GalaxyTube เครือข่ายวิดีโอเชื่อมจักรวาล

    บทที่44 คนแซ่ต้า

    วิทยานิพนธ์ตรงหน้านี้ไม่สามารถเทียบได้กับเศษเสี้ยวความรู้ของวิทยาศาสตร์ชีววิทยาเบื้องต้นได้เลยสักนิดเดียว

     

    แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผิดหวังได้อย่างไร?

     

    จางเจิ้นไม่รู้ว่าตัวเองควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเขาไม่คิดเลยว่าศักยภาพของศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์จะตํ่าขนาดนี้โดยเฉพาะคนที่มีชื่อเสียงอย่างศาสตราจารย์ฝู ที่ถูกเพื่อนของเขาแนะนําซะดิบดี

     

    เฮ้อ…

     

    จางเจิ้นถอนหายใจยาวอีกครั้งและเริ่มที่จะบรรเลงนิ้วลงไป

     

    ทางด้านของต้วนหยางก็ดูราวกับจะช็อกไปเขารู้สึกอึ้งในสิ่งที่ได้ยินเป็นอย่างมาก

     

    ลบทิ้งแล้วเขียนซะใหม่ยังจะดีกว่า!

     

    วิจารณ์แรงเกินไปหน่อยมั้ง?

     

    แต่พอเขาสังเกตเห็นอีกฝ่ายเริ่มแก้ไขงานเขียน เขาก็ต้องตกตะลึงไป

     

    ความเร็วมือนี่มันอะไรกัน?

     

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องแล็บชายหนุ่มแซ่จางได้บรรเลงนิ้วของเขาอย่างพลิ้วไหวราวกับว่าสามารถแปรเปลี่ยนได้ตามปรารถนาอย่างไรอย่างนั้น

     

    นทีแห่งความละเอียดอ่อน!

     

    ปัจจุบันจางเจิ้นได้เข้าถึงสิ่งนี้มากขึ้นกว่าเดิมทําให้เขาสามารถเข้าใจเทคนิคการเคลื่อนไหวโดยไม่ทําให้สูญเสียแรงไปอย่างเปล่าประโยชน์ได้

     

    ทําให้นอกจากการเคลื่อนไหวของเขาจะลื่นไหลมากขึ้นแล้วมันยังรวดเร็วขึ้นและคล่องแคล่วขึ้นอีกด้วย

     

    เหตุนี้เองภาพที่เขากําลังทําการแก้ไขงานเขียนด้วยความเร็วมือที่ว่องไวจึงทําให้ชายหนุ่มแซ่ต้วนตกตะลึงอย่างที่เห็น

     

    บอกได้เลยว่าตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ต้วนหยางก็ไม่เคยพบเห็นใครที่มีความเร็วมือมากมายเช่นเพื่อนของเขาเลย

     

    เป็นไปได้อย่างไร!

     

    เพื่อนของเขาน่าทึ่งมากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

     

    โดยที่ไม่รู้ตัวเขาก็ได้ยินเสียงพูดของอีกฝ่ายซะแล้ว

     

    “ฉันคงจะพูดเกินไปหน่อยที่ว่าต้องลบทิ้งแล้วเขียนซะใหม่ เพราะนี่เป็นวิทยานิพนธ์ของเขาการไปยุ่งเกี่ยวกับมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรสักเท่าไหร่ดังนั้นการที่จะช่วยเขาแก้ไขมัน แค่สอดแทรกแนวคิดและอธิบายหลักอ้างอิงลงไปก็พอแล้วที่เหลือเขาจะทําอะไรมันก็เรื่องของเขา’’

     

    จางเจิ้นหยุดมือลงและพยักหน้าวิทยานิพนธ์ยังไงก็ยังคงเป็นงานเขียนดังนั้นการไปแก้ไขงานเขียนของผู้อื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรแต่การจะแนะนําหรือสอดแทรกแนวคิดลงไปนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดแม้แต่น้อยจึงทําให้เขาเลือกที่จะทําอย่างนี้แทน

     

    ต้วนหยางที่ได้ยินก็ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดีเขาจึงเดินไปดูงานเขียนที่ถูกสอดแทรกแนวคิด ก่อนจะตกตะลึงอีกครั้ง

     

    แนวคิดนี้ไม่ได้มาอย่างไรเหตุผลแต่มาพร้อมกับคําอธิบายถึงหลักอ้างอิงโดยรวม ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงภาพรวมได้ดีกระทั่งระบุความสําคัญต่างๆลงไปด้วย

     

    “เจิ้นนี่นายเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?’’ ท้ายที่สุด เขาอดหันไปถามเพื่อนของเขาอย่างเหลือเชื่อไม่ได้

     

    จะมีสักกี่คนกันเชียวที่สามารถมองออกถึงช่องโหว่ของวิทยานิพนธ์คนอื่นได้ในการมองเพียงครั้งเดียว?

     

    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพื่อนของเขาเป็นอัจฉริยะ!

     

    ต่อหน้าคําถามนี้จางเจิ้นเพียงหัวเราะเบาๆ

     

    “ฉันเก่งแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่พวกเรารู้จักกันแล้ว!’’

     

    “...’’ต้วนหยางชะงักหมดคําพูดไปโดยปริยาย เขารู้สึกคุ้นหูกับคําพูดนี้เป็นอย่างมาก

     

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…

     

    ชายหนุ่มแซ่จางและชายหนุ่มแซ่ต้วนได้ทานอาหารเสร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

    ตอนนี้พวกเขาจึงเริ่มหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขา

     

    “เจิ้นตอนนี้เรายังไม่มีเงินทุนที่มากพอสําหรับการตั้งบริษัท หรือจัดหาสถานที่ดีๆเลย’’ต้วนหยางพูด เขาดูจริงจังกับเรื่องนี้มาก

     

    จางเจิ้นพยักหน้าเขาเข้าใจถึงเรื่องนี้ดี ว่าหากปราศจากเงินทุนแล้วการจะเดินหน้าต่อย่อมไม่สามารถทําได้

     

    อย่างไรก็ตามเขาได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้แล้วมันจึงไม่ได้เป็นปัญหาให้เขากังวลแม้แต่น้อย

     

    เขาจึงค่อยๆอธิบายอย่างใจเย็นว่า

     

    “เรื่องนี้เราแค่ต้องหาผู้ร่วมอุดมการณ์ที่ดีแล้วเงินทุนจะตามมาเอง ซึ่งแน่นอนแล้วว่าฉันมีคนหนึ่งทีน่าจะสามารถช่วยเรื่องนี้ได้’’

     

    “ใครอย่างนั้นเหรอ?’’ต้วนหยางกลอกตาอย่างสงสัย ใครกันที่สามารถช่วยในเรื่องนี้ได้?

     

    จางเจิ้นไม่ตอบแต่กลับนําบางสิ่งบางอย่างออกมาแทน

     

    ทันทีที่เห็นนามบัตรตรงหน้าต้วนหยางก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

     

    “บริษัทอุตสาหกรรมหลัวซวน?CEO ต้าชาง? หรือว่านายจะรู้จักกับเขา?’’

     

    บริษัทอุตสาหกรรมหลัวซวนในซูโจวถือได้ว่าเป็นยักใหญ่แห่งวงการไม่น้อยจึงไม่แปลกที่คนทั่วไปจะสามารถรู้จักได้

     

    แต่สําหรับCEO ต้าชาง แล้ว บอกได้เลยว่าการจะรู้จักชื่อนี้ได้ จะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษดังนั้นต้วนหยางจึงสับสนเป็นอย่างมากว่าเพื่อนของเขาอาจจะรู้จักกับคนใหญ่คนโตคนนี้

     

    “ใช่ไม่กี่วันก่อนนี้ฉันได้ช่วยเหลือเขาในเรื่องหนึ่งเอาไว้ ดังนั้นเขาจึงให้นามบัตรกับฉันมาและบอกอีกด้วยว่าสามารถขอความช่วยเหลือได้เลย โดยไม่ต้องเกรงใจ’’ จางเจิ้นพยักหน้าแววตาเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าเพื่อนของเขาจะรู้จักอาชางด้วย

     

    หรือว่าจริงๆแล้วอาชางคนนี้จะมีชื่อเสียงไม่น้อย?

     

    “ช่วยเหลือ?นายนี่โชคดีมากเลยนะเพื่อน!’’ ทางด้านต้วนหยางที่ได้ยินก็ดูจะผงะไปเพื่อนของเขานี่จะโชคดีบ่อยเกินไปแล้ว

     

    “ทําไม?อาชางคนนี้โด่งดังมากเลยอย่างนั้นเหรอ?’’ ท้ายที่สุด จางเจิ้นก็อดถามออกไปไม่ได้เขาไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับบริษัทอุตสาหกรรมซะเท่าไหร่

     

    เหตุนี้เองเขาจึงสงสัยเป็นอย่างมากว่าอาชางและบริษัทอุตสาหกรรมหลัวซวนมีความสําคัญมากน้อยแค่ไหน

     

    ถึงจะประหลาดใจอยู่บ้างแต่ต้วนหยางก็ไม่ได้รอช้า เขาอธิบายเกี่ยวกับสองอย่างนี้ออกไป

     

    ไม่นานจางเจิ้นก็เข้าใจได้ว่าอาชางและบริษัทอุตสาหกรรมหลัวซวนนั้นเปรียบเสมือนรากฐานของซูโจวหากปราศจากพวกเขาแล้ว เศรษฐกิจภายในเมืองก็อาจจะตกตํ่าลง

     

    แน่นอนว่าสําหรับเรื่องนี้แล้วจางเจิ้นเพียงแค่ประหลาดใจเล็กน้อย เพราะในความคิดของเขาคนอย่างอาชางที่สามารถซื้อภาพวาดในราคาหลายแสนหยวนได้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว

     

    วินาทีต่อมา

     

    จางเจิ้นจึงตัดสินใจโทรหาอีกฝ่ายในที่สุด

     

    และทันทีที่มีคนรับสาย…

     

    เสียงของชายวัยกลางคนก็ได้ถูกส่งออกมาอย่างตื่นเต้น

     

    “พ่อหนุ่มจางในที่สุดเธอก็โทรมา!’’

     

    ต้าชางที่อยู่ปลายทางรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขากําลังคิดอยู่เลยว่าเขาจะมีโอกาสได้พูดคุยกับชายหนุ่มคนนี้อีกเมื่อไหร่

     

    บอกได้ว่าหลังที่ต้าชางได้รับภาพวาดสี่ฤดูผันแปรและนําไปเป็นของขวัญวันเกิดให้แก่เพื่อนของเขาแล้วเขาก็ได้รับคําชื่นชมมากมาย กระทั่งต้องคอยตอบคําถามถึงที่มาของมันอีกด้วย

     

    สําคัญเลยคือเพื่อนของเขาที่ได้รู้ว่าภาพวาดระดับนั้นไม่ใช่ภาพที่ถูกวาดขึ้นโดยอาจารย์หลูอีกฝ่ายก็พลันอยากที่จะทําความรู้จักกับชายหนุ่มผู้ที่วาดมัน

     

    ดังนั้นเขาจึงรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกครั้งในเมื่อไหร่

     

    อย่างไรก็ตามวันนี้ในที่สุดโอกาสก็มาเยือนเขาโดยไม่ได้ทันตั้งตัวเขาจึงรู้สึกมีความสุขและดีใจเป็นอย่างมาก

     

    ท้ายที่สุดเขาก็ได้เอ่ยออกไป

     

    “ไม่ว่าเธอจะขอให้อาชางคนนี้ช่วยอะไรอาสามารถรับรองได้เลยว่าเธอจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน!’’

     

    คําไหนคํานั้น!

     

    คนแซ่ต้าเช่นเขาไม่เคยบิดพลิ้วแม้สักครั้ง!

    คล้ายกับเรื่องGalaxyTube เครือข่ายวิดีโอเชื่อมจักรวาล ที่คุณอ่าน