ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 108 ข้าไปฆ่าคน

           “เจ้าอย่าเหยียบมดของข้าตายสิ มดพวกนี้มีค่ามากนะ”

           จู่ๆ ฝูอี้ไป๋ก็โวยวายเสียงดังเขาทำท่าทางราวกับว่ามดพวกนี้มีคุณค่าสำหรับเขามาก

           ตู้ถิงเซวียนที่กำลังเมาไม่ได้พูดอะไรไม่ได้หันหน้ากลับไป เอาแต่เดินไปข้างหน้าต่อ

           “คุณชายสาม เมืองสือเฉิงกำลังเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ได้ยินว่ากองทัพใหญ่จากจังหวัดหลิวอวิ๋นบุกเข้ามาโจมตีเมืองสือเฉิงของพวกเราท่านเจ้าบ้านกับคุณชายรองและท่านผู้อาวุโสทั้งหลายต่างออกไปฆ่าศัตรูกันหมดแล้ว”

           ที่ประตูใหญ่บ้านสกุลตู้ ผู้ดูแลใหญ่ของเรือนหน้าท่าทางตื่นตระหนกเมื่อเห็นตู้ถิงเซวียนเดินออกจากบ้านสกุลตู้จึงรีบเข้ามากล่าวเตือนตู้ถิงเซวียน

           “อืม”

           ตู้ถิงเซวียนราวกับว่าตื่นได้สติมาบ้างท่าทางมึนเมาของเขาดูสร่างเล็กน้อยเขาขยี้ตาทั้งสองข้างใบหน้าหล่อเหลาภายใต้ผมเผ้ากระเซิงแหงนหน้ามองไปบนฟ้า

           “คุณชายสาม ท่านจะออกไปข้างนอกหรือ?”ผู้ดูแลใหญ่อดไม่ได้ที่จะถามเพราะความเป็นห่วง

           “ใช่ จะออกไป” ตู้ถิงเซวียนกล่าวเบาๆ

           “คุณชายสามตอนนี้เมืองสือเฉิงกำลังวุ่นวายมาก เมื่อสักครู่นี้ข้าน้อยเห็นคุณชายเซ่าฝู่แสดงฝีมือสังหารนักเวทยันต์ไปได้คนหนึ่งข้างนอกอันตรายมาก คุณชายสามอย่าออกไปเดินข้างนอกจะดีกว่า” ผู้ดูแลใหญ่มีระดับฌานที่ไม่สูงมากทว่าเป็นคนที่มีสายตาที่กว้างไกล เขาไม่ได้ออกไปฆ่าศัตรู เพราะเขาต้องดูแลรักษาบ้านสกุลตู้ไว้ให้ดี

           “ไม่เป็นไรข้าออกไปฆ่าคนสักหน่อยก็ได้แล้ว” ตู้ถิงเซวียนกล่าว

           จากนั้นร่างมึนเมาของชายคนนั้นก็ก้าวออกจากบ้านสกุลตู้ไปไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ผู้คนที่พบเห็นมองเห็นอย่างงงๆว่าเหตุใดชายขี้เมาคนนี้มาเดินเตร่กลางถนนในเวลาเช่นนี้

           “ฆ่าสักหน่อยนี่กี่คนหรือ?”

           “วันนี้คุณชายสามเป็นอะไรไป ท่าทางไม่เหมือนปกติสักเท่าไร?”

           คนของบ้านสกุลตู้จำนวนมากเมื่อเห็นก็สงสัยรู้สึกว่าวันนี้คุณชายสามมีท่าทางไม่ค่อยเหมือนปกติ ชายเมาสุราคนนั้นเริ่มดูสง่าน่าเกรงขามมากขึ้น

           ………………

           ชายชุดดำกับชุดขวาที่ปรากฏตัวเขาสวมผ้าคลุมศีรษะดังนั้นจึงไม่อาจเห็นใบหน้าพวกเขาได้ชัดเจนรอบกายเขามีปราณชนิดหนึ่งที่ไม่อาจมองเห็นทว่าทุกคนสามารถสัมผัสได้ว่าพวกเขาเก่งกาจไม่ธรรมดา

           เมื่อเฉาเทียนหมั่งเห็นว่าชายชุดดำชุดขาวปรากฏตัวก็ตื่นเต้นดีใจ

           จากนั้นเขาก็รีบร้องเรียกขอความช่วยเหลือ“นายท่านทั้งสองช่วยข้าด้วย!”

           ชายชุดดำไม่ได้สนใจเฉาเทียนหมั่งกลับขยับหมวกคลุมศีรษะเล็กน้อยและเหลือบมองอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า กล่าวว่า “ลมปราณของเดรัจฉานตัวนี้ดูพิเศษนะ สภาพร่อแร่ใกล้ตายกลับมามีชีวิตใหม่ได้ข้าจะเก็บแกไว้มาวิจัยดูหน่อยแล้วกัน”

           เมื่อพูดจบ ชายชุดดำเพียงสะบัดชายเสื้อเบาๆอากาศรอบๆ เขาก็มีคลื่นลมโถมกระหน่ำราวกับว่ามีพลังฟ้าดินที่มองไม่เห็นกำลังเคลื่อนไหวจากนั้นเขาก็เคลื่อนที่ไปปรากฏอยู่ต่อหน้าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่เพิ่งตะปบไหล่ของเฉาเทียนหมั่งอย่างรวดเร็วประหนึ่งความเร็วแสง

           “ซูม……”

           พลังสายฟ้าถูกทำลายหายไปอย่างน่าอัศจรรย์จากนั้นก็มีอักษรยันต์จำนวนมากพุ่งเข้าไปล้อมอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า

           “โฮก!”

           อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าจำเป็นต้องปล่อยเฉาเทียนหมั่งไปก่อนมันคำรามจากนั้นก็มีอักษรยันต์พร้อมกับสายฟ้าพุ่งเข้าไปโจมตีอักษรยันต์ที่พุ่งเข้าหา

           “โครม!”

           พลังงานอันดุดันทั้งสองปะทะกันเกิดเป็นเสียงระเบิดอย่างแรงอากาศรอบๆ เห็นเป็นเส้นรอยแยกประหนึ่งแตกร้าวได้จากนั้นก็มีลมพายุกระโชกแรงปกคลุมทั่วฟ้าบริเวณนั้น

           อักษรยันต์ที่ชายชุดดำร่ายออกมาแม้ถูกปะทะก็ไม่ได้สลายหายไป ทว่ากลับมีแสงจ้ามากขึ้น

           “ซูมๆ ๆ!”

           แสงอักษรยันต์จ้าขึ้นจนแสบตาพลังปราณลึกลับที่มีกลิ่นอายแห่งความโบราณแผ่ฟุ้งทั่วฟ้าจากนั้นมันก็กลายสภาพกลายเป็นรูปร่างตาข่ายขนาดมหึมา ห้อมล้อมรอบตัวของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าในทันใด

           “โฮก!”

           อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรไม่ดีบางอย่างสีหน้าตกใจขึ้นมา รีบส่งพลังปราณปริมาณมหาศาลแผ่ไปรอบกายเกิดเป็นลำแสงคล้ายงูเหลือมส่องแสงประกายไฟฟ้าหลายตัวเข้าไปสกัดตาข่ายยันต์นั้นไว้ลมปราณอันน่ากลัวแผ่ขนาดไปทั่วนภา

           เพียงแต่แม้ว่าพลังแห่งสายฟ้านี้จะมีอานุภาพน่ากลัวทว่าเมื่อปะทะกับตาข่ายยันต์มหึมาอันนี้ ก็ไม่ได้สร้างผลกระทบใดๆ กับมันได้เลย

           ตาข่ายยันต์มหึมาไม่โอนอ่อนให้กับพลังแห่งสายฟ้าแต่อย่างใดมันหดเล็กลงเรื่อยๆ ลมปราณแห่งโบราณห่อหุ้มร่างอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าไว้อย่างแน่นหนา

           “ปึง!”

           ไม่ว่าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าจะพยายามขัดขืนอย่างไรหรือพยายามขยายร่างกลับสู่ขนาดร่างดั้งเดิมที่ใหญ่กว่านี้ก็ไม่อาจขัดขืนพลังแห่งการพันธนาการของตาข่ายยันต์มหึมานี้ได้ร่างของมันร่างหล่นจากฟ้ากระทบจนพื้นดินเกิดแผ่นดินไหวและรอยแยกสุดท้ายก็ไม่อาจขัดขืนได้อีกแล้ว

           “ขอบคุณนายท่านที่ช่วยเหลือ ขอบคุณนายท่าน”

           เฉาเทียนหมั่งที่หน้าซีดและตกใจจากการหนีเอาชีวิตรอดเมื่อสักครู่นี้ขณะนี้เริ่มจิตใจสงบลง และเดินเข้าไปหาชายชุดดำ

           “เจ้าคนไร้ค่าให้เจ้ามีชีวิตรอดแล้วมีประโยชน์อะไร!”

           ชายชุดดำพูดออกมาลอยๆ อย่างเย็นชาเขาสะบัดมือปล่อยพลังฝ่ามือใส่กลางกระบาลของ เฉาเทียนหมั่ง เฉาเทียนหมั่งเห็นเพียงฝ่ามือที่ลอยใกล้เข้ามาเรื่อยๆอย่างไว ในขณะที่ยังไม่ได้สติ ร่างของเขาก็กระเด็นลอยไปไกลแล้ว

           เกิดเสียงกระแทกดัง พลังงานแผ่กระจายไปทั่วเฉาเทียนหมั่งรู้สึกเสียใจที่คิดผิดอย่างมาก เขาก็พ่นโลหิตปริมาณมากออกมาทางปาก

           “ปึง!”

           เฉาเทียนหมั่งที่ร่างกำยำบึกบึนถูกชายชุดดำปล่อยเพียงพลังฝ่ามือเดียวก็ถูกซัดกระเด็นลอยไปไกลและบาดเจ็บสาหัสจนกระอักโลหิต

           “แข็งแกร่งมากเลย!”

           “ผู้ที่มาคือยอดฝีมือเหนือชั้นจริงๆ!”

           เพียงเวลาอันน้อยนิดก็จับอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าไปได้และสังหารเฉาเทียนหมั่งผู้ปกครอง จังหวัดหลิวอวิ๋นไปได้ทุกคนที่เห็นตกใจจนเงียบไม่กล้าทำอะไรต่อ

           ทุกสายตาจับจ้องไปที่ชายชุดดำชุดขาวที่เหาะอยู่กลางอากาศพละกำลังของเขาแข็งแกร่งเกินไปแล้ว

           ชายชุดดำไม่สนใจแววตาของทุกคนที่มองมาพวกคนที่มีลมปราณกระจอกๆ ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา เขาแสดงแววตาที่สื่อราวกับว่าทุกคนในเมืองเป็นเพียงมดตัวหนึ่งเท่านั้น

           “นึกไม่ถึงว่าบนร่างจะมีจิตวิญญาณหนึ่งแฝงอยู่ มิน่าล่ะท่าทางจึงดูไม่ปกติ”

           ทว่าทันใดนั้นชายชุดดำสวมผ้าคลุมก็เหลือบไปเห็น“ตู้เซ่าฝู่” ดูเหมือนว่าแค่แวบเดียวเขาก็มองตู้เซ่าฝู่ออก

           “พวกเจ้ามาจากสถานที่ที่ไม่ธรรมดาเมืองเขตชายแดนเช่นนี้ไม่น่าจะเหมาะกับพวกเจ้าหรอก”

           “ตู้เซ่าฝู่” หันไปพูดกับชายชุดดำ

           “พลังจิตวิญญาณของเจ้าก็มีสายตาที่เฉียบคมมากน่าจะมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน ทว่าแค่ข้าบีบเจ้าก็ตายได้แล้ว” ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

           “บีบข้าตายงั้นหรือ!”

           “ตู้เซ่าฝู่” เห็นได้ชัดว่าโมโหสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาในทันใด “ต่อให้พวกเจ้ามีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาแต่พละกำลังของพวกเจ้าในตอนนี้หากข้าเป็นดั่งในสมัยนั้นสามารถตบพวกเจ้าตายได้เพียงในไม่กี่นาที!”

           “อยากตายหรือ!”

           คำพูดสั้นๆง่ายๆ ลอยขึ้นมา จากนั้นชายชุดดำก็เริ่มลงมือเพียงเมื่อพูดจบร่างของเขาก็ปรากฏต่อหน้าตู้เซ่าฝู่เสียแล้วคลื่นอักษรยันต์ไหลเวียนวนรอบฝ่ามือ จากนั้นพลังฝ่ามือก็ถูกส่งออกมา

           “เฮ้อ ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าจึงมีอำนาจที่แท้จริง ทว่ามังกรวารีที่ขาดน้ำมิอาจแสดงพลังที่แท้จริงได้”

           “ตู้เซ่าฝู่” บ่นกับตัวเอง สีหน้าเคร่งขรึมทว่าก็ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวอะไร แค่ถอนหายใจให้กับสภาพตอนนี้ของตัวเองเขารวบรวมพลังฝ่ามือ มีอักษรยันต์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจากนั้นก็เกิดร่างเงาของมังกรขึ้นมาตัวหนึ่ง

           ร่างเงามังกรร่างยักษ์ตัวนี้มีขนาดหลายร้อยศอกร่างเงามังกรตัวนี้เหินทะยานขึ้นฟ้าพลังปราณของมันแผ่ออกมาทำให้เกิดลมและทำลายชั้นบรรยากาศให้บิดเบี้ยว

           พลังนี้อานุภาพแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวทุกคนที่เห็นต่างตื่นเต้นตกใจ ที่แท้พลังความสามารถของตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งมากถึงขนาดนี้เชียวหรือ

           “กรรซ์!”

           มังกรแผดเสียงดังสนั่นฟ้าอากาศเริ่มบิดเบี้ยวจากรังสีของพลังพลังปราณอันน่าสยองขวัญนี้พุ่งกระโจนเข้าหาพลังฝ่ามือยันต์ของชายชุดดำ

           “ซูมๆ ๆ……”

           เกิดการปะทะตรงๆ ขึ้นเมื่อพลังชนกันก็เกิดประกายเพลิงและแสงแวบขึ้นมาชั้นบรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยวอย่างหนัก อักษรยันต์จ้าขึ้นจนแสบตาเงาของมังกรช่างน่าเกรงขามเหลือเกิน

           ทว่าราวกับว่าร่างเงาของมังกรมีพลังเสริมไปให้ไม่เพียงพอเมื่อถูกพลังรุนแรงนั้นปะทะอักษรยันต์จึงแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวชิ้นๆแตกระยิบระยับกลางท้องฟ้า

           “ฟู่ด……”

           ร่างของ “ตู้เซ่าฝู่” กระเด็นลอยไปไกลจากนั้นก็ตกกระแทกพื้น เมื่อลุกขึ้นเขาเซถอยหลังสิบกว่าก้าวจึงทรงตัวได้จากนั้นก็พ่นโลหิตออกมา พลังปราณบนร่างของเขาก็จางหายไปในฉับพลัน

           “เจ้าหนูคนที่มาแข็งแกร่งเกินไป ข้าพยายามสุดความสามารถแล้ว เจ้าระวังตัวด้วยห้ามตายเด็ดขาดล่ะ”

           เสียงของเจินชิงฉุนดังขึ้นมาในสมองของตู้เซ่าฝู่เมื่อกี้เจินชิงฉุนเป็นผู้ใช้พลังแห่งจิตวิญญาณในการต่อสู้โดยการยืมร่างของตู้เซ่าฝู่ในการลงมือ

           ทว่าพลังแห่งจิตวิญญาณของเจินชิงฉุนฟื้นฟูได้น้อยเกินไปขณะนี้เขาหมดกำลังที่จะต่อสู้ต่อไปแล้ว แค่ส่งจิตเข้าไปในสมองของตู้เซ่าฝู่ยังทำไม่ไหวเลย

           เมื่อกี้ที่เกิดขึ้นแม้ตู้เซ่าฝู่ปล่อยร่างให้เจินชิงฉุนควบคุม ทว่าเขาสามารถมองเห็นรับรู้ทุกอย่างจากดวงตาคู่นี้ของเขาในใจของเขาชัดเจนดี

           เมื่อพลังแห่งจิตวิญญาณของเจินชิงฉุนหลุดออกไปลมปราณของเขาก็ลดฮวบทันที อีกนิดเดียวเขาก็เกือบศีรษะพุ่งใส่พื้นโลกแล้ว

           ตู้เซ่าฝู่มองดูชายชุดดำชุดขาวสองคนสีหน้าเคร่งเครียดถึงที่สุด คลื่นพลังที่มองไม่เห็นที่เคลื่อนไหวรอบๆสองคนนั้นแข็งแกร่งประหนึ่งสามารถสะกดอากาศรอบๆ ไว้ได้ ยอดฝีมือทั้งหลายที่เขาเห็นตั้งแต่เกิดมาพวกเขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว

           “หืม!”

           ไม่รู้ว่าเพราะชายชุดดำตกใจเพราะ “ตู้เซ่าฝู่”ร่างเมื่อกี้รับพลังไว้ได้ หรือว่าเพราะตู้เซ่าฝู่ที่ฟื้นฟูกลับมาในตอนนี้

           ภายใต้ผ้าคลุมศีรษะจึงไม่อาจเห็นแววตาของชายชุดดำได้ทว่าจู่ๆ เขาก็ส่ายหัวเล็กน้อย และพูดออกมาเบาๆ ว่า“แต่อย่างไรก็ตามไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้หรอกตอนแรกน่าจะกำจัดเห็บหมัดตัวนี้ตั้งแต่แรก ตอนนี้ เจ้าก็ไปตายเสียเถิด”

           เมื่อพูดจบ ชายชุดดำก็เคลื่อนตัวพุ่งเจ้าหาตู้เซ่าฝู่พร้อมกับเตรียมโจมตีด้วยพลังกรงเล็บ

           “ซูม……”

           พลังปราณแห่งความโบราณที่น่ากลัวมาถึงตัวตู้เซ่าฝู่แล้วทำให้ตู้เซ่าฝู่ไม่สามารถขยับตัวได้

           ผ้าคลุมศีรษะชายชุดขาวขยับเล็กน้อย ราวกับว่าเกิดมีปฏิกิริยาตอบสนองจากอะไรบางอย่างทว่าก็ไม่อาจทราบได้ว่าเขากำลังคิดอะไร

           “เซ่าฝู่ระวัง……!”

           ผู้คนมองลุ้นอย่างตื่นเต้นและกังวลรู้สึกตกใจจนหัวใจแทบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ชายชุดดำคนนี้มีพลังที่ร้ายกาจเกินไปแล้ว

           ตู้เซ่าฝู่มองดูกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาอาฆาตทว่าขณะนี้เขาไม่มีวิธีใดๆ ต่อกรได้แล้ว ต่อให้ทุ่มสุดตัวแล้วก็ทำอะไรไม่ได้

           ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ในใจตู้เซ่าฝู่เอาแต่คิดดีใจที่พละกำลังของตัวเองพัฒนาขึ้นไปมากอีกไม่นานก็จะแข็งแกร่งขึ้น และสุดท้ายจะได้เป็นยอดฝีมืออย่างแท้จริงได้

           ทว่าในขณะนี้ตู้เซ่าฝู่เพิ่งมาค้นพบว่าตัวเองยังห่างไกลจากคำว่ายอดฝีมือที่แท้จริงไปมาก

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน