ณ เมืองหลวงของอาณาจักรเหล็กดำหรืออีกชื่อหนึ่งก็คือเมืองแบล็คไอรอนภายในท้องพระโรงของพระราชวังที่มีทหารของอาณาจักรคอยเฝ้าระวังอยู่ทั้งสี่มุมห้องทิวดาธ (Tildarz) ผู้เป็นจักรพรรดิองค์ปัจจุบันของอาณาจักรแห่งนี้กำลังทำการหมุนกลไกบางอย่างบนบัลลังที่นั่งของจักรพรรดิ
คลืดดด!! เมื่อเสียงของกลไกทำงานผนังที่อยู่ทางด้านหลังของบัลลังได้ถูกเปิดออก ปรากฏห้องที่มีบันไดวนสูงขึ้นไปทางด้านบนจักรพรรดิทิวดาธได้เดินหายเข้าไปในห้องจากนั้นประตูกลจึงปิดลง คลืดดด!!
เมื่อเดินขึ้นบันไดไปจนสุดทางปรากฏประตูที่มีลวดลายอักขระสีทองขนาดใหญ่ทิวดาธผู้เป็นจักรพรรดิได้นำมือของตนไปสัมผัสกับจุดหนึ่งบนประตูที่มีรูปฝ่ามือขนาดใหญ่ประทับเอาไว้
วู๊มมม! แกร่ก!! คลืดดด! เมื่อนำมือของตนไปประทับบนรอยฝ่ามือปรากฏเป็นแสงสีขาวส่องสว่างขึ้นมาบนประตูบานนั้น จากนั้นจึงมีเสียงปลดดล็อกจากกลไกประตูบานใหญ่สีทองจึงค่อยๆ ถูกเลื่อนเข้าไปยังด้านใน
เมื่อทิวดาธเดินเข้าไปภายในประตูบานนั้นก็ได้พบกับบัลลังที่นั่งสีทองขนาดใหญ่ตั้งเอาไว้สุดผนังห้องทิวดาธผู้เป็นจักรพรรดิก้าวเดินเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหลังบัลลังที่นั่งจากนั้นจึงคุกเข่าลงหนึ่งข้างแล้วกล่าวขึ้น
“น้อมรับบัญชาท่านเทพผู้ปกปักรักษาอาณาจักร!ตอนนี้ข้าองค์จักรพรรดิได้ทำตามที่ท่านเทพทรงบอกให้เคลื่อนทัพออกไปเพื่อปราบปรามอีกสองอาณาจักรที่คิดเข้ามารุกรานยังอาณาจักรแบล็คไอรอนของพระองค์แล้วขอพระองค์โปรดทรงบัญชาว่าข้าองค์จักรพรรดิควรจะทำเช่นใดต่อไป”จักรพรรดิทิวดาธได้กล่าวขึ้น
วาบบบ!! เกิดแสงสว่างสีทองส่องลงมายังบัลลังสีทองหลังนั้นจากนั้นจึงค่อยๆ ปรากฎบุรุษในชุดเกราะสีแดงเข้มทั้งตัว ซึ่งบุรุษผู้นี้นั้นมีรัศมีพลังสีทองเปล่งประกายออกมาจากร่างกายขับพลังอำนาจทำให้ดูสูงส่งและน่าเกรงขามยิ่งนัก!จากนั้นบุรุษผู้เป็นเทพได้กล่าวกับทิวดาธผู้เป็นจักรพรรดิว่า
“เจ้าจงประกาศสงครามกับอาณาจักรทั้งสองที่หมายรุกรานอาณาจักรแห่งนี้และจงนำชัยชนะกลับมาให้ได้ ด้วยพรของเรา เจ้าจะไม่พ่ายแพ้ผู้ใด!เมื่อเจ้าทำสำเร็จอาณาจักรของเจ้าจะเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเดียวบนดาวดวงนี้แล้วจะไม่มีใครหน้าไหนที่จะสามารถแย่งชิงพลังอำนาจของเจ้าได้อีกต่อไป ไปเถิด!จงไปนำชัยชนะกลับมายังอาณาจักรของเจ้า!”บุรุษผู้เป็นเทพกล่าว
ทิวดาธ “น้อมรับบัญชาขอรับ ท่านเทพ!”
จากนั้นทิวดาธก็ได้เดินออกจากห้องลับแห่งนี้ไปบุรุษผู้เป็นเทพจำแลงลงมาได้เฝ้ามองจนทิวดาธหายออกไปจากห้องแล้วจึงแสยะยิ้ม! แววตาแสดงความเจ้าเล่ห์! กลับหลังหันร่างกายกลายเป็นแสงสีทองค่อยจางหายไป!!
เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นภายในห้องลับของท้องพระโรงในพระราชวังของอีกทั้งสองอาณาจักรเช่นเดียวกัน! ซึ่งบุรุษเทพที่ปรากฏตัวต่อหน้าองค์จักรพรรดิทั้งสามนั้นล้วนเป็นองค์เดียวกันทั้งสิ้น!!
หลังจากนั้นจักรพรรดิทิวดาธและจักรพรรดิผู้ปกครองอีกสองอาณาจักรก็ได้เดินทางก้าวสู่สมรภูมิสงครามเตรียมจัดกำลังพลให้พร้อมในสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาไม่ช้านี้แล้ว
จินที่กำลังเดินไปเดินมาอยู่ในกองทัพที่ซึ่งเป็นจุดรวมกลุ่มของสมาคมนักรบรับจ้างทั้งหมดนั้นจินกำลังเดินสำรวจทางหนีทีไล่เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ตัวเองจะได้รีบชิ่งหนีออกไปได้ เพราะอย่างไรแล้วจินเองเดิมทีก็ไม่ใช่ผู้คนบนดาวดวงนี้อยู่แล้ว
จะให้ไปสู้รบจับศึกทำสงครามแย่งชิงอาณาจักรหรือปกป้องอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งเห็นทีคงจะไม่ไหวแถมตัวเองยังต้องคิดหาวิธีที่จะเดินทางกลับโลกอีกด้วยความผูกพันหรือสนิทสนมกับผู้คนบนดาวก็แทบจะไม่มีด้วยซ้ำดังนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้คนบนดาวดวงนี้จัดการกันเองก็แล้วกัน
เมื่อเดินสำรวจมาได้ซักพักหนึ่งก็ได้พบเหล่ากองกำลังทหารของอาณาจักรที่ทยอยเดินทางจากต่างเมืองเข้ามารวมพลกันซึ่งจุดที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางมายังเขตของสนามรบนั้นก็คือเมืองแกลเลียนั่นเองจึงทำให้กลุ่มนักรบรับจ้างและทหารของเมืองแกลเลียเดินทางมาถึงเร็วที่สุด ทันใดนั้นเองกองทหารกลุ่มหนึ่งก็ได้หันมาเห็นจินเข้า!
“เอ๊ะ!? ท่านนายกองโวร์คเจ้าคะ! เจ้าหมอนั่นหน้าตาดูคุ้นๆ ไหมเจ้าคะ?” อาริมทหารสตรีผู้เป็นรองนายกองได้กล่าวขึ้น
นายกองโวร์ค “หืม!? เอ๊ะ!!ไอ้เจ้าบ้านั่นมันเจ้านักรบรับจ้างที่มันหลอกข้าจนเปื่อยเลยไม่ใช่รึไงน่ะ?”
เมื่อนายกองโวร์คหันไปตามที่อาริมผู้เป็นรองนายกองได้ชี้บอกพอเห็นหน้าจินเท่านั้นแหล่ะก็สามารถจำได้ในทันทีว่าเป็นจินเพราะว่าตั้งแต่เป็นทหารมาก็มีครั้งที่โดนจินหลอกนี่แหล่ะที่นับว่าเป็นความรู้สึกเจ็บแสบจากความอัปยศครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวเองเลยก็ว่าได้จึงได้เดินนำกลุ่มกองกำลังของตัวเองนั้นเดินมุ่งหน้าไปยังจุดที่จินได้ยืนอยู่!
ส่วนทางด้านจินนั้นกำลังเดินหันซ้ายหันขวาสำรวจทิศทางอยู่จึงยังไม่ทันได้รู้ตัวว่ามีกลุ่มคนกำลังมุ่งหน้ามาหาตนเองแต่ไกลเมื่อจินหันหน้ามาอีกทีก็พบว่ากลุ่มของนายกองโวร์คและรองนายกองสตรีอาริมได้มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว!!
‘หืม!? เอ๊ะ!? ใครกันหว่า? หน้าตาคุ้นหน้าแฮะ??’จินคิดในใจพร้อมกับยืนจ้องหน้านายกองโวร์ค
อาริม “ว่ายังไงเจ้านักรบรับจ้างในที่สุดวันนี้ข้าก็ได้เจอตัวเจ้าจนได้นะ เจ้านักรบรับจ้างจากเมืองนอมไอรอน คราวที่แล้วเจ้าบังอาจมากที่มาหลอกพวกข้า!!”
จินที่เห็นหน้าอาริมพร้อมด้วยคำพูดและกิริยาเช่นนั้นก็จำได้ทันทีพร้อมนึกในใจ‘เวรแล้วไง!! คนตั้งมากมายมีให้เจอดันไม่เจอ! ดันมาเจออีเจ๊นี่กับพวกอีกแล้ว!! ทำไงดีฟะ??’เมื่อหยุดคิดสักครู่จากนั้นจินจึงได้ตอบออกไปด้วยสีหน้าบ้องแบ๊วว่า
จิน “เอ่ออ...พวกเจ้าเป็นใครกันเหรอ?ข้าจำไม่เห็นได้เลยว่าเคยเจอพวกเจ้ามาก่อน!??”
อาริม “หนอย..นี่เจ้า!! อย่ามาทำเป็นเสแสร้ง!!ข้ารู้ว่าเจ้าจำพวกข้าได้! ข้าไม่เคยลืมใบหน้าของคนอย่างเจ้าที่บังอาจมาหลอกลวงพวกข้าคราวที่แล้ว!!”
จิน “เอ๋?? หลอกลวงอะไรกันข้าไม่เห็นจะรู้เรื่องกับเจ้าด้วยเลยแล้วข้าก็เป็นนักรบรับจ้างของเมืองแกลเลียไม่ใช่เมืองนอมไอรอนซักหน่อย!?”
อาริม “หึ่มม! นี่เจ้า!? ยังจะมั่วนิ่มไม่เลิก? แบบนี้มันต้องสั่งส....!!”
“พอได้แล้วแหล่ะ! อาริม”นายกองโวร์คกล่าวแทรกขึ้นมา
โวร์ค “ถือเสียว่าคราวที่แล้วข้ารู้ไม่ทันเจ้าก็แล้วกันเจ้าหนุ่มในเมื่อเจ้าก็อยู่ที่นี่แล้ว เอาเป็นว่าเจ้าคงจะไม่ใช่พวกกบฏอย่างที่เจ้าว่าจริงๆแต่หากเจ้าคิดไม่ซื่อกับอาณาจักรนี้เมื่อไหร่ข้าจะเป็นคนมาจัดการกับเจ้าเอง!!ไปกันเถอะอาริม!”
อาริม “เจ้าค่ะท่านนายกอง หึ่มมม!?”
จากนั้นทั้งสองก็ได้พากลุ่มทหารของตัวเองจากไปพร้อมด้วยอาริมที่หันมามองหน้าจินแบบกินเลือดกินเนื้ออารมณ์ประมาณว่าไม่ชอบขี้หน้ากันมาแต่ชาติปางก่อน
จิน ‘เป็นงั้นไปแฮะ ฮ่าฮ่า ฮ่า แต่ก็เอาเถอะ ถือซะว่าไม่ได้สร้างศัตรูเพิ่มก็แล้วกัน’ จากนั้นจินจึงได้ตะโกนไล่หลังกลุ่มของนายกองโวร์คกับรองนายกองอาริมที่ยังไม่เลิกหันหน้ามามองจิน
“ขอให้โชคดีล่ะท่านนายกองและท่านรองนายกองสุดสวย ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!”จินกล่าวพร้อมกับยักคิ้วให้กับอาริม
หลังจากนั้นจินก็ได้เดินกลับไปยังกลุ่มของนักรบรับจ้างเมืองแกลเลียเมื่อสำรวจถึงทางหนีทีไล่จนครบแล้วเป็นเวลาเดียวกันที่จักรพรรดิทิวดาธได้เดินทางมาถึงยังสมรภูมิรบ
จักรพรรดิทิวดาธ “เหล่าทหารทั้งหมดและเหล่ากองกำลังที่เข้าร่วมกับอาณาจักรแบล็คไอรอนทั้งหลายจงฟังท่านเทพมีบัญชาลงมาให้เราปราบปรามเหล่าศัตรูที่เข้ามารุกรานยังอาณาจักรของพวกเราเพื่อทำให้อาณาจักรของเรากลับมาสงบสุขอีกครั้งพวกเจ้าจงอย่าได้ยั้งมือปราณีให้แก่ศัตรูจากทั้งสองอาณาจักรเป็นอันขาดจงสังหารพวกมันที่มารุกรานบ้านเมืองของเราให้หมดสิ้น เอาล่ะทหารทั้งหมดออกเดินทัพได้!!”
จากนั้นกองทัพจากอาณาจักรแบล็คไอรอนทั้งหมดก็ได้เดินทัพเข้าสู่สนามรบซึ่งกองทัพทางฝั่งอีกสองอาณาจักรก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่างเดินทัพเข้าสู่สนามรบเตรียมพร้อมที่จะทำสงครามกันอย่างเต็มรูปแบบ
เหตุการณ์ ณ อาณาจักรโคลไอรอน (CoalIron)
จักรพรรดิเมดิไทม์ (Meditime) “พวกเจ้าทั้งหมดจงฟัง ข้าได้รับบัญชาจากท่านเทพผู้ปกปักษ์รักษาอาณาจักรให้พวกเราขับไล่เจ้าพวกชั่วทั้งสองอาณาจักรที่คิดจะมารุกรานอาณาจักรของเราพวกเจ้าจงตามข้ามาเราจะไปกำจัดศัตรูของอาณาจักรให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินนี้!!!”
“เฮฮฮฮฮฮ!! จักรพรรดิเมดิไทม์จงเจริญอาณาจักรโคลไอรอนจงเจริญ.....!!” เสียงเหล่าทหารและผู้คนต่างโห่ร้องปลุกขวัญและกำลังใจ
เหตุการณ์ ณ อาณาจักรซิลเวอร์ไอรอน (SilverIron)
จักรพรรดิอารอนเดล (Arondale) “เหล่าทหารผู้จงรักภักดีต่ออาณาจักรโปรดฟังข้าเทพแห่งดินแดนนี้ได้บอกกล่าวแก่ข้าว่าพวกเราจะชนะศึกในครั้งนี้อย่างแน่นอนจงออกไปแสดงให้พวกอาณาจักรที่บ้าสงครามทั้งสองเห็นว่า อาณาจักรซิลเวอร์ไอรอนของเราไม่ใช่ที่ที่ใครจะมารุกรานได้โดยง่าย”
“ฮูลา! ขับไล่ผู้บุกรุก!ฮูลา! ขับไล่ผู้บุกรุก!”เหล่าทหารของอาณาจักรซิลเวอร์ไอรอนเองก็ทำการปลุกขวัญกำลังใจเช่นกัน!!
ในอีกมุมหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสมรภูมิรบของอาณาจักรทั้งสามได้มีกองกำลังขนาดใหญ่ไม่ทราบฝ่ายแบ่งเป็นสามกองกำลัง โดยมีคนจากกองกำลังของอาณาจักรแบล็คไอรอนเป็นจุดศูนย์กลาง
ผู้ที่นำกองกำลังทั้งสามนั้นก็คือเจ้าหญิงเรเนลเลสผู้เป็นธิดาของจักรพรรดิองค์ก่อนของอาณาจักรแบล็คไอรอนนั่นเอง ที่ตามมาอีกสองกองกำลังเป็นคนของอีกสองอาณาจักรที่แทบจะมีชะตากรรมเดียวกันกับอาณาจักรแบล็คไอรอนที่บรรดาจักรพรรดิองค์ก่อนถูกทรยศหักหลังโดนลอบสังหารแล้วทำการแต่งตั้งจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นมาแทนที่
มหาสงครามของทั้งสามอาณาจักรใหญ่แห่งดาวเกรปกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!!!