The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 47 ความอบอุ่นที่มอบให้

    ฮือๆๆ
    ช่วงเวลานี้มีเพียงเสียงสะอื้นร้องห่มร้องไห้ สลับกับเสียงหยดน้ำสาดกระเซ็น ภายในอ่างอาบน้ำปรากฏชายหญิงเปลือยเปล่ากำลังโอบกอดกัน
    เขากำลังปลอบประโลมแก้มที่กำลังสั่นไหวไปด้วยความทุกข์ระทม หยาดน้ำตาต่างหลั่งไหลออกมาเป็นสายท่วมใบหน้าขาวเนียน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและฝืนทน
    ฮือๆๆ
    แก้มร้องไห้ออกมาเป็นเวลานาน เขาที่โอบกอดเธออยู่รู้สึกได้ถึงความสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา ในตอนนี้อารมณ์ที่เคยครุกกรุ่นกลับมอดดับลงหลงเหลือเพียงความอบอุ่นและความสบายใจที่มอบให้

    อาการของแก้มทำให้เขาพอคาดเดาได้ถึงสิ่งที่เธอเจอ ตลอดเวลาที่เธอร้องไห้ มักจะมีคำพูดที่หลุดออกมาพร้องเสียงสั่นเครือเสมอ
    ”พ่อ แม่ ฮือๆ อึกๆ”
    ”ทุกคน ฮือๆ”
    ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน จนกระทั่งแก้มพล็อยหลับไปภายใต้อ้อมกอดที่อบอุ่นของเขา
    เธอหลับไปด้วยใบหน้าที่เจิงนองไปด้วยน้ำตาแห่งความทุกข์ใจ หญิงสาวอายุเพียง 17-18 ปี ที่ต้องสูญเสียทุกสิ่งอย่าง ไม่เว้นแม้แต่พ่อและแม่ที่ต้องจากลาเธอไปยังที่ไกลแสนไกล

    ความเจ็บปวดที่เธอได้รับนั้นหนักหนาเกินกว่าที่ใครหลายๆคนจะรับไหว ทว่าแก้มกับยังยืนหยัดขึ้นมาได้แม้จะต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แสนทรมานเช่นนั้นอยู่เสมอก็ตาม
    แล้วถ้าเป็นเขาละจะรับมันได้มั้ย?
    ซ่าๆๆ
    เขาอุ้มร่างบอบบางขึ้นมาจากอ่างน้ำ และเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็คเรือนร่างอันยั่วยวนของแก้มอย่างเบามือ
    จากนั้นหาเสื้อคลุมมาคลุมตัวของเธอและอุ้มเธอไปนอนบน���ตียงที่นุ่มสบายของเขา ห่มผ้า ปัดเรือนผมและเหม่อมองใบหน้าที่ขาวผ่องและผ่อนคลายของเธอ หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมา
    ”เข้มแข็งเข้าไว้”



    เอ้กอีเอ้กเอ้ก เช้าวันใหม่มาเยือน เขายืนมองรอดหน้าต่างบานใหญ่ลงมาเบื้องล่าง ที่เวลานี้เริ่มเห็นผู้คนเดินออกมากันบ้างแล้วประปราย
    แก้มที่นอนอยู่บนเตียง เริ่มขยับเปลือกตาขึ้นมา แสงแรกแห่งวันสาดประกายเข้าสู่ม่านตาทำให้เธอจำต้องรี่ตาลง เพื่อปรับสายตาอีกครั้ง
    “ตื่นแล้วหรือ”“คะ”
    เขาเดินเข้าไปหาแก้มที่เวลานี้กำลังยันกายลุกขึ้นนั่ง สายตาของเธอที่มองมาทางเขาเปลี่ยนเป็นแววตาที่สดใสและมีความหลงใหลที่สะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน
    “อยากแข็งแกร่งขึ้นมั้ย”“ค่ะ”
    แก้มตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเธอเปลี่ยนไปจริงจัง และแข็งกร้าวขึ้น ช่วงเวลาที่เธอร้องไห้ เธอได้ระบายทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นให้กับเขาฟังจนหมดแล้ว
    ในเวลานั้นหลังจากทุกๆอย่างเปลี่ยนไป โลกกลับกลายเป็นขุมนรก ทั้งซอมบี้ อสูรกลายพันธุ์หรือมนุษย์ต่างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้ายขึ้น
    ตอนนั้นแก้มและครอบครัวของเธอ ซึ่งมีพ่อ แม่และน้องชายที่อายุห่างกัน 1 ปี กำลังออกไปตลาดแถวๆสถานที่เก็บคลังสินค้าแห่งนี้ ทุกๆวันศุกร์บริเวณนั้นจะมีการจัดสินค้ามาขายลดราคาเป็นประจำ และครอบครัวของเธอก็เป็นขาประจำที่นั่น
    แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป ครอบครัวของเธอจึงต่างพากันหลบหนีจนกระทั่งมาถึงที่โกดังเก็บสินค้าแห่งนี้พร้อมๆกับผู้รอดชีวิตอีกหลายสิบคน และหลังจากนั้นก็มีทยอยมาหลบภัยเพิ่มมากขึ้น
    ช่วงแรกๆพวกเขาทุกคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แบ่งทั้งอาหารและเครื่องนุ่งห่มที่มีภายในคลังเก็บสินค้าแห่งนี้ ถึงขนาดที่พวกเขากำหนดหัวหน้าเพื่อดูแลสมาชิกและแบ่งสรรหน้าที่ให้เหมาะสม
    พวกเขาจะกำหนดความสามารถของแต่ละคนโดยมีผลตอบแทนคืออาหาร สำหรับคนที่กล้าหาญไม่ว่าจะชายหรือหญิง หากพวกเขามีความกล้ามากพอที่จะสังหารซอมบี้ พวกเขาจะได้รางวัลที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
    เนื่องจากเธอและแม่เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ได้มีความกล้ามากมายอะไรหากต้องเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่น่าหวาดกลัวเหล่านั้น
    ด้วยเหตุนี้พ่อและน้องชายของเธอจึงอาสาเป็นกำลังสำคัญให้กับครอบครัวออกไปฆ่าซอมบี้เพื่อที่ว่าจะให้พวกเธอได้กินอิ่มและอยู่กันอย่างปลอดภัยทุกวัน

    การดำเนินชีวิตของพวกเขาก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดอสูรกลายพันธุ์ทั้งหมูและเป็ด (คนอื่นๆที่ไม่มีความสามารถเชิงวิเคราะห์จะมองไม่เห็นรายละเอียดของเป้าหมาย) บุกรุกเข้ามาเข่นฆ่าพวกเขาอย่างไร้ความปราณี
    พวกมันจับและฆ่าพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม พวกที่ถูกฆ่าก็ตายอย่างน่าสยดสยอง ส่วนพวกที่ถูกจับก็ไม่ต่างจากตกนรกขุมที่ลึกที่สุด ความทรมานและความหวาดกลัวต่างโหมกระหน่ำเข้าสู่จิตใจของพวกเขาจนแทบกลายเป็นคนไร้วิญญาณ
    เมื่อพื้นที่อาศัยของพวกเขาถูกจำกัดมากยิ่งขึ้น จากการขยายอาณาเขตของพวกมัน ทำให้เดิมพวกเขายังหลบภัยในโกดังแห่งนี้ได้ กลับต้องค่อยๆหลบซ้อนภายในตู้คอนเทรนเนอร์แทน
    อาหารที่มากมายและอยู่เพียงแค่เอื้อมพวกเขากลับไม่อาจหยิบจับมันมาได้อย่างที่ใจต้องการ และวันที่เลวร้ายก็เข้ามา เมื่อความกดดันและความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นทำให้ความนึกคิดของเหตุและผลนั้นไร้ความหมาย
    ผู้ชายต่างเข้าทำร้ายกันเอง และขู่บังคับข่มขืนผู้หญิง ไม่เว้นกระทั่งเด็กและคนแก่ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ต่างจากโศกนาฏกรรมแม้แต่น้อย

    พ่อของเธอเข้าปกป้องครอบครัว จนกระทั่งถูกคนอื่นฆ่าตาย ส่วนแม่ของเธอนั้นตัดสินใจเข้าไปสู้ถ่วงเวลาไว้ให้เพื่อหวังให้เธอและน้องหนีไปทั้งๆที่ท่านเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น

    ทว่าผลลัพธ์ที่เธอเห็นมันยิ่งกว่าขุมนรกหลุมไหนที่ควรจะมี เมื่อแม่ของเธอกลับถูกผู้ชายเหี้ยๆเหล่านั้นรุมข่มขื่นและทำร้ายจนตายในที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอ ทำให้เธอรู้สึกไม่ต่างจากตายทั้งเป็น
    มนุษย์ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน เมื่อไร้ซึ่งเหตุผลจากความกดดันและความสิ้นหวังพวกเขากลับทำได้กระทั่งหันคมดาบและเขี้ยวเล็บเข้าใส่เผ่าพันธุ์เดียวกันแทน แม้การเสียสละของแม่เธอจะทำให้ทั้งสองหลบหนีออกมาได้สำเร็จทว่าสำหรับพวกเธอแล้วสู้ตายด้วยกันยังจะดีเสียกว่า
    สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันโหดร้ายสำหรับพวกเธอเป็นอย่างมาก ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดกับครอบครัวของเธอแค่ครอบครัวเดียว แต่มันเกิดกับครอบครัวอื่นๆอีกมากมาย
    เนื่องจากจำนวนผู้หลบภัยนั้นมีมากกว่า 300 คน ทำให้มีครอบครัวของผู้รอดชีวิตอยู่ไม่น้อย ในกลุ่มนี้มีทั้งเด็ก คนแก่ ผู้หญิงและผู้ชายผสมปนเปกันอยู่ และส่วนใหญ่ที่พบเห็นได้จะเป็นผู้หญิงวัย 17-35 ปีเป็นหลัก
    เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นมันชุลมุนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความโหดร้าย สำหรับบางคนสามารถหลบรอดออกมาจากสถานการณ์เช่นนั้นได้ แต่ว่าความสิ้นหวังที่ปลูกฝังในส่วนลึกของพวกเขากลับยังไม่หมดสิ้น
    เมื่อพบว่าเหล่าอสูรกลายพันธุ์ทั้ง 2 เผ่าพันธุ์ต่างบุกเข้าโจมตีโกดังแห่งนี้ทุกทิศทางปิดล้อมทั้งทางออกและทางเข้า เข้าเข่นฆ่าทุกๆคนที่มันพบเจอ กระทั่งพวกมันเจอกันเองยังไม่มียั้งมือและเข้าเข่นฆ่ากันทันที
    สิ่งที่เกิดขึ้นมันดูสิ้นหวังจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่เธอที่รู้สึกได้ แม้แต่คนอื่นๆที่หนีรอดออกมากลับกลายเป็นหนีเสือปะจระเข้ซะงั้น แต่ว่าน้องชายของเธอกลับไม่ยอมแพ้ รวมกำลังเข้ากับคนอื่นๆที่หนีรอดมาได้ พยายามพาพวกเธอหลบหนีออกไป

    แม้ความจริงที่ว่าพวกเธอนั้นไม่สามารถหลบหนีออกจากโกดังแห่งนี้ไปได้ ทว่าด้วยการปกป้องของน้องชายเธอและคนอื่นๆทำให้พวกเขาสามารถพาเธอฝ่าวงล้อมอันตรายและหนีเข้าไปด้านในโกดังได้สำเร็จ
    ถึงการทำเช่นนี้จะไม่ต่างจากการขุดหลุมฝังตัวเองก็ตาม ทว่ามันเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่ ถึงแม้พวกเขาจะฝ่าวงล้อมของพวกอสูรกลายพันธุ์หลบหนีออกไปจากโกดังแห่งนี้ได้ ทว่าภายนอกนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเธอจะฝืนทนฝ่าวงล้อมออกไปได้อีกเพราะจำนวนที่เห็นนั้นมันมากมายชนิดที่ต่อให้หนีรอดจากโกดังก็ยังเจอทางตัน เมื่อออกไปเจอพวกมันที่รออยู่ด้านนอกอีกชั้น

    จนกระทั่งยามขับขัน น้องชายของเธอและคนอื่นๆตัดสินใจผลักพวกเธอเข้าไปในตู้คอนเทรนเนอร์และล็อคปิดประตูทางเข้าไว้ แต่ว่าภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่ตู้จะถูกปิดลง คือภาพของน้องชายที่ศีรษะหลุดออกจากบ่าพร้อมคำพูดที่ดังก้องในหัวของเธอนับจกานั้นสืบมา
    "จงมีชีวิตอยู่ต่อไปนะพี่สาว"


    เรื่องราวของแก้มที่บอกเล่าให้แก่เขาฟังนั้น เขาคิดว่ามันน่าสิ้นหวังจริงๆ ทว่าเขาต้องยอมรับเลยว่าน้องชายของเธอนั้นเป็นคนที่กล้าหาญเป็นอย่างมาก เก่ง กล้าและรักครอบครัวจริงๆ
    "ฉันอยากแข็งแกร่งขึ้น"
    "ส่วนหนึ่งเพื่อล้างแค้น"
    "อีกส่วนหนึ่งเพื่อปกป้องตัวเองให้มีชีวิตอยู่ต่อและใช้มันให้คุ้มค่าเพื่อตอบแทนพ่อ แม่และน้องที่ยอมเสียสละ"
    แก้มยันกายลุกยืนขึ้นเผชิญหน้ากับเขา เธอสบตาเขาด้วยแววตาที่จริงจัง น้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวแม้จะมีความสั่นเครืออยู่บ้างแต่มันก็ยังดูหนักแน่น
    เธอเดินเข้ามาหาเขาและพูดถึงสิ่งที่เธอคิด หยุดยืนที่เบื้องหน้าเขาเมื่อพูดจบประโยค พร้อมที่เธอสบตาเขาอีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคงมากกว่าเดิม การก้าวเดินเพียงสั้นๆแต่กลับหนักแน่นและเข้มแข็งสำหรับแก้ม มันคือก้าวสำคัญที่เธอพร้อมจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองใหม่
    นับจากนี้เธอตั้งใจแล้วว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อและจะเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อที่เธอจะได้มีความสามารถที่มากพอที่จะฆ่าพวกซอมบี้และพวกเลวร้ายเหล่านั้นให้หมดโลกไป
    "ได้สิ ผมจะช่วยคุณเอง"


    ทั้งสองต่างประสานสายตาที่แน่วแน่ใส่กัน เขามองเธอด้วยความจริงจังและนับถือ นับถือที่ผู้หญิงแบบเธอมีความกล้าที่จะเดินต่อไปในสถานการณ์ที่โหดร้ายเช่นนี้
    "อะ เอ่อ"
    ทว่าหลังแก้มจ้องตาเขาได้สักพักเธอกลับเริ่มรู้สึกตัว ทั้งเสื้อผ้าที่เธอใส่และสถานการณ์ที่เธออยู่กับเขาเพียงลำพัง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเธอนึกย้อนไปถึงเมื่อคืนมันกลับยิ่งทำให้เธอนั้นหน้าแดงและรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมาก
    อ่ะ
    เขาที่เห็นท่าทางของเธอแบบนั้นบอกตามตรงเลยว่าแทบจะอดใจไม่ไว้แล้ว ดึงร่างเธอเข้ามากอดทันที ส่งผลให้แก้มรู้สึกตกใจและเงยหน้าขึ้นมามอง
    จากนั้นเขาพลันประกบริมฝีปากเข้ากับปากของเธอ แก้มที่ยังไม่ทันตั้งตัวพลันเบิกตาค้าง เขาที่จูบเธอนั้นสอดส่ายลิ้นเข้าไปพันกับลิ้นของแก้ม แก้มที่ยังไม่ทันตั้งตัวเผลอตอบสนองการรัวลิ้นของเขาอย่างทันที
    พวกเขาทั้งสองต่างยืนจูบกันอย่างดูดดื่ม มือหนึ่งเข้าประคองร่างอวบอิ่ม อีกมือลูบไล้ไปตามเรือนร่างขาวผ่องของเธอ ทำให้เธอรู้สึกเสี่ยวส่านไปทั้งตัว จนทำให้แก้มเผลอยกมือรั้งคอของเขาเอาไว้
    แควกจากนั้นเขาปลดเสื้อที่คลุมตัวเธอไว้ออก ประคองร่างของเธอไปยังเตียงนอน โดยที่ปากของทั้งสองยังคงประกบจูบดูดดื่มกันอย่างเมามันส์
    อ่ะเขาประคองร่างเธอนอนลงบนเตียง มือข้างหนึ่งเท้าพื้นเตียงไว้ อีกมือลูบไล้ไปทั่วเรือนกาย วนเวียนไปมา จนกระทั่งมาหยุดที่ยอดปทุมถันขาวชมพูเบื้องหน้า ซึ่งมันทำให้เขาต้องเคลิ้มตามและก้มลงไปลิ้มลองในที่สุด
    จ๊วบบ
    อร๊าง
    เสียงดูดและเสียงครางดังต่อเนื่องไม่ได้สรรพ ร่างกายของแก้มต่างบิดตัวไปมาด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าของเธอดูอิ่มเอมและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
    "พร้อมนะ"
    "คะ ค่ะ"
    เขาปลดเสื้อผ้าตัวเองออกพร้อมสอดไส้ความเป็นชายของเขาเข้าไป ขณะที่มันกำลังเข้าไปนั้��� แก้มพลันรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ร่างกายของเธอกร็งกระตุก
    "เจ็บหรือ"
    "บะ เบาหน่อยนะ มะ มันเป็นครั้งแรกของแก้ม"
    เมื่อเสียงพูดที่สั่นเครือดังออกมาจากปากเธอ น้ำเสียงที่กระเส้ายั่วยวนใจคนฟังนั้น จุดประกายความหื่นกระหายในตัวเขาทันที พร้อมที่เขาพรวดครั้งเดียวเข้าไป
    อร๊างง
    จกานั้นร่างกายของเขาก็เริ่มขยับไปมาอย่างช้าๆและเร็วขึ้นๆ แก้มที่ยังปวดๆอยู่ พอเวลาผ่านไปความเสียวเริ่มเข้ามาแทน อารมณ์ร่วมรักของทั้งสองเริ่มสอดประสานกันอย่างลงตัว ทั้งรุกรับ สลับไปมา พร้อมกับเสียงครวญครางและเสียงเนื้อกระทบกัน
    ตับๆๆๆอ๊าๆๆๆๆๆ
    เขาเริ่มเร่งจังหวัง แก้มเริ่มตอบสนองทั้งคู่ต่างเด้งเข้าหากันอย่างไม่ยอมใคร กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาบนเตียง เสียงครางและความเสี่ยวซ่านเต็มไปทั่วห้องหับ
    ตับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอ๊าๆๆๆๆๆ
    "สะ เสร็จแล้วว"
    อ๊าาาาาาาาาา

    จากนั้นทั้งสองจึงนอนกอดกัน ทว่าด้วยพละกำลังของเขาที่มากมาย ทำให้วันนั้นทั้งวันเขาและแก้มยังกำศึกกันอีกหลายยก จนกระทั่งดวงอาทิตย์ของวันใหม่มาเยือน





    End

    คล้ายกับเรื่องThe World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก ที่คุณอ่าน