตร์ ก็ได้รับแสงแห่งพุทธะ พลังสมาธิและสติก็เพิ่มมากขึ้น สร้างความแตกตื่นให้กับหลวงจีนทุกรูป  แต่ที่มีปัญหาคือ เจ้าอาวาส ที่ตัวเริ่มสั่นเหมือนเจ้าเข้า ตามองขวางไปทั่ว ตั้งท่าสี่ขา เหมือนสัตว์ร้าย ใบหน้ากลายเป็นเสือดำ อ้าปากกว้างขึ้น

    เห็นเขี้ยวเงินขาววับ หลวงจีนที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับสติหลุด กระโดดหลบจีวรปลิวกันวุ่นวาย ญาติโยมหันกลับมาเห็นเจ้าอาวาสกลายเป็นเสือดำตัวใหญ่มหึมาไปแล้ว  ต่างลุกฮือ หนีกันจ้าละหวั่น เสือดำพุ่งเข้ามาหมายจะขย้ำคนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    แต่ว่า จู่ ๆ ก็มีฝ่ายักษ์ลอยลงมาจากฟากฟ้า กระแทกเข้าใส่ร่าง ของเสือดำยักษ์

    เสียงดัง  ตูม  !!! ร่างของเสือดำเละตุ้มเป๊ะ สลายเรียบไปกับพื้นดินทันที

    เงาร่างวิญญาณอาฆาตก็กลายเป็นวิญญาณตามปกติเสี่ยวเทียนเรียก จ้าวอี้ออกมาจากมิติฟ้าคราม พอเห็นท่านพ่อ กับ ท่านแม่ ก็ลืมความแค้นที่ผ่านมา รีบวิ่งไปหาพ่อกับแม่ทันที

    “ท่านพ่อ ท่านแม่”  จ้าวอี้น้ำตาไหลพราก โผเข้ากอดพ่อกับแม่แน่น ด้วยความคิดถึง เด็กน้อยใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมาเป็นสิบปี ในที่สุดเขาก็ได้พบพ่อกับแม่ของเขา โดยไม่มองร่างของเสือดำที่เป็นเหตุให้เขาเคยบอกว่าจะแก้แค้น ทั้งสามคนหันมามองเสี่ยวเทียนที่ยืนยิ้มอยู่ห่างๆ แล้ววิญญาณทั้งสามคนก็ค่อยๆ หายไป ขึ้นบนฟ้า 

    “ อาจารย์ คนตายไปแล้วพวกเขาจะไหนขอรับ”

    “ ส่วนใหญ่ก็สลายหายไปในจักรวาล น้อยคนนักที่จะได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง”

    “ แล้วนรกหรือสวรรค์ล่ะอาจารย์”

    “ ก็แค่ดินแดนอีกดินแดนหนึ่งเท่านั้น เอาไว้มีเวลา ข้าจะพาเจ้าเข้าไปเอง”

    อาจารย์ลู่เอิน พูดเหมือนเคยไปมาแล้ว จากนั้นเสี่ยวเทียนก็นั่งเรือเหาะไปยังสำนักเหยาซาน เพื่อไปนำหยกมังกรฟ้ากลับไป

    พอมาถึงหน้าสำนักเหยาซาน มีคนขึ้นเขามามากมาย เพื่อที่มาสมัครเป็นศิษย์ของสำนักเหยาซาน

    “ อาจารย์พวกเราเข้าไปเอาหยกมังการฟ้ามาเลยจะดีไหม”

    “ ไม่ต้องรีบร้อน ข้ารู้สึกว่าที่นี่มีของวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่ง น่าสนใจ”

    “ อะไรหรืออาจารย์”

    “ ศิลานักปราชญ์”

    “ คืออะไร?”

    “ เป็นของวิเศษที่ท่าน เทพนักปราชญ์ ศิษย์ของราชาเทพฝูซู ได้สร้างขึ้น มีไว้เปลี่ยนสภาพของที่เสียหายกลายเป็นของที่สมบูรณ์ หรือเปลี่ยนหินกลายเงิน  หรือว่าเปลี่ยนให้กลายเป็นทองคำไปเลยก็ได้ ต้องไปดูของจริงก่อน ถ้าเป็นศิลาสีขาว จะเปลี่ยนก้อนหินเป็นเงิน ถ้าเป็นศิลาสีแดง ก็จะเปลี่ยนหินกลายเป็นทองคำ”

    เสี่ยวเทียนได้ฟัง ก็ตาโตเลยทันที

    “ อาจารย์พวกเราบุกไปเอามาเลยได้ไหม?” เสี่ยวเทียนอยากได้เต็มทีเลย

    “ ไม่ได้ ศิลานักปราชญมันมีชีวิต สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ ผู้ที่มีบุญเท่านั้นถึงจะได้ครอบครอง”

    “ แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี”

    “ เจ้าไปสมัครเป็นศิษย์ของสำนักเหยาซาน กับพวกเด็กพวกนี้ก่อน แล้วข้าจะตรวจสอบเองว่า ศิลานักปราชญ์นั้นอยู่ที่ใด ส่วนหยกมังกรฟ้านั้นอยู่ในถ้ำหลังเขา หาศิลานักปราชญ์ก่อน แล้วค่อยไปเอา เพราะข้ากำลังจะอัปเกรด หุ่นเซียน และปราสาทเทพเซียน อาจต้องใช้ทองคำค่อนข้างเยอะ เวลานี้ ทองคำยี่สิบตัน นั้น ข้าจะนำมาหลอมปราสาทเทพเซียน ให้หมด”

    เสี่ยวเทียนพอรู้ว่า จะเอาทองคำมาอับเกรดปราสาทเทพเซียน ก็ไม่ยินดีเท่าไร

    “ อาจารย์ทุกวันนี้ข้าก็เห็นว่า ปราสาทเทพเซียนนี่ก็เคลื่อนไหวเร็วอยู่แล้ว แล้วข้าก็ไม่ค่อยใช้งานเท่าไร  ไม่ต้องอับเกรด ก็ได้มั๊ง”

    “ เด็กโง่ อีกไม่นาน เจ้ากับข้าต้องออกไปนอกโลกใบนี้ ต้องมียานอาวกาศที่แข็งแกร่ง  เจ้าปราสาทเทพเซียนนี่เหมาะที่สุดแล้ว”

    “ อาจารย์ แล้วจะไปนอกโลกกันทำไม?”  เสี่ยวเทียนเสียดายทองคำมากกว่า

    “ ภรรยาเจ้ามาจากดาวพารากอน เมื่อถึงเวลาเจ้าต้องพาวาวากลับไป  แล้วข้าจะอธิบายให้ฟังอีกที”  เสี่ยวเทียนพยักหน้าเข้าใจ แล้วคิดว่าต้องเก็บทองคำที่เหลือซ่อนเอาไว้บ้าง มิเช่นนั้น อาจารย์ต้องเอาทองคำของเขาไปอับเกรดจนหมดไม่มีเหลือแน่ๆ

    เสี่ยวเทียนกำลังจะเดินเข้าแถวไปสมัคร ก็พบว่าร่างกายเขากลับไปเป็น เด็กหนุ่ม จ้าวอี้อีกครั้ง

    “ สำนักที่นี่ เปิดให้คนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป หากเจ้าเป็นเสี่ยวเทียนก็ไม่สามารถ สมัครเป็นศิษย์ที่นี่ได้” อาจารย์ลู่เอินอธิบาย

    เสี่ยวเทียนเดินตามคนนับพันขึ้นเขาไป โดยพวกเขาทยอยแบ่งคนออกเป็น สี่แถว

    ในแต่ละแถวมีการสร้างค่ายกลแต่ละธาตุเอาไว้ หากใครผ่านด่านธาตุทั้งสี่ได้ด่านใดด่านหนึ่ง  ก็ได้เป็นศิษย์สำนักเหยาซานทันที ก่อนจะเข้าไปจะมีศิลาบอกว่าเราเป็นธาตุอะไร ดังนั้น ถึงเวลาเสี่ยวเทียนสัมผัสศิลา ก็พบว่า เขาอยู่ในธาตุไฟ ซึ่งอาจารย์บังคับศิลาให้แสดงออกมาเพียงธาตุเดียว หากรู้ว่าเสี่ยวเทียนควบคุมธาตุได้ ทั้งสี่ธาตุ จะกลายเป็นจุดเด่นไป  จึงถึงส่งเข้าไปในด่านค่ายกลธาตุไฟ  ระหว่างทางเดิน เสี่ยวเทียนสังเกตเห็นคนหลายคน ถูกผลักดันให้ออกมาจากด้านข้างกันเยอะมาก สงสัยคงสอบไม่ผ่าน

    พอมาถึงรอบที่เสี่ยวเทียนจะเข้าไปใน ค่ายกลธาตุไฟ 

    พอเข้าไปก็เจอกับ พายุลูกอุกาบาตเพลิง พุ่งเข้ามาใส่เสี่ยวเทียน จากหนึ่งลูกเป็นสิบ แล้วจากสิบก็เป็นร้อย เสี่ยวเทียนแค่ปลดปล่อยพลังเทพเซียนออกไป ลูกอุกาบาตเพลิงไม่สามารถเข้าใกล้เสี่ยวเทียนแม่แต่ลูกเดียว  เสี่ยวเทียนสังเกตว่า หลังจากที่ลูกอุกาบาตแตกแล้วจะกลายเป็นเมล็ดสีทองเม็ดเล็กๆ เสี่ยวเทียนเอามาจับดู

    “ ทองคำ นี่ลูกอุกาบาตเหล่านี้ทำมาจากทองคำทั้งหมดเลยหรือนี่”  เสี่ยวเทียนดีใจยิ่งนัก คราวนี้ ลูกอุกาบาตทุกลูกที่ปล่อยลงมา เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเซียนทำลายมันจนหมด แล้วก็กวาด ทองคำ ใส่กระเป๋าได้ไม่น้อยกว่า สองกิโล ส่วนลูกอุกาบาตสุดท้าย เสี่ยวเทียนดีใจยิ่งนัก มันต้องเป็นทองคำที่ก้อนใหญ่ที่สุดแน่เลย

    เสี่ยวเทียนต่อยเปรี้ยงทีเดียว  อุกาบาตระเบิดหายไป เสี่ยวเทียนถึงกับหัวเสีย เพราะ อุกาบาตลูกสุดท้ายเป็นแค่เงามายาเท่านั้น ไม่มีทองเลยแม้แต่นิดเดียว

    เสี่ยวเทียนเดินออกไปอย่างเสียดายสุดๆ

    “ ผ่าน”  ได้ยินกรรมการบอกเสี่ยวเทียน จากนั้นเสี่ยวเทียนก็เข้าไปรายงานตัวกับ อาคารรับศิษย์ใหม่ พอไปถึงรุ่นพี่ก็ให้เสื้อผ้าชุดของสำนักให้เสี่ยวเทียน พร้อมป้ายชื่อ ให้เรียบร้อย ขณะที่จะเดินกลับไปที่ห้องพัก ก็พบกับซุนหมิง อย่างไม่คาดคิด

    “ พี่ใหญ่ ท่านมาทำอะไรที่นี่”

    “ ข้ามาสมัครเป็นศิษย์”

    “ ดีจัง ข้าคิดถึงพี่ใหญ่ ข้าคิดว่าจะไม่เจอท่านอีกแล้วเสียอีก พี่ใหญ่ไปพักที่พักของข้าดีกว่า อย่าไปนอนห้องรวมกับ พวกศิษย์สายนอกพวกนั้นเลย ไปอยู่กับข้าเวลานี้ ข้าเป็นศิษย์สายในแล้ว” เสี่ยวเทียนไม่คิดว่าจะเจอกับซุนหมิงอีก แต่ก็ดี

    อย่างน้อย ซุนหมิงน่าจะรู้จักที่นี่ดีกว่าตน

    “ พี่ใหญ่ นี่คือ ที่พักของศิษย์สายใน ส่วน สิบหลังที่ใหญ่โตนั้น จัดเอาไว้ให้สำหรับยอดฝีมือพัก ใครเอาชนะเจ้าของบ้านได้ คนนั้นก็ได้อยู่หลังนั้นแทน อย่างพี่ใหญ่ น่าจะลองท้าสู้กับพวกมันบ้าง ข้าเชื่อว่ามันสู้พี่ใหญ่ไม่ได้อย่างแน่นอน”

    “ พอเหอะ ข้าไม่อยากทำตัวเด่นขนาดนั้น” เสี่ยวเทียนได้มาพักที่บ้านพักขนาดกลางของซุนหมิง ซึ่งก็ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็พอนอนพักกันได้อย่างสบาย

    “ พี่ใหญ่ พี่อยากมาเรียนเป็นจอมเวทย์เหรอ?  พวกยอดยุทธ์ส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยเรียนจอมเวทย์กันหรอก เขากลัวว่า จะทำให้ฝีมือยอดยุทธ์เสื่อมถอยกันทั้งนั้น”

    “ อืม ข้าอยากเรียนรู้บ้างก็เท่านั้น คงอยู่ไม่นานเท่าไรหรอก”

    “ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะพา พี่ใหญ่ไปเที่ยวชม สำนักของเรากันก่อน” ซุนหมิงเอ่ยจบ

    ก็พาเสี่ยวเทียนไปสถานที่แรกเลย นั้นคือ ร้านอาหารของสำนัก เหยาซาน....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน