เมื่อทหารเอล์ฟสังเกตเห็นเซลิน่าที่มากับพวกคิน ทุกคนใและดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง พวกเขารีบเข้าไปทำความเคารพและถามอย่างเป็ห่วง
“พระองค์! พระองค์ทรงหายไปไหนมาเดือนกว่า?” หนึ่งในทหารเอล์ฟถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “พวกเราต้องออกตามหาพระองค์กันทั่วทั้งป่าเอล์ฟ”
เซลิน่ามองทหารเอล์ฟด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “ข้าถูกไซครอปไล่ล่าแล้วหลุดเข้าไปในดันเจี้ยนทับซ้อนกันทำให้ไปโผล่ที่โลกของคนพวกนี้ แต่ข้าหายไปแค่วันเดียวนะ”
พวกคินยืนมองด้วยความใและไม่คาดคิดว่าเซลิน่าที่พวกเขารู้เป็เแฟรรี่ในป่าเอล์ฟนั้นแท้จริงแล้วเป็เ้าหญิงหรือราชวงศ์ของเอล์ฟ
“เรายังไม่ทราบเลยว่าเซลิน่าคือเ้าหญิงของป่าเอล์ฟ” คินกล่าวกับเพื่อนๆ ด้วยความประหลาดใจ “นี่เป็เื่ที่น่าใมาก”
“ใช่ค่ะ” มินท์เสริม “เราไม่เคยคาดคิดเลยว่าพวกเราจะได้พบกับพระราชินีหรือเ้าหญิงในป่าที่นี่”
เซลิน่ามองไปยังพวกคินและกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าไม่ใช่เชื้อพระวงศ์หรือราชวงศ์อะไรทั้งนั้น ข้าเป็แค่เพื่อนของราชินีเอล์ฟเท่านั้น”
พวกคินพยักหน้าเขาใจที่เซลิน่าบอกแล้ว
เซลิน่าหันไปถามทหารเอล์ฟด้วยความสงสัย “ข้าหายไปแค่วันเดียว ทำไมพวกเ้าบอกว่าข้าหายไปเดือนกว่าล่ะ?”
ทหารเอล์ฟคนหนึ่งที่ยืนอยู่ก้าวเข้ามาและตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านหายไปหลายสัปดาห์แล้ว พวกเราตามหาท่านอย่างไม่หยุดยั้งตามคำสั่งขององค์ราชินี เรายังไม่รู้ว่าท่านหายไปได้อย่างไร แต่ตอนนี้ที่ท่านกลับมา เรารู้สึกดีใจและโล่งใจมาก”
มินท์เริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและพูดขึ้น “อาจจะมีความแตกต่างของเวลาในแต่ละโลก ทำให้เวลาที่โลกของเรากับโลกนี้ไม่ตรงกัน นั่นอาจเป็สาเหตุที่ทำให้เซลิน่าดูเหมือนหายไปนานกว่าที่จริง”
เซลิน่ามองไปที่มินท์ด้วยความสนใจ “หมายความว่ายังไง? อธิบายให้ละเอียดหน่อย”
มินท์อธิบายอย่างละเอียด “ตามทฤษฎีนี้ โลกทั้งสองอาจมีการไหลของเวลาไม่เหมือนกัน เช่น โลกนี้อาจมีเวลาเคลื่อนที่เร็วหรือช้ากว่าโลกของเรา นั่นอาจทำให้่เวลาที่เราคิดว่าผ่านไปในโลกหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็เวลาที่ต่างออกไปในอีกโลกหนึ่ง”
ธีร์พยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าเป็แบบนั้น เราต้องระมัดระวังเื่การจัดการเวลาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความแตกต่างของเวลา”
คินเสริม “แต่เท่าที่ฉันฟังมา เวลาของโลกเราเดินช้ากว่าโลกนี้ แต่ไม่รู้ว่าแตกต่างกันมากแค่ไหน” คินหันไปถามทหารเอล์ฟ “เซลิน่าหายไปกี่วันแล้วครับ?”
ทหารเอล์ฟตอบ “ประมาณ 52 วันแล้วครับ”
มินท์คิดอยู่สักพักแล้วพูดว่า “งั้นแปลว่า 1 ปีในโลกนี้เท่ากับ 7 วันในโลกของเรา”
เซลิน่าทำหน้าใ “ดังนั้นเวลาในโลกนี้หมุนไปเร็วกว่าที่คิดมาก นั่นอธิบายได้ว่าทำไมพวกทหารถึงรู้สึกว่าข้าหายไปนาน”
“ใช่” มินท์กล่าว “และเราต้องให้ความสำคัญกับความแตกต่างนี้ในการวางแผนต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต”
ทหารเอล์ฟที่ยืนอยู่ยิ้มและกล่าว “ขอบคุณที่ช่วยเหลือเราในวันนี้ และยินดีที่ท่านกลับมาอย่างปลอดภัย”
ทหารเอล์ฟที่ยืนอยู่กับเซลิน่าและกล่าวว่า “ท่านจะต้องไปพบพระราชินีเอล์ฟเพื่อแจ้งข่าวเกี่ยวกับการกลับมาของท่าน พวกเราจะพาพวกท่านไปยังพระราชวัง”
เซลิน่าหันไปหาพวกคินและกล่าวว่า “ข้าจะต้องไปพบฟีเลีย และแจ้งข่าวให้ให้นางรู้ นางคงเป็ห่วงข้ามากตอนนี้”
ธีร์พูดขึ้น “เราพร้อมที่จะไปกับเธอ”
“ดีจัง” เซลิน่าตอบ “ขอให้พวกเ้าตามเรามาที่พระราชวังด้วย”
พวกทหารเอล์ฟนำพวกคินเดินทางไปยังพระราชวัง ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย โดยเริ่มต้นจากป่าที่เขียวขจีที่เต็มไปด้วยเสียงนกร้องและลมพัดเบาๆ พวกเขาเดินผ่านลำธารใสสะอาดและทุ่งนาที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้และพืชพันธุ์
ระหว่างทาง พวกเขาได้เห็นสัตว์ป่าที่เดินเล่นอย่างสบายใจในธรรมชาติ และฟังเสียงน้ำไหลที่มีความสงบและผ่อนคลาย
หลังจากการเดินทางเป็เวลาครึ่งวัน พวกเขามาถึงกำแพงเมืองที่ยิ่งใหญ่ใน่เย็น กำแพงเมืองถูกสร้างขึ้นจากหินธรรมชาติที่ดูแข็งแรงคงทนและสวยงามอย่างงดงาม ซึ่งสะท้อนถึงความละเอียดอ่อนและความสามารถของช่างฝีมือเอล์ฟ
หลังกำแพง พวกเขาสามารถมองเห็นต้นไม้ใหญ่โตที่มีความสูงมากจนดูเหมือนจะแตะต้องท้องฟ้า ทหารเอล์ฟคนหนึ่งชี้ไปที่ต้นไม้นั้นและกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ “นั่นคือต้นโลก หรือที่เรียกกันว่า อิกดราซิล มันเป็ที่ตั้งของพระราชวังของเอล์ฟ และเป็ศูนย์กลางแห่งความรู้และพลังงานของเรา”
คินมองด้วยความทึ่ง “มันใหญ่และงดงามมาก”
มินท์กล่าวเสริม “อิกดราซิล เป็สัญลักษณ์ของชีวิตและความยั่งยืนของโลกใบนี้ และยังเป็แหล่งรวมพลังงานธรรมชาติที่ไม่มีที่สิ้นสุด”
เซลิน่าหันไปมองทหารเอล์ฟและกล่าว “นำทางพวกเราไปยังพระราชวังเถิด ข้าอยากจะพบกับฟีเลียโดยเร็ว”
พวกทหารพาพวกคินเข้าผ่านประตูเมืองที่ทำอย่างปราณีตสวยงาม ประตูนั้นถูกแกะสลักด้วยลวดลายธรรมชาติที่ละเอียดอ่อน ดูเข้ากับเมืองอย่างลงตัว เมื่อเข้ามาภายในเมือง บรรยากาศดูร่มรื่นและสดชื่น บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติแต่ดูงดงามและมีเอกลักษณ์
ชาวเมืองมองมาทางพวกคินด้วยความสงสัยและความสนใจ เพราะการปรากฏตัวของมนุษย์ในเมืองเอล์ฟเป็สิ่งที่หายากและไม่เคยเกิดขึ้นบ่อยนัก บางคนกระซิบกระซาบกันอย่างเบาๆ ขณะที่พวกคินเดินผ่าน พวกเขาสามารถััได้ถึงความเป็มิตรและความอบอุ่นของชาวเอล์ฟ แต่ก็มีความอยากรู้อยากเห็นอยู่ในสายตาของพวกเขา
"นั่นมนุษย์จริงๆ หรือ?" ชาวเอล์ฟคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความสงสัย
"ใช่ พวกเขามากับท่านเซลิน่าด้วย" อีกคนตอบ "พวกเขาต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ"
ธีร์หันไปมองรอบๆ อย่างประทับใจ “ที่นี่สวยงามมาก ฉันไม่เคยเห็นเมืองที่ใช้ธรรมชาติได้ขนาดนี้มาก่อน”
มินท์พยักหน้า “ใช่ค่ะ มันให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่นมาก”
เซลิน่ายิ้มเล็กน้อย “เมืองเอล์ฟมีความพิเศษตรงนี้แหละค่ะ ทุกอย่างสร้างจากความรักและเคารพธรรมชาติ”
พวกทหารนำพวกคินไปยังปราสาทที่ตั้งอยู่ใกล้กับต้นไม้โลก หรือที่เรียกว่า อิกดราซิล ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สูงเสียดฟ้า เปล่งประกายแสงสีทองเบาๆ จากใบและกิ่งก้าน ทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และสงบสุข
เมื่อพวกคินเดินทางมาถึง พวกเขาพบว่าปราสาทแห่งนี้มีความงามและความลึกลับที่ไม่มีที่ใดเหมือน ปราสาทสร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ ทั้งไม้ หิน และคริสตัล ที่ถูกนำมาใช้อย่างปราณีตและสอดคล้องกับธรรมชาติรอบข้าง
ผนังของปราสาททำจากไม้แกะสลักอย่างละเอียดลออ เป็ลวดลายที่บ่งบอกถึงตำนานและเื่ราวของชาวเอล์ฟ เสาหินขนาดใหญ่ถูกสร้างจากหินธรรมชาติที่มีสีสันหลากหลาย ประดับด้วยคริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ ทำให้ปราสาทดูเหมือนเปล่งแสงในยามค่ำคืน
หลังคาของปราสาทสร้างจากไม้เนื้อแข็งที่มีความคงทน มีต้นไม้เล็กๆ และเถาวัลย์ที่เลื้อยปกคลุมอยู่รอบๆ ทำให้ดูเหมือนปราสาทเป็ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความสงบและความสวยงามของธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์
หน้าปราสาทมีน้ำพุขนาดใหญ่ที่มีน้ำใสไหลเวียนอย่างสวยงาม ดอกไม้หลากสีสันปลูกไว้รอบๆ ทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความสดชื่นและงดงาม เสียงน้ำไหลเพิ่มความสงบและผ่อนคลายให้กับทุกคนที่เข้ามาเยือน
เมื่อพวกทหารพาพวกคินมาถึงประตูทางเข้าพระราชวัง พวกเขาตกตะลึงกับความงดงามของประตูที่เห็นอยู่ตรงหน้า ประตูทางเข้าพระราชวังเอล์ฟถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตด้วยไม้แกะสลักและคริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงอาทิตย์
“โอ้โห... นี่มันสวยงามมากจริงๆ” ธีร์พูดขึ้นด้วยความประทับใจ
มินท์พยักหน้า “ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน มันดูเหมือนจะเป็ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ”
คินมองไปรอบๆ แล้วกล่าว “ที่นี่มีเสน่ห์และความลึกลับที่ยากจะหาได้จากที่อื่น”
เซลิน่ายิ้มและกล่าว “ประตูนี้สร้างขึ้นจากความรักและความเคารพในธรรมชาติ ทุกอย่างที่นี่ถูกออกแบบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและไม่ทำลายธรรมชาติ”
ระหว่างที่เดินผ่านประตูเข้าสู่พระราชวัง ภายในเต็มไปด้วยความงามและลึกลับ โถงทางเดินประดับด้วยภาพวาดและประติมากรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวเอล์ฟ เสาหินสูงตระหง่านถูกสร้างจากหินธรรมชาติที่มีลวดลายละเอียดและคริสตัลที่ประดับไว้ดูเหมือนจะส่องแสงในยามค่ำคืน
“ว้าว... ดูเหมือนเราเดินเข้าไปในเทพนิยาย” ก้องพูดด้วยน้ำเสียงอิ่มเอม “ความสวยงามของที่นี่ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์ แต่มันทำให้รู้สึกถึงความเป็เอล์ฟในทุกๆ มุม”
พิมพ์ยิ้มตอบก้องและกล่าว “ใช่ค่ะ ที่นี่ทำให้เรารู้สึกว่าเราหลงอยู่ในโลกแห่งความฝัน ฉันรู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างล้วนมีความหมายและเต็มไปด้วยความงาม”
“แล้วที่นี่ก็มีความรู้สึกสงบและอบอุ่น” ก้องเสริม
พิมพ์หันไปมองก้องด้วยความรักและกล่าว “ฉันรู้สึกแบบเดียวกัน ฉันดีใจที่มีเธออยู่เคียงข้างใน่เวลานี้”