35-ชาบู โซจู หวานใจ
หลังพูดสิ่งที่อัดอั้นกันมานาน ภายในห้องเงียบลงพักใหญ่ สองสามีภรรยาคิดหาทางออกให้กับเหตุการณ์นี้ให้เกิดผลกระทบทั้งสองฝ่ายน้อยที่สุด ทั้งคู่รู้ว่าหัวใจของอีกฝ่ายไม่ใช่ตนเป็เ้าของ มันไม่เคยเป็ของกันและกันมาั้แ่แรก
“เป้จะอยู่ที่นี่ต่อก็ได้ เดี๋ยวพี่ย้ายไปอยู่ที่อื่นสักพัก เอาที่เป้สบายใจได้เลย” รังสรรค์ให้สิทธิ์ปวริศาเลือกว่าจะเดินออกไป หรืออยู่ห้องนี้ต่อ หากหญิงสาวจะอยู่เขาจะเป็ฝ่ายไปเอง
“ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ห้องนี้เป็ของพี่ เป้จะออกไปเอง พี่ตั้งเองอยู่ที่นี่จะได้ไปทำงานสะดวก” โดยไม่ต้องคิดปวริศาก็ตอบว่าเธอจะเป็คนออกไปเอง ถึงหญิงสาวจะหักหลัง แต่ก็อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน รู้จักกันมาก็หลายปี ไม่วายให้นึกห่วงใยอยู่บ้าง
“แล้วเป้จะไปอยู่ไหน ถ้ากลับบ้านตอนนี้พ่อแม่ก็คงซักไซ้หนักแน่ๆ”
“เป้มีห้องที่เคยซื้อไว้อยู่ใกล้ที่ทำงานตอนนี้ ไปอยู่ที่นั่นสะดวกกว่าที่นี่ อีกอย่างไม่ต้องกังวลว่าเป้จะไปเปิดตัวกับนายกรเร็วๆ นี้หรอกค่ะ เป้เข้าใจข้อดีว่าอันไหนทำได้ทำไม่ได้ ไม่คิดสั้นขนาดนั้นหรอกค่ะ” ตราบใดที่เธอยังมีสถานะเป็ภรรยาของรังสรรค์อยู่ย่อมไม่ไปไหนมาไหนกับศิวกรอย่างเปิดเผยแน่นอน
“อืม เื่หย่าคงทำไม่ได้เร็วๆ นี้ รอไปอีกสักพักก่อน เราเพิ่งแต่งงานกันครึ่งปี มาหย่ากันรวดเร็วไปพ่อแม่ของพี่กับเป้คงไม่สบายใจ”
“เป้ก็คิดเหมือนกัน ทำตามที่พี่ว่าได้เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ไม่ลุกขึ้นมาประจานเป้ แล้วยังจะเลิกกับเป้โดยไม่ฟ้องร้องกัน” หญิงสาวมองสามีในนามอย่างซึ้งใจ ถึงแม้เธอจะทำเื่เลวร้ายเกินจะรับได้ เขาก็ยังยอมนั่งพูดกับเธอ พยายามคุยกันด้วยเหตุผลไม่ทะเลาะกันใหญ่โต
“พี่เองก็ทำไม่ดีกับเรา การมองข้ามสิ่งที่สำคัญต่อผู้หญิงคนหนึ่ง มันมาจากเราไม่ได้ตั้งใจจะรักกัน มันเป็ความผิดของพี่เต็มๆ ต้องขอโทษเป้ด้วยซ้ำ พ่อแม่เราทั้งคู่คงต้องค่อยๆ พูด หาเหตุผลดีๆ ไปอธิบายให้ท่านเข้าใจ ทุกอย่างลงตัวแล้วเราค่อยนัดวันไปหย่ากัน” ปวริศาพยักหน้ายอมรับ การพูดคุยกันครั้งนี้ถือว่าทั้งสองคนได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็อิสระครึ่งหนึ่งแล้ว
ผลประกอบการครึ่งปีแรกดีเกินคาด พนักงานของอิเล็กทรอนิกส์กรุปต่างได้รับโบนัสกลางปีด้วยตัวเลขที่น่าพอใจ เจอใครๆ ต่างยิ้มแย้มหน้าบานไม่หุบ แผนกการตลาดก็เป็หนึ่งในนั้น
“ยิ้มเห็นฟันทุกซี่มาแต่ไกลเลยนะเ้าโจ๊ก”
“อะโห่ววว แน่นอนสิครับพี่จอย ว่าแต่ผมเหอะ วันนี้ออร่าคนมีตังค์ก็จับอยู่นะพี่อะ”
“ขอมันแน่อยู่แล้วค่ะ วันนี้นอกจากจะสวยแล้วก็รวยด้วย” จอยยืนโพสต์ท่าพ้อยเท้าราวกับยืนบนเวทีประกวดนางงามเมื่อพูดหยอกล้อกับรุ่นน้องในแผนก สร้างความขบขันให้คนที่พบเห็น ขาเม้าท์แก๊งนี้ก็เป็สีสันให้การทำงานของลลิตากับเมษยาไม่น่าเบื่อและกดดันเกินไป การมีเพื่อนร่วมงานแบบนี้สร้างความสุขใจได้อีกรูปแบบ
“อะๆ มาโน่นแล้ว หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ ทั้งออฟฟิศ แต่เขามองแค่คนเดียวเล้ย แจงเศร้านิดนึง” แจงทำตาปริบๆ มองผู้ชายดูดีที่เดินมุ่งหน้ามาถึงแผนกการตลาดตาละห้อย คนอื่นๆ ก็หันมองตามโดยอัตโนมัติ
“ฮู้ววว อย่าให้มันเว่อร์ไปยัยแจง ของน้องนุ่ง”
“ฮึ่ย เจ็บนะไอ้โจ๊ก มาผลักหัวกันทำไมเนี่ย ผมเสียทรงหมด” แจงได้แต่ทำหน้าจะกัดโจ๊กคืน จนจอยต้องเดินเข้าไปแยกคนทั้งคู่ให้ออกจากกัน
“น้องลิ้นจี่ พี่ซื้ออเมริกาโน่ส้มมาฝากครับ นี่มีแซนด์วิชด้วย ตอนเช้าจะได้สดชื่น ไม่ต้องหิ้วท้องรอจนเที่ยงด้วย”
“ขอบคุณพี่น่านมากค่ะ แล้วพี่ทานอะไรตอนเช้าแล้วยัง”
“พี่อเมริกาโน่แก้วเดียวก็เอาอยู่แล้วครับ ตอนเช้าพี่ไม่ค่อยทาน แต่เราต้องกินนะ ผอมลงมากเลย่นี้” ลลิตาพยักหน้ารับปาก คนพี่ก็เอ็นดูลูบเส้นผมดำยาวของเธออย่างทะนุถนอม
“โน่น ดูคนเขาเทคแคร์กันแบบนั้น ไม่ใช่เอะอะเฉดหัว เอะอะทึ้งผมกัน ความสุภาพบุรุษอะคุณโจ๊ก ดูและจำ นำไปใช้ค่ะ” ไม่วายให้คนที่มองเหตุการณ์อดเปรียบเทียบไม่ได้
“โถ่วยัยแจง เขามันเทพบุตร โจ๊กก็มีแนวทางของตัวเองมั้ย แบดบอยอะรู้จักมะ” โจ๊กยังไม่สำนึก ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างไม่ใส่ใจ คนได้ยินต้องปลงตก เหนื่อยใจกับมันจริงๆ สองหนุ่มสาวตอนนี้ก็ไม่นำพากับสายตาที่จับจ้องแล้ว หลังจากลลิตาเปิดใจให้น่านนทีเป็คนพิเศษมากกว่าคนอื่น เขาสามารถจีบเธอได้อย่างไม่ต้องกั๊กแล้ว ด้านเมษยาก็มีความคืบหน้าเช่นกัน เธอมีผู้ชายคอยตามตื๊อไม่ห่าง ไปไหนก็ตามติดอยู่ตลอด
“นี่นายจะมานั่งทำไมตรงนี้เนี่ย โต๊ะทำงานนายอยู่โน่น ไปไกลๆ เลย”
“ไม่อะ ผมจะย้ายโต๊ะทำงานมาตรงนี้ ขอสลับโต๊ะทำงานกับพี่แจงแล้ว พี่เขาตกลงเรียบร้อย”
“นายจะบ้ารึไง ฉันทำงานต้องประสานกับพี่แจง นายมานั่งนี่ทำให้ฉันกับพี่แจงทำงานลำบากขึ้นนะ”
“เอ้าเหรอ งั้นก็ไม่ย้ายโต๊ะละ แต่ขอนั่งมองก่อน”
“มองอะไร นี่มันจ้องกะเอาให้เห็นขนทุกเส้นจนครบเลยรึไง” เมษยาถลึงตาโตใส่คนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ โชคร้ายที่เขาไม่คิดว่าท่าทางแบบนั้นน่าเกรงกลัวเลย
“มองไม่เคยพอหรอก นั่งมองทั้งวันทั้งคืนยังไม่รู้จะพอมั้ย” สายตาที่มองเธอจริงจังขึ้น เล่นเอาขนลุกไปทั้งตัว ดีหน่อยตอนเข้าห้องน้ำไปตามไปส่งถึงหน้าห้อง คนนั้นจะเป็ใครได้ถ้าไม่ใช่ลักษณ์ หญิงสาวตัวเล็กท่าทางเฉิ่มเชยภายใต้กรอบแว่นหนารู้มาพักใหญ่แล้วว่าพนักงานหนุ่มรุ่นน้องคนนี้คือลูกชายคนเล็กของประธานบริษัท ตอนแรกก็สับสนมึนงง ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อน แต่คนรอบตัวทุกคนรู้! เมษยาจึงตั้งใจหลบเลี่ยงลักษณ์ พูดคุยกันเท่าที่จำเป็ ขีดเส้นความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานลูกชายประธานใหญ่อย่างชัดเจน นั่นทำให้ชายหนุ่มอึดอัดและไม่พอใจ เขาชอบให้รุ่นพี่ตัวเล็กจิกกัด พูดคุยกันได้อย่างแต่ก่อนมากกว่า ประจวบเหมาะที่มีคนไม่มีตาเซ่อซ่าเข้ามาจีบเมษยา แต่เธอดันไม่รู้ว่าถูกผู้ชายจีบ ลักษณ์อยากจะบ้าตาย คนแบบนี้เหรอที่ทำให้เขาต้องปวดหัวคิดวนแต่เื่ของเธอซ้ำๆ สุดท้ายมาลงเอยที่คอยตามติดรุ่นพี่สาวแจ คนถูกตามทำหน้าหน่ายใจ หากเป็ภาพที่คนทั้งแผนกทั้งขำทั้งเอ็นดู อีกมุมก็นึกสงสารเมษยาที่ยังไม่คบเป็แฟนลักษณ์ก็ยังเป็ถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าคบกันจริงฝ่ายชายจะคลั่งรักขนาดไหน
ตกเย็นทุกคนในแผนกการตลาดนัดเจอกันที่ร้านชาบูเ้าดังใกล้บริษัท ตอนแรกจะไปกินปิ้งย่างกันแต่สาวๆ หลายคนในแผนก่นี้รักสุขภาพกัน ขอกินแบบน้ำๆ ต้มๆ จะดีกว่า หนุ่มๆ ที่ประชากรน้อยกว่าก็ต้องตามใจ
“มาๆๆ ฉลองโบนัสครึ่งปีแรกที่สวยงามของเรา เอ้ามา ชนแก้ววว”
“ชนนนน แกร้งๆๆ” แต่ต้องแกล้มด้วยโซจูให้สมกับการสังสรรค์ที่นานๆ ครั้งจะได้มาพร้อมหน้าทั้งแผนกแบบนี้
“ลิ้นจี่เอาน้ำอะไรเพิ่มมั้ย พี่จะไปเติมน้ำ”
“เป็น้ำบ๊วยแล้วกันค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“อีกแล้วนะ ไม่ต้องขอบคุณบ่อยขนาดนั้น พี่เต็มใจทำให้เรา” ลลิตาจำต้องยิ้มรับความสุภาพบุรุษของเขา น่านนทีถูกรุ่นพี่สายชงอย่างจอยชักชวนให้มาด้วยกัน ชายหนุ่มไม่ติดขัดเพราะลลิตาก็มาด้วย เขาเต็มใจที่จะได้สร้างความทรงจำที่ดีกับหญิงสาวในโอกาสต่างๆ
“เป็ไงน้องน่าน เตรียมพร้อมแล้วยัง พี่ไปเตี๊ยมกับพนักงานมาแล้ว ของที่น่านเตรียมมาเขาจะรันตามขั้นตอนที่นัดกันไว้”
“พร้อมครับ แต่ผมตื่นเต้นมากเลย”
“ฮ่าๆๆๆ น่ารักจริงๆ เลยเราเนี่ย อย่ากังวลไป ทำให้เต็มที่ก็พอ” จอยหัวเราะให้กับท่าทางราวกับคนจีบสาวครั้งแรกของน่านนที ครั้งนี้ชายหนุ่มเตรียมตัวมาพร้อมที่จะขอลลิตาเป็แฟน เื่นี้ทุกคนในแผนกของหญิงสาวมีส่วนรู้เห็นเป็ใจกันอย่างพร้อมเพรียง ติดแค่ลักษณ์ที่มองบนอย่างเซ็งๆ ช่วยไม่ได้ที่คนเขาใจสู้ขนาดนี้ จะไปขัดขวางคงถูกสาปส่งน่าดู
“มาๆๆ ลิ้นจี่ดื่มแต่น้ำบ๊วยจะไปอร่อยได้ไง วันนี้ก็ต้องจัดโซจูบ๊วยแล้วมั้ย อร่อยนะ หรือเอามิกซ์มั้ยพี่ชงให้”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่โจ๊ก เดี๋ยวลิ้นจี่ชงเองค่ะ” ลลิตายิ้มรับไมตรีน้ำเมาของโจ๊ก ขวดโซจูถูกส่งถึงมือเธอ นานมากแล้วที่เธอไม่แตะต้องของมึนเมา ทุกครั้งไปกินเมื่อทุกข์ใจ ครั้งนี้แตกต่างเธอกินเพื่อเข้าสังคมให้บรรยากาศไม่อึดอัด กินนิดหน่อยพอเป็พิธีคงไม่เป็ไร
“ลิ้นจี่ พี่มีเื่อยากขอ พี่ขอให้เราเป็แฟนกันได้มั้ย รับรักพี่นะครับ!” จู่ๆ คนนั่งข้างกันก็คุกเข่ายื่นดอกกุหลาบสีขาวดอกโตให้เธอท่ามกลางสายตาคนทั้งร้านที่มองมา
“คะ? พี่น่าน เล่นอะไรคะเนี่ย คนมองกันทั้งร้านแล้ว ลุกขึ้นเถอะค่ะ”
“ไม่ครับ จนกว่าจะได้คำตอบว่าเราตกลงหรือปฏิเสธพี่”
“ตกลงๆๆๆ” เสียงโห่เชียร์ของคนในแผนกดังไม่ขาด ‘น่านนทีกำลังขอเธอเป็แฟน’ ลลิตาจ้องตาชายหนุ่มที่มุ่งมั่นและจริงใจตรงหน้า ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำให้เธอต้องเจ็บช้ำใจ หรือไม่สบายใจ และเชื่อมั่นว่าจะเป็แบบนี้ต่อไป เป็โชคของผู้หญิงที่ได้เป็แฟนเขาแล้ว ตอนนี้หญิงสาวไม่มีใคร ไม่ผิดหากโชคดีนี้เธอจะขอเป็คนคว้าไว้เอง
“อื้อ ตกลงค่ะ เราจะเป็แฟนกัน” ลลิตาพยักหน้ารัวๆ สิ้นเสียงตอบรับคำขอก็ปรากฏรอยยิ้มบนหน้าสองหนุ่มสาว เสียงโห่ร้องยินดีจากเพื่อนร่วมงานดังก้องไปทั้งร้าน ในที่สุดคนที่เชียร์มานานก็ตกลงเป็หวานใจกันแล้ว ‘นี้คือร้านชาบู ทุกคนคิดบ้างหรือไม่ว่าเธอนั้นอับอายมากกว่าจะเขินอาย’ ลลิตาได้แต่คิดในใจด้วยใบหน้าแดงก่ำ
__________
โอเค ลูกสาวมีแฟนแล้ว แต่อิพ่อกำลังจะหย่าเมีย เอาล่ะ เื่ราวมันชักจะไปกันใหญ่ ใดๆ คุณน่านขอสาวเป็แฟนได้เอิกเกริกจริงๆ ไรท์หัวจะปวด นี่ฉันทำอะไรลงไป ฮรือออ