Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 80 แก่นแท้ของไทเก๊ก

            บริเวณโดยรอบเงียบสงัด

            เสียงของซูฮ่าวไม่ดังแต่กลับก้องอยู่นาน

            เว่ยซานเต๋อกับหลงเออร์อ้าปากค้างและมองเหตุการณ์นี้ด้วยความตะลึงจนตาค้าง สีหน้าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            หลงอีที่อยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงกลางไม่เพียงแต่ทำร้ายซูฮ่าวที่อยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงแรกไม่ได้ แต่ยังถูกซูฮ่าวโจมตีจนไม่มีแรงโต้กลับแม้แต่น้อย?

            ช่างน่าเหลือเชื่อ!

            หากเป็นเมื่อก่อนทั้งสองคนจะไม่เชื่อเรื่องอย่างนี้เด็ดขาดแต่ตอนนี้เหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำให้พวกเขาต้องเชื่อแล้ว

            บนใบหน้าที่ขาวซีดของหลงอีเต็มไปด้วยความโกรธสภาพร่างกายไร้เรี่ยวแรง แต่เขากลับเผยสายตาที่รู้สึกเยาะเย้ยตนเองออกมา

            แพ้แล้ว!

            ยอดฝีมือขั้นเซียนเทียนช่วงกลางคนหนึ่งอย่างเขาคิดไม่ถึงว่าจะถูกผู้ชายที่อายุยี่สิบปีของขั้นเซียนเทียนช่วงแรกคนนี้เอาชนะได้

            เหตุการณ์ที่น่าขำนี้มันช่างน่าขำสิ้นดี

            ซูฮ่าวมองหลงอีด้วยความเหยียดหยามและพูดเสียงเย็นชาว่า “แกนกลางของไท่เก๊กคือการผ่อนคลายและจมพลัง พลังอื่นๆล้วนพัฒนามาจากการผ่อนคลายและจมพลัง หากร่างกายไม่ผ่อนคลายและจมพลัง มันก็จะสำแดงท่วงท่าระดับลึกอย่างพลังน้อยเอาชนะพลังมากไม่ได้แม้แต่การผ่อนคลายและจมพลังคุณก็ยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริง แต่กลับกล้ามาพูดว่าตนเองประสบความสำเร็จด้านไท่เก๊ก?”

            บนใบหน้าของหลงอีร้อนผ่าวเขาอ้าปาก แต่ก็พูดอะไรไม่ออก

            เขารู้ว่าในฐานะคนแพ้ก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียง

            ซูฮ่าวส่ายหน้าแล้วยื่นนิ้วมือออกมาแตะลงบนตัวของหลงอีเพื่อเก็บพลังหยินอ่อนที่อยู่ในตัวของเขา

            หลงอีรู้สึกว่าร่างกายค่อยๆกลับมาอบอุ่น และฟื้นฟูเป็นปกติ เขาบุ้ยปากและทำมือคารวะพลางพูดด้วยสีหน้าที่อึดอัดว่า “ขอบคุณที่ออมมือ!”

            เขาในฐานะเซียนเทียนช่วงกลางหลังจากที่ถูกหมัดทลายปอดของซูฮ่าวแล้วคิดไม่ถึงว่าจะไม่มีทางแก้ไขพลังหยินอ่อนที่หลั่งไหลออกมาจากกำปั้นของอีกฝ่ายได้สุดท้ายยังต้องพึ่งพาซูฮ่าวให้ช่วยจึงจะแก้ไขได้ พูดไปแล้วก็ช่างน่าขายหน้าจริงๆ

            ซูฮ่าวโบกมือพลางเอ่ยว่า“หากคุณฝึกถึงแก่นแท้ของไท่เก๊กได้ การต่อสู้ก่อนหน้านี้ ผมคงต้องแพ้อย่างแน่นอนพูดได้แค่ว่าคุณยังต้องศึกษาแก่นแท้ของไท่เก๊กให้มากหน่อย ที่สำคัญที่สุดคือศึกษาทิศทางที่ถูกต้องผมว่าไท่เก๊กที่คุณใช้ตอนต้นก็ดูดี แต่ตอนจบกลับไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลย ยิ่งใหญ่เหมือนคลื่นโหมซัดสาดแต่จริงๆ แล้วกลับเล็กแค่นิดเดียว ดีแต่เปลือกเท่านั้น”

            สีหน้าของหลงอีก็ยิ่งอึดอัดมากขึ้น

            คำพูดของซูฮ่าวต่างจากคำพูดที่เขาวิจารณ์ซูฮ่าวก่อนหน้านี้ตรงไหน?

            หลงเออร์ที่อยู่ข้างๆเห็นพี่ชายของตนเองถูกซูฮ่าวกล่าวหาเช่นนี้ ก็ขมวดคิ้วและเข้ามาพูดเสียงหนักอึ้งว่า “สหายน้อย นายพูดเกินไปหรือเปล่า?”

            ปฏิเสธไม่ได้ว่าซูฮ่าวอาศัยกำลังของขั้นเซียนเทียนช่วงแรกเอาชนะพี่ชายที่อยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงกลางได้ความสามารถแข็งแกร่งมากจริงๆ แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าไท่เก๊กของพี่ชายตนเองไม่เอาไหนอย่างนั้นพูดได้แค่ว่าวิชาหมัดของซูฮ่าวเหนือกว่าหนึ่งขั้น

            แต่หลังจากที่ซูฮ่าวชนะแล้วกลับเยาะเย้ยไท่เก๊กของพี่ชายตนเองอย่างกำเริบ เขาจึงทนมองต่อไปไม่ได้จริงๆ

            “เกินไปหรือเปล่า?ผมคิดว่าพี่ชายของคุณน่าจะรู้ดีกว่าใครนะ” ซูฮ่าวเอามือไขว้หลังและพูดอย่างนิ่งเฉยว่า “หากคุณไม่พอใจ ผมก็ใช้ไท่เก๊กสู้กับคุณได้ให้คุณกับพี่ชายของคุณได้ดูแก่นแท้ของไท่เก๊กที่ผมพูดสักหน่อย”

            “ฉันยังอยากขอคำแนะนำจากนายสักหน่อย!” หลงเออร์หรี่ตาและผ่อนคลายร่างกายบนใบหน้ามีความมุ่งมั่นอยากจะสู้ต่อ

            สำหรับเรื่องนี้ซูฮ่าวกลับไม่พูดมากแค่หันหลังเดินไปยังที่ว่าง และตั้งท่าพร้อมกับกวักมือเรียกหลงเออร์ เพื่อบอกให้เขาโจมตีเข้ามาได้เลย

            “เอาล่ะนะ!” หลงเออร์ส่งเสียงเตือนและกระทืบเท้าลงบนพื้นทันที เขาวิ่งไปทางซูฮ่าวราวกับม้าป่าที่หลุดจากพันธนาการ

            ในขณะเดียวกันแขนของเขาก็โค้ง ฝ่ามือกำหมัด ต่อยไปที่ใบหน้าของซูฮ่าวทันที

            หมัดนี้รวดเร็วและรุนแรงเป็นอย่างยิ่งพลังลมที่ออกมาจากหมัดกระจายออกไป พัดผมของซูฮ่าวจนยุ่งเหยิง

            “มวยไท่เก๊กการฝึกเน่ยตัน สังเกตลักษณะของธรรมชาติ สยบแข็งด้วยอ่อนสยบการเคลื่อนไหวด้วยความเงียบ… ” ซูฮ่าวไม่สะทกสะท้าน ปากก็พูดพึมพำ

            “เอาใจนำพาร่างกายยกระดับจิตใจ คือร่างกายสะท้อนจิตใจ คือจิตใจสะท้อนร่างกาย… ”

            ระหว่างที่พูดเขาก็ยืดเท้าออกทั้งตัวราวกับมีท่าทางที่น่าเกรงขามเพิ่มขึ้นมา

            “ระหว่างที่งอก็เตรียมปะทุหลังจากสะสมพลังแล้วก็ค่อยปล่อยอาศัยพลังทำร้ายคน พลังน้อยเอาชนะพลังมาก… ”

            มือทั้งคู่ของซูฮ่าวค่อยๆยื่นออกมา วาดวงกลมอยู่กลางอากาศ ราวกับกำลังลูบคลำลูกบอลที่ไร้รูป

            เขาราวกับผสานเป็นหนึ่งเข้ากับลมเปลี่ยนไปเบาๆ และอ่อนโยน แต่กลับทำให้รู้สึกว่าในนี้ซ่อนพลังที่ไร้ขีดจำกัดเอาไว้และอาจจะพุ่งออกมาได้ทุกเวลา

            “ผู้บำเพ็ญตนอยู่ในดินแดนเผิงหลาย เต็มไปด้วยหนวดเคราขึ้นสู่บันไดสวรรค์ได้ ก็ถือว่าฟ้าประทานพร… ”

            ช่วงที่มือทั้งคู่ยกขึ้นด้านบนจิงชี่เฉินในตัวของซูฮ่าวก็ระเหิดขึ้นทันที

            ช่วงที่กำปั้นของหลงเออร์ร่วงลงมามือและตาของเขาก็สัมพันธ์กัน มีเอวเป็นแกนกลาง เคลื่อนเท้าเหมือนแมวเดินจริงเท็จแยกยาก สงบดั่งภูเขา เคลื่อนไหวดั่งแม่น้ำ สะสมพลังดั่งดึงธนูปล่อยพลังดั่งยิงธนู

            เว่ยซานเต๋อที่อยู่ข้างๆก็หรี่ตาลง เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นพลังที่ไร้รูปผนึกอยู่ที่มือของซูฮ่าว ราวกับสำลีและดูดเอาพลังกำปั้นที่หลงเออร์โจมตีมา

            “เป็นไปได้อย่างไร?” ดวงตาของหลงเออร์งงงันจนแทบจะถลนออกมา

            หมัดที่ตนเองโจมตีก็ร่วงลงไปที่ตัวของซูฮ่าวจริงๆแต่ความรู้สึกที่ให้เขา ราวกลับโจมตีโดนพื้นผิวมหาสมุทร พลังไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

            “ชี่ ดีต่อร่างกายไม่เป็นภัยจิ้น เนื่องด้วยการสะสมจึงเหลือเฟือ… นี่คือการรับพลังไท่เก๊ก” หลงอีกลืนน้ำลาย สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

            การรับพลังคือเทคนิคชั้นสูงที่มีการผ่อนคลายและจมพลังเป็นพื้นฐาน ตอนที่อีกฝ่ายโจมตีมาด้วยวิธีการและความเร็วต่างๆก็สามารถรับพลังทั้งหมดที่เกิดจากวิธีการต่างๆ ของอีกฝ่ายไว้ได้รวมทั้งไม่เสียหายแม้แต่น้อย

            ในไท่เก๊กการรับพลังและชนพลังเสริมกัน แค่เข้าใจการรับพลัง เช่นนั้นก็เข้าใจการชนพลังและอาศัยพลังภายนอกได้อย่างแท้จริง

            แต่น่าเสียดายเขาศึกษาไท่เก๊กมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เข้าใจการรับพลังในที่สุดแค่เข้าใจการผ่อนคลายและจมพลัง เรียนการรับพลังมาแค่เล็กน้อยเท่านั้น

            ในสนามรบซูฮ่าวยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าสงบนิ่ง และโบกมือให้หลงเออร์ “ต่อเถอะ”

            “ถ้าอย่างนั้นจากนี้ไปฉันจะไม่ปรานีแล้ว!” หลงเออร์กัดฟันอย่างกระหืดกระหอบ

            เขาในฐานะเซียนเทียนช่วงกลางปล่อยหมัดที่แข็งแกร่งและทรงพลัง แต่กลับถูกซูฮ่าวรับไว้ได้อย่างสบายเช่นนี้ สำหรับเขาแล้วนี่คือการถูกตบหน้าอย่างจัง

            “อืม”ซูฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อย เท้าวาดเส้นโค้งอยู่บนพื้น กางเท้ากว้างเท่าช่วงไหล่ย่อลงเล็กน้อย มือทั้งคู่ยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติราวกับกอดต้นไม้ที่หนากว่ามือสองข้างโอบกอด

            ไท่เก๊ก

            ไท่เก๊กพิถีพิถันเรื่องความคิดกับร่างกายแยกออกจากกันไม่ได้ใช้ความคิดไม่ใช้แรง ความคิดพลังประสานกัน จมพลังที่ตันเถียนในการเคลื่อนไหวมีความสงบ การเคลื่อนไหวและความสงบผสานกัน

            ราวกับการต่อสู้อีกฝ่ายไม่ขยับ ตนเองก็ไม่ขยับ อีกฝ่ายขยับเล็กน้อย ตนเองก็ขยับเล็กน้อยจิตขยับร่างกายก็ขยับ จิตสงบร่างกายก็สงบ

            “ตั้งรับ!” สีหน้าไม่แยแสของซูฮ่าวทำให้หลงเออร์โกรธมากเขากัดฟันและกระทืบเท้าลงพื้นอย่างดุดัน ตัวเขาก็เร็วดั่งสายลม

            วินาทีนี้เขาไม่เก็บกำลังใดๆไว้ แทบจะปล่อยสุดกำลังแล้ว

            เว่ยซานเต๋อกับหลงอีรู้สึกว่ามีเงาดำผ่านม่านตาไปอย่างรวดเร็วตอนที่มีการตอบสนองอีกครั้ง หลงเออร์ก็อ้อมมาด้านหลังของซูฮ่าวกำปั้นที่น่ากลัวแฝงด้วยเสียงลมหมัดที่แสบหู กระแทกไปทางซูฮ่าวอย่างดุดัน

            “เผิงลวี่จี่น่าจะต้องจริงจังขึ้นลงสอดคล้องกันเพื่อป้องกันคนอื่นที่จะเข้ามาถึงตัว จากนั้นพลังมหาศาลของเขาจะโจมตีฉันกระตุ้นพลังน้อยเอาชนะพลังมาก… ”

            หมัดที่โหดเหี้ยมกระแทกลงมาซูฮ่าวไม่รีบไม่ช้า ไม่ลนลาน ดวงตาหรี่ลง จิตใจผ่อนคลายราวกับเรือที่ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทร สั่นไหวไปตามคลื่น

            ตอนที่หมัดจะต่อยโดนใจเขาดั่งน้ำนิ่ง มือทั้งคู่ก็โอบอุ้มลูกบอลที่ไร้รูปนั้นเส้นโค้งเปลี่ยนเป็นวงกลม การเคลื่อนไหวราวกับเมฆลอยน้ำไหล เบาและอ่อนโยน

            หมัดของหลงเออร์ร่วงลงบนตัวของเขาแต่กลับถูกพลังที่อ่อนโยนห่อหุ้มและกระเด็นออกมา ร่วงลงตรงที่ว่าง

            ในขณะเดียวกันควันหลงที่พลังอ่อนโยนนี้สร้างขึ้น ทำให้หลงเออร์กระเด็นไปไกลหลายเมตร

            “คิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องอย่างนี้!” หลงเออร์ตกใจ และหยุดทันทีสายตาเผยอาการที่เด็ดขาด พลังที่พักตัวอยู่ในร่างกายก็ร้อนรน

            กลิ่นอายที่ยิ่งแข็งแกร่งก็กระจายออกมาทันที

            เขากระทืบพื้นอีกครั้งร่างกายพุ่งเข้าหาซูฮ่าวดั่งฟ้าแลบ กุมหมัดต่อยออกมาราวกับลมฤดูใบไม้ผลิกวาดเอาใบไม้ที่ร่วงหล่น

            “คนมีพลังไร้แรงคนไร้แรงคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง เหมือนจะผ่อนคลายและไม่ผ่อนคลายเหมือนจะสำแดงแต่ไม่สำแดง พลังขาดได้แต่จิตขาดไม่ได้… ”

            สีหน้าของซูฮ่าวไม่เปลี่ยนแปลงและนิ่งเฉย ราวกับไม่มีสิ่งใดที่จะมากระตุ้นคลื่นในใจของเขาได้

            มือทั้งคู่ของเขาสั่นไหวรับพลังมาแล้วค่อยๆ สำแดง แก้ไขหมัดนี้อย่างสบายๆ

            “เวรเอ๊ย!”หลงเออร์โจมตีสองสามครั้งแต่ก็ไม่ได้ผล หน้าของเขาเขียวคล้ำเขาต่อยหมัดติดต่อกันสองสามครั้ง พลังมืดก็เดือดพล่าน

            ลมพัดผมของหลงเออร์ยุ่งเหยิงทำให้เขายิ่งดูกระเซอะกระเซิง

            “เดินพลังด้วยใจทำให้จมลง เก็บเข้าสู่กระดูก เดินร่างกายด้วยพลัง ทำให้คล้อยตาม เป็นไปดั่งใจได้… ”

            ซูฮ่าวใช้มือวาดวงกลมเป็นเหลี่ยมใช้เท้าวาดเหลี่ยมเป็นกลม รับพลังแพร่ขยายไปทั้งตัว แม้หลงเออร์จะออกกระบวนท่าแต่เขากลับยืนอยู่ที่เดิมเหมือนเสาค้ำฟ้า ไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว

            “เป็นไปไม่ได้!”หมัดนับไม่ถ้วนที่มีพลังมืดร่วงลงบนตัวของซูฮ่าว แต่กลับหายไปราวกับก้อนหินจมทะเลหลงเออร์ส่ายหน้าด้วยความเหลือเชื่อ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

            หมัดทุกหมัดของเขาล้วนต่อยลงบนตัวของซูฮ่าวถึงเป็นเช่นนี้ แต่กลับไม่มีหมัดใดๆ ที่สามารถทำร้ายซูฮ่าวได้อย่างแท้จริง

            ความฝันหรือ?

            ภาพลวงตาหรือ?

            หลงเออร์ขยี้ตาแยกไม่ออกว่านี่คือความจริงหรือความฝัน

            “กระบวนท่าของคุณผมก็รับมาไม่น้อย ตอนนี้คุณมาลองรับของผมหน่อยแล้วกัน” ซูฮ่าวที่มีการระวังตัวอยู่ตลอดค่อยๆพูดขึ้น มือทั้งคู่หดอย่างกะทันหัน เปลี่ยนจากหมัดเป็นฝ่ามือพลังมืดหลั่งไหลอย่างไร้เสียง

            ปลายเท้าเขาแตะพื้นเบาๆ วงกลมไท่เก๊กเคลื่อนออกไปทันทีหลังจากนั้นพลังมืดก็ออกไปพร้อมกับฝ่ามือ และผลักหลงเออร์ล้มลงทันที

            ในสายตาของเว่ยซานเต๋อฝ่ามือนี้ราวกับถูกจงใจทำให้ช้าลง ช้าในแบบที่ว่าหากเป็นคนที่ขาเท้าไม่สะดวกก็มีเวลาหลบได้

            ในสายตาของหลงเออร์ฝ่ามือนี้ถึงช้า แต่พลังมืดในนั้น กลับรวดเร็วถึงที่สุดฝ่ามือยังไม่เข้าใกล้ร่างกายของเขา แต่พลังมืดที่อยู่ด้านบนกลับโจมตีข้ามอากาศแล้ว

            “ปัง!”

            เสียงชนดังขึ้นอย่างกะทันหันหลงเออร์ราวกับถูกรถบรรทุกชน เขากระอักเลือดออกมาและปลิวออกไปไกลห้าหกเมตรราวกับว่าวที่เชือกขาด

            พอเหตุการณ์นี้ปรากฏขึ้นรอบๆ ก็เงียบสงัด

            เว่ยซานเต๋อเห็นเหตุการณ์นี้ก็ตกตะลึงจนตาค้างปากค้างในดวงตาเต็มไปด้วยอาการตื่นตระหนก

            หลังจากหลงอีผ่านไปแล้วหลงเออร์ในฐานะขั้นเซียนเทียนช่วงกลาง คิดไม่ถึงว่าจะแพ้ให้กับซูฮ่าวที่อยู่ในขั้นเซียนเทียนช่วงแรก?

            เขามองหลงเออร์ที่ล้มอยู่ที่พื้นอย่างงุนงงมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน

            เมื่อมองไปที่ซูฮ่าวก็เห็นเขาชำเลืองมองหลงเออร์อย่างเฉยเมย และหันไปมองหลงอีด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย

            “ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าอะไรคือแก่นแท้ของไท่เก๊ก?”